เกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม)

    ตอนที่ 44 สามสาวคลั่งทวงแค้น!!!

    ภายใต้ผืนฟ้าครามที่ทอดตัวเหนือหุบเขาแดนลับเหมันต์อัปสร สายลมหนาวยังกวาดพัดเอาปุยหิมะขาวโพลนให้ปลิวว่อน ทว่า ณ บริเวณหน้าถ้ำศิลาผลึกน้ำแข็งซึ่งถูกใช้เป็นค่ายพักแรมชั่วคราวของกองกำลังตระกูลฉู่ ความหนาวเย็นตามธรรมชาติกลับถูกแทนที่ด้วยรังสีฆ่าฟันอันดุเดือดและกลิ่นอายพลังปราณสังหารที่รุนแรงจนชั้นบรรยากาศรอบด้านบิดเบี้ยวเป็นลอนคลื่น!


    *ตูม!!!*


    เสียงระเบิดกัมปนาทเลื่อนลั่นสะท้านแผ่นดิน ค่ายกลศิลาวิญญาณป้องกันด่านหน้าซึ่งตระกูลฉู่ภูมิใจนักหนาว่าแข็งแกร่งต้านทานได้แม้กระทั่งยอดฝีมือระดับปราณยุทธ์ ยามนี้กลับเกิดรอยร้าวรวดเร็วก่อนจะระเบิดแตกกระจายเป็นเศษหินและฝุ่นผงครามปลิวกระจัดกระจายพินาศลงในชั่วพริบตาเดียว!


    ผู้ที่ลงมือทลายค่ายกลหาใช่กองทัพอสูรป่าหิมะ... แต่เป็นสตรีสามนางผู้มีรูปโฉมงดงามปานล่มเมือง ทว่าแววตาและออร่ารอบกายกลับดุดันประดุจพญายมหญิงที่ก้าวออกมาจากขุมนรกน้ำแข็ง!


    “หลีเฮง...! พวกเจ้าเอาตัวสามีของพวกเราไปซ่อนไว้ที่ไหน! ส่งตัวเขาคืนมาเดี๋ยวนี้!”


    หลินเสวี่ยเหยา เทพธิดาน้ำแข็งผู้เคยเรียบร้อยอ่อนหวาน ยามนี้สะบัดโบกเรียวมือขาวผ่องดุจแท่งหยก ปล่อยไอเย็นระดับ SSS ทะยานหมุนวนควบแน่นเป็นกระบี่น้ำแข็งยักษ์นับสิบเล่มลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ใบหน้างดงามสะสวยของนางซับสีเลือดฝาดจาง ๆ ผุดผ่องอิ่มเอิบด้วยผลสัมฤทธิ์แห่งการบำเพ็ญคู่ 4P ร่วมรักหนุนนำพลังหยินหยางยามรุ่งสางที่เพิ่งผ่านพ้นมา ทว่าอารมณ์โหยหาอันอบอุ่นกลับถูกแทนที่ด้วยความห่วงใยสะเทือนใจและโทสะคลุ้มคลั่งถึงขีดสุดเมื่อรู้ว่าสามีสุดที่รักถูกลักพาตัวไป


    นางสะบัดดรรชนีชี้ตรงไปข้างหน้า กระบี่น้ำแข็งยักษ์พุ่งทะยานตัดอากาศเสียงหวีดหวิว *ฉึก! ฉึก! ฉึก!* เสียบทะลวงปักจมลงบนสิ่งปลูกสร้างค่ายพักแรมของตระกูลฉู่ แช่แข็งโครงสร้างไม้และผ้าใบหนาให้แข็งค้างกลายเป็นน้ำแข็งแกะสลักในหนึ่งวินาที ก่อนที่พลังปราณจะระเบิดออกตูมใหญ่ ส่งเศษซากกระจัดกระจายปลิวว่อนราบคาบเป็นหน้ากลอง


    เยี่ยหลัวอิน ราชินีมารรัตติกาลแสร้งยิ้มยั่วเย้า แววตาสีม่วงแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงชาดสะท้อนแสงไฟ คลื่นปราณมารสีดำสนิทพวยพุ่งหมุนวนรอบกายประดุจปีกค้างคาวปีศาจ นางโปร่งควันมารพิษสีม่วงเข้มข้นให้ลอยละล่องฟุ้งกระจายปกคลุมปากถ้ำที่พักของข้าศึกอย่างรวดเร็ว


    “คิกคิก... ไอ้สุนัขลอบกัดตระกูลฉู่ทั้งหลาย พวกเจ้าช่างกล้าดีเยี่ยงไรมาพรากเหยื่อนวดบำบัดชั้นยอดของพวกเราไปในยามเช้าเช่นนี้กัน? รู้ไหมว่าพวกเรายังปรนนิบัติรักกันไม่หนำใจเลยนะจ๊ะ...” น้ำเสียงของหลัวอินอ่อนหวานทว่าแฝงกระแสพลังบีบคั้นจิตใจระดับสูง นักฆ่าตระกูลฉู่สี่คนที่พยายามพุ่งเข้ามาสกัดกั้น ต่างสูดดมควันพิษมารเข้าไปเพียงครึ่งอึก ร่างกายก็พลันเขียวคล้ำ อ่อนระทวย ร้องโอยโอยล้มฟุบลงไปนอนดิ้นพราด ๆ บนพื้นหิมะอย่างไร้เรี่ยวแรงต่อสู้


    จ้าวฉินซวง พยัคฆ์สาวระดับ SS เดินย่ำหิมะเข้ามาเป็นคนสุดท้าย สองหมัดกระชับแน่นพวยพุ่งไปด้วยเปลวเพลิงทมิฬกลืนวิญญาณสีดำอมแดงร้อนระอุจนหิมะใต้ฝ่าเท้าละลายกลายเป็นไอน้ำฟุ้งกระจาย “พวกขยะตระกูลฉู่! วันนี้ข้าจะเผารังของพวกเจ้าให้วอดวาย! บังอาจแตะต้องหลีเฮงของพวกเรา ข้าจะหวดไข่พวกเจ้าให้แตกละเอียดสุกคาเบ้าไม่มีวันได้สืบพันธุ์อีกเลย!”


    พลังต่อสู้อันสอดประสานสมบูรณ์แบบของสองสตรีระดับ SSS และหนึ่งระดับ SS ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากบัฟประสานรักบำเพ็ญคู่ยามเช้า ทำให้กองกำลังนักฆ่าชั้นยอดสิบกว่าคนของตระกูลฉู่ที่เฝ้าค่ายอยู่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะตั้งตัวรับมือ พวกมันต่างโดนพลังเยือกแข็ง พิษมาร และเพลิงดำกระหน่ำโจมตีจนร้องครวญคราง บาดเจ็บสาหัสและสลบไสลระเนระนาดจมกองหิมะแดงฉานปนคราบเลือดคราบดินยับเยินพินาศสิ้น


    หัวหน้านักฆ่าชุดเทาที่เนื้อตัวชุ่มเลือดและสะบักสะบอมเจ็บปางตาย ถูกปราณมารของเยี่ยหลัวอินม้วนรั้งบีบคอร่างลอยละลิ่วขึ้นมาปะทะสายตาเยือกเย็นดุร้ายของนาง


    “อั่ก... ปะ... ปล่อยข้า...” หัวหน้านักฆ่าครางเสียงสั่นเทิ้มด้วยความหวาดผวาถึงขีดสุดเมื่อสัมผัสออร่ามรณะจากสตรี SSS ทั้งสองนาง


    “พูดมา! หลีเฮงอยู่ไหน! หากช้าไปเพียงอึดใจเดียว ข้าจะกรีดเนื้อเจ้าทีละชิ้นโยนให้สัตว์อสูรหิมะกินเสีย!” เยี่ยหลัวอินเอ่ยเสียงกระซิบข้างใบหูแต่หนาวสะท้านถึงขั้วหัวใจ


    “พวกเรา... พวกเราไม่ได้จับตัวมันไว้แล้วขอรับ! อั่ก...” หัวหน้านักฆ่าหน้าดำหน้าแดงละล่ำละลักอธิบายรีบเร่งกลัวโดนหักคอ “มันแปลงกาย... ไอ้ขยะหลีเฮงมันใช้วิชาลอกคราบหลบหนีไปตั้งแต่ตอนแรกแล้ว! ร่างที่พวกเราพาไปส่งคุณชายฉู่เฟิงในถ้ำ... จู่ ๆ ก็ละลายฟู่กลายเป็นก้อนน้ำแข็งและน้ำโคลนโสโครกพ่นใส่หน้าคุณชายฉู่เฟิงจนเปียกมะล่อกมะแล่กจับไข้สั่นงก ๆ! คุณชายฉู่เฟิงกระอักเลือดแค้นแทบบ้า ยามนี้เพิ่งสั่งกองกำลังทั้งหมดออกปูพรมค้นหามันทั่วหุบเขาลึกอยู่เหมือนกันขอรับ! พวกเราไม่ได้จับมันไว้จริง ๆ!”


    หลินเสวี่ยเหยาขมวดคิ้วเรียวงาม ใบหน้าฉายแววเคลือบแคลงสงสัย นางหลับตาลงกวาดปล่อยสัมผัสจิตวิญญาณระดับ SSS สำรวจกลิ่นอายอักขระและอณูพลังปราณในสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างลึกซึ้ง และไม่นานนัก นางก็ลืมตาขึ้นมองหยาดคราบละอองน้ำแข็งและลมปราณระบบจาง ๆ ที่ตกค้างอยู่กับน้ำแข็งก้นถ้ำ ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจนว่านั่นคือพลังจำลองที่ไร้จิตวิญญาณจริง


    “เป็นจริงดังที่มันกล่าว... หลีเฮงหนีไปได้ด้วยวิชาประหลาดบางอย่าง!” เสวี่ยเหยาเอ่ยน้ำเสียงสั่นสะท้านด้วยความโล่งอกปนตื่นตระหนก “แต่ว่า... ยามนี้เขาไม่มีเสื้อผ้าอุ่น ๆ ติดตัว (เพราะชุดนอนหลุดอยู่กับศพปลอม) และระดับพลังลมปราณฝึกหัด ขั้นกลางระดับสูง ของเขาไม่มีทางต้านทานไอหนาวแดนลับชั้นกลางได้นาน ซ้ำร้ายเกราะป้องกัน ‘หลบหลังสตรี’  ก็ใช้งานไม่ได้ยามที่เขาอยู่ห่างไกลพวกเรา... เขาต้องตกอยู่ในอันตรายสาหัสแน่!”


    “เจ้าคนกะล่อนหน้าด้านนั่นเอาตัวรอดได้ป่วนประสาทชะมัด...” จ้าวฉินซวงพ่นลมหายใจระบายอารมณ์ แม้ปากจะบ่นแต่แววตากลับฉายความกังวลและรักห่วงใยปิดไม่มิด “รีบออกตามหาเขาเดี๋ยวนี้เถอะ! ขืนปล่อยให้ไอ้คุณชายฉู่เฟิงจู๋เหี่ยวหรือสัตว์อสูรระดับสูงเจอตัวเขาก่อนล่ะก็... มีหวังเหยื่อนวดกระตุ้นจุดสยิวระดับเทพของพวกเราได้มลายหายไปแน่!”


    “เข้าใจแล้ว! ล่าตระเวนค้นหากันต่อเดี๋ยวนี้!”


    สามสาวงามไม่รอช้า สะบัดร่างพุ่งทะยานฝ่าพายุหิมะโหมกระหน่ำออกจากซากค่ายพักแรมที่ยับเยิน มุ่งหน้าออกตามรอยกลิ่นอายอักขระระบบและรอยเท้าของหลีเฮงอย่างรวดเร็วและระมัดระวังประดุจพญาเหยี่ยวล่าเหยื่อ


    ---


    ในขณะเดียวกัน ลึกเข้าไปในผืนป่าหิมะรกชัฏทางทิศตะวันตก...


    *กระดึ๊บ... กระดึ๊บ...*


    ร่างโปร่งแสงสีขาวอมครามของหลีเฮงกำลังคลานสี่ขาไปตามพื้นหิมะหนาเตอะอย่างเชื่องช้าแสนทุลักทุเล เนื่องจากดีบัฟลดความเร็วครึ่งหนึ่งของทักษะพรางตัวกลมกลืน ชายหนุ่มหอบหายใจโรยแรง ไออุ่นจากปากเป่าพ่นรดหิมะจนละลายเป็นไอสีขาวลอยอวล ใบหน้าของเขาซีดเผือด ริมฝีปากสั่นเทา พลังลมปราณฝึกหัด ขั้นกลาง ในตันเถียนยามนี้เหือดแห้งขอดลงเรื่อย ๆ จากการต้องฝืนเค้นพลังส่งมาหล่อเลี้ยงทักษะพรางตัวตลอดเส้นทางหนีภัย


    *‘แฮ่ก... แฮ่ก... ไอหนาวจากป่าแดนลับระดับกลางนี่มันป่าเถื่อนเกินไปแล้ว! ขนาดข้าควักแต้มซื้อชุดผ้าหนามาใส่ตั้งพันแต้มแล้วนะเนี่ย ปราณในร่างข้าจะหมดก๊อกอยู่แล้วโว้ยระบบ!’* หลีเฮงสบถร้องระบายอารมณ์ล้าในหัวพลางกัดฟันคืบคลานหนี


    *วิ้ง... วิ้ง...*


    > [คำเตือน: ลมปราณคงเหลือของโฮสต์ลดลงต่ำกว่า 3% พลังงานบ่มเพาะไม่เพียงพอสำหรับบำรุงรักษาสกิลพรางตัวกลมกลืน]

    > [คิวเตือนภัย: ทักษะ พรางตัว จะดับสลายลงในอีก 10 วินาที]

    > [ตรวจพบพลังปราณอสูรดุร้ายระดับปราณนักสู้ ในระยะประชิด 5 เมตร ข้างหน้า!]


    “เฮ้ย! ซวยซ้ำซ้อนซ่อนเงื่อนอะไรปานนี้วะ!”


    หลีเฮงร้องลั่นในใจ พยายามเค้นแรงก๊อกสุดท้ายสลักสะกดปราณทว่าเส้นชีพจรกลับตีกลับจนปวดร้าวขยับไม่ออก และในวินาทีถัดมา...


    *ฟู่... วับ!*


    ม่านพลังงานพรางตัวโปร่งแสงที่เคยเคลือบร่างและเสื้อผ้าของเขา พลันเกิดรอยร้าวรวดเร็วก่อนจะส่งเสียงแตกเบา ๆ แล้วสลายหายไปในอากาศเฉียบพลัน เผยให้เห็นร่างหนาของหลีเฮงสวมชุดผ้าหนาหยาบสีขาวคราม นอนแผ่ราบคาบกลางลานหิมะสีขาวโพลนอย่างจะแจ้งชัดเจนต่อหน้าสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่ซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้ผลึกน้ำแข็ง!


    *โฮก...!!!*


    เสียงขู่คำรามกึกก้องสะท้านเลื่อนลั่นป่าหิมะจนกิ่งไม้สั่นไหวหิมะร่วงกราว ร่างเพรียวปราดเปรียวขนาดยักษ์พุ่งทะยานพรวดพราดออกมาจากเงามืด มันคือ **‘เสือดาวหิมะอสูร’** ลำตัวยาวกว่าสามเมตร ขนหนาสีเทาเงินลายจุดดำ ดวงตาสีฟ้าครามดุร้ายเต็มไปด้วยความหิวกระหาย เขี้ยวคมกริบขาวโพลนแผ่ไออสูรร้อนระอุ กรงเล็บเท้ายาวเฟื้อยพร้อมขย้ำเหยื่อตรงหน้าทันที!


    “อ๊ากกก!!! ไอ้เสือดาวหน้าโง่! แกลอบกัดคนไม่มีปราณเยี่ยงนี้ ไร้ศักดิ์ศรีเกินไปแล้วโว้ย!”


    หลีเฮงกรีดร้องเสียงหลง ยามนี้ระบบแจ้งเตือนว่าเกราะคุ้มกันปราณเมียรัก (Wife Shield) ปิดระบบเนื่องจากอยู่ห่างไกลคู่พันธะเกินรัศมี ชายหนุ่มไร้ซึ่งพลังป้องกันใด ๆ ทำได้เพียงรวบรวมพละกำลังทางกายภาพกลิ้งหลบหลีกไปด้านข้างกับพื้นหิมะเย็นเฉียบอย่างลนลานดุจลูกบอลหิมะกลมเกลี้ยง


    *ฟุ่บ!*


    เสือดาวหิมะพุ่งกระโจนขย้ำตะปบกรงเล็บข้างซ้ายลงกึ่งกลางจุดเดิมจนหิมะระเบิดกระจายเป็นหลุมลึก ทว่าความเร็วของมันช่างน่ากลัว กรงเล็บข้างขวาอันคมกริบดั่งใบมีดโกนกวาดตวัดตามมาติด ๆ ปะทะเข้ากับตัวเสื้อผ้าของหลีเฮงในจังหวะกลิ้งหนีฉิวเฉียดเต็มรัก!


    *แควก!!!*


    เสียงผ้าเนื้อหนาขาดสะบั้นสะท้านทรวง กรงเล็บอสูรกวาดรั้งดึงเกี่ยวเอาเสื้อนอกผ้าหยาบหนาสีขาวคราม (ราคา 1,000 แต้มที่หลีเฮงเพิ่งยอมจ่ายซื้อมาด้วยความเหนียวตระหนี่ถี่เหนียว) จนขาดสะบั้นแยกออกเป็นเศษผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยปลิวว่อนร่วงหล่นลงบนพื้นหิมะในพริบตาเดียว!


    ทว่า... ความซวยยังไม่จบสิ้นแค่นั้น! เสือดาวหิมะอสูรเมื่อพลาดเหยื่อคำรามเกรี้ยวกราด สะบัดตัวหมุนกลับมาตะปบตะกุยซ้ำสอง กรงเล็บหนากวาดครูดเข้ากึ่งกลางลำตัวของหลีเฮงอีกระลอก


    *แควก!!! แควก!!!*


    หลีเฮงกลิ้งหลบรอดพ้นคมเล็บที่จะเฉือนเนื้อมาได้อย่างหวุดหวิดหวาดเสียวจนแทบหยุดหายใจ ทว่าคมเล็บยาวกลับเกี่ยวรั้งดึงเอาเสื้อตัวใน กางเกงผ้าหยาบหนา รวมถึงกางเกงในผ้าบางตัวสุดท้ายของหลีเฮงให้ขาดกระจุยกระจายหลุดลุ่ยแหลกละเอียด ปลิวละลิ่วหายไปกับสายลมหนาวเหน็บในพริบตาเดียว!


    *ฟิ้ว...*


    สายลมหนาวพัดโชยผ่านก้นขาว ๆ และผิวกายเนียนละเอียดของหลีเฮงที่ยามนี้กลับมานอนคว่ำเปลือยกาย เปลือยร่อนจ้อน ขาวโพลน ไร้อาภรณ์ปกปิดติดกายแม้แต่เส้นด้ายเดียวอีกครั้งหนึ่ง! ความเป็นชายและของรักของหวงของเขาสั่นไหวโต้ลมหนาวสะท้านทรวงอย่างหมดสิ้นซึ่งศักดิ์ศรีชายชาตรี


    “ฮือออ... ไอ้เสือดาวเฮงซวย! แกกระชากเสื้อผ้าข้ากระเจิงหมดตัวเลยรึ! แต้มข้า... แต้มหนีตายหนึ่งพันแต้มของข้าอันตรธานหายไปในเสี้ยววินาทีเดียว! ข้าสาบานว่าจะจับแกมาทำต้มยำเสือดาวแก้แค้นให้ได้!” หลีเฮงร้องไห้คร่ำครวญน้ำตาไหลพรากในใจด้วยความเสียดายแต้มยิ่งกว่าเสียดายชีวิต


    *โฮก!!!*


    เสือดาวหิมะแยกเขี้ยวแสยะปากกว้างพุ่งกระโจนเข้าขย้ำซ้ำสามเพื่อหมายเด็ดหัวเหยื่อร่อนจ้อนหน้าด้านตรงหน้า


    หลีเฮงไม่มีเวลาคิดเสียดายแต้มอีกต่อไป ชายหนุ่มใส่เกียร์หมาตะเกียกตะกายลุกขึ้นวิ่ง คลานสี่ขาสองก้นขาวสั่นระริกพุ่งตัวไปบนพื้นหิมะเย็นเฉียบอย่างตื่นตระหนกสุดขีด ชายหนุ่มปีนป่ายพุ่งเป้าตรงดิ่งเข้าหาแนวเสาศิลาค่ายกลวิญญาณโบราณสีครามเข้มข้างหน้าซึ่งเป็นประตูทางเข้าเขตหวงห้ามจักรพรรดินีอย่างไม่คิดชีวิต


    *ฟุ่บ!*


    ร่างเปลือยกายล่อนจ้อนของหลีเฮงสไลด์ตัวมุดคลานลอดผ่านช่องว่างกึ่งกลางศิลาค่ายกลโบราณก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตหวงห้ามเข้าไปได้หวุดหวิดในเสี้ยววินาทีมัจจุราชเยือน!


    *ตูม!!!*


    ร่างมหึมาของเสือดาวหิมะอสูรที่พุ่งกระโจนตามมาติด ๆ กลับกระแทกชนเข้ากับแผงม่านบาเรียปราณสีครามเข้มของค่ายกลสะกดวิญญาณระดับยอดยุทธ์อย่างจัง เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวสะท้านป่า คลื่นพลังสีครามระเบิดระลอกหนึ่งส่งแรงสะท้อนมหาศาลซัดร่างเสือดาวหิมะยักษ์จนลอยละลิ่วละลิ่วกระเด็นกลับหลังไปฟาดเข้ากับโคนต้นไม้ใหญ่ด้านนอก หงายหลังร้องงึมงำมึนงงกุมหัวเดินเป๋หนีเตลิดไปในความมืด


    ภายในเขตหวงห้าม...


    หลีเฮงนอนคว่ำหน้า แขนขาอ่อนยวบยาบหมดเรี่ยวแรงอยู่บนพื้นหิมะอุ่นชื้นกึ่งอุ่นจัดด้วยอิทธิพลพลังงานอ่างน้ำร้อนทิพย์ด้านใน ร่างกายเปลือยเปล่าร่อนจ้อนสั่นระริกด้วยความหนาวสั่นปนเหนื่อยล้าถึงขีดสุด สติสัมปชัญญะเริ่มพร่ามัวหมุนเคว้ง ก่อนจะมืดดับวูบสลบเหมือดจมลงสู่ความเงียบสงัด... ทิ้งไว้เพียงร่างอันขาวผ่องไร้อาภรณ์กลางดินแดนต้องห้ามของจักรพรรดินีเหมันต์อัปสรเพื่อรอนิมิตหมายบทใหม่ในตอนถัดไป!


    - จบบทที่ 44 -


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม) ที่คุณอ่าน