[จบ] ไลฟ์สดดูดวง โดย หมอดูเซียนสาว

    บทที่ 41 คฤหาสน์ และเสียงเพลงยามราตรี

            บทที่ 41 คฤหาสน์ และเสียงเพลงยามราตรี

     

            ซางเฟยหว่านเพิ่งจะดูดวงให้คนสุดท้ายเสร็จ เธอก็กำลังจะกล่าวลาทุกคน ทันใดนั้น บนหน้าจอก็ปรากฏเอฟเฟกต์ของขวัญ วาฬโบยบิน ต่อเนื่องกัน

     

            ป้าเยว่ : ส่งวาฬโบยบิน x5

     

            ป้าเยว่ : ขอบคุณสำหรับยันต์ของเธอนะ ฉันได้เจอสามีของฉันแล้ว เขาไม่ได้โกรธฉันเลย

     

            ถึงแม้ว่าตอนแรก ซางเฟยหว่านจะบอกว่าคืนนี้ดูดวงฟรี

     

            แต่สำหรับป้าเยว่ การที่เธอสามารถปลดล็อคปมในใจที่มีมานานหลายปี แถมยังได้พบกับสามีอีกครั้ง หากไม่แสดงความขอบคุณ เธอก็คงรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก

     

            เช้าวันรุ่งขึ้น ประตูห้องของซางเฟยหว่านก็ถูกเคาะ

     

            ป้าเจ้าของบ้านเห็นซางเฟยหว่าน ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง “เธอ… เธอคือเสี่ยวซางเหรอ”

     

            แปลกจริง! ทำไมเธอถึงดูไม่เหมือนกับภาพลักษณ์ที่แต่งตัวเชย ๆ และเรียบง่ายในความทรงจำของป้าเลยนะ

     

            ในตอนนี้ ซางเฟยหว่านยังคงสวมชุดกี่เพ้าสไตล์จีน ผมถูกเกล้าขึ้นอย่างสง่างาม เธอทั้งดูดีและสูงส่ง ช่างดูไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมของห้องเช่าซอมซ่อเอาเสียเลย

     

            เมื่อได้สติกลับมา ป้าเจ้าของบ้านก็เหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ “สัญญาเช่าใกล้จะหมดแล้ว... จะต่อไหมจ๊ะ” 

     

            เดิมทีป้าแกตั้งใจมาเก็บค่าเช่า แต่พอเห็นซางเฟยหว่านแล้ว ก็รู้สึกได้ทันทีว่า ที่เล็ก ๆ อย่างนี้ คงไม่เหมาะกับคนอย่างเธอแน่ 

     

            “ถ้าหมดแล้วก็ไม่ต่อค่ะ อีกสองวันฉันจะย้ายออก”

     

            ที่ผ่านมา เธอต้องทนอยู่ในห้องเช่าโทรม ๆ แบบนี้ ก็เพราะยากจน แต่ตอนนี้ ซางเฟยหว่านมีรายได้จากการไลฟ์อย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องลำบากตัวเองอีกต่อไปแล้ว 

     

            เพียงแต่ช่วงนี้เธอหมกมุ่นอยู่กับการบำเพ็ญเพียร จนลืมเรื่องหาบ้านใหม่ไปเลย แต่ตอนนี้ เธอเริ่มมีชื่อเสียงในโลกออนไลน์บ้างแล้ว ยิ่งดังก็ยิ่งมีเรื่องวุ่นวาย สภาพแวดล้อมที่ดีจะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาได้มาก 

     

            ตอนแรกเธอตั้งใจจะซื้อบ้าน แต่พอไปดูกับนายหน้าก็พบว่า ราคาบ้านในเมืองหลวงนั้นสูงลิ่วอย่างน่าตกใจ 

     

            อาคารที่อยู่อาศัยธรรมดาที่มีคนอยู่หลายสิบครัวเรือน ราคาตั้ง 1 ล้านหยวน! 

     

            ทั้ง ๆ ที่ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ราคาเท่านี้เธอสามารถซื้อภูเขาทั้งลูกมาตั้งสำนักได้เลยเชียว! 

     

            เธอกำลังคิดว่า หรือจะลองเช่าบ้านไปก่อนดี 

     

            ตอนนั้นเอง ไป๋จวิ้นก็โทรมาพอดี เมื่อเขาได้ยินว่า ซางเฟยหว่านกำลังหาบ้านอยู่ เสียงของเขาก็พลันดังขึ้น “โอ้! คุณย่า ทำไมไม่บอกฉันแต่แรกว่ากำลังหาบ้านอยู่ ฉันน่ะอย่างอื่นไม่มี มีแต่บ้าน จะเอาคฤหาสน์ หรือคอนโดหรูดีล่ะ ชอบความสะดวกสบายในเมือง หรือความเงียบสงบของชานเมือง” 

     

            “โอ๊ย เธอจะเกรงใจฉันทำไม เรื่องแค่นี้เอง ฉันมีบ้านตั้งเยอะ แถมยังว่างอีกต่างหาก! รอแป๊บนะ ฉันจะรีบหนีออกจากโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้แหละ แล้วพาเธอไปเลือกบ้านกันเลย!”

     

            ซางเฟยหว่านยังพูดไม่ทันจบ ปลายสายก็วางสายไปเสียแล้ว 

     

            ครึ่งชั่วโมงต่อมา ไป๋จวิ้นก็เรียกรถแท็กซี่มาถึงอย่างร้อนรน

     

            รถแท็กซี่จอดปุ๊บ เขาก็รีบเปิดประตูจะลงทันที ทันใดนั้นเอง 

     

            โครม! 

     

            รถมอเตอร์ไซค์ก็พุ่งเข้าชนเข้าอย่างจัง

     

            ไป๋จวิ้นกระเด็นล้มลง บาดแผลที่หน้าผากที่เพิ่งแกะผ้าพันแผลออก และยังสมานไม่สนิทดี ก็กลับมาเป็นฉีกขาดอีกครั้ง

     

            ฝ่ายคนขับรถมอเตอร์ไซค์ไม่ได้รับบาดเจ็บ แถมยังยืนโวยวายไม่หยุดปาก “จะเปิดประตูรถทำไมไม่ดูตามหลังก่อน หวังจะฆ่ากันหรือไง! อ๊ะ! นี่หัวนายเลือดออกเหรอ? ไม่เกี่ยวกับฉันนะ ฉันต่างหากที่เป็นฝ่ายเสียหาย อย่ามาเรียกร้องค่าเสียหายจากฉันก็แล้วกัน!”

     

            ไป๋จวิ้นไม่ได้อยากได้เงินเขาสักหน่อย ชายหนุ่มโบกมือไล่อย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะเอามือกุมหัวตัวเองอย่างน่าสงสาร แล้วเงยหน้ามองซางเฟยหว่าน

     

            “นอนโรงพยาบาลอยู่ตั้งหลายวัน เกือบลืมไปเลยว่าตัวเองดวงซวย”

     

            ซางเฟยหว่าน ได้แต่ถอนหายใจอย่างเอือดมระอา เธอคว้าใบไผ่จากปิ่นปักผมออกมาอีกใบแล้วยื่นให้ “เลิกทำตัวซุ่มซ่ามได้แล้ว ไม่อย่างนั้น ต่อให้เป็นยันต์คุ้มครองชั้นดีแค่ไหนก็เอาไม่อยู่หรอก”

     

            ไป๋จวิ้นรับใบไผ่มาเก็บใส่กระเป๋าอย่างไม่คิดอะไรมาก จากนั้นจึงสังเกตเห็นว่าซางเฟยหว่านดูเหมือนจะสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกระโปรงหม่าเมี่ยนสีฟ้าอมเขียวตลอดเวลา

     

            เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามด้วยความสงสัยว่า “คุณย่า เธอมีเสื้อผ้าชุดเดียวหรือไง ทำไมถึงใส่แต่ชุดเดิมตลอดเลยล่ะ? รายได้ของเธอก็ไม่น้อยนี่นา ไม่เห็นจำเป็นต้องประหยัดขนาดนี้เลย”

     

            เขาไม่รู้หรอกว่า ซางเฟยหว่านนั้นมีพลังปราณอยู่ในร่างกาย เสื้อผ้าที่สวมอยู่จึงไม่เปื้อนฝุ่นละอองหรือมลพิษ แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ

     

            แต่ในเมื่อการทำแบบนี้ทำให้เขารู้สึกแปลกใจ เธอก็เลยแกล้งตอบไปว่า “ช่วงนี้ยุ่งน่ะ เดี๋ยวว่าง ๆ ฉันจะไปซื้อเพิ่มสักสองสามชุด ส่วนแผลที่หัวนายน่ะ ยังเลือดไหลอยู่นะ รีบกลับไปโรงพยาบาลเถอะ”

     

            ไป๋จวิ้นรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาปิดแผลในทันที “ไม่เป็นไร แผลเล็กนิดเดียว ดูบ้านให้เสร็จก่อนดีกว่า”

     

            ซางเฟยหว่านเห็นว่าเขาไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงไม่ได้พูดอะไรต่อ

     

            สำหรับเรื่องบ้านพัก ซางเฟยหว่านต้องการแค่ให้มีสภาพแวดล้อมดี ๆ เงียบสงบ ไม่มีใครมารบกวน

     

             ไป๋จวิ้นจึงนำรายชื่ออสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดของเขามามอบให้ซางเฟยหว่าน เพื่อเลือกเองตามใจชอบ

     

            ไป๋จวิ้นมีอสังหาริมทรัพย์อยู่ไม่น้อย แต่เขาไม่ค่อยเก่งเรื่องการดูแล ปล่อยให้มันรกร้างว่างเปล่า ตอนนี้ก็เป็นโอกาสดีที่จะนำมาเอาใจซางเฟยหว่านบ้าง

     

            เพื่อให้ง่ายต่อการเลือกบ้าน ไป๋จวิ้นยังค้นหารูปถ่ายเก่า ๆ ของบ้านแต่ละหลังออกมา และอธิบายให้ซางเฟยหว่านฟังทีละหลัง

     

            ซางเฟยหว่านพิจารณาทีละรูป จากนั้นก็ชี้ไปที่คฤหาสน์หลังหนึ่งแล้วกล่าวว่า “เอาหลังนี้ก็แล้วกัน คฤหาสน์เจี่ยนเยว่ ชื่อเพราะดี” 

     

            ไป๋จวิ้นชะงักไปครู่หนึ่ง “คฤหาสน์เจี่ยนเยว่ไม่เหมาะสม เปลี่ยนเป็นที่อื่นดีกว่าไหม?”

     

            ซางเฟยหว่านถาม “ทำไมถึงไม่เหมาะล่ะ?”

     

            ไป๋จวิ้นตอบ “เธออาจจะไม่รู้ คฤหาสน์เจี่ยนเยว่นี้มีสภาพแวดล้อมและทำเลที่ดีมาก แต่หลังจากสร้างเสร็จ ทุกคืนจะมีเสียงร้องรำประหลาดดังขึ้น ถึงขนาดที่เจ้าของบ้านรุ่นแรกไม่กล้าเข้าอยู่เลย คฤหาสน์ส่วนใหญ่ถูกทิ้งร้าง ขายไม่ออกเลย ตอนนี้ทั้งคฤหาสน์รกร้างไปหมดแล้ว เมื่อกี้ฉันไม่ทันสังเกต ไม่งั้นคงไม่ให้เธอดูที่นี่แน่”

     

            คฤหาสน์เจี่ยนเยว่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นย่านคฤหาสน์ระดับไฮเอนด์

     

            บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลไป๋ เมื่อได้ยินว่าตระกูลไป๋กำลังจะซื้อบ้านใหม่ จึงมอบคฤหาสน์ให้หนึ่งหลัง และยังเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุด พื้นที่ใหญ่ที่สุดอีกด้วย

     

            ในตอนนั้น คุณนายไป๋ใช้เงินมหาศาลตกแต่งบ้านให้เสร็จ แต่กลับพบว่าคฤหาสน์มีปัญหา จึงไม่สามารถเข้าอยู่ได้

     

            การขายต่อคฤหาสน์หรูหราก็ว่ายากอยู่แล้ว ยิ่งเป็นบ้านที่มีปัญหาแบบนี้ ยิ่งขายไม่ออกเลย

     

            พอดีกับวันเกิดครบ 18 ปีของไป๋จวิ้น คุณนายไป๋จึงยกบ้านหลังนี้ให้ไป๋จวิ้นเป็นของขวัญวันเกิด

     

            ตอนแรก ไป๋จวิ้นไม่รู้ว่าคฤหาสน์มีปัญหา จึงพาเพื่อน ๆ ไปจัดปาร์ตี้วันเกิดที่นั่นอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่

     

            ตอนนั้นทุกคนสนุกสนานมาก เปิดเพลงดังสนั่นหวั่นไหว

     

            “เธอคือแอปเปิลน้อย ๆ ของฉัน

     

            ดุจดั่งหมู่เมฆาแสนงามที่ขอบฟ้าไกล

     

            ฤดูใบไม้ผลิมาเยือนแล้ว ดอกไม้บานสะพรั่งทั่วเนินเขา...”

     

            “ใครวะ เปลี่ยนเพลงทำไม!” ตอนนั้น ไป๋จวิ้น ยืนอยู่ข้างลำโพงพอดี เขาจึงเอื้อมมือไปปรับ แต่ไม่ว่าจะปรับอย่างไร เพลงก็ยังคงเหมือนเดิม 

     

            ไป๋จวิ้นโมโหมาก เลยปิดลำโพงไปซะเลย 

     

            แต่เพลงก็ยังคงดังต่อไป

     

            “เธอคือแอปเปิลน้อย ๆ ของฉัน

     

            ไม่ว่าจะรักเธอยังไงก็ไม่เคยมากพอ

     

            ใบหน้าเล็ก ๆ สีแดงก่ำของเธอ ช่างอบอุ่นหัวใจของฉัน”

     

            “จุดไฟชีวิตฉันให้ลุกโชนนนนนนน...”

     

            ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเพลงมันชวนคลั่งหรืออย่างไร พวกคุณชายเสเพลในห้องรับแขกถึงกับเต้นตามจังหวะเพลงอย่างเมามันส์

     

            ไป๋จวิ้นโมโหจนต้องตัดไฟ

     

            เสียงเพลงก็หยุดลงทันที คนที่เต้นอยู่ก็หยุดตาม 

     

            ไป๋จวิ้นกำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่ง ทันใดนั้น เพลงก็ดังขึ้นอีกครั้ง

     

            แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพลงเด็กน้อยแอปเปิ้ลแล้ว แต่เป็นเพลงเก่าอีกเพลงหนึ่ง 


    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ไลฟ์สดดูดวง โดย หมอดูเซียนสาว ที่คุณอ่าน