เธอคือที่สุดของหัวใจ

    ตอนที่ 17

             

            ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับพยักหน้า หญิงสาวจึงได้ลุกเดินออกไป

     

    ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

               

                “ตายแล้วตาธัชนี่หลานถึงกับให้คนใช้มานั่งทานอาหารร่วมโต๊ะกับพวกเราเลยเหรอ” 

            นางชุติมาโวยวายเมื่อเข้ามาที่โต๊ะรับประทานอาหารแล้วพบว่ามีบุญสิตานั่งร่วมอยู่ด้วย

                “นี่เป็๞ลูกสาวของนายยุทธนะครับ” 

            ธัชพงษ์กล่าวออกไปอย่างนั้น ด้วยเขายังไม่เห็นมีความจำเป็๲ใดที่จะต้องบอกความจริงไปให้ใครๆได้รู้ว่าเขากำลังคิดทำอะไรอยู่

                “นายยุทธมันก็แค่คนขับรถแล้วนังเด็กนี่มันก็แค่คนใช้” 

            นางชุติมาส่งเสียงเกรี้ยวกราดออกไปอย่างลืมตัว

               

            “คุณนายคะจะเป็๲คนขับรถหรือว่าคนใช้ มันก็เป็๲คนเหมือนกันกับคุณนายนะคะ” 

            บุญสิตาอดแย้งออกไปไม่ได้ เมื่อได้ยินประโยคดูถูกดูแคลนจากอีกฝ่ายชัดเจนอย่างนั้น

                “ใช่เป็๲คนเหมือนกัน แต่มันต่างชั้นกันย่ะ” 

            นางชุติมาหันไปตวาดเอาเสียงเขียว

                “เอาเป็๲ว่าผมอนุญาตให้บุญสิตานั่งทานอาหารร่วมโต๊ะกับเราทุกมื้อเป็๲กรณีพิเศษก็แล้วกันครับ” 

            ธัชพงษ์กล่าวสรุปออกมาอย่างนั้นให้ทุกคนได้ยินทั่วกัน

                “ทำไมต้องเป็๲อย่างนั้นด้วยคะพี่ธัช” 

            ชาลินีหน้างอฉับขึ้นมาทันที

                “เชิญทุกคนลงมือทานอาหารกันเลยดีกว่า” 

             

             

            ผู้เปรียบได้กับประมุขของบ้านกล่าวตัดบทขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังทำให้ทั้งสองแม่ลูกไม่กล้าแย้งอะไรออกมาอีกแม้จะรู้สึกไม่พอใจอยู่อย่างมากก็ตามที

                และคนที่รู้สึกอึดอัดที่สุดในยามนี้ก็เห็นจะเป็๲บุญสิตาเพราะต้องทานอาหารควบคู่ไปกับการถูกจ้องมองด้วยสายตาเกรี้ยวกราดไม่เป็๲มิตรจากสองแม่ลูกอยู่ตลอดเวลาและดูเหมือนที่โต๊ะอาหารนี้เธอจะได้พบกับชายหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธออยู่อีกคนหนึ่งท่าทางเขาดูไม่ค่อยจะชอบมีปัญหากับใครนักเพราะนอกจากจะยิ้มให้เธอนิดหนึ่งตอนที่เข้ามาเจอหน้ากันครั้งแรกแล้วจากนั้นเขาก็ก้มหน้าก้มตาทานอาหารไปเงียบๆโดยที่ไม่พูดไม่จากับใครเลย

     

    ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

     

                “นี่นายวุฒิแกยังมีแก่ใจมานั่งเล่นเกมส์อยู่อีกเหรอ” 

             ชาลินีกล่าวอย่างหงุดหงิดเมื่อเข้ามาในห้องของน้องชายแล้วพบว่าเขากำลังนั่งเล่นเกมส์จากคอมพิวเตอร์อยู่อย่างสบายอารมณ์ไม่มีท่าทางว่าจะทุกข์ร้อนอะไรเลย

                “ก็แล้วพี่นีจะให้ผมประสาทเสียไปด้วยเ๱ื่๵๹อะไรละครับ” 

            ชัยวุฒิกล่าวอย่างร่าเริงชีวิตเด็กหนุ่มที่พึ่งจบจากมหาวิทยาลัยอย่างเขาไม่มีอะไรให้ต้องคิดมาก เพราะการงานญาติผู้พี่อย่างธัชพงษ์ก็เตรียมตำแหน่งในบริษัทไว้รอแล้วแค่เขาขอเวลาพักผ่อนสักระยะก่อนเข้าไปทำงานอย่างจริงจังเท่านั้น

                “แต่ฉันอกจะแตกตายแล้วแกรู้ไหม” 

            ชาลินีขึ้นเสียงสูงปรี๊ดทันที

    “โอ๊ยพี่นี” ชัยวุฒิยกสองมือขึ้นอุดหูก่อนจะกล่าวต่อไปว่า  “ก็ผมบอกแล้วว่าอย่าตบอย่าดันให้มันมากนักไม่รู้จะอยากอึ๋มไปถึงไหน ลำบากนักก็ไม่ไปทำศัลยกรรมเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยล่ะ”

               

            “ไอ้บ้านี่แกพูดบ้าอะไรของแกห๊ะ” 

            ชาลินีเอื้อมมือไปบิดหูของน้องชายเต็มแรง

                “โอ๊ยพี่นีเบาๆ หูผมจะขาด” 

            ชัยวุฒิร้องออกมาลั่นห้อง

                “อะไรกันอีกแล้วพี่น้องคู่นี้” 

            นางชุติมาที่ได้ยินเสียงเอะอะรีบวิ่งเข้ามาห้ามปรามเหตุการณ์

                “ก็พี่นีสิฮะคุณแม่เข้ามาหาเ๱ื่๵๹ผมถึงในห้อง” 

            ชัยวุฒิรีบฟ้องผู้เป็๞แม่พร้อมกับคลำหูที่พี่สาวพึ่งปล่อยมือไปด้วยความเจ็บ

    “นีแค่คิดจะเข้ามาขอคำปรึกษาเ๱ื่๵๹พี่ธัชบ้างแต่นายวุฒิก็มัวมาพูดจาบ้าๆอยู่ได้” 

    ชาลินีชี้แจงบ้าง