ตอนที่หก เสียงสะท้อนในความเงียบงัน
สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่าที่เอเดนเดินทางมายังคลินิกของ ดร. เมโลดี้ วัฒนา การบำบัดดำเนินไปอย่างช้าๆ แต่สม่ำเสมอ เหมือนการค่อยๆ แกะปมเชือกที่พันกันยุ่งเหยิงในใจของเขา เมโลดี้ยังคงเน้นย้ำถึงการจัดการกับความรู้สึกผิดและความเศร้าจากการสูญเสียลูน่า เธอใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อช่วยให้เอเดนได้ระบายความรู้สึกออกมาอย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็การพูดคุย การเขียนบันทึก หรือแม้แต่การวาดภาพเพื่อแสดงออกถึงอารมณ์ที่ซับซ้อน
เอเดนเริ่มดีขึ้นทีละน้อย เขาสามารถนอนหลับได้นานขึ้น แม้จะยังคงมีฝันร้ายตามหลอกหลอนเป็บางครั้ง เขากลับมารับประทานอาหารได้ตามปกติ และเริ่มกลับไปทำงานที่ร้านซ่อมเครื่องดนตรีอีกครั้ง เขายังคงรู้สึกเศร้าและเ็ปเมื่อนึกถึงลูน่า แต่ความรู้สึกผิดที่เคยกัดกินหัวใจอย่างรุนแรงก็เริ่มเบาบางลงไปบ้างในแต่ละเซสชั่น เมโลดี้จะนั่งรับฟังเอเดนอย่างตั้งใจ เธอไม่เคยตัดสิน ไม่เคยเร่งรัด เธอเพียงแค่เป็พื้นที่ปลอดภัยให้เอเดนได้ปลดปล่อยความทุกข์ทรมานที่เขากดทับไว้มานานหลายปี เมโลดี้ยังคงเก็บความลับเื่ความสัมพันธ์ของเธอกับลูน่าไว้เป็อย่างดี เธอรู้ว่าเอเดนยังคงเปราะบาง และการเปิดเผยความจริงในตอนนี้อาจทำให้กระบวนการเยียวยาของเขาถดถอยลงไปอีก
แต่ในขณะที่เอเดนค่อยๆ เปิดใจให้กับเมโลดี้มากขึ้น เมโลดี้เองก็ต้องต่อสู้กับความรู้สึกส่วนตัวของเธออย่างหนัก การได้ฟังเื่ราวของลูน่าจากมุมมองของเอเดน ทำให้เธอได้เห็นแง่มุมของพี่สาวที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน และได้เข้าใจความรักที่ลูน่ามีต่อเอเดนอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น บางครั้งเมื่อเอเดนพูดถึงลูน่าด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและความเ็ป เมโลดี้ก็รู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างมาจุกอยู่ที่ลำคอ เธอต้องพยายามอย่างมากที่จะรักษาสีหน้าให้เป็ปกติ ไม่ให้ความรู้สึกส่วนตัวของเธอเล็ดลอดออกมา
“คุณเอเดนรู้สึกอย่างไรบ้างคะเมื่อพูดถึงลูน่าในตอนนี้”
เมโลดี้ถามเอเดนในเซสชั่นหนึ่ง
เอเดนเงียบไปชั่วขณะ เขามองออกไปนอกหน้าต่างห้องทำงานของเมโลดี้ ที่ซึ่งมีสนามหญ้าสีเขียวขจีทอดตัวอยู่เบื้องล่าง
“ผม... ผมยังคงคิดถึงเธอครับ” เขาตอบเสียงแ่
“คิดถึงรอยยิ้มของเธอ เสียงหัวเราะของเธอ...และ เสียงเพลงของเธอ”
เมโลดี้สังเกตเห็นแววตาที่อ่อนโยนของเอเดนเมื่อพูดถึงลูน่า เธอรู้ว่าความรักที่เขามีต่อลูน่านั้นยังคงอยู่ แม้ว่าลูน่าจะจากไปแล้วก็ตาม
“คุณเคยพูดถึงเสียงเพลงของลูน่าบ่อยครั้งนะคะ” เมโลดี้กล่าว
“ลูน่าเป็นักดนตรีหรือคะ”
เอเดนพยักหน้า “เธอชอบเล่นกีตาร์ครับ เธอชอบแต่งเพลงง่ายๆ แล้วก็ฮัมเพลงของเธอเอง”
เมโลดี้รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่าง เธอจำได้ว่าลูน่าก็ชอบทำแบบนั้น เธอเองก็เคยได้ยินลูน่าฮัมเพลงบ่อยครั้ง แต่ไม่เคยรู้ว่าลูน่าแต่งเพลงด้วยตัวเอง
“คุณเอเดนเคยได้ยินเพลงที่ลูน่าแต่งบ้างไหมคะ” เมโลดี้ถามด้วยความสนใจอย่างแท้จริง
เอเดนส่ายหน้า “ไม่ครับ เธอไม่เคยเล่นให้ผมฟังเลย เธอชอบเก็บไว้เป็ส่วนตัว”
เมโลดี้รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เธออยากจะบอกเอเดนเหลือเกินว่าเธอเองก็เคยได้ยินเพลงเ่าั้ แต่เธอก็ต้องอดทน
ในระหว่างการบำบัด เมโลดี้ยังคงสังเกตเห็นว่าเอเดนมีอาการบางอย่างที่แปลกไป เขาจะเหม่อลอยเป็บางครั้ง ราวกับกำลังมองเห็นอะไรบางอย่างที่ไม่มีอยู่จริง และบางครั้งเขาก็จะพึมพำถึง แสงสีฟ้า หรือ เสียงฮัมเพลง ที่เขาได้ยิน
เมโลดี้คิดว่านี่อาจเป็ผลมาจากภาวะซึมเศร้าและ PTSD ที่ทำให้เขามีอาการหลอนเล็กน้อย หรืออาจเป็เพียงความทรงจำที่ชัดเจนเกินไป แต่เธอก็ยังคงจดบันทึกอาการเ่าั้ไว้ในแฟ้มประวัติของเอเดนอย่างละเอียด
วันหนึ่ง เอเดนมาถึงคลินิกในสภาพที่ดูอ่อนล้ากว่าปกติ ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับไม่ได้นอนมาทั้งคืน
“คุณเอเดนเป็อะไรไปคะ” เมโลดี้ถามด้วยความเป็ห่วง
เอเดนถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ผม... ผมฝันถึงลูน่าครับ”
เมโลดี้พยักหน้า “คุณอยากเล่าให้ฉันฟังไหมคะ”
เอเดนลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะตัดสินใจเล่าเื่ราวของความฝันให้เมโลดี้ฟัง เขาเล่าถึงภาพของสวนดอกไม้ที่สวยงาม เรือนกระจกที่โอ่อ่า และบ้านหลังเล็กๆ ที่มีลูน่ากำลังเล่นกีตาร์อยู่ เขาเล่าถึงเสียงฮัมเพลงที่ไพเราะ และความรู้สึกอบอุ่นที่เขาได้รับจากความฝันนั้น
เมโลดี้ฟังอย่างตั้งใจ หัวใจของเธอเต้นระรัวเมื่อได้ยินเอเดนบรรยายถึงภาพที่เธอเองก็คุ้นเคย ภาพของบ้านพักตากอากาศของครอบครัวที่ลูน่ารักมาก และ มักจะไปใช้เวลาอยู่ที่นั่นเสมอ
“แล้ว... ในความฝันนั้น... คุณเห็นลูน่าชัดเจนไหมคะ” เมโลดี้ถามอย่างระมัดระวัง
เอเดนพยักหน้า “ชัดเจนครับ ผมเห็นผมสีแดงอมส้มของเธอ ผิวขาว ปากแดง... ทุกอย่างชัดเจนมากครับ”
เมโลดี้รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่าง เธอรู้แล้วว่าภาพที่เอเดนเห็นนั้นไม่ใช่แค่ความฝันธรรมดา แต่มันคือความทรงจำที่แท้จริงของลูน่า ที่ถูกฉายออกมาจาก คริสตัลเสียง ที่เอเดนค้นพบ
แต่เธอก็ยังคงเก็บความลับนั้นไว้ เธอรู้ว่าเอเดนยังไม่พร้อมที่จะรับรู้เื่คริสตัลเสียงในตอนนี้ เธอต้องให้เขาเยียวยาจิตใจให้แข็งแรงกว่านี้เสียก่อน
“ความฝันที่ชัดเจนแบบนี้เป็เื่ปกติค่ะคุณเอเดน เมื่อเรากำลังอยู่ใน่ของการเยียวยาจิตใจ สมองของเราจะพยายามประมวลผลความทรงจำและความรู้สึกที่ถูกเก็บกดไว้”
เมโลดี้อธิบายด้วยน้ำเสียงที่สงบ “มันเป็สัญญาณที่ดีนะคะ ที่คุณเริ่มกลับมาเชื่อมโยงกับความทรงจำของลูน่าได้อีกครั้ง”
เมโลดี้แนะนำให้เอเดนลองเขียนบันทึกความฝันของเขา เพื่อช่วยให้เขาได้ทำความเข้าใจความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในความฝันเ่าั้ และช่วยให้เขาสามารถแยกแยะระหว่างความฝันกับความจริงได้
ตลอดการบำบัด ความสัมพันธ์ระหว่างเอเดนและเมโลดี้ค่อยๆ พัฒนาไปอย่างช้าๆ เอเดนเริ่มรู้สึกไว้วางใจเมโลดี้มากขึ้น เขารู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยกับเธอ และรู้สึกเหมือนเธอเป็คนเดียวที่เข้าใจความเ็ปของเขา
เมโลดี้เองก็รู้สึกผูกพันกับเอเดนมากขึ้นเรื่อยๆ เธอเห็นความพยายามของเขาในการต่อสู้กับความเ็ป เห็นความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบขรึม และเห็นความรักที่เขามีต่อลูน่าอย่างบริสุทธิ์ใจ เธอเริ่มมองเอเดนไม่ใช่แค่ในฐานะผู้ป่วย แต่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังต่อสู้กับโชคชะตา และ ้าความช่วยเหลือจากเธอ
วันหนึ่ง ขณะที่เอเดนกำลังจะกลับ เมโลดี้เดินมาส่งเขาที่หน้าประตูคลินิก แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมาต้องสนามหญ้าสีเขียวขจีขนาดใหญ่ที่อยู่หน้าคลินิกอากาศสดชื่นและบริสุทธิ์
“คุณเอเดนดูดีขึ้นมากนะคะ” เมโลดี้กล่าวด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น
“ฉันดีใจที่ได้เห็นคุณกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง”
เอเดนยิ้มเล็กน้อย “ผมก็รู้สึกดีขึ้นครับ ต้องขอบคุณคุณหมอมากจริงๆ”
ขณะที่เอเดนกำลังจะก้าวออกไป สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นดอกไม้ดอกหนึ่งที่บานสะพรั่งอยู่ข้างทางเดิน เป็ดอกไม้สีแดงอมส้ม กลีบดอกบอบบางและสวยงามอย่างน่าประหลาด
เอเดนหยุดชะงัก เขาจ้องมองดอกไม้นั้นด้วยความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าเขาเคยเห็นมันมาก่อน... เคยเห็นมันในความฝัน... ในสวนดอกไม้ของลูน่า
เมโลดี้สังเกตเห็นปฏิกิริยาของเอเดน เธอรู้ทันทีว่าดอกไม้นั้นต้องมีความหมายบางอย่างสำหรับเขา
“ดอกไม้นี้ชื่อว่า ดอกลิลลี่สีเพลิง ค่ะ” เมโลดี้กล่าว
“ลูน่า... พี่สาวของฉันก็ชอบดอกไม้นี้มากค่ะ เธอเคยบอกว่ามันเป็ดอกไม้ที่สวยงามและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา”
เอเดนหันมามองเมโลดี้ด้วยความใ ดวงตาของเขาเบิกกว้าง
“คุณรู้ได้อย่างไร...” เอเดนพึมพำ
เมโลดี้ยิ้มเศร้าๆ “ลูน่าเป็พี่สาวของฉันค่ะคุณเอเดน”
คำพูดของเมโลดี้เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของเอเดน เขายืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อ ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงทันที
ลูน่า... พี่สาวของเมโลดี้...
ความจริงที่ถูกเก็บงำมานานหลายเดือนได้ถูกเปิดเผยแล้วในที่สุด และมันกำลังจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองไปตลอดกาลเอเดนไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไรดี ทั้งใ สับสน และรู้สึกเหมือนถูกทรยศ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงความเชื่อมโยงบางอย่างที่ยากจะอธิบาย ความเชื่อมโยงที่ผูกมัดเขากับเมโลดี้ผ่านบทเพลงสุดท้ายของหัวใจของลูน่า
เมโลดี้มองเอเดนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและความเ็ป เธอรู้ว่าการเปิดเผยความจริงนี้จะทำให้เอเดนต้องเ็ปอีกครั้ง แต่เธอก็เชื่อว่านี่คือเวลาที่เหมาะสมที่สุด
เธอยื่นมือออกไปััแขนของเอเดนเบาๆ
“ฉันขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณเร็วกว่านี้นะคะคุณเอเดน แต่ฉันแค่... อยากให้คุณดีขึ้นก่อน”
เอเดนยังคงนิ่งเงียบ เขามองดอกลิลลี่สีเพลิงที่บานสะพรั่งอยู่ข้างทางเดิน แล้วภาพของลูน่าในสวนดอกไม้ก็ปรากฏขึ้นในความคิดของเขาอีกครั้ง
บทเพลงสุดท้ายของหัวใจ... มันไม่ใช่แค่เพลงของลูน่า... แต่มันคือบทเพลงที่เชื่อมโยงพวกเขาทั้งสามคนเข้าไว้ด้วยกัน... ตลอดไป...
Alice คนชอบทะเล