“ปีศาจเย้ยฟ้าปรากฏตัวที่สำนักเราแล้ว!”
เสียงของฝูงชนโดยรอบที่มาดูการทดสอบรับศิษย์สายนอกของสำนักศาสตราวุธเหอหยางดังขึ้น
ทั้งตกตะลึงอิจฉา ฉงนใจและอีกหลากหลายอารมณ์ก่อตัวขึ้นดั่งมรสุมซัดสาด
“ผู้คุมสอบข้าผ่านแล้วใช่หรือไม่?”
เซี่ยจิ่งหลินถามผู้คุมสอบด้านหน้าตน
“ชะ..ใช่แล้ว เ้ามีนามว่ากระไรนะ?”
“ข้ามีนามว่าเซี่ยจิ่งหลินขอรับ”
เด็กชายกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ
จากนั้นเห็นว่าผู้คุมสอบที่เป็ศิษย์สายในอายุราวสิบสี่สิบห้าปีคนหนึ่งกำลังเขียนแผ่นหนังขนาดเท่าฝ่ามือ ด้วยพู่กันที่แต้มหมึกชนิดพิเศษทำป้ายชื่อให้เด็กชาย
“เ้าติดป้ายชื่อนี่ที่อกด้านซ้ายแล้วเข้าประตูไปรอที่ลานด้านในได้”
“ขอบคุณขอรับศิษย์พี่” เด็กชายกล่าวตอบผู้คุมสอบอย่างสุภาพพร้อมกับค้อมตัว แสดงความเคารพอย่างอ่อนน้อม
“จิจิศิษย์พี่ศิษย์เพ่ออะไรกัน เห็นได้ชัดว่าเ้านั่นยังไม่ได้เป็ศิษย์สายนอกด้วยซ้ำ”
“ช่างสอพลอ!”
เด็กน้อยในฝูงชนบางส่วนที่ไม่ผ่านการทดสอบในด่านแรกรู้สึกไม่พอใจเซี่ยจิ่งหลินต่างๆนาจึงอดที่จะสบถด่าด้วยความอิจฉาไม่ได้
เด็กชายไม่สนใจเพียงยิ้มตอบทีหนึ่งด้วยดวงหน้าเปื้อนยิ้มจริงใจ
ท่ามกลางการถูกจับจ้องจากฝูงชนเซี่ยจิ่งหลินเดินผ่านพวกเขาเข้าประตูสำนักอย่างโดดเด่นสะดุดตา เจิดจ้าหาใดเปรียบ!
“เฮ้อพร์ระดับปฐีขั้นกลางมันน่าใขนาดนั้นเลยหรือระบบ?”
[โฮสต์อาจไม่ทราบแต่จากข้อมูลประวัติความเป็มาของแดนดาราใจกลางแห่งจักรวรรดิ์ซย่าจื่อ..]”
[ั้แ่อดีตจวบจนปัจจุบันคนที่มีพร์ระดับนี้มีไม่ถึงร้อยคน]
“แล้วหากนับรวมกับทุกคนที่เ้า’เคยรู้จัก’ล่ะ?”
เด็กชายถามด้วยความใคร่รู้
[โฮสต์เทียบได้แค่เศษของเศษของขี้ฝุ่น..]
เซี่ยจิ่งหลิน“…”
ดวงตะวันตั้งเด่นกลางนภาบอกเวลาเข้าสู่่ยามเว่ย(1)
จากผู้สมัครเข้าสำนักหลายพันคน
บัดนี้เหลือเพียงสองร้อยกว่าคนเท่านั้น!
ต่อไปเป็ด่านที่สองซึ่งเป็บดทดสอบคัดกรองครั้งสุดท้าย
มีเพียงหนึ่งร้อยคนเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้เป็ศิษย์สายนอก!
หมายความว่าคนกว่าครึ่งต้องถูกคัดออก!
“ด่านที่สองเป็การทดสอบพื้นฐานการฝึกยุทธ!”
“ผู้ที่โดดเด่นที่สุดหนึ่งร้อยคนจะได้เป็ศิษย์สายนอกของสำนักศาสตราวุธเหอหยาง!”
“ที่พวกเ้ายืนอยู่นี้ คือลานฝึกยุทธของเหล่าศิษย์สายนอก”
“ศิลาขาวสองแผ่นที่พวกเ้าเห็นอยู่นั้น เป็ศิลาทดสอบวัดระดับพละกำลัง!”
“พื้นฐานการฝึกยุทธด่านแรก พละกำลัง!”
“เอาล่ะ ใครพร้อมก็เริ่มได้เลย!ใช้พลังทั้งหมดของเ้า ออกหมัดใส่ศิลา!”
“ทุกคนสามารถออกหมัดได้เพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น ขอแนะนำว่าจงใช้พลังทั้งหมดของเ้าซะ!”
“เริ่มได้!”
การทดสอบในรอบที่สองฝูงชนด้านนอกไม่สามารถเข้ามาได้
ในลานจึงมีเพียงเด็กน้อยชายหญิงที่ผ่านการทดสอบรอบแรกและผู้คุมสอบบางส่วนเท่านั้น
บนลานเวทีที่ยกสูงจากพื้นราวห้าฉื่อ(2)พื้นลานทำจากหินหยกวิเศษอันแข็งแกร่งทนทาน
“ข้าเอง!”
แทบจะในเวลาเดียวกันเด็กชายสองคนส่งเสียงพร้อมก้าวขึ้นไปบนเวทีพร้อมกัน
เป็ฟู่จื้อและตงกังนั่นเอง!
ทั้งสองคนไม่พูดอะไร แต่จิตแห่งการต่อสู้แข่งขนลุกโชน!
ทั้งคู่ตั้งท่ารวมพลัง ตั้งเท้านำและเท้าตาม เอนตัวไปด้านหลังดั่งเกาทัณฑ์ถูกง้างจนสุด
ครืดดด
ตึง!
หมัดถูกปล่อยแทบจะพร้อมเดียวกัน!
หินทดสอบพละกำลังสีเทาดำที่เชื่อมติดอยู่ข้างศิลาทดสอบพลันสว่างขึ้นทันตา
เกณฑ์ในการวัดพละกำลังหากหินทดสอบส่องแสงสว่างหนึ่งก้อน แสดงว่ามีพละกำลังหนึ่งร้อยจิน(3)
สิบก้อนเท่ากับหนึ่งพันจิน!
“ฟู่จื้อ สิบสองก้อน หนึ่งพันสองร้อยห้าสิบจิน!”
“ตงกัง สิบห้าก้อน หนึ่งพันห้าร้อยจิน!”
ฮือฮา
“ข้าว่าแล้ว! เป็ตงกังจริงเสียด้วย พละกำลังของเ้าเด็กนี่ถือว่าอยู่ในอันดับต้นๆของขั้นหลอมกลั่นไขกระดูกระดับกลาง”
“ฟู่จื้อนั่นก็ไม่ยิ่งหย่อนไปปว่ากันเท่าใดนักด้วยระดับการบ่มเพาะขั้นหลอมกลั่นไขกระดูกระดับต้น ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว!”
เสียงของศิษย์สายในที่ทำหน้าที่ผู้คุมสอบรอบสองดังขึ้นกำลังบันทึกและวิจารณ์ผลการทดสอบของเด็กชายทั้งสอง
(1) ยามเว่ย (未)คือ ่เวลา 13.00 – 14.59 น.
(2) ฉื่อ (尺)คือ มาตรวัดของจีน 1 ฉื่อ เท่ากับ 10 ชุ่น (หรือ 10 นิ้ว)
(3) จิน (斤)คือ หน่วยวัดน้ำหนักของจีนนิ โดย 1 จิน = 500 กรัม