ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับพยักหน้า หญิงสาวจึงได้ลุกเดินออกไป
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“ตายแล้วตาธัชนี่หลานถึงกับให้คนใช้มานั่งทานอาหารร่วมโต๊ะกับพวกเราเลยเหรอ”
นางชุติมาโวยวายเมื่อเข้ามาที่โต๊ะรับประทานอาหารแล้วพบว่ามีบุญสิตานั่งร่วมอยู่ด้วย
“นี่เป็ลูกสาวของนายยุทธนะครับ”
ธัชพงษ์กล่าวออกไปอย่างนั้น ด้วยเขายังไม่เห็นมีความจำเป็ใดที่จะต้องบอกความจริงไปให้ใครๆได้รู้ว่าเขากำลังคิดทำอะไรอยู่
“นายยุทธมันก็แค่คนขับรถแล้วนังเด็กนี่มันก็แค่คนใช้”
นางชุติมาส่งเสียงเกรี้ยวกราดออกไปอย่างลืมตัว
“คุณนายคะจะเป็คนขับรถหรือว่าคนใช้ มันก็เป็คนเหมือนกันกับคุณนายนะคะ”
บุญสิตาอดแย้งออกไปไม่ได้ เมื่อได้ยินประโยคดูถูกดูแคลนจากอีกฝ่ายชัดเจนอย่างนั้น
“ใช่เป็คนเหมือนกัน แต่มันต่างชั้นกันย่ะ”
นางชุติมาหันไปตวาดเอาเสียงเขียว
“เอาเป็ว่าผมอนุญาตให้บุญสิตานั่งทานอาหารร่วมโต๊ะกับเราทุกมื้อเป็กรณีพิเศษก็แล้วกันครับ”
ธัชพงษ์กล่าวสรุปออกมาอย่างนั้นให้ทุกคนได้ยินทั่วกัน
“ทำไมต้องเป็อย่างนั้นด้วยคะพี่ธัช”
ชาลินีหน้างอฉับขึ้นมาทันที
“เชิญทุกคนลงมือทานอาหารกันเลยดีกว่า”
ผู้เปรียบได้กับประมุขของบ้านกล่าวตัดบทขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังทำให้ทั้งสองแม่ลูกไม่กล้าแย้งอะไรออกมาอีกแม้จะรู้สึกไม่พอใจอยู่อย่างมากก็ตามที
และคนที่รู้สึกอึดอัดที่สุดในยามนี้ก็เห็นจะเป็บุญสิตาเพราะต้องทานอาหารควบคู่ไปกับการถูกจ้องมองด้วยสายตาเกรี้ยวกราดไม่เป็มิตรจากสองแม่ลูกอยู่ตลอดเวลาและดูเหมือนที่โต๊ะอาหารนี้เธอจะได้พบกับชายหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธออยู่อีกคนหนึ่งท่าทางเขาดูไม่ค่อยจะชอบมีปัญหากับใครนักเพราะนอกจากจะยิ้มให้เธอนิดหนึ่งตอนที่เข้ามาเจอหน้ากันครั้งแรกแล้วจากนั้นเขาก็ก้มหน้าก้มตาทานอาหารไปเงียบๆโดยที่ไม่พูดไม่จากับใครเลย
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“นี่นายวุฒิแกยังมีแก่ใจมานั่งเล่นเกมส์อยู่อีกเหรอ”
ชาลินีกล่าวอย่างหงุดหงิดเมื่อเข้ามาในห้องของน้องชายแล้วพบว่าเขากำลังนั่งเล่นเกมส์จากคอมพิวเตอร์อยู่อย่างสบายอารมณ์ไม่มีท่าทางว่าจะทุกข์ร้อนอะไรเลย
“ก็แล้วพี่นีจะให้ผมประสาทเสียไปด้วยเื่อะไรละครับ”
ชัยวุฒิกล่าวอย่างร่าเริงชีวิตเด็กหนุ่มที่พึ่งจบจากมหาวิทยาลัยอย่างเขาไม่มีอะไรให้ต้องคิดมาก เพราะการงานญาติผู้พี่อย่างธัชพงษ์ก็เตรียมตำแหน่งในบริษัทไว้รอแล้วแค่เขาขอเวลาพักผ่อนสักระยะก่อนเข้าไปทำงานอย่างจริงจังเท่านั้น
“แต่ฉันอกจะแตกตายแล้วแกรู้ไหม”
ชาลินีขึ้นเสียงสูงปรี๊ดทันที
“โอ๊ยพี่นี” ชัยวุฒิยกสองมือขึ้นอุดหูก่อนจะกล่าวต่อไปว่า “ก็ผมบอกแล้วว่าอย่าตบอย่าดันให้มันมากนักไม่รู้จะอยากอึ๋มไปถึงไหน ลำบากนักก็ไม่ไปทำศัลยกรรมเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยล่ะ”
“ไอ้บ้านี่แกพูดบ้าอะไรของแกห๊ะ”
ชาลินีเอื้อมมือไปบิดหูของน้องชายเต็มแรง
“โอ๊ยพี่นีเบาๆ หูผมจะขาด”
ชัยวุฒิร้องออกมาลั่นห้อง
“อะไรกันอีกแล้วพี่น้องคู่นี้”
นางชุติมาที่ได้ยินเสียงเอะอะรีบวิ่งเข้ามาห้ามปรามเหตุการณ์
“ก็พี่นีสิฮะคุณแม่เข้ามาหาเื่ผมถึงในห้อง”
ชัยวุฒิรีบฟ้องผู้เป็แม่พร้อมกับคลำหูที่พี่สาวพึ่งปล่อยมือไปด้วยความเจ็บ
“นีแค่คิดจะเข้ามาขอคำปรึกษาเื่พี่ธัชบ้างแต่นายวุฒิก็มัวมาพูดจาบ้าๆอยู่ได้”
ชาลินีชี้แจงบ้าง