บทที่ 27
แผนการเดินทางสำรวจครั้งต่อไป
เดย์นั่งอยู่บริเวณด้านหน้าที่พักของตนเองโดยในตอนนี้เขาสร้างที่พักเล็กๆของตนเองอยู่บริเวณข้างที่พักของคุณคิน
ใน่หลายวันหลังจากที่ตื่นขึ้นมาเขาเก็บรวบรวมมั้ยที่พอจะสมบูรณ์มาต่อกลายเป็กระโจมหลังเล็กๆอยู่บริเวณด้านข้าง
แน่นอนว่ามันพอจะสามารถอยู่อาศัยได้แต่ถ้ามีพายุฝนพัดเข้ามาก็คงจะไม่สามารถทนทานได้เช่นเดียวกัน
เดย์ไม่ได้คิดปักหลักอยู่ที่สถานที่แห่งนี้อย่างจริงจังอยู่แล้ว
นี่เป็เพียงแค่ที่พักที่จะทำให้เขาดูส่วนตัวมากขึ้นแยกออกจากที่พักส่วนกลางที่ค่ายจัดเอาไว้ให้
แล้วอีกอย่างบริเวณนี้มันอยู่ใกล้ๆที่พักของคุณคินที่คิวกำลังพักอยู่
่ยามสายของวัน
เดย์กำลังนั่งอยู่บริเวณด้านหน้าที่พักของตนเองเขายังไม่ได้ออกไปล่ามอนสเตอร์กำลังมองดูสกิลที่อยู่บนร้านค้าในตอนนี้
“ ตอนนี้พอยท์ที่มีอยู่ก็มีจำนวนมากถ้าเช่นนั้นก็ลองเพิ่มสกิลสักหน่อย”
เดย์ยุ่งวุ่นวายกับหน้าต่างของระบบอยู่สักพักจนสุดท้ายแล้วเขาก็ได้ตัดสินใจซื้อสกิลมาใหม่สามสกิล
โดยการซื้อทั้งสามสกิลสูญเสียแต้มพอยท์ไปประมาณ 150 แต้ม
“ เรียบร้อยความสามารถที่เพิ่มขึ้นมาเท่านี้ร่างกายก็จะแข็งแกร่งขึ้นอีกระดับ ”
“ ความสามารถอย่างแรก”
[ ระบบ : สกิลความรวดเร็วในการเคลื่อนที่ ระดับ สกิลระดับซิลเวอร์ [silver] ]
[ อธิบายความสามารถของสกิลทำให้ท่านสามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วขึ้นขีดจำกัดทางด้านการเคลื่อนไหวจะอิสระมากขึ้นยิ่งเลเวลเพิ่มสูงขึ้นจะทำให้ความสามารถในการพัฒนายิ่งมากขึ้น ]
นี่คือสกิลแรกที่เลือกซื้อมามันช่วยส่งเสริมทำให้การเคลื่อนไหวรวดเร็วได้
“ ส่วนความสามารถที่สอง ”
“ เวทย์เพลิง ”
[ ระบบ : สกิลเวทย์เปลวเพลิงขั้นพื้นฐาน ระดับ สกิลระดับซิลเวอร์ [silver] ]
[ อธิบายความสามารถของสกิลทำให้ท่านสามารถแปรเปลี่ยนพลังเวทย์ภายในร่างกายสร้างกลายเป็เวทเปลวเพลิงได้ยิ่งเลเวลสูงขึ้นควมรุนแรงในการใช้เวทย์มนตร์ยิ่งมากขึ้น ]
“ ในเมื่อตัวของเรามีความอิสระในการใช้งานสกิลถ้าแบบนั้นเวทย์มนตร์ก็เป็อีกหนึ่งอย่างที่สามารถช่วยเหลือได้”
“ ภายในโลกใบนี้จากที่สังเกตเห็นและจากที่ได้ข้อมูลมาผู้คนจะโดนยึดติดเอาไว้ด้วยความสามารถของสกิล ”
“ สกิลหลักที่ถือครองอยู่จะเป็ตัวกำหนดความสามารถที่จะได้รับต่อจากนี้”
“ อย่างเช่นสกิลสายนักสู้ส่วนใหญ่ที่ได้รับก็เป็พวกสกิลในสายนักสู้อย่างเช่นการส่งเสริมความแข็งแกร่งภายในร่างกาย ”
“ แต่ก็ไม่ใช่ว่าสกิลสายนักสู้จะไม่มีเวทย์มนตร์พวกนักสู้จะสามารถใช้เวทย์มนตร์ส่งเสริมความสามารถของสกิลต่างๆ ”
“ แต่ความสามารถสกิลที่ได้รับมาของสกิลถือครองหลักเป็สกิลสายนักสู้จะไม่สามารถได้รับพวกสกิลที่สามารถสร้างสรรค์เวทย์มนตร์อย่างเช่นเวทเปลวเพลิงได้”
“ แต่ก็มีกรณียกเว้นคนที่ได้รับสกิลถือครองหลักเป็สกิลสายพิเศษอย่างเช่นนักดาบเวทย์ของคิว”
“ เป็ประเภทที่ใช้ทางด้านพละกำลังทั้งด้านร่างกายและเวทย์มนตร์ผสมปนกันสกิลที่มันได้รับออกมามันก็เลยกลายเป็สกิลทั้งสองสาย ”
“ แต่ในตอนนี้จากที่มองดูตัวของเราไม่มีขีดจำกัดในด้านการใช้งานสกิลเพราะแบบนั้นเวทเปลวเพลิงก็ถือว่าเป็สิ่งหนึ่งที่สามารถใช้งานได้ ”
“ ส่วนสกิลอย่างที่สามก็คือ ”
[ ระบบ : สกิลแก่นพลังเวทย์ ระดับ สกิลระดับซิลเวอร์ [silver] ]
[ อธิบายความสามารถของสกิลเมื่อได้รับสกิลนี้จะส่งเสริมพลังเวทย์ภายในร่างกายทำให้แกนพลังเวทย์ของท่านมีพลังเวทย์ที่ถูกรวบรวมเอาไว้มากขึ้นยิ่งมีระดับสูงขึ้นหรือมีเลเวลสูงขึ้นมันจะทำให้แกนพลังเวทย์ขยายใหญ่และเพิ่มจำนวนพลังเวทย์ภายในร่างกาย ]
แน่นอนว่าถ้ามีเวทย์มนตร์ก็ย่อมมีสิ่งที่ส่งเสริมเวทย์มนตร์หรือเรียกง่ายๆว่าเป็ต้นกำเนิดของเวทย์มนตร์
“ ภายในโลกใบนี้มนุษย์ทุกคนมีพลังเวทย์ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายแต่หลังจากที่ฟื้นตื่นขึ้นมาภายในโลกใบนี้ภายในร่างกายดูเหมือนว่าจะมีพลังเหล่านี้ไหลเวียนอยู่แล้ว ”
“ สกิลแต่ละสกิลเมื่อยิ่งอัปเลเวลสูงขึ้นจำเป็จะต้องใช้แต้มพอยท์ที่มันมากขึ้น”
“ ไม่เพียงเท่านั้นระดับของสกิลอย่างเช่นสกิลระดับซิลเวอร์และสกิลระดับโกลด์มันเองก็มีความแตกต่างกัน”
“ ความแตกต่างที่ว่ามันรวมไปถึงการใช้แต้มพอยท์ในการสกิลระดับโกลด์จะสามารถใช้แถมพอยท์ที่มากกว่าในการอัพ ”
“ ในตอนนี้จากที่มองเห็นสกิลระดับทั่วไปจะใช้แต้มพอยท์อยู่ประมาณสิบห้าในการ มันจะมีขอบเขตประมาณสิบห้าถึงสามสิบ ”
“ แต่ว่าสกิลระดับซิลเว่อร์บางสกิลมันจะมีการใช้แต้มพอยท์ที่มันมากกว่าสามสิบในการซื้อ”
“ นั่นแสดงว่าถ้ามีสกิลระดับที่สูงมากกว่านี้สิ่งที่ต้องใช้ในการซื้อของมันก็มากขึ้นเรื่อยๆ”
“ ระดับสกิลระดับทั่วไปและระดับซิลเวอร์เป็เพียงแค่ระดับเริ่มต้นเท่านั้น”
“ จำเป็จะต้องเก็บแต้มพอยท์เอาไว้มากๆเผื่อว่ามีสกิลระดับสูงปรากฏมายังไม่รู้เลยว่าพวกมันต้องใช้เท่าไหร่ในการซื้อ” เดย์กำลังคิดอย่างหนักเกี่ยวกับการวางแผนในอนาคต
อย่างที่รู้ว่าในตอนนี้การจะแข็งแกร่งขึ้นได้สิ่งที่สำคัญมันคือแต้มพอยท์ในการอัพ
เขาไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าพวกมันเป็สิ่งที่จำเป็และเขาจำเป็ต้องรวบรวมพวกมันให้มากขึ้น
“ การซื้อสกิลอาจจะไม่เท่าไหร่แต่การอัพสกิลนี้สิสิ่งที่ต้องใช้ในการอัพเกรดพวกมันก็คือแต้มพอยท์พวกมันต้องใช้เป็จำนวนมาก”
เดย์กำลังดูหน้าต่างของระบบอย่างจริงจัง
“ ถ้าอยากจะพัฒนาให้รวดเร็วมากกว่านี้ก็ต้องหาพวกมอนสเตอร์ที่มันมีความแข็งแกร่งและให้แต้มพอยท์ที่ตอบรับกลับมามากกว่านี้”เดย์รู้สึกว่าการเจริญเติบโตของตนเองในการสังหารมอนสเตอร์บริเวณแถบนี้มันน้อยลงเรื่อยๆ
ถ้าเขาอยากจะเก็บรวบรวมแต้มพอยท์ให้มันมากขึ้นและพัฒนาความสามารถของตนเองให้มากขึ้นจำเป็ต้องไปในสถานที่ที่มีมอนสเตอร์แต่อแข็งแกร่งกว่านี้
เดย์ที่กำลังนั่งเลือกๆดูสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของตนเองอย่างจริงจังอยู่
เขาััได้ว่าคิวเดินเข้ามาบริเวณด้านหลังเขาหันไปมองอย่างรวดเร็วเพราะเห็นคิวที่ค่อยๆเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่หนักใจ
“ เป็อะไรไปคนพวกนั้นยังไม่นายเข้าไปภายในนั้นอีกอย่างงั้นเหรอ”
“ ยังไม่ให้เข้าไปบอกว่าจำเป็จะต้องกันตัวคุณคินเอาไว้เพื่อดูอาการ”
ในตอนนี้ก็ผ่านมาหลายวันแล้วคนพวกนั้นยังไม่ให้พวกเขาเข้าไปเยี่ยมคุณคินบริเวณด้านในเต็นท์พยาบาล
คิวเดินเข้ามาแล้วก็นั่งลงบริเวณข้างๆพร้อมพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว“ ให้ตายเถอะตัวของฉันจำเป็ต้องออกไปด้านนอกในอีกสองวันซะด้วย”
“ เดินทางออกไปด้านนอกอีกสองวันอย่างงั้นหรอ ”
“ พวกนายจะเดินทางไปที่ไหนกัน? ” เดย์ถาม
ภายในค่ายไม่ได้มีการเคลื่อนไหวมาเป็เวลาสักพักแล้ว
“ ไปทางใต้นะไปสำรวจพื้นที่ที่อยู่ห่างออกไปจากค่ายในรัศมีประมาณห้าสิบกิโลเมตรจำเป็จะต้องมุ่งตรงไปสำรวจนะเพราะว่ามันถูกวางแผนเอาไว้แล้ว ”
“ ตั้งใจจะสำรวจพื้นที่บริเวณรอบๆและโทมัสก็อยากจะช่วยคนกลับมาให้เยอะๆ”
เดย์หลังจากได้ยินแผนการที่จะเริ่มขึ้นในอีกสอง เขาแสดงใบหน้าคิดบางอย่างแล้วก็พูด“ แสดงว่าผู้คนส่วนใหญ่ภายในค่ายจะเดินทางออกไปใช่รึเปล่า?”
“ ก็นะเห็นบอกว่าในครั้งนี้จะเอาสมาชิกเดิมไปพวกที่เหลือก็น่าจะเป็พวกที่ไม่มีสกิลสายต่อสู้แล้วก็พวกคนที่เข้ามาใหม่ละมั้ง ”
“ ได้โอกาสพอดี… ” เดย์พึมพำกับตนเองอย่างจริงจัง
“ โอกาสงั้นเหรอ นายตั้งใจจะทำอะไร? ” คิวหันไปถามอย่างรวดเร็ว
จบบท