บทที่ยี่สิบเก้า
เอ่ยทาบทาม
ในเช้าวันใหม่ คล้าวลืมตาตื่นมาั้แ่ที่ได้ยินเสียงไก่ขัน ร่างหนาขยับร่างกายเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยให้คนตัวเล็กที่ยังคงเปลือยกายนอนหลับนิ่งให้เป็อิสระ มือหนาเอื้อมตัวไปคว้ากางเกงของตัวเองมาสวมใส่ ก่อนจะห่มผ้าให้กับคนที่ยังไม่ตื่นจากการหลับใหลอย่างเบามือ
ร่างหนาผุดลุกขึ้นมายืนมองตัวเองอยู่หน้ากระจกยิ่งอยู่หลายนาที เพราะยังคงไม่หายจากอาการงัวเงีย ก่อนที่จะคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กและหายตัวเข้าไปในห้องน้ำขนาดเล็กที่มีอยู่ในห้องนอนของคนรัก เพื่อที่จะจัดการกับธุระส่วนตัวให้เสร็จสิ้น
ดวงตาคมทำเพียงปรายตามองคนรักที่ยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนฟูกหนา ก่อนที่จะเปิดประตูและก้าวเท้าออกไป ร่างหนาหยุดชะงักไปเล็กน้อย เมื่อจังหวะที่แทรกตัวผ่านประตูออกไป กลับพบว่าผู้เป็ยายของคนรักกำลังที่จะเดินผ่านหน้าห้องไปเช่นเดียวกัน
ยายมะลิที่ยอมที่จะปิดหูหลับตามองข้ามเื่ของความไม่เหมาะสม ปรายตามองเข้าไปในห้องเล็กน้อย ก่อนที่จะหันมายกยิ้มแป้นให้กับว่าที่หลานเขยของตัวเอง เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกประดักประเดิดไปมากกว่านี้
“จะกลับแล้วหรือลูก” มะลิเอ่ยถามอีกฝ่ายขึ้น
“ครับ แต่ผมมีเื่จะพูดคุยกับน้ามะลิอีกสักหน่อยครับ” คล้าวเอ่ยตอบกลับไป ก่อนจะยกยิ้มบาง ๆ ให้กับอีกฝ่าย
“อืม มาสิ ไปนั่งคุยกันที่แคร่หน้าบ้าน อากาศกำลังดีเลย” มะลิพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยตอบ ร่างเล็กที่เริ่มหลังคดคู้เดินนำหน้าไปหลังจากที่พูดจบ
“ฟู่” ร่างหนามองตามคนที่เดินนำหน้าไป ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาทางปากเพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้กับตัวเอง
แม้ว่าผู้เป็ยายของคนรัก จะไม่ได้มีทีท่าหรือแสดงออกอาการที่ไม่ดีใส่ หากแต่ในฐานะหลานเขยก็ต้องยอมรับ ว่าการต้องเผชิญหน้ากับญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิง มันช่างเต็มไปด้วยความเกร็งจนตะคริวแทบจะกินไปทั้งตัว
คล้าวสาวเท้าเดินตามไป ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนแคร่ไม้ ทิ้งระยะห่างจากคนที่ตัวเองเรียกขานว่าน้ามาหลายปีดีดักพอสมควร ดวงตาคมเข้มกวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างไม่มีจุดหมายเพราะรู้สึกความประหม่า
“กาแฟสักแก้วก่อนไหม” มะลิเอ่ยถามทำลายความเงียบขึ้น
“ไม่ดีกว่าครับ” คล้าวส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเกรงใจ
“อืม พูดมาเถอะพ่อคล้าว น้าเองก็พลอยเกร็งไปกับพ่อคล้าวแล้วด้วยเหมือนกัน” มะลิเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
ท่าทางของว่าที่หลานเขย มันอดไม่ได้ที่จะทำให้เธอนึกถึงท่าทีของชายคนรักที่ลาจากโลกนี้ไปแล้ว ในวันที่อีกฝ่ายมีโอกาสได้พบคุยกับครอบครัวของเธอเป็ครั้งแรก ก็ดูเกร็งและเต็มไปด้วยความประหม่าเช่นนี้เหมือนกัน
“ครับ” คล้าวได้แต่ยิ้มแก้เก้อ มือหนายกขึ้นลูบท้ายทอยของตัวเองด้วยความรู้สึกเก้อเขินที่โดนจับได้ว่ากำลังเกร็งอยู่
“ผมอยากคุยเื่ของผมกับน้องครับ” ร่างหนาเอ่ยพูดออกไปอย่างตรงไปตรงมา
“เื่แต่งงานใช่ไหม” มะลิเอ่ยถามกลับไป ใบหน้าที่เริ่มเหี่ยวย่นไปตามวัยผุดรอยยิ้มเล็ก ๆ ขึ้น
ในความรู้สึกของเธอ จากวันที่ต้องเสียลูกสาวเพียงคนเดียวของตัวเองไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ หน้าที่ทั้งหมดในการเลี้ยงดูหลานสาวอย่างใบบัวก็ตกมาเป็ของเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เธอรู้สึกว่าเหตุการณ์เ่าั้มันพึ่งจะเกิดขึ้นไม่นานมานี้เอง
หากแต่ในความเป็จริง เวลามันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วนัก เด็กผู้หญิงตัวผอมแห้งที่เคยเอาแต่ร้องไห้โยเยหาผู้เป็แม่ในตอนนั้น ถูกเธอเลี้ยงดูมาตามสภาพเท่าที่โอกาสจะเอื้ออำนวยให้ได้ ในวันนี้โตเป็สาวเต็มตัว และกำลังมีผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยทาบทาม เพื่อที่จะขอรับหน้าที่ในการดูแลต่อจากเธอเสียแล้ว
“ครับ ผมกับน้อง เราคุยกันเข้าใจแล้ว” คล้าวเอ่ยตอบรับ
“หากเป็อย่างนั้นแล้ว น้าเองก็ไม่ขัดเื่แต่งงาน” มะลิเอ่ยตอบออกไปพร้อมกับรอยยิ้ม ที่เต็มไปด้วยความสุขและแฝงไปด้วยความใจหายอยู่ลึก ๆ
“ขอบคุณมากครับน้ามะลิ” คล้าวเองที่รับรู้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายผ่านสายตาและรอยยิ้ม ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
“ใบบัวมันเป็เด็กดีนะ แม้จะดูก๋ากั่นแก่นเซี้ยวชวนให้น่าปวดหัว แต่หลานสาวของน้าคนนี้ มันก็เป็เด็กดี” มะลิเอ่ยพูดถึงคนที่ป่านนี้ก็ยังไม่โผล่หน้าออกมาให้เธอเห็น
“ครับ น้องเป็เด็กน่ารัก” ร่างหนาเอ่ยตอบรับอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของอีกฝ่าย
มะลิเมื่อได้ยินอย่างนั้น ก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ดวงตาที่เริ่มพร่ามัวของเธอ ปรายตามองไปที่ว่าที่หลานเขยของตัวเองนิ่ง เธอเห็นอีกฝ่ายมาั้แ่ยังเด็ก แม้ในการแต่งงานครั้งแรกของอีกฝ่าย เธอก็เป็หนึ่งในแขกที่ได้รับเชิญให้ไปร่วมงาน
ตลอดเวลาที่ผ่านมา จากที่ได้รู้จักและเห็นเด็กคนนี้อยู่ในสายตามาตลอด ก็ต้องยอมรับว่าอีกเป็เป็หนึ่งในผู้ชายที่หลายบ้านอยากจะให้ลูกสาวของตัวเองให้เกี่ยวดองด้วย เพราะพื้นเพนิสัยถือว่าเข้าขั้นที่ใช้ได้เลยทีเดียว
“น้าเองก็ไม่ได้้าอะไรมากมาย นอกเหนือไปจากความสุขของลูกหลานหรอก พ่อคล้าวจัดการตามที่เห็นสมควรเถอะ” ยายมะลิเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“วันนี้ผมถือโอกาสทาบทามน้องเอาไว้ ถือว่าเสียมารยาทแล้วครับ ที่ไม่ได้มีผู้หลักผู้ใหญ่มาด้วย” คล้าวเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“ไม่เป็ไร เพียงพ่อคล้าวคนเดียวก็ดูน่าเชื่อถือมากพอแล้ว” คนที่าุโกว่าเอ่ยตอบอย่างใจดี
“ขอบคุณจริง ๆ ครับ ที่ให้โอกาสผมและไม่รังเกียจ”
“น้าเองก็ขอบคุณพ่อคล้าวเช่นกัน ที่มองเห็นถึงคุณค่าและให้เกียรติหลานสาวของน้าขนาดนี้”
“น้องสมควรได้รับมันครับ” คล้าวเอ่ยตอบ ก่อนจะหันใบหน้ามาสบตากับผู้เป็ยายของคนรัก
“อืม” ยายมะลิยกยิ้มให้กับอีกฝ่าย ไม่จำเป็ต้องพูดอะไรออกไปให้มากความ เพราะแค่สบตาก็สามารถที่จะรับรู้ได้ถึงความจริงใจของอีกฝ่าย
“ผมจะขอให้ผู้ใหญ่มาหมั้นหมายน้องเอาก่อนไว้นะครับ จนกว่าจะได้ฤกษ์แต่งงาน อย่างน้อยการไปมาหาสู่กันของผมกับน้อง มันจะได้ไม่ดูน่าเกลียดจนเกินไป” ร่างหนาเอ่ยพูดขึ้นสำทับ
“เอาตามที่พ่อคล้าวว่านั่นแหละ น้าไม่ติดขัดอะไร” มะลิเอ่ยตอบรับอย่างว่าง่าย เธอเองก็ไม่ได้จะเร่งรัดอะไร เข้าใจว่าทุกอย่างมันต้องเป็ไปตามขั้นตอนและฤกษ์ยามงามดี
“คือว่า..” คล้าวที่ได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกสบายใจอยู่ไม่น้อย หากแต่ยังมีอีกเื่ที่ยังคงกังวล
“พูดมาเถอะ เราทั้งคู่ในตอนนี้ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันแล้ว” คนที่จับสังเกตอาการได้ เอ่ยพูดขึ้นในทันที
“ระหว่างนี้ ผมกับน้องยังสามารถพบเจอกันได้ตามปกติใช่ไหมครับ” คล้าวเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ถึงน้าห้ามไป ก็เชื่อเถอะว่าเด็กคนนั้น ก็คงจะหาหนทางไปมาหาสู่พ่อคล้าวจนได้ อย่างนั้นน้าจะห้ามเื่นี้ไปทำไมกันล่ะ จริงหรือเปล่า” มะลิเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เพราะเธอเองก็รู้จักนิสัยหลานสาวของตัวเองเป็อย่างดี
“ครับ แต่น้ามะลิไม่ต้องห่วง ผมจะรีบให้ผู้ใหญ่หาฤกษ์แต่งงานให้เร็วที่สุด จะไม่ทำให้น้ามะลิและน้องต้องตกเป็ขี้ปากชาวบ้านอย่างแน่นอนครับ” คล้าวรีบเอ่ยให้คำมั่นสัญญากับผู้เป็ญาติผู้ใหญ่ของคนรัก
“อืม น้าเชื่อใจพ่อคล้าวนะ” มะลิเอ่ยตอบรับ
“ขอบคุณครับ” ร่างหนายกยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และโล่งใจเป็อย่างมาก ที่การได้พูดคุยกับอีกฝ่ายอีกครั้งในเช้าวันนี้ ทุกอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ ดำเนินไปอย่างราบรื่น
คล้าวใช้เวลาพูดคุยเื่สัพเพเหระกับมะลิอยู่อีกสักพัก ก่อนที่จะเอ่ยขอตัวกลับ เพราะยังคงมีการงานของตัวเองให้กลับไปสะสางอีกมาก มะลิเองก็ได้แต่มองตามรถคันงามของอีกฝ่ายขับออกไปจนลับสายตา ก่อนที่จะสาวเท้าเข้าไปในบ้าน
จุดมุ่งหมายปลายทางของผู้เป็ยายคือห้องนอนของหลานสาว มือเหี่ยวย่นผลักบานประตูไม้ที่เริ่มทรุดโทรมตามกาลเวลาเข้าไป ก่อนจะถอนหายใจออกมา เมื่อเห็นว่าหลานสาวตัวดียังคงนอนหลับอุตุไม่รู้เื่ราว
“ใบบัว” ผู้เป็ยายเอ่ยเรียกหลานสาวเสียงดัง ก่อนจะเดินไปเปิดหน้าต่างห้องนอนเพื่อให้ลมในยามเช้าได้พัดผ่านเข้ามาในห้อง
“อื้อ” แบมแบมที่ได้ยินเสียงเรียกรบกวน ทำเพียงขยับตัวนอนตะแคงข้างเพื่อหลีกหนี
“ตื่นได้แล้ว จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนกันเด็กคนนี้” ยายมะลิเอ่ยบ่นหลานสาวของตัวเอง ก่อนจะย่อตัวลงนั่งและใช้มือผลักไหล่เล็กเพื่อปลุกให้ตื่น
แรงเขย่าที่่ไหล่ทำให้ผ้าห่มร่นลงไปเล็กน้อย ก่อนที่ผู้เป็ยายจะต้องหลับตาลงเพื่อข่มอารมณ์ฉุนเฉียวของตัวเอง เมื่อเห็นว่าหลานสาวนั้นนอนเปลือยกายอยู่ใต้ผ้าห่ม มิหนำซ้ำบริเวณหน้าอกก็เต็มไปด้วยรอยสีกุหลาบ ที่มองปราดเดียวเธอก็รู้แล้วว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร
“มึงนี่มันจริง ๆ เลย ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้” ผู้เป็ยายแหกปากโวยวายออกมาเสียงดัง
“โอ๊ย ยาย” แบมแบมที่ถูกปลุกด้วยน้ำเสียงที่ดังไปถึงแปดบ้าน ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับร้องโอดครวญ
“เมื่อคืนพวกเอ็งทำอะไรกันถึงได้อยู่ในสภาพนี้ ยายนอนผมหงอกผมขาวอยู่ห้องข้าง ๆ ไม่คิดจะเกรงใจกันบ้างหรือ” ผู้เป็ยายเอ่ยเอ็ดหลานสาวของตัวเองอย่างอดไม่ได้
มีอย่างที่ไหนพาผู้ชายมาค้างอ้างแรมที่บ้านไม่พอ หลานสาวตัวดียังไม่วายที่จะทำให้เธออกแตกตาย ด้วยการเล่นจ้ำจี้กันทั้ง ๆ ที่เธอเองก็อยู่ในบ้าน มือเหี่ยวย่นบิดต้นแขนของหลานสาวด้วยความโมโห
“โอ๊ย!! ยาย เจ็บ อื้อ อะไรของยายเนี่ย” แบมแบมผุดลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะกระชับผ้าห่มไว้กับตัว และกระเถิบตัวหนีผู้เป็ยาย
“นังเด็กคนนี้ ฮึ่ย” ยายมะลิได้แต่แสดงอาการฟึดฟัด ง้างมือจะฟาดซ้ำก็ดันใจอ่อนเสียเองอีกจนได้
“ก็หนูเป็ผัวเมียกัน มันก็เป็เื่ธรรมดาหรือเปล่ายาย” แบมแบมเอ่ยพูดแก้ต่างให้กับตัวเองเสียงอ่อย
ผู้เป็ยายเองก็รับรู้มาโดยตลอดว่าเธอข้ามขั้นกับคนพี่จนถึงไหนต่อไหนแล้ว จะมาคิดโกรธอะไรเธอเอาตอนนี้ ที่เธอพาอีกฝ่ายมาทำเื่บัดสีในบ้านของตัวเอง เด็กสาวได้แต่คิดด้วยความงงงวยเป็ไก่ตาแตก
“โว้ย กูคร้านจะพูดกับคนอย่างมึง” ผู้เป็ยายได้แต่โวยวายออกมาด้วยความหงุดหงิดใจ
“อ้าว” ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็ยาย ก่อนจะเผลอร้องอ้าวออกมาด้วยความไม่เข้าใจ
“ตื่นแล้วก็ลุกไปอาบน้ำแต่งตัว ออกไปทำมาหากินได้แล้ว” ยายมะลิเอ่ยพูดขึ้น ก่อนจะสาวเท้าเดินออกจากห้องไปด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง
“นอนตื่นเอาสายโด่ง เวรกรรมของพ่อคล้าวจริง ๆ ที่มาคว้ามันไปทำเมีย” เสียงบ่นของยายมะลิยังคงดังขึ้นให้เด็กสาวได้ยิน แม้ว่าตัวจะเดินออกจากห้องไปแล้วก็ตาม
“อะไรของเขา กูทำอะไรผิดเนี่ย” ผู้เป็หลานได้แต่ยกมือขึ้นเกาหัวแกรก ก่อนจะผุดลุกขึ้นจากฟูกนอนไปทำตามที่ผู้เป็ยายเอ่ยสั่งด้วยความรวดเร็ว
เพราะขืนเธอมัวแต่ลีลาชักช้า ทันทีที่เธอออกไปด้านนอกให้ผู้เป็ยายได้พบหน้า คงไม่วายที่จะโดนบ่นจนหูชาไปอีกหลายวัน แค่คิดก็รู้สึกหลอนหูไปหมดแล้ว แบมแบมได้แต่คิดอยู่ในใจด้วยอาการขนลุกชันไปทั้งตัว
………………………………………………….
พี่คล้าวเขาก็ของจริง เขาก็ของแท้นะ รักษาคำพูดของตัวเองได้ทุกคำไม่มีบิดพริ้ว โถ่ พ่อลูกเขยของแม่ ๆ
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่าการได้อ่านคอมเม้นท์ มันเป็แรงผลักดันในการอัพนิยายมาก ๆ เลย // อ้อน
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ // กระพริบตาปริบ ๆ