จ้าวลู่ชิง คหบดีหญิงแห่งต้าถัง

    ตอนที่ 131 บุรุษหมู่บ้านซานเป่ยเนื้อหอม

    ซูเซียงกับซูเจินนั่งมองยางฝิ่นที่จ้าวลู่ชิงกำลังเคี่ยว เมื่อเช้าพวกตนไปเก็บยางที่เกาะอยู่บนผลฝิ่นที่กรีดไว้ตั้งแต่บ่ายเมื่อวาน น้ำยางที่กรีดออกมาแรกเป็นสีชมพู แต่พอเช้ามาไปเก็บกลับกลายเป็นสีดำ

    จ้าวหยางเดินเข้ามาดูบุตรสาวนั่งเคี่ยวฝิ่น ไม่น่าเชื่อว่าก้อนยางสีน้ำตาลไหม้จนออกดำจะสามารถทำให้ต้าถังสั่นสะเทือนได้

    “น้องสาว หมู่บ้านไท่นำหมูป่ามาขายเจ้าจะรับซื้อหรือไม่” จ้าวลู่เสียนเข้ามาถามน้องสาวที่กำลังนั่งเคี่ยวอะไรอยู่ก็มิทราบได้

    “รับซื้อเจ้าค่ะ ท่านพี่ช่วยรับซื้อแล้วให้คนงานในโรงงานจัดการเหมือนเดิมเลยนะเจ้าคะ”

    จ้าวลู่ชิงจ้างคนในหมู่บ้านให้มาช่วยกันชำแหละเนื้อหมูแล้วทำเป็นเนื้อหมูแผ่นตากแห้ง คนในหมู่บ้านซานเป่ยที่มีแรงทำงานไม่มีผู้ใดว่างงานเลยสักคน

    สินค้าที่ขึ้นชื่อของหมู่บ้านซ่านเป่ยคือเครื่องเรือนแปลกใหม่ที่มีการสั่งทำเข้ามาไม่ขาดสายทำให้ชาวบ้านมีรายได้จนสามารถมีชีวิตสุขสบาย

    “คุณหนูขอรับ ร้านค้าติดกับภัตตาคารยอมขายร้านให้พวกเราแล้ว” โม่เอินรีบเข้ามารายงานหลังจากได้รับจดหมายที่ส่งมาทางนกพิราบ

    “จริงหรือ”

    จ้าวลู่ชิงเก็บอาการดีใจเอาไว้ไม่อยู่ นางรีบเคี่ยวฝิ่นให้แล้วเสร็จจากนั้นก็รีบเดินทางไปยังตำบลเพื่อดูร้านค้า

    อาคารสองชั้นที่อยู่ติดกับภัตตคารหย่งเล่อยามนี้ปิดประตูสนิท ฮ่าวหลงจู๊ติดตามอยู่ข้างกายจ้าวลู่ชิง

    “พวกเราเสียเงินไปถึงสองหมื่นก้วนเลยนะขอรับ” ฮ่าวหลงจู๊เจ็บปวดใจกับจำนวนเงินที่ต้องจ่ายไป

    คราแรกเจ้าของร้านไม่ยอมขาย เสนอราคามาจนถึงสองหมื่นก้วนเจ้าของร้านรีบขายอย่างเร็ว

    “มิเป็นไร พวกเราได้ร้านนี้มาครอบครองก็เพียงพอแล้ว”

    เงินสองหมื่นก้วนมิใช่น้อย ๆ หากนำไปซื้อร้านบริเวณอื่นคงได้หลายร้าน แต่ว่านางต้องการร้านค้าที่อยู่ติดกับภัตตาคารหย่งเล่อจึงลองเสนอราคาซื้อขายให้กับเถ้าแก่เจ้าของร้าน

    ร้านแห่งนี้แน่นอนว่าด้านหลังย่อมมีเรือนพักอาศัย ราคาแพงถึงเพียงนี้ถ้าไม่มีที่พักอาศัยนางคงไม่รั้นจะซื้อ

    “ปรับปรุงอีกสักหน่อยก็สามารถเปิดร้านได้”

    “นายช่างที่เตรียมไว้พร้อมแล้วขอรับ”

    “ใช้เวลากี่วันถึงจะจัดการเสร็จ”

    “ไม่ถึงสามวันขอรับ”

    “ดี พวกเราจะได้เปิดร้านก่อนที่งานประมูลของหออิงฮวาจะจบลง” จ้าวลู่ชิงมองอาคารสองชั้น แต่ก่อนร้านนี้เป็นร้านขายของแห้ง สภาพร้านยังใหม่อยู่เพราะเพิ่งสร้างได้ไม่นาน

    “พวกเขามาแล้วเจ้าค่ะ” ซูเซียงเดินนำกลุ่มขอทานเข้ามาภายในร้าน ผู้ที่เดินอยู่ด้านหน้าคือฉู่มั่ว พี่ใหญ่ของขอทานกลุ่มนี้

    ขอทานแห่งเมืองหลงซีมีทั้งหมดสามสิบสองคน เด็กพวกนี้ไร้บิดามารดาและญาติมิตร จึงอาศัยนอนอยู่ในบ้านร้างหลังหนึ่งท้ายตรอกทางทิศใต้ ทุกคนอยู่ภายใต้ความดูแลของฉู่มั่ว

    จ้าวลู่ชิงสำรวจเด็กทุกคน ส่วนใหญ่ล้วนโตจนสามารถทำงานได้แล้ว มีเด็กอายุน้อยที่สุดเก้าขวบจำนวนสองคน

    “พวกเจ้าตามข้ามา” จ้าวลู่ชิงเดินนำหน้าเด็กพวกนี้ไปยังเรือนที่อยู่ด้านหลัง

    เรือนหลังนี้คล้ายเรือนสี่ประสาน มีตัวเรือนหันหน้าเข้าหากัน เด็กสามสิบคนน่าจะอาศัยอยู่ที่นี่ได้

    “พวกเจ้าต้องอาศัยอยู่ที่นี่” จ้าวลู่ชิงบอกกับเด็กทุกคน

    “คุณหนูพูดจริงหรือขอรับ” ขอทานผู้หนึ่งถามย้ำเพื่อความแน่ใจ เรือนหลังนี้สวยเหมือนกับเรือนเศรษฐีในตำบล ไม่อยากจะเชื่อว่านางให้พวกตนอาศัยอยู่

    “ใช่ พวกเจ้าเป็นคนงานของร้านก็ต้องอาศัยอยู่ที่นี่ พวกเจ้าไม่ต้องกังวลข้ามีเงินเดือนให้พวกเจ้าทุกคน และพวกเจ้ายังสามารถอาศัยอยู่ที่นี่โดยไม่เสียค่าเช่า ขอเพียงตั้งใจทำงานให้ดีก็พอ”

    จ้าวลู่ชิงเคยรับปากกับขอทานพวกนี้ว่าหากพวกเขาช่วยงาน นางก็จะช่วยเหลือพวกเขาให้มีที่หลับนอนที่อบอุ่น ไม่ต้องทนหนาวเหน็บอยู่ในบ้านร้างหลังนั้นอีกต่อไป

    “สตรีจะอยู่เรือนหลังนี้” จ้าวลู่ชิงชี้ไปยังเรือนที่อยู่ชั้นในสุด บุรุษห้ามรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของสตรีเด็ดขาด ที่นี่มีกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดหากผู้ใดฝ่าฝืนข้าจะไม่ปราณี”

    “เจ้าวางใจ ข้าจะดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี” ฉู่มั่วตบหน้าอก ทุกคนต่างนับถือกันเป็นพี่น้อง ย่อมต้องรักใคร่กลมเกลียวเหมือนครอบครัว

    “ข้าจะถือว่าพวกเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของสกุลจ้าว หากคิดทำการไม่ดีหรือทำให้ชื่อเสียงสกุลจ้าวเสียหาย ข้าคงต้องขับไล่คนผู้นั้นออกไป”

    “คุณหนูไว้ใจพวกข้าได้” ทุกคนต่างยอมภักดีต่อคนสกุลจ้าว บ้านหลังใหญ่สามารถหลบลมหนาวได้อย่างนี้ ดีต่อพวกตนยิ่งนัก

    “พวกเจ้าไปจับจองห้องเถิด อีกสักพักจะมีเครื่องนอนมาแจกจ่ายให้ทุกคน อีกไม่เกินสามวันร้านจะเปิดทำการ พวกเจ้าเตรียมตัวให้พร้อม

    นี่คือหลงจู๊จากภัตตาคารหย่งเล่อ เขาจะมาสอนงานให้กับพวกเจ้าก่อนที่ร้านจะเปิด จงเชื่อฟังท่านลุงฮ่าวให้ดี มีอะไรไม่เข้าใจก็สามารถซักถามได้”

    ทุกคนรับปากอย่างมั่นเหมาะ จ้าวลู่ชิงให้ฮ่าวหลงจู๊แบ่งสตรีในห้องครัวสักสามคนมาประจำอยู่ที่ร้านแห่งใหม่ ให้พวกนางคอยดูแลเด็กพวกนี้ จากนั้นก็ให้แบ่งเสี่ยวเอ้อมาช่วยงานที่นี่สักส่วนหนึ่ง นางต้องการขยับขยายพลเงาออกไปตามร้านต่าง ๆ

    พลเงาพวกนี้ส่วนใหญ่ยังไม่ได้แต่งงาน สตรีบางคนก็กลายเป็นสาวแก่ทึนทึกเลยช่วงแต่งงานไปแล้ว ผู้ที่มีครอบครัวเป็นส่วนน้อย

    จ้าวลู่ชิงจัดการทุกอย่างในตำบลเสร็จเรียบร้อยก็เดินทางกลับมายังหมู่บ้าน นางมุ่งตรงไปยังสถานที่ผลิตเครื่องเรือน โต๊ะเก้าอี้ที่นางสั่งตั้งอยู่จนเต็มอาคาร

    “ท่านปู่อี้ รายการสินค้าที่ข้าสั่งใกล้เสร็จหรือยัง”

    “ของเจ้าเหลือแค่เพียงเคลือบเงาก็เสร็จแล้ว”

    “พวกท่านขยันกันเสียจริง”

    “ยามมีรายได้ก็ต้องกอบโกยให้มาก ต่อไปช่างไม้ทั่วต้าถังก็สามารถเลียนแบบเครื่องเรือนพวกนี้ได้แล้ว”

    “แย่แล้ว! ท่านพ่อ! ช่วยพี่รองด้วย” เสียงร้องที่เต็มไปด้วยอาการตื่นตระหนกทำให้ผู้คนที่กำลังทำงานอยู่หันไปสนใจ

    “เกิดอะไรขึ้น เหตุใดวันนี้ถึงได้เลิกเรียนเร็วนักล่ะ” จ้าวซิงฉือถามบุตรชายคนเล็ก

    “ท่านพ่อช่วยพี่รองด้วย”

    “พี่รองเจ้าเป็นอันใด”

    “มีคนมาหาเรื่องพี่รอง ท่านตามข้ามา” วิ่งนำหน้าบิดาด้วยความร้อนใจ

    ทุกคนต่างวางเครื่องมือแล้วรีบวิ่งตามเด็กน้อยไป ไม่เว้นแม้กระทั่งจ้าวลู่ชิงและซูเซียงที่นั่งรถม้าตามไปด้วย

    ระหว่างทางนางรับผู้สูงอายุขึ้นรถม้าไปด้วย

    สถานศึกษาส่วนตัวที่ห่างจากหมู่บ้านประมาณห้าลี้ยามนี้มีหญิงชรากับสตรีวัยกลางคน นั่งคร่ำครวญด้วยน้ำตานองหน้า มีเด็กนักเรียนยืนล้อมรอบ อาจารย์ของสถานศึกษาพยายามเกลี้ยกล่อมให้สตรีทั้งสองหยุดฟูมฟาย

    สิ่งที่จ้าวเฉิงรำคาญที่สุดคือเสียงร้องไห้ของสตรี ถ้าอยู่ในป่าแล้วเจอคนเช่นนี้บางทีเขาอาจจับโยนลงเขาก็เป็นได้

    “พวกท่านต้องคืนความยุติธรรมให้หลานสาวของข้า”

    “ท่านป้า โปรดใจเย็นก่อน มันเป็นอบุติเหตุที่ไม่มีผู้ใดอยากให้เกิด” จ้าวหยางหน้าเครียดกับเรื่องราวที่กำลังเกิด

    “เจ้าจะให้ข้าใจเย็นได้อย่างไร หลานสาวข้าเป็นผู้เสียหาย ภายภาคหน้าหลานสาวข้าต้องถูกนินทาจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ผู้ใดอยากจะแต่งงานกับสตรีที่มีตำหนิ”

    “เกิดอะไรขึ้น” เสียงอ่อนโยนของสตรีดังขึ้น สตรีผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นไกลแต่เป็นมารดาของจ้าวตงที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างอาจารย์

    คนในหมู่บ้านต่างมุ่งตรงมามุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าสถานศึกษา

    “เจ้าเป็นใคร?”

    “ข้าคือมารดาของเขา”

    “เจ้าเป็นมารดาของเด็กคนนี้ก็ดี รู้หรือไม่ว่าบุตรชายของเจ้าทำลายชื่อเสียงหลานสาวข้า” ชี้ไปยังหลานสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของลูกสะใภ้

    “บุตรชายข้านี่นะไปทำลายชื่อเสียงของหลานสาวเจ้า”

    “ใช่ บุตรชายของเจ้าล้มทับหลานสาวข้าต่อหน้าคนมากมาย ถ้าไม่เชื่อก็ถามเด็กพวกนี้ได้”

    หัวหน้าหมู่บ้านแหวกทางมาหยุดยืนอยู่ด้านหน้า จ้าวลู่ชิงก็เดินติดตามอยู่ด้านหลังราวกับว่าเป็นผู้ช่วยของหัวหน้าหมู่บ้านทั้งที่ความเป็นจริงนางเพียงอยากรู้อยากเห็นใกล้ ๆ เท่านั้นเอง

    “เกิดอันใดขึ้น มีผู้ใดพอจะเล่าเรื่องที่เกิดตั้งแต่ต้นจนจบได้หรือไม่” หัวหน้าหมู่บ้านมองหาผู้ที่พอจะรู้เรื่องตั้งแต่เริ่มแรกจนจบ

    “ข้าจะเป็นผู้เล่าเอง” หญิงชราที่โวยวายเมื่อสักครู่กล่าวขึ้น

    “เจ้าเล่ามา” เมื่อไม่มีใครเล่าก็คงต้องเป็นนางแล้วล่ะ

    “ข้าพาลูกสะใภ้กับหลานสาวเดินทางมาเยี่ยมบุตรสาวที่หมู่บ้านซานเป่ย ระหว่างเดินผ่านสถานศึกษาก็มีเด็กกลุ่มหนึ่งวิ่งไล่กันออกมา เจ้าเด็กคนนี้มันวิ่งชนหลานสาวข้าจนล้มทับกันอยู่บนพื้นต่อหน้าคนมากมาย พวกเจ้าว่าข้าควรโวยวายหรือไม่”

    หญิงชราใส่อารมณ์เต็มที่เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิด

    “เหตุใดพวกเจ้าถึงได้มาที่หมู่บ้านพวกเราตอนที่พระอาทิตย์ใกล้จะตก” อีกประมาณหนึ่งชั่วยามพระอาทิตย์ก็ใกล้จะตก ช่วงนี้เป็นช่วยเลิกเรียนเสียด้วย

    “ข้ากับลูกสะใภ้และหลานสาวเดินทางออกจากบ้านสาย กว่าจะถึงก็หลายชั่วยาม คืนนี้พวกข้าคิดว่าจะขอพักอาศัยที่บ้านลูกเขยสักคืนก่อนจะเดินทางกลับ”

    “เจ้าเป็นมารดาของผู้ใด” 

    สตรีที่เป็นบุตรสาวของหญิงชราหลบอยู่ด้านหลังสามี เห็นมารดาชี้นิ้วมาหาก็มีใบหน้าเหยเก

    “ภรรยาจ้าวชานเจ้าเป็นบุตรของนางหรอกหรือ”

    “เจ้าค่ะ” ส่งยิ้มแห้งให้ทุกคน

    “เท่าที่ข้าฟังมามันเป็นอุบัติเหตุเท่านั้น เจ้าอย่าได้ถือสาเลย”

    “ตาเฒ่าปากเสีย เจ้าเป็นใครเหตุใดถึงได้มาบอกให้ข้าอย่าถือสา”

    จ้าวอี้หน้าตึงกับคำด่า “ข้าเป็นหัวหน้าหมู่บ้านซานเป่ย”

    “เจ้าเป็นหัวหน้าหมู่บ้านก็ควรรู้สิว่าชื่อเสียงของสตรีนั้นสำคัญ” เท้าสะเอวถลึงตาใส่ด้วยความโมโห

    “แล้วเจ้าจะให้ทำอย่างไร” จ้าวอี้ไว้หน้าหญิงชราสองส่วน ถ้านางเป็นมารดาของภรรยาจ้าวชานก็น่าจะเป็นภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านหยุน

    “เด็กคนนี้ต้องรับผิดชอบหลานสาวของข้า”

    “ท่านบ้าไปแล้วรึ บุตรชายของข้าเพิ่งจะอายุสิบเอ็ด จะให้รับผิดชอบหลานสาวท่าน” จ้าวฉิงซือโวยวาย ยืนมองบุตรชายคนรองที่สวมกอดภรรยาของตนแน่น

    “หลานสาวของข้าก็เพิ่งอายุสิบเอ็ดกลับถูกบุตรชายของเจ้าทำลายชื่อเสียง ถ้าไม่ให้เขารับผิดชอบแล้วจะให้สนุขตัวใด หรือจะให้เจ้า แล้วก็เจ้า” ชี้ไปยังเด็กที่ยืนอยู่

    เด็กที่ถูกชี้ต่างส่ายหน้าปฏิเสธแล้วหลบอยู่หลังบิดามารดา

    “ท่านพ่อข้าไม่ได้ตั้งใจ พวกข้าเพียงจะวิ่งแข่งกันกลับบ้านเท่านั้นเอง” จ้าวตงส่งสายตาตื่นตระหนกให้บิดา

    “ข้าว่าทุกคนใจเย็น ๆ กันก่อน กลับบ้านไปคุยกันเถิด” จ้าวอี้หาทางออกให้ ยืนพูดคุยอยู่ที่นี่จนมืดก็คงไม่รู้เรื่อง

    ต้องขอโทษรีดทุกคนด้วยนะคะ ที่หายไปหลายวันโดยไม่บอก พอดีว่าเหอเปาป่วยกระทันหัน วันนี้เหอเปามาชดเชยให้ได้เพียงห้าตอนนะคะ ตาอ่านเนื้อหาไม่ไหวแล้ว

    คล้ายกับเรื่องจ้าวลู่ชิง คหบดีหญิงแห่งต้าถัง ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808