สายฝนต้นฤดูหนาวเทกระหน่ำ ท่ามกลางเสียงพายุพัดอื้ออึง เสียงครวญครางด้วยความเ็ปของคุณหนูดังจากภายในเรือนนอน หมอตำแยวิ่งวุ่นเข้าออก ขณะที่ฟู่เฉิงยืนกำหมัดแน่นหน้าห้องด้วยใจระทึก
กระทั่งเสียงทารกร้องไห้จ้าดังแทรกสายฝน ทารกชายลืมตาดูโลก ผิวขาวราวหิมะ ดวงตาสุกใส คุณหนูโอบกอดบุตรน้อยไว้แนบอก ทว่าในคืน มืดมิดนั้นกลับไร้เงาผู้เป็สามี หลินเทียนซื่อติดภารกิจด่วน เดินทางไปเจรจาการค้าต่างเมือง
ค่ำคืนเดียวกันนั้นเอง... ห่างออกไปหลายสิบลี้ ณ หุบเขาเหินเมฆา ขบวนสินค้าสายเหนือของประมุขเฒ่าที่ออกเดินทางเมื่อตอนบ่าย ขาดการติดต่อหายไป
รุ่งเช้า เสียงฝีเท้าอันวุ่นวายดังขึ้นทั่วสำนัก
ศิษย์คนหนึ่งควบม้ากลับมาในสภาพเปรอะโคลน เสื้อคลุมขาดวิ่น เืเกรอะตามแขนและไหล่ เขาทรุดลงกลางลาน ก่อนะโเสียงแหบพร่า “ขบวนสายเหนือถูกโจมตี! ท่านประมุข... ท่านประมุขถูกสังหารแล้ว!”
เพียงประโยคเดียว ทั้งสำนักตกอยู่ในความโกลาหล ฟู่เฉิงยืนนิ่งท่ามกลางเสียงแตกตื่นครู่หนึ่ง ก่อนรีบมุ่งหน้าไปยังเรือนทิศตะวันออก เขาก้าวเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าซีดเผือด ทรุดเข่าลงก้มหน้าร่ำไห้เบื้องหน้าเตียง ทันทีที่คุณหนูเห็นอาการนั้น นางก็รับรู้ได้โดยไม่ต้องเอ่ยวาจา
“ท่านพ่อ...” น้ำตานางไหลพราก กอดทารกน้อยในอ้อมอกแน่น
ภาพบัญชีเล่มเล็กที่นางเคยลอบเปิดดูผุดขึ้นในความทรงจำ โรงเตี๊ยมลับ คอกม้า คลังสินค้า และรายชื่อผู้คนที่ล้วนเกี่ยวพันกับหลินเทียนซื่อ ก่อนหน้านี้นางพยายามบอกตัวเองว่าเป็เพียงเื่บังเอิญ ทว่าบัดนี้... ความบังเอิญเ่าั้กลับร้อยเรียงเป็ภาพเดียว ทุกตัวอักษรในสมุดบัญชีลับบ่งชี้ไปที่คนคนเดียว นางเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเื ไม่กล้าปล่อยให้ความคิดดำเนินต่อ…
รายงานจากศิษย์ชุดแรกระบุว่าขบวนสินค้าถูกปล้นฆ่าล้างขบวน คนเก่าแก่ล้มตายสิ้น ศพของประมุขเฒ่าถูกพบจมโคลนตม าแเป็รอยอาวุธคดเคี้ยวแปลกตา ไม่คล้ายรอยอาวุธที่กลุ่มโจรทั่วไปนิยมใช้
ไม่กี่ชั่วยามหลังจากข่าวมาถึง หลินเทียนซื่อเดินทางกลับมาถึงสำนัก เสื้อผ้าเปียกปอนไปด้วยรอยฝน เขารีบก้าวเข้าคุกเข่าเคารพศพประมุขเฒ่าด้วยท่าทีอาลัย สั่งการจัดพิธีศพอย่างสมเกียรติ และออกคำสั่งตั้งหน่วยล่าสังหารเพื่อสืบหาตัวกลุ่มโจรที่บังอาจลงมือ
ยามหลินเทียนซื่อก้าวเข้ามาในห้องนอนเพื่อดูหน้าบุตรชายที่เพิ่งคลอด เขายื่นมือหมายแตะแก้มทารก ทว่าคุณหนูกลับเบี่ยงกายโอบลูกน้อยไปอีกทาง ดวงตานางเหม่อลอยคล้ายเขาไม่มีตัวตน มือของเขาอ้าค้างกลางอากาศชั่วครู่ ก่อนชักกลับมาไพล่หลังไว้ตามเดิม
คุณหนูนอนซมอยู่บนเตียงนับแต่วันนั้น ราวกับจิติญญาตายตกไปพร้อมบิดาแล้ว เหลือเพียงร่างไร้เรี่ยวแรง โดยมีฟู่เฉิงคอยดูแลข้างกายไม่ห่าง นางได้แต่โทษตัวเองที่ไม่สามารถช่วยบิดาได้ และสิ้นหวังในตัวสามี
ขณะที่เบื้องนอกห้องนอน เสียงกลองและเสียงโห่ร้องต้อนรับประมุขคนใหม่... ประมุขหลินเทียนซื่อ ดังขึ้นอย่างกึกก้อง กลบเสียงฝนที่ยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย