บทที่ 19 คืนนี้อย่าไปไหน
มู่จือเหยียนจากไปแล้ว
เมื่อเห็นท่าทางที่ดูถือตัวของลู่อวี่ชิว เดาว่าเธอคงจะได้รับอนุญาตแล้ว ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่กล้าบุกเข้ามาซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้?
ทว่า ที่นี่คือบ้านของเธอกับเขา
ขณะที่ลู่จิ่นเนี่ยนกำลังใ ลู่อวี่ชิวก็ผลักเธอแล้วเดินตรงเข้าไปในห้องนอน
“ลู่อวี่ชิว เธอจะทำอะไร?”
“ั้แ่วันนี้ ห้องนอนนี้เป็ของฉันแล้ว”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงท้าทายของลู่อวี่ชิว ลู่จิ่นเนี่ยนสูดหายใจเข้าลึก ๆ “ออกไปจากห้องฉันซะ!”
“พี่สาวคนดีของฉัน แทนที่จะไล่ฉันออกจากห้องนี้ พี่ควรจะกังวลมากกว่านะ ว่าพี่จะถูกจือเหยียนไล่ออกจากบ้านนี้เมื่อไหร่”
ลู่อวี่ชิวไม่เกรงใจ เหยียบเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น เดินไปที่ข้างเตียง แล้วนั่งลงอย่างสบายใจ
เธอตบผ้าปูที่นอนเบา ๆ แล้วสั่งคนรับใช้ว่า “ฉันไม่ชอบสีของผ้าปูที่นอน เปลี่ยนใหม่ซะ”
คนรับใช้เหลือบมองลู่จิ่นเนี่ยนอย่างลำบากใจ แม้ลู่จิ่นเนี่ยนจะเป็นายหญิงของบ้านนี้ก็จริง แต่ลู่อวี่ชิวมาที่นี่พร้อมกับคำสั่งของแม่มู่จือเหยียน ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง
“แม่บ้าน เก็บกระเป๋าเดินทางของพี่สาวไปไว้ที่ห้องรับรองแขกด้วย”
...
ตอนเย็นเมื่อมู่จือเหยียนกลับมาถึงบ้าน เขาเห็นลู่อวี่ชิวนั่งทานอาหารเย็นอยู่ในห้องอาหารอย่างสบายใจ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“จือเหยียน คุณกลับมาแล้ว!”
ลู่อวี่ชิววางชามและตะเกียบลง วิ่งไปหาเขาด้วยความดีใจ
“แม่บ้านบอกว่าปกติคุณไม่ค่อยกลับบ้าน ฉันนึกว่าวันนี้คุณจะไม่กลับมาซะอีก หรือว่าคุณรู้ว่าคุณป้าให้ฉันมาอยู่ที่นี่ เลยตั้งใจกลับมาหาฉันใช่ไหม?”
แม้ลู่จิ่นเนี่ยนจะพูดด้วยน้ำเสียงหวาน แต่หลังจากพูดจบ เธอชำเลืองมองสีหน้าของเขาอย่างระมัดระวัง กลัวว่าเขาจะไม่ต้อนรับที่เธอมาอยู่ที่นี่
ทว่า มู่จือเหยียนเพียงแค่จ้องไปยังลู่จิ่นเนี่ยนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างลึกซึ้ง โดยไม่พูดอะไรออกมา
ลู่จิ่นเนี่ยนไม่ได้แตะต้องอาหารตรงหน้า หญิงสาวลุกขึ้นยืน “ฉันทานเสร็จแล้ว”
พูดจบ เธอก็ออกจากห้องอาหารไป โดยไม่ได้มองมู่จือเหยียนและลู่จิ่นเนี่ยนเลยแม้แต่น้อย
ก่อนหน้านี้เขาแทบไม่กลับบ้านเลย แต่ตอนนี้กลับมาบ่อยขึ้นในหนึ่งสัปดาห์ ลู่จิ่นเนี่ยนรู้ดีแก่ใจ ที่เขายอมกลับบ้านเพราะลู่อวี่ชิวมาอยู่ที่นี่ ผู้ชายคนนี้ถึงเต็มใจกลับบ้านขนาดนี้
อ่า ตอนนี้เธอกลายเป็แขกของบ้านนี้ไปแล้วสินะ
“จือเหยียน คุณยังไม่ได้ทานข้าวเย็นใช่ไหม? ฉันจะทานเป็เพื่อนนะ”
ลู่อวี่ชิวคว้าแขนเขาไว้ พูดด้วยน้ำเสียงสนิทสนมและอ่อนหวาน ราวกับจงใจเปล่งเสียงให้ดังขึ้น เพื่อโอ้อวดและท้าทาย
มู่จือเหยียนตวัดสายตามองอย่างเ็า “ปล่อยมือ” จากนั้นเขาก็เดินตรงเข้าไปในห้องทำงาน
...
คืนนั้น เขาได้รับรูปภาพทางโทรศัทพ์ที่ส่งมาจากบุคคนนิรนาม
ในภาพนั้น ผู้หญิงคนนั้นถูกไป๋จื่อซวินโอบเอวไว้ ใบหน้าแดงระเรื่อ ท่าทางสนิทสนม และฉากหลังที่พวกเขายืนอยู่ คือลิฟต์ของโรงแรม
ผู้หญิงคนนั้นกล้าไปเปิดห้องพักที่โรงแรมกับผู้ชายคนอื่นอย่างโจ่งแจ้งในเวลากลางวันแสก ๆ!
แม้แต่การนอกใจ เธอยังทำอย่างเปิดเผยและไม่ปิดบัง ฮึ! อย่างที่คาดไว้ ท่าทางไร้ยางอายเหมือนเมื่อสองปีก่อน เขาไม่ได้มองผิดั้แ่แรกแล้ว
มู่จือเหยียนโกรธจัด เขาเตะประตูห้องนอนเปิดออก
ทว่า ผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงในห้องนอน กลับเป็ลู่อวี่ชิว
“จือเหยียน!”
ลู่อวี่ชิวรีบวิ่งมาหาเขาทันที
เธอกำลังคิดหาวิธีที่จะล่อลวงมู่จือเหยียนเข้ามาพักผ่อนในห้องของเธอ แต่ไม่คิดว่าเขาจะเดินเข้ามาเองด้วยความตั้งใจ เธอรู้สึกดีใจมาก
“ทำไมถึงเป็เธอ?”
มู่จือเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงเ็า กดปิดหน้าจอโทรศัพท์ที่แสดงรูปภาพอันแสนสนิทของลู่จิ่นเนี่ยนกับไป๋จื่อซวินเงียบ ๆ
“พี่สาวบอกว่า ฉันตั้งท้อง ห้องรับรองแขกทั้งแสงแดดและอากาศไม่ค่อยดี เธอเลยเสนอให้ฉันย้ายไปนอนห้องนอนหลัก เพื่อสุขภาพของเด็กในท้อง”
“เธอเสนอเอง?”
“ใช่แล้ว พวกเราเป็พี่น้องกัน แถมพี่เองก็มีลูกไม่ได้ เด็กในท้องของฉันก็ถือเป็หลานของพี่สาว เธอเองคงดีใจเหมือนกับพวกเรา”
เธอค่อย ๆ ลูบท้องที่ยังแบนราบของตัวเอง หางตาและคิ้วเต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน
มู่จือเหยียนแสยะยิ้มอย่างเ็า ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นให้ความสำคัญกับความรักระหว่างพี่น้อง เขาก็จะไม่ทำให้เธอผิดหวัง
“จือเหยียน คืนนี้อย่าไปไหน อยู่เป็เพื่อนฉันกับลูกก่อนได้ไหม?”
ลู่อวี่ชิวเอนศีรษะพิงอกของเขาเบา ๆ เขาไม่ได้หลบหลีก กลับยกมือโอบรอบเอวเธอเอาไว้
“ตกลง ฉันจะอยู่”
ลู่อวี่ชิวทั้งใทั้งดีใจ เขย่งปลายเท้าขึ้น้าหอมแก้มเขา แต่เขากลับหันหน้าหนี แล้วผลักเธอล้มลงบนเตียง
ประตูห้องนอนไม่ได้ปิดสนิท ลู่จิ่นเนี่ยนเดินผ่านมาพอดี จึงเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง
คืนนั้น มู่จือเหยียนนอนในห้องนอนหลัก และไม่ได้ออกมา
ส่วนเธอ ก็ยืนอยู่โถงทางเดินเป็เวลานาน จนขาเริ่มแข็ง
“คืนนี้ลมเย็นจังเลยนะ” เธอพึมพำกับตัวเอง
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
ลู่อวี่ชิวตื่นนอนตอนเช้า มู่จือเหยียนก็ออกไปแล้ว
เตียงฝั่งของเขาเรียบร้อยมาก ไม่มีร่องรอยการนอนเลย ตอนแรกลู่อวี่ชิวรู้สึกหงุดหงิดที่เตียงในห้องนอนนี้ใหญ่เกินไป ทั้งสองคนนอนด้วยกัน แต่ตรงกลางกลับแยกออกจากกันราวกับเป็เส้นแบ่งเขตแดนระหว่างฉู่กับฮั่น*[1]
แต่ต่อมาเธอก็พบว่า มู่จือเหยียนไม่ได้ตั้งใจจะขึ้นมานอนพักผ่อนเลย
เขาแค่นั่งอยู่บนโซฟาข้างหน้าต่าง อ่านหนังสือตลอดคืน
เขาเลือกอ่านหนังสือมากกว่าจะมองหน้าเธอ! ถ้าอย่างนั้น ทำไมเขาถึงมาค้างคืนที่ห้องนี้?
ลู่อวี่ชิวโกรธจนฟันกรอด แต่พอเดินออกจากห้อง กลับแสร้งยิ้มแย้ม
ลู่จิ่นเนี่ยนเดินออกมาจากห้องรับแขกพอดี เห็นลู่อวี่ชิวยันหลังอยู่ หล่อนทักทายเธอว่า “อรุณสวัสดิ์พี่สาว เมื่อคืนหลับสบายดีไหม?”
เธอมีรอยแดงรอบดวงตาชัดเจน เห็นได้ชัดว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ
แต่ลู่อวี่ชิวกลับยืดตัวอย่างเกียจคร้าน "เมื่อคืนฉันนอนไม่ค่อยหลับเลย เพราะจือเหยียน…"
พูดมาถึงตรงนี้ หล่อนก็แสร้งทำเป้นเขินอาย “เอาเป็ว่า วันนี้พี่สาวต้องดูแลฉันให้ดี ๆ นะ ฉันปวดหลังมากเลย”
ลู่จิ่นเนี่ยนพูดด้วยน้ำเสียงเ็า “เธอมาอาศัยอยู่ที่นี่เพราะอ้างว่าตั้งท้อง ก็ทำตัวให้มันดีหน่อย อย่าโลภมาก เดี๋ยวเด็กในท้องจะเป็อันตรายขึ้นมา ระวังถูกไล่ออกจากบ้านไม่รู้ตัว”
ลู่จิ่นเนี่ยนมองข้ามไปโดยไม่สนใจ เธอหันหลังแล้วออกไปทำงาน
แม้ชีวิตจะพังพินาศไปแล้ว แต่ก็ยังต้องทำงานต่อไป
เมื่อเดินออกจากบ้าน กำลังจะเรียกแท็กซี่ ก็มีรถคันหรูสีดำคันหนึ่งจอดอยู่ตรงหน้าเธอ
กระจกรถเลื่อนลงช้า ๆ มู่จือเหยียนพูดอย่างเ็า “ขึ้นรถ”
ลู่จิ่นเนี่ยนตกตะลึง เขาทำไมถึงอยู่ที่นี่? ไม่ใช่ว่าเขาออกไปแล้วเหรอ?
ตอนเช้า เธอได้ยินเสียงรถของเขาออกจากบ้านไปด้วยตัวเอง
มู่จือเหยียนไม่มีความอดทนกับเธอมากนัก เขาทวนคำพูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “ขึ้นรถ”
ลู่จิ่นเนี่ยนไม่กล้าปฏิเสธ ยิ่งไปกว่านั้นเธอก็กำลังจะไปทำงานสายแล้ว ไม่มีทางเลือกนอกจากขึ้นรถ
รถแล่นไปอย่างรวดเร็ว ตลอดทาง ลู่จิ่นเนี่ยนอยากจะถามเขามากว่ากินยาผิดหรือเปล่า ทำไมถึงได้ใจดีส่งเธอไปทำงานแบบนี้?
แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่เ็าและหม่นหมองของเขา เธอไม่กล้าถามอะไรเลยแม้แต่คำเดียว
“คุณส่งฉันสี่แยกก็พอ เดี๋ยวฉันลงรถแล้วเดินไปเอง” ลู่จิ่นเนี่ยนพูด
ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ มู่จือเหยียนก็เบรกกะทันหัน จอดรถข้างถนนอย่างรุนแรง เขาเอื้อมมือมาคว้าแขนเธอไว้แน่น!
[1] เส้นแบ่งเขตแดนระหว่างฉู่กับฮั่น หมายถึงเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างสองรัฐที่ขัดแย้งกัน