ซูเซียงกับซูเจินนั่งมองยางฝิ่นที่จ้าวลู่ชิงกำลังเคี่ยว เมื่อเช้าพวกตนไปเก็บยางที่เกาะอยู่บนผลฝิ่นที่กรีดไว้ตั้งแต่บ่ายเมื่อวาน น้ำยางที่กรีดออกมาแรกเป็นสีชมพู แต่พอเช้ามาไปเก็บกลับกลายเป็นสีดำ
จ้าวหยางเดินเข้ามาดูบุตรสาวนั่งเคี่ยวฝิ่น ไม่น่าเชื่อว่าก้อนยางสีน้ำตาลไหม้จนออกดำจะสามารถทำให้ต้าถังสั่นสะเทือนได้
“น้องสาว หมู่บ้านไท่นำหมูป่ามาขายเจ้าจะรับซื้อหรือไม่” จ้าวลู่เสียนเข้ามาถามน้องสาวที่กำลังนั่งเคี่ยวอะไรอยู่ก็มิทราบได้
“รับซื้อเจ้าค่ะ ท่านพี่ช่วยรับซื้อแล้วให้คนงานในโรงงานจัดการเหมือนเดิมเลยนะเจ้าคะ”
จ้าวลู่ชิงจ้างคนในหมู่บ้านให้มาช่วยกันชำแหละเนื้อหมูแล้วทำเป็นเนื้อหมูแผ่นตากแห้ง คนในหมู่บ้านซานเป่ยที่มีแรงทำงานไม่มีผู้ใดว่างงานเลยสักคน
สินค้าที่ขึ้นชื่อของหมู่บ้านซ่านเป่ยคือเครื่องเรือนแปลกใหม่ที่มีการสั่งทำเข้ามาไม่ขาดสายทำให้ชาวบ้านมีรายได้จนสามารถมีชีวิตสุขสบาย
“คุณหนูขอรับ ร้านค้าติดกับภัตตาคารยอมขายร้านให้พวกเราแล้ว” โม่เอินรีบเข้ามารายงานหลังจากได้รับจดหมายที่ส่งมาทางนกพิราบ
“จริงหรือ”
จ้าวลู่ชิงเก็บอาการดีใจเอาไว้ไม่อยู่ นางรีบเคี่ยวฝิ่นให้แล้วเสร็จจากนั้นก็รีบเดินทางไปยังตำบลเพื่อดูร้านค้า
อาคารสองชั้นที่อยู่ติดกับภัตตคารหย่งเล่อยามนี้ปิดประตูสนิท ฮ่าวหลงจู๊ติดตามอยู่ข้างกายจ้าวลู่ชิง
“พวกเราเสียเงินไปถึงสองหมื่นก้วนเลยนะขอรับ” ฮ่าวหลงจู๊เจ็บปวดใจกับจำนวนเงินที่ต้องจ่ายไป
คราแรกเจ้าของร้านไม่ยอมขาย เสนอราคามาจนถึงสองหมื่นก้วนเจ้าของร้านรีบขายอย่างเร็ว
“มิเป็นไร พวกเราได้ร้านนี้มาครอบครองก็เพียงพอแล้ว”
เงินสองหมื่นก้วนมิใช่น้อย ๆ หากนำไปซื้อร้านบริเวณอื่นคงได้หลายร้าน แต่ว่านางต้องการร้านค้าที่อยู่ติดกับภัตตาคารหย่งเล่อจึงลองเสนอราคาซื้อขายให้กับเถ้าแก่เจ้าของร้าน
ร้านแห่งนี้แน่นอนว่าด้านหลังย่อมมีเรือนพักอาศัย ราคาแพงถึงเพียงนี้ถ้าไม่มีที่พักอาศัยนางคงไม่รั้นจะซื้อ
“ปรับปรุงอีกสักหน่อยก็สามารถเปิดร้านได้”
“นายช่างที่เตรียมไว้พร้อมแล้วขอรับ”
“ใช้เวลากี่วันถึงจะจัดการเสร็จ”
“ไม่ถึงสามวันขอรับ”
“ดี พวกเราจะได้เปิดร้านก่อนที่งานประมูลของหออิงฮวาจะจบลง” จ้าวลู่ชิงมองอาคารสองชั้น แต่ก่อนร้านนี้เป็นร้านขายของแห้ง สภาพร้านยังใหม่อยู่เพราะเพิ่งสร้างได้ไม่นาน
“พวกเขามาแล้วเจ้าค่ะ” ซูเซียงเดินนำกลุ่มขอทานเข้ามาภายในร้าน ผู้ที่เดินอยู่ด้านหน้าคือฉู่มั่ว พี่ใหญ่ของขอทานกลุ่มนี้
ขอทานแห่งเมืองหลงซีมีทั้งหมดสามสิบสองคน เด็กพวกนี้ไร้บิดามารดาและญาติมิตร จึงอาศัยนอนอยู่ในบ้านร้างหลังหนึ่งท้ายตรอกทางทิศใต้ ทุกคนอยู่ภายใต้ความดูแลของฉู่มั่ว
จ้าวลู่ชิงสำรวจเด็กทุกคน ส่วนใหญ่ล้วนโตจนสามารถทำงานได้แล้ว มีเด็กอายุน้อยที่สุดเก้าขวบจำนวนสองคน
“พวกเจ้าตามข้ามา” จ้าวลู่ชิงเดินนำหน้าเด็กพวกนี้ไปยังเรือนที่อยู่ด้านหลัง
เรือนหลังนี้คล้ายเรือนสี่ประสาน มีตัวเรือนหันหน้าเข้าหากัน เด็กสามสิบคนน่าจะอาศัยอยู่ที่นี่ได้
“พวกเจ้าต้องอาศัยอยู่ที่นี่” จ้าวลู่ชิงบอกกับเด็กทุกคน
“คุณหนูพูดจริงหรือขอรับ” ขอทานผู้หนึ่งถามย้ำเพื่อความแน่ใจ เรือนหลังนี้สวยเหมือนกับเรือนเศรษฐีในตำบล ไม่อยากจะเชื่อว่านางให้พวกตนอาศัยอยู่
“ใช่ พวกเจ้าเป็นคนงานของร้านก็ต้องอาศัยอยู่ที่นี่ พวกเจ้าไม่ต้องกังวลข้ามีเงินเดือนให้พวกเจ้าทุกคน และพวกเจ้ายังสามารถอาศัยอยู่ที่นี่โดยไม่เสียค่าเช่า ขอเพียงตั้งใจทำงานให้ดีก็พอ”
จ้าวลู่ชิงเคยรับปากกับขอทานพวกนี้ว่าหากพวกเขาช่วยงาน นางก็จะช่วยเหลือพวกเขาให้มีที่หลับนอนที่อบอุ่น ไม่ต้องทนหนาวเหน็บอยู่ในบ้านร้างหลังนั้นอีกต่อไป
“สตรีจะอยู่เรือนหลังนี้” จ้าวลู่ชิงชี้ไปยังเรือนที่อยู่ชั้นในสุด บุรุษห้ามรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของสตรีเด็ดขาด ที่นี่มีกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดหากผู้ใดฝ่าฝืนข้าจะไม่ปราณี”
“เจ้าวางใจ ข้าจะดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี” ฉู่มั่วตบหน้าอก ทุกคนต่างนับถือกันเป็นพี่น้อง ย่อมต้องรักใคร่กลมเกลียวเหมือนครอบครัว
“ข้าจะถือว่าพวกเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของสกุลจ้าว หากคิดทำการไม่ดีหรือทำให้ชื่อเสียงสกุลจ้าวเสียหาย ข้าคงต้องขับไล่คนผู้นั้นออกไป”
“คุณหนูไว้ใจพวกข้าได้” ทุกคนต่างยอมภักดีต่อคนสกุลจ้าว บ้านหลังใหญ่สามารถหลบลมหนาวได้อย่างนี้ ดีต่อพวกตนยิ่งนัก
“พวกเจ้าไปจับจองห้องเถิด อีกสักพักจะมีเครื่องนอนมาแจกจ่ายให้ทุกคน อีกไม่เกินสามวันร้านจะเปิดทำการ พวกเจ้าเตรียมตัวให้พร้อม
นี่คือหลงจู๊จากภัตตาคารหย่งเล่อ เขาจะมาสอนงานให้กับพวกเจ้าก่อนที่ร้านจะเปิด จงเชื่อฟังท่านลุงฮ่าวให้ดี มีอะไรไม่เข้าใจก็สามารถซักถามได้”
ทุกคนรับปากอย่างมั่นเหมาะ จ้าวลู่ชิงให้ฮ่าวหลงจู๊แบ่งสตรีในห้องครัวสักสามคนมาประจำอยู่ที่ร้านแห่งใหม่ ให้พวกนางคอยดูแลเด็กพวกนี้ จากนั้นก็ให้แบ่งเสี่ยวเอ้อมาช่วยงานที่นี่สักส่วนหนึ่ง นางต้องการขยับขยายพลเงาออกไปตามร้านต่าง ๆ
พลเงาพวกนี้ส่วนใหญ่ยังไม่ได้แต่งงาน สตรีบางคนก็กลายเป็นสาวแก่ทึนทึกเลยช่วงแต่งงานไปแล้ว ผู้ที่มีครอบครัวเป็นส่วนน้อย
จ้าวลู่ชิงจัดการทุกอย่างในตำบลเสร็จเรียบร้อยก็เดินทางกลับมายังหมู่บ้าน นางมุ่งตรงไปยังสถานที่ผลิตเครื่องเรือน โต๊ะเก้าอี้ที่นางสั่งตั้งอยู่จนเต็มอาคาร
“ท่านปู่อี้ รายการสินค้าที่ข้าสั่งใกล้เสร็จหรือยัง”
“ของเจ้าเหลือแค่เพียงเคลือบเงาก็เสร็จแล้ว”
“พวกท่านขยันกันเสียจริง”
“ยามมีรายได้ก็ต้องกอบโกยให้มาก ต่อไปช่างไม้ทั่วต้าถังก็สามารถเลียนแบบเครื่องเรือนพวกนี้ได้แล้ว”
“แย่แล้ว! ท่านพ่อ! ช่วยพี่รองด้วย” เสียงร้องที่เต็มไปด้วยอาการตื่นตระหนกทำให้ผู้คนที่กำลังทำงานอยู่หันไปสนใจ
“เกิดอะไรขึ้น เหตุใดวันนี้ถึงได้เลิกเรียนเร็วนักล่ะ” จ้าวซิงฉือถามบุตรชายคนเล็ก
“ท่านพ่อช่วยพี่รองด้วย”
“พี่รองเจ้าเป็นอันใด”
“มีคนมาหาเรื่องพี่รอง ท่านตามข้ามา” วิ่งนำหน้าบิดาด้วยความร้อนใจ
ทุกคนต่างวางเครื่องมือแล้วรีบวิ่งตามเด็กน้อยไป ไม่เว้นแม้กระทั่งจ้าวลู่ชิงและซูเซียงที่นั่งรถม้าตามไปด้วย
ระหว่างทางนางรับผู้สูงอายุขึ้นรถม้าไปด้วย
สถานศึกษาส่วนตัวที่ห่างจากหมู่บ้านประมาณห้าลี้ยามนี้มีหญิงชรากับสตรีวัยกลางคน นั่งคร่ำครวญด้วยน้ำตานองหน้า มีเด็กนักเรียนยืนล้อมรอบ อาจารย์ของสถานศึกษาพยายามเกลี้ยกล่อมให้สตรีทั้งสองหยุดฟูมฟาย
สิ่งที่จ้าวเฉิงรำคาญที่สุดคือเสียงร้องไห้ของสตรี ถ้าอยู่ในป่าแล้วเจอคนเช่นนี้บางทีเขาอาจจับโยนลงเขาก็เป็นได้
“พวกท่านต้องคืนความยุติธรรมให้หลานสาวของข้า”
“ท่านป้า โปรดใจเย็นก่อน มันเป็นอบุติเหตุที่ไม่มีผู้ใดอยากให้เกิด” จ้าวหยางหน้าเครียดกับเรื่องราวที่กำลังเกิด
“เจ้าจะให้ข้าใจเย็นได้อย่างไร หลานสาวข้าเป็นผู้เสียหาย ภายภาคหน้าหลานสาวข้าต้องถูกนินทาจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ผู้ใดอยากจะแต่งงานกับสตรีที่มีตำหนิ”
“เกิดอะไรขึ้น” เสียงอ่อนโยนของสตรีดังขึ้น สตรีผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นไกลแต่เป็นมารดาของจ้าวตงที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างอาจารย์
คนในหมู่บ้านต่างมุ่งตรงมามุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าสถานศึกษา
“เจ้าเป็นใคร?”
“ข้าคือมารดาของเขา”
“เจ้าเป็นมารดาของเด็กคนนี้ก็ดี รู้หรือไม่ว่าบุตรชายของเจ้าทำลายชื่อเสียงหลานสาวข้า” ชี้ไปยังหลานสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของลูกสะใภ้
“บุตรชายข้านี่นะไปทำลายชื่อเสียงของหลานสาวเจ้า”
“ใช่ บุตรชายของเจ้าล้มทับหลานสาวข้าต่อหน้าคนมากมาย ถ้าไม่เชื่อก็ถามเด็กพวกนี้ได้”
หัวหน้าหมู่บ้านแหวกทางมาหยุดยืนอยู่ด้านหน้า จ้าวลู่ชิงก็เดินติดตามอยู่ด้านหลังราวกับว่าเป็นผู้ช่วยของหัวหน้าหมู่บ้านทั้งที่ความเป็นจริงนางเพียงอยากรู้อยากเห็นใกล้ ๆ เท่านั้นเอง
“เกิดอันใดขึ้น มีผู้ใดพอจะเล่าเรื่องที่เกิดตั้งแต่ต้นจนจบได้หรือไม่” หัวหน้าหมู่บ้านมองหาผู้ที่พอจะรู้เรื่องตั้งแต่เริ่มแรกจนจบ
“ข้าจะเป็นผู้เล่าเอง” หญิงชราที่โวยวายเมื่อสักครู่กล่าวขึ้น
“เจ้าเล่ามา” เมื่อไม่มีใครเล่าก็คงต้องเป็นนางแล้วล่ะ
“ข้าพาลูกสะใภ้กับหลานสาวเดินทางมาเยี่ยมบุตรสาวที่หมู่บ้านซานเป่ย ระหว่างเดินผ่านสถานศึกษาก็มีเด็กกลุ่มหนึ่งวิ่งไล่กันออกมา เจ้าเด็กคนนี้มันวิ่งชนหลานสาวข้าจนล้มทับกันอยู่บนพื้นต่อหน้าคนมากมาย พวกเจ้าว่าข้าควรโวยวายหรือไม่”
หญิงชราใส่อารมณ์เต็มที่เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิด
“เหตุใดพวกเจ้าถึงได้มาที่หมู่บ้านพวกเราตอนที่พระอาทิตย์ใกล้จะตก” อีกประมาณหนึ่งชั่วยามพระอาทิตย์ก็ใกล้จะตก ช่วงนี้เป็นช่วยเลิกเรียนเสียด้วย
“ข้ากับลูกสะใภ้และหลานสาวเดินทางออกจากบ้านสาย กว่าจะถึงก็หลายชั่วยาม คืนนี้พวกข้าคิดว่าจะขอพักอาศัยที่บ้านลูกเขยสักคืนก่อนจะเดินทางกลับ”
“เจ้าเป็นมารดาของผู้ใด”
สตรีที่เป็นบุตรสาวของหญิงชราหลบอยู่ด้านหลังสามี เห็นมารดาชี้นิ้วมาหาก็มีใบหน้าเหยเก
“ภรรยาจ้าวชานเจ้าเป็นบุตรของนางหรอกหรือ”
“เจ้าค่ะ” ส่งยิ้มแห้งให้ทุกคน
“เท่าที่ข้าฟังมามันเป็นอุบัติเหตุเท่านั้น เจ้าอย่าได้ถือสาเลย”
“ตาเฒ่าปากเสีย เจ้าเป็นใครเหตุใดถึงได้มาบอกให้ข้าอย่าถือสา”
จ้าวอี้หน้าตึงกับคำด่า “ข้าเป็นหัวหน้าหมู่บ้านซานเป่ย”
“เจ้าเป็นหัวหน้าหมู่บ้านก็ควรรู้สิว่าชื่อเสียงของสตรีนั้นสำคัญ” เท้าสะเอวถลึงตาใส่ด้วยความโมโห
“แล้วเจ้าจะให้ทำอย่างไร” จ้าวอี้ไว้หน้าหญิงชราสองส่วน ถ้านางเป็นมารดาของภรรยาจ้าวชานก็น่าจะเป็นภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านหยุน
“เด็กคนนี้ต้องรับผิดชอบหลานสาวของข้า”
“ท่านบ้าไปแล้วรึ บุตรชายของข้าเพิ่งจะอายุสิบเอ็ด จะให้รับผิดชอบหลานสาวท่าน” จ้าวฉิงซือโวยวาย ยืนมองบุตรชายคนรองที่สวมกอดภรรยาของตนแน่น
“หลานสาวของข้าก็เพิ่งอายุสิบเอ็ดกลับถูกบุตรชายของเจ้าทำลายชื่อเสียง ถ้าไม่ให้เขารับผิดชอบแล้วจะให้สนุขตัวใด หรือจะให้เจ้า แล้วก็เจ้า” ชี้ไปยังเด็กที่ยืนอยู่
เด็กที่ถูกชี้ต่างส่ายหน้าปฏิเสธแล้วหลบอยู่หลังบิดามารดา
“ท่านพ่อข้าไม่ได้ตั้งใจ พวกข้าเพียงจะวิ่งแข่งกันกลับบ้านเท่านั้นเอง” จ้าวตงส่งสายตาตื่นตระหนกให้บิดา
“ข้าว่าทุกคนใจเย็น ๆ กันก่อน กลับบ้านไปคุยกันเถิด” จ้าวอี้หาทางออกให้ ยืนพูดคุยอยู่ที่นี่จนมืดก็คงไม่รู้เรื่อง
ต้องขอโทษรีดทุกคนด้วยนะคะ ที่หายไปหลายวันโดยไม่บอก พอดีว่าเหอเปาป่วยกระทันหัน วันนี้เหอเปามาชดเชยให้ได้เพียงห้าตอนนะคะ ตาอ่านเนื้อหาไม่ไหวแล้ว