แสงแดดยามเช้าส่องผ่านช่องม่านบางเบาเข้ามาในห้องนอน ทาบทับลงบนผิวแก้มอุ่นของผมช้าๆ
ผมบิดี้เีไปมาบนเตียงนอนฟูกหนานุ่มด้วยความรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในรอบหลายเดือน สองมือเลื่อนไปคลำหาแผ่นหลังกว้างแสนอบอุ่นที่นอนเคียงข้างกันเมื่อคืน ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่าและไออุ่นจางๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนเนื้อผ้าห่มสำลีผืนหนา กลิ่นหอมจางๆ ของไม้สน (Pine wood) ผสมกับน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ที่พี่ไมค์ใช้ลอยวนเวียนคอยปลอบประโลมประสาท
ผมยิ้มกว้างออกมาทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้คือ ‘วันเสาร์’ และผมสอบเสร็จแล้วอย่างเป็ทางการ
ไม่มีเสียงนาฬิกาปลุกเวลาตีห้าครึ่ง ไม่มีโจทย์ฟิสิกส์เคมีที่ต้องตื่นมาสู้ และไม่มีกระดานสูตรการคำนวณที่ดูน่าปวดหัวอีกต่อไป หัวสมองของผมมันปลอดโปร่งโล่งสบายจนราวกับตัวจะลอยได้
ผมนอนเอนกายมองดูเพดานห้องนอนนึกย้อนกลับไปถึง่วันแรกๆ ที่พี่ไมค์ย้ายเข้ามาในบ้านหลังนี้ ตอนนั้นผมเกลียดเขาแทบตาย คอยคิดหาวิธีดื้อรั้นประชดประชันสารพัดแบบเพื่อหวังจะไล่เขาออกไปให้ได้ แต่ไม่ว่าผมจะทำตัวดื้อเงียบหรือดื้อแพ่งแค่ไหน ติวเตอร์หน้าดุคนนี้ก็ปราบผมได้อยู่มือเสมอ และใครจะคิดว่าท้ายที่สุดแล้วผมจะกลายมาเป็คนรักที่ยอมนอนซุกอกเขาแบบนี้กันล่ะ
ผมคว้ามือถือขึ้นมาเปิดดูหน้าจอตามความชิน แต่แล้วก็ต้องส่ายหัวขำกับตัวเองเมื่อเห็นแจ้งเตือนกลุ่มไลน์ของเพื่อนๆ ในห้องเรียนที่เด้งรัวๆ เป็พันข้อความ ทุกคนกำลังถกเถียงเื่คำตอบข้อสอบแต่ละวิชาอย่างเอาเป็เอาตาย บ้างก็เครียด บ้างก็ร้องไห้กังวลเื่คะแนน
ผมจัดการกดปุ่มปิดเสียงเตือนของกลุ่มและปิดการแจ้งเตือนทั้งหมดทันที ตอนนี้มันคือวันเวลาพักผ่อนของผม และผมจะไม่ยอมให้ตัวเลขคะแนนหรือสูตรคำนวณใดๆ มาทำลายวันแสนสุขนี้อย่างเด็ดขาด
ผมก้าวขาลงจากเตียงสวมรองเท้าสลิปเปอร์นุ่มๆ เดินแกว่งแขนต้วมเตี้ยมลงบันไดมายังชั้นล่างของคฤหาสน์
กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดสายพันธุ์ดีและกลิ่นแป้งแพนเค้กที่อบอวลปนเนยร้อนๆ ลอยฟุ้งมาจากห้องครัวกว้างขวาง ร่างสูงใหญ่ของพี่ไมค์ในชุดแต่งกายสบายๆ ผิดจากยามที่เป็ติวเตอร์คุมเข้ม เขาสวมเพียงเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวที่ขับเน้นแผงอกหนาและลาดไหล่กว้างกริบ กางเกงวอร์มผ้าฝ้ายสีเทาขายาวที่ดูหลวมๆ ทว่าสะโพกสอบกลับดูเท่และดึงดูดสายตาอย่างร้ายกาจ เขากำลังยืนกลับแพนเค้กในกระทะด้วยท่าทางคล่องแคล่วชำนาญ
ผมลอบก้าวเดินเสียงแ่เบาเข้าไปทางด้านหลังของเขา ก่อนจะโผเข้าไปกอดรัดรอบเอวสอบของเขาแน่น ซบใบหน้าหวานเข้าหากลางแผ่นหลังกว้างอุ่นระอุของร่างสูงใหญ่ทันที
"อรุณสวัสดิ์ครับพี่ไมค์..."
ผมพึมพำอู้อี้เสียงหวานปนอ้อนขยับถูแก้มใสกับอกเสื้อเชิ้ตด้านหลังของเขา
พี่ไมค์ชะงักมือเล็กน้อย ก่อนจะเอี้ยวใบหน้าหล่อเหลาด้านข้างกลับมามองผม แววตาสีเทาเข้มฉายประกายเอ็นดูและอบอุ่นอ่อนโยนอย่างยิ่ง มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมมาลูบมือของผมที่โอบรัดเอวเขาไว้บีบเบาๆ
"อรุณสวัสดิ์ครับคนดีของพี่ ตื่นสายเชียวนะวันนี้ นอนอิ่มไหมครับ?"
"อิ่มมากเลยครับ สบายตัวที่สุดเลย ไม่มีเื่ปวดหัวให้คิดแล้วด้วย"
ผมพึมพำตอบ
"ดีมากครับ... ถ้าอย่างนั้นไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารเถอะครับ พี่เตรียมแพนเค้กราดน้ำผึ้งป่า ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่สด กับนมอุ่นๆ ไว้ให้ทาน คืนนี้เรามีนัดฉลองกันยาวๆ นะครับคนดี"
พี่ไมค์หมุนตัวกลับมากดจูบเบาๆ ที่หน้าผากมนของผมหนึ่งทีอย่างทะนุถนอม
ผมยอมปล่อยมือและเดินไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารช้าๆ จัดการทานอาหารเช้าแสนอร่อยฝีมือพี่เลี้ยงผู้คลั่งรักจนหมดจานอย่างเบิกบานใจ
"วันนี้พี่ไมค์ไม่มีงานด่วนไหมครับ?"
ผมเอ่ยถามตาโตขณะเคี้ยวเบอร์รี่รสเปรี้ยวอมหวาน
"ไม่มีครับ วันนี้พี่เป็ของลูกคลื่นคนเดียว 24 ชั่วโมงเลยครับ อยากทำอะไรบอกพี่ได้เลย"
พี่ไมค์เอ่ยตอบยิ้มๆ พลางเช็ดคราบน้ำผึ้งที่มุมปากของผมด้วยปลายนิ้วโป้งอย่างอ่อนโยนจนหัวใจผมสั่นริ้ว
"ผมอยากดูหนังครับ อยากดูหนังฮีโร่ภาคต่อในห้องโฮมเธียเตอร์ ปิดไฟมืดๆ แล้วนอนกอดกันกลมตลอดทั้งวันเลยนะ"
ผมเสนอข้อเสนอทันที แววตาเป็ประกายอ้อนวอน
"ตามใจหนูทุกอย่างเลยครับเด็กดี..."
่สายวันนั้น พวกเราย้ายร่างเข้าไปอยู่ในห้องโฮมเธียเตอร์ขนาดใหญ่ของคฤหาสน์ ห้องถูกปรับให้มืดสลัวและมีเพียงแสงสีจากหน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ั์ เครื่องปรับอากาศพ่นลมเย็นฉ่ำอบอวล พี่ไมค์จัดแจงเตรียมขนมขบเคี้ยวและป็อปคอร์นเนยหอมๆ ถาดใหญ่เข้ามาคอยท่า
ร่างสูงใหญ่ของเขานอนเอนกายบนโซฟาเบดตัวกว้างขวาง ดึงผมเข้าไปนั่งกึ่งนอนซุกซบอยู่กลางอกแกร่งอุ่นๆ ของเขา สองแขนหนาโอบล้อมกอดรัดรอบตัวผมไว้แ่าปานไข่ในหิน
แสงสลัวจากหน้าจอฉายภาพการต่อสู้ดุเดือด ทว่าในความจริงสายตาของผมมักจะละไปจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาด้านข้างของพี่ไมค์อยู่บ่อยครั้ง นิ้วมือยาวของเขาคอยป้อนป็อปคอร์นและขนมใส่ปากผมช้าๆ ขณะที่ฝ่ามืออุ่นอีกข้างก็เลื่อนลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและเอวบางของผมอย่างละมุนละไมคอยถ่ายทอดความอบอุ่น
มีบางฉากที่ตัวเอกของเื่ะโร่มลงมาจากเครื่องบินและร่อนลงบนตึกอย่างสวยงาม ผมอดวิเคราะห์ตามวิชาฟิสิกส์ที่เรียนมาไม่ได้จนหลุดพึมพำออกมา
"พี่ไมค์ดูสิครับ ตัวเอกจังหวะทิ้งตัวแรงโน้มถ่วงกับแรงเสียดทานอากาศดูผิดความจริงหมดเลยนะเนี่ย โมเมนตัมชนปะทะขนาดนั้นเข่าต้องหักแน่ๆ เลย"
พี่ไมค์หลุดหัวเราะทุ้มต่ำอบอุ่นก้มลงจูบขมับของผม
"อา... สงสัยติวเตอร์คนนี้จะติวเข้มเก่งเกินไปแล้วล่ะสิ เด็กดีของพี่กลายเป็นักฟิสิกส์จับผิดภาพยนตร์ไปเรียบร้อยแล้ว"
ผมตีอกแกร่งเขาแก้เขิน ซุกหน้าหนีในอ้อมกอดอุ่น
"พี่ไมค์ครับ... เพนต์เฮาส์ที่สุขุมวิทตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้วจริงๆ เหรอครับ?"
ผมถามทำเสียงเบาขณะเอนหัวซบไหล่กว้าง
"ครับ เสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วครับคนดี พี่จัดห้องอ่านหนังสือและโต๊ะเขียนหนังสือริมหน้าต่างบานใหญ่ไว้ให้หนูโดยเฉพาะเลยนะ วิวตรงนั้นสวยมาก ตอนกลางคืนจะเห็นแสงไฟตึกระฟ้ารอบสุขุมวิทชัดเจนเลยครับ"
พี่ไมค์ตอบน้ำเสียงทุ้มหวานลูบผมของผมแ่เบา
"แล้ว... แล้วป๊ากับม้าจะอนุญาตให้ผมย้ายไปอยู่กับพี่จริงๆ เหรอครับ?"
ผมถามแววตาหวั่นไหวน้อยๆ
พี่ไมค์หัวเราะทุ้มต่ำในลำคอเบาๆ ก้มลงสูดดมความหอมจากกลุ่มผมนุ่มของผมเน้นๆ
"อนุญาตแน่นอนครับ เพราะป๊าเราน่ะเป็คนเสนอแผนฝากฝังเราไว้กับพี่เองเลยนะ ไม่ต้องกังวลเื่นั้นเลยครับเด็กดื้อ มีหน้าที่แค่เรียนและรับความรักจากพี่ก็พอแล้วครับ"
คำพูดมั่นคงของเขาทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยและพองโตล้นในอกอย่างประหลาด ผมขยับตัวซุกเข้าหาอกแกร่งกอดกระชับเอวสอบแ่าขึ้นหลับตาลงพริ้มเพลิดเพลินกับจังหวะของภาพยนตร์แสนสนุกและไออุ่นของคนรัก
่บ่ายแก่ๆ พวกเราชวนกันออกไปเดินเล่นรับลมเย็นๆ ที่สวนหย่อมกว้างหลังคฤหาสน์ แสงแดดสีส้มทองยามโพล้เพล้ทาบทับไปทั่วแมกไม้ใบไม้สีเขียวขจี อากาศเย็นสบายพัดโชยมาเอื่อยๆ กลิ่นหอมอวลของดอกกุหลาบพันธุ์อังกฤษที่ปลูกเลียบทางเดินส่งกลิ่นหอมชื่นใจ
ผมกุมมือหนาของพี่ไมค์เดินทอดน่องไปตามทางเดินหินอ่อนช้าๆ มองดูเงานอกตึกใหญ่ที่ครั้งหนึ่งตอนที่พ่อแม่ทิ้งผมไปแรกๆ ในตอนแรกของนิยายหลังนี้ มันเคยดูเย็นเฉียบ โดดเดี่ยว และเงียบเหงาวังเวงจนน่ากลัว
ทว่าตอนนี้... คฤหาสน์หลังเดิมกลับดูอบอุ่น สดใส และเต็มไปด้วยความทรงจำแสนหวานเพราะมีผู้ชายตัวโตสูงใหญ่คนนี้เข้ามาเคียงคู่แชร์ความรู้สึกร่วมกันในทุกๆ วัน มือหนาของเขาที่กุมมือผมไว้ค่อนข้างสากกระด้างจากการทำงานแต่มันกลับถ่ายทอดความมั่นคงที่ทำให้ผมรู้ว่า... ผมไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว
"พี่ไมค์ครับ..."
ผมหยุดเดินและหันกลับเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่
"ครับคนดี?"
พี่ไมค์หยุดเดิน มองสบตาผมด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอบอวล
"ขอบคุณนะครับ..."
ผมพึมพำก้มหน้าน้อยๆ เขินอายแต่นั่งยิ้มหวานส่งสายตาขอบคุณอย่างจริงใจ
"ขอบคุณที่ยอมมาเป็พี่เลี้ยงจอมร้ายกาจคอยติวเข้มและทนคนนิสัยดื้อรั้นเอาแต่ใจอย่างผม ขอบคุณที่คอยดูแลสุขภาพ คอยกอด และรักผมมากขนาดนี้นะครับ..."
พี่ไมค์เบิกตากว้างน้อยๆ ก่อนจะยิ้มหวานเชื่อมละมุนละไมออกมาจนใบหน้าหล่อเหลานั้นดูอบอุ่นยิ่งขึ้นทวีคูณ เขาเอื้อมมือหนาทั้งสองข้างมากุมแก้มเนียนของผมช้าๆ นิ้วโป้งคลึงผิวแก้มนุ่มอย่างแสนรัก โน้มใบหน้าลงมาประทับจูบแสนหวานเนิบนาบลงบนริมฝีปากอิ่มของผม เป็จูบที่ไม่มีความเร่าร้อนกระสันเพศใดๆ เจือปน ทว่าเต็มไปด้วยกระแสความผูกพันและมั่นคงลึกซึ้งที่หลอมรวมจิติญญาของเราสองคนเข้าเป็หนึ่งเดียว
"ด้วยความยินดีครับลูกคลื่น... พี่เลี้ยงคนนี้ก็ต้องขอบคุณเด็กดีที่ยอมให้พี่รัก และเชื่อฟังคำสอนจนพากันก้าวผ่านอุปสรรคมาได้ พี่สัญญาว่าจะดูแลและรักหนูตลอดไปในอนาคตข้างหน้าของพวกเราสองคนครับ"
หัวใจของผมเต้นตุบๆ ด้วยความสุขล้นจนไม่มีคำใดมาเทียบเท่า วันเวลาแสนหวาน่รอกลางศึกประกาศผลสอบหมุนเวียนไปอย่างงดงามช้าๆ เต็มไปด้วยไอรักมั่นคงปลอดภัยชั่วนิรันดร์ ชีวิตที่เหลืออยู่หลังจากนี้ ผมพร้อมแล้วที่จะก้าวไปข้างหน้าเคียงคู่กับพี่ไมค์ ชายคนเดียวที่หัวใจและชีวิตของผมอย่างเต็มเปี่ยมโดยไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอนตลอดกาลนานนี้