บทที่2 จันทร์เคลื่อน
ต้นเดือนรากูเอลลมหนาวเริ่มพัดผ่านมายังคาเมล็อต และอากาศจะเย็นจัดในเวลากลางคืนเช่นตอนนี้เข็มสั้นของหอนาฬิกาที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเข้าใกล้เลขสิบเต็มที ผืนฟ้าเบื้องบนได้ถูกฉาบด้วยสีดำสนิทและแต่งแต้มด้วยแสงของดาราน้อยใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไกลเกินจิตนาการยามนี้ผู้คนในเมืองต่างเก็บตัวอยู่กับที่พัก ทั้งถนนและตรอกซอกซอยทั้งหลายล้วนมืดมิดเพียงบางจุดเท่านั้นที่จะมีการแขวนตะเกียงไว้ข้างทาง แต่แสงไฟอันน้อยนิดนั้นไม่อาจลดความอันตรายของ่ค่ำคืนเลยแม้แต่น้อย
ชายวัยสามสิบต้นผู้สวมเสื้อโค้ทยาวสีกรมท่าเดินฝ่าความมืดตรงกลับไปยังที่พักของตนสองเท้าของเขาก้าวสลับอย่างเร่งร้อนหาใช่เพราะความเกรงกลัวต่อโจรหรือคนพาลแต่เป็การรีบหนีจากสภาพอากาศอันหนาวเย็นจับขั้วหัวใจข้างนอกนี่ที่กำลังทำร้ายเขาอยู่
เมื่อถึงที่หมายชายคนดังกล่าวรีบคว้ากุญแจออกมาไขเปิดประตูเข้าไปยังภายในตัวบ้านนี่เป็บ้านชั้นเดียวขนาดมาตรฐานในเขตที่พักอาศัยของเมืองหลวงหลังเปิดประตูเข้าไปเขารีบตรงไปยังหน้าเตาพิงที่ถูกจุดทิ้งไว้อยู่แล้วเพื่อเติมความอบอุ่นให้กับร่างกายขณะเดียวกันสตรีไว้ยี่สิบกลางได้ยินเสียงคนเปิดประตูจึงเดินมายังห้องรับแขกเธอเห็นชายอายุมากกว่าที่คุ้นหน้ากำลังนั่งอังไฟอยู่บนพื้นใกล้เตาพิงจึงกล่าวทักทาย
“งานเลี้ยงเป็ไงบ้างดริฟา”สตรีผู้นี้เสวมชุดเดรสยาวสีเขียวอ่อนที่ตัดเย็บอย่างเรียบๆ
“ก็...ดีนะมัทฉะกรีนทีก่อนเธอจะถามอะไรเพิ่มช่วยไปชงชาร้อนมาให้หน่อยได้ไหม”ชายที่ถูกเรียกด้วยชื่อดริฟาหันกลับมาตอบอีกฝ่ายพร้อมกล่าวไหว้วาน
“เดี๋ยวฉันไปบอกโกโก้มาร์ชเมลโล่ให้จัดการให้คุณลุกขึ้นมานั่งที่เก้าอี้ก่อนเถอะ พวกเรามีเื่ต้องคุยกัน”สตรีชุดเขียวกล่าวจบก็เดินจากไป
“ขอเวลาอีกหน่อยแล้วกัน” ดริฟาตอบกลับ เขาไม่ได้หันไปมองหญิงสาวแต่จับจ้องไปยังเปลวไฟในเตาวันนี้เขาได้ไปร่วมงานเลี้ยงของสกุลมาเดอลีนเผชิญหน้ากับอดีตที่ชวนคิดถึงทำให้เขาเผลอหวนนึกกลับไปยังวันวานเมื่อครั้งยังเยาว์
แท้จริงแล้วนามของบุรุษผู้นี้คือดริฟา พาร์มิเย่ เขาเป็หัวหน้ากลุ่มเล็กๆ ชื่อ กัษษากร ดริฟารักเมืองนี้และพยายามหาทางเปลี่ยนแปลงมันไปในทางที่ดีขึ้นอดีตเคยเป็เพื่อนรักกับเนโกรนี่และไวสลี่ ถือเป็เื่น่าเสียดายที่ทั้งสองคนนั้นไม่ได้มีอุดมการณ์เดียวกันเขาจึงตัดสินใจแยกตัวออกมาเดินบนเส้นทางที่แตกต่าง
เนโกรนี่เติบโตมาในฐานะผู้สืบทอดของตระกูลมาเดอลีนตัวตระกูลมาเดอลีนเองก็มีธุรกิจบางส่วนอยู่ในโลกเื้ัเขามองเห็นสภาพสังคมอันเหลื่อมล้ำความล้มเหลวของระบบที่ฝังรากลึกอยู่ทั่วแผ่นดินเลมูเรียและไม่คิดว่ามันจะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้จึงคอยทำการเยียวยาเหล่าผู้คนที่ต้องเผชิญผลกระทบจากระบบเท่าที่ทำได้แทน
ดริฟาเคยถูกชักชวนให้มาเป็ส่วนหนึ่งของแก๊งภาณุมาศในตำแหน่งมือซ้ายของเนโกรนี่แต่เขาก็ได้ปฏิเสธข้อเสนอนั้นไป ดริฟาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพวกที่มีส่วนในโลกเื้ัเพราะมันขัดต่อศีลธรรมและอุดมการณ์ในใจในวันที่แยกทางกับเพื่อนทั้งสองเขาสาบานว่าวันไหนหากภาณุมาศกลายเป็ภัยต่อเมืองเขาจะเป็คนทำลายมันอย่างไม่ลังเลและวันนี้ที่ไปเยี่ยมเยือนเพื่อนเก่าส่วนหนึ่งก็เพื่อย้ำเตือนถึงคำสาบานนั้น
หากเนโกรนี่ไม่ใช่มาเดอลีนทั้งสามคงยังได้อยู่ด้วยกันในฐานะผู้ก่อตั้งกัษษากร
เวลาผ่านไปไม่นานสตรีชุดเขียวก็กลับมายังห้องรับแขกเธอเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ยาวตัวหนึ่งในห้องหันหน้ามองดริฟาพร้อมส่งสายตาเป็เชิงบอกให้เขาลุกขึ้นมานั่งที่เก้าอี้ได้แล้วดริฟาที่ได้ยินเสียงเท้าก็หันมาเห็นอีกฝ่ายนั่งรออยู่จึงลุกขึ้นแล้วเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัวที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับเธอ
“แล้ว...คุณว่าเ้าเด็กสกุลมาเดอลีนนั่นเป็ไง”สตรีชุดเขียวกล่าวขึ้นทำลายความเงียบ
ดริฟาเอนหลังพิงพนักจัดตัวเองให้อยู่ในท่านั่งที่สบายก่อนจะพูด“...เขาดูเป็เด็กฉลาด พูดเก่ง กล้าเผชิญหน้า และดูเหมือนจะเป็คนที่มีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนเหมือนกับพ่อของเขาด้วย”เขากล่าวถึงโซลตามความคิดของตนหลังจากที่ได้ไปเจอหน้าพูดคุยกันมาแล้ว
สตรีชุดเขียวนั่งหลังตรงท่าทางดูสง่าสายตาจับจ้องไปยังอีกฝ่ายขณะรับฟังถ้อยคำทั้งหลายที่ถูกกล่าวออกมา หลังจากที่ดริฟาพูดจบเธอจึงเอ่ยปาก“ฟังดูเป็ตัวอันตรายนะ”
ดริฟาส่ายหน้าเบาๆ“ฉันเชื่อว่าในอนาคตเขาจะเลือกทางที่ถูกต้อง”
“ความเชื่อเหรออย่าลืมสิว่าคนที่คอยดูแลเ้าหนูนั่นอยู่ตอนนี้คือใคร ถึงใน่หนึ่งปีที่ผ่านมาเขาจะดูเปลี่ยนไปแต่ยังไงไวสลี่ก็เคยเป็ส่วนที่ดำมืดที่สุดของภาณุมาศนะ” สตรีชุดเขียวโต้แย้ง
“ไม่เป็ไรหรอกในอนาคตเมื่อเขาพร้อมสิ่งที่ไวสลี่จะทำคือการสอนให้เด็กคนนั้นรู้จักกับโลกเื้ัสอนให้รู้ถึงรูปแบบของมัน แต่จะไม่แนะนำให้เขาใช้มันเพื่อทำร้ายเมืองนี้” ดริฟากล่าวร่างกายของเขายังคงสั่นเล็กน้อยเพราะความหนาวเย็นที่ยังไม่หมดไป
“ดูคุณจะเชื่อใจเพื่อนเก่ามากเลยนะอะไรทำให้มั่นใจได้ขนาดนั้น” สตรีชุดเขียวถาม
“เหตุผลเดียวกับที่ฉันเชื่อว่าเด็กคนนั้นจะเลือกทางที่ถูกเพราะเขาเป็ลูกของเนโกรนี่” ดริฟายืนยันคำพูดของตัวเองอย่างหนักแน่น
“...แล้วถ้าวันนึงคุณคิดผิดล่ะ”
“ถ้าวันนั้นมาถึงฉันนี่แหละจะเป็คนทำลายเขาไปพร้อมกับภาณุมาศเองฉันได้ไปย้ำเตือนเื่นั้นกับไวสลี่แล้วในวันนี้ เขาบอกจะทำให้ดีที่สุดเพื่อตัวเด็กคนนั้น แล้วก็เพื่อเนโกรนี่ด้วย”
ระหว่างพูดคุยอยู่นั้นเองบุรุษอีกคนก็ปรากฏตัวเข้ามาในห้องพร้อมกับกาน้ำชาและถ้วยหนึ่งใบชายคนนี้ใบหน้าเยาว์ดูแล้วอายุคงเพิ่งย่างเข้ายี่สิบ เขาวางถ้วยใบเล็กบนโต๊ะตรงหน้าเนโกรนี่แล้วรินชาสมุนไพรร้อนๆลงไป หลังจากจัดการให้เรียบร้อยเขาก็วางกาน้ำชาแล้วเดินไปนั่งลงข้างๆกับสตรีชุดเขียว
“ขอบคุณโกโก้มาร์ชเมลโล่”ดริฟากล่าวก่อนจะยกชาร้อนขึ้นจิบ
“ก่อนเราจะข้ามไปที่อีกเื่ตกลงคุณจะเอายังไงกับเด็กคนนั้นดริฟา” สตรีชุดเขียวถาม
“ให้เฝ้าจับตาดูเขาไปก่อนตอนนี้จะให้ตัดสินอะไรยังไม่ใช่เื่ที่จะทำได้ ใช่เขาดูเป็ตัวอันตรายแต่ยังไงตอนนี้เขาก็ยังเป็แค่เด็กคนหนึ่งการที่เราเข้าไปแทรกแซงอะไรไม่เข้าเื่มันจะกลายเป็ผลเสียในอนาคตมากกว่า”ดริฟาตอบตามความเห็นของตัวเอง
“ได้งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันไปบอกสตรอแบรี่โยเกิร์ตให้จัดการเื่นี้แล้วกันคุณเห็นด้วยนะ?” สตรีชุดเขียวเสนอและถามความเห็น
“ไม่มีปัญหา”ดริฟาตอบเรียบๆ
“งั้นไปต่อกันเื่ที่สองโกโก้มาร์ชเมลโล่ข่าวโลกเื้ัเป็ไงบ้าง” สตรีชุดเขียวหันไปถามชายหนุ่มที่คอยนั่งฟังอย่างเงียบงันอยู่ข้างๆเธอ
“ตามที่หัวหน้าสั่งมาว่าให้ไปตรวจสอบธุรกิจในโลกเื้ัของภาณุมาศหลังจากที่ไม่มีไวสลี่คอยคุมอยู่แล้วผมกับวานิลาไอซ์มิลค์คอยติดตามเื่นั้นอยู่ตลอด ล่าสุดเราพบสิ่งที่ดูผิดปกติอย่างชัดเจนอยู่เื่หนึ่ง...”ชายหนุ่มพูดถึงตรงนี้ก็หยุดพักหายใจครู่หนึ่งก่อนจะเล่าต่อ
“ใน่ระยะเวลาครึ่งปีที่ผ่านมานี้ั้แ่เดือนอูรีเอลจนถึงเรมีเอลมีจีเอ็นถูกปล่อยขายตามท้องตลาดอย่างแพร่หลายมากขึ้นอย่างน่าประหลาดแถมยังขายในราคาที่ถูกลงกว่าปกติครึ่งหนึ่งด้วยพวกเราต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่ามีเพียงภาณุมาศที่ผูกขาดจีเอ็นบริสุทธิ์และพวกเขาจะขายมันเพียงในปริมาณน้อยให้กับเหล่าทหารที่้ามันจริงๆ เท่านั้น”
“กำลังจะบอกว่ามีกลุ่มอื่นที่สามารถนำเข้าจีเอ็นจากแชงกรีลามาได้แล้วเหรอ”ดริฟาแทรกถามขึ้นมา ชายหนุ่มก็ส่ายหน้าก่อนจะเสริมข้อมูลต่อไป
“ไม่ใช่แน่ๆผมได้แอบไปสืบเื่นั้นที่หมู่บ้านท่าเรือแล้ว สินค้าจากแชงกรีลาทั้งหมดยังคงถูกผูกขาดกับทางภาณุมาศเหมือนเดิมจีเอ็นที่ปล่อยขายกันอยู่ในท้องตลาดเองก็ไม่ใช่จีเอ็นบริสุทธิ์ แต่ถูกผสมเข้ากับอะไรบ้างก็ไม่รู้ผลที่ได้คือปริมาณที่เพิ่มขึ้นราคาจึงถูกลง แต่ผลเสียก็ทวีไปกว่าแบบบริสุทธิ์มากทั้งต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจเพราะระยะเวลาออกฤทธิ์มันสั้นลงจึงทำให้เกิดการเสพติดได้ง่ายยิ่งเป็พวกชนชั้นแรงงานที่ไม่เคยได้ััมันมาก่อน หากได้ลองสักครั้งคงติดในทันทีถ้าปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปคนในเมืองคงเดือดร้อนกันหมดแน่”
“...จากที่ฟังมาทั้งหมดนั่นมีความเป็ไปได้ว่าจะเป็ฝีมือคนในนะ”ดริฟาที่กำลังครุ่นคิดเอ่ยสิ่งที่อยู่ในหัวของตัวเองออกมา
“วานิลาไอซ์มิลค์ก็สันนิษฐานไว้แบบนั้นเหมือนกันเธอบอกผมว่าการจะทดลองหาสัดส่วนในการทำจีเอ็นผสมนั้นใช่ว่าจะลองมั่วไปเรื่อยได้ต้องเป็พวกที่มีความรู้ในด้านนี้อยู่แล้วและมีวัตถุดิบมากพอสำหรับการทดลองด้วย มีความเป็ไปได้สูงที่จะเป็พวกคนในสักคนที่แอบทดลองเื่นี้และคาดว่าคงเพิ่งเริ่มมีการทดลองหลังจากที่ไวสลี่ไม่ได้อยู่คุมไม่นานเพราะดูเหมือนใน่เวลาที่ผ่านมาจะยังคงมีการทดลองสูตรใหม่ๆ โดยใช้ผู้ซื้อเป็หนูทดลองด้วย”เมื่อได้ยินความคิดของหัวหน้าชายหนุ่มจึงกล่าวเสริมขึ้นมาอีกครั้ง
“ดูเหมือนจะเจอเื่ใหญ่เข้าแล้วสิไวสลี่คงยุ่งมากถึงได้ปล่อยให้เื่นี้เล็ดลอดผ่านหูผ่านตาไปได้ ถ้ายังเป็แบบนี้ต่อไปปัญหาอาจจะลามไปถึงเอเดนหรืออวาลอนด้วยพวกเราต้องรีบจัดการมันให้เร็วที่สุด โกโก้มาร์ชเมลโล่พรุ่งนี้ให้นายกับวานิลาไอซ์มิลค์ไปแอบตามสืบดูการซื้อขายจีเอ็นผสมนั่นตรวจสอบให้แน่ใจว่าต้นตอของเื่นี้เป็คนของภาณุมาศจริงรึเปล่าส่วนมัทฉะกรีนทีเธอไปคุยกับสตรอแบรี่โยเกิร์ตเื่เด็กมาเดอลีนนั่น”ดริฟาหันมองหน้าทั้งสองคนแล้วเอ่ยถามทิ้งท้าย “ยังมีเื่อะไรอีกรึเปล่า”
เมื่อเห็นทั้งสองคนส่ายหน้าดริฟาจึงบอกให้แยกย้ายได้