ตอนที่ 19 ทำให้เ้าอยู่ไม่สุข (1)
“เอ้าเสวี่ย ไม่ว่าในอดีตซู่เสวี่ยกับอี๋เหนียงจะทำอะไรเ้า แต่พวกนางก็ยังเป็ครอบครัวของเ้า หรือว่าเ้าทำกับครอบครัวแบบนี้หรือ เ้ารู้หรือไม่ว่าหากเื่นี้แพร่งพรายออกไป คนข้างนอกจะพูดถึงเ้ายังไง” ป๋ายชีเวยพอได้ยินวาจาของป๋ายเอ้าเสวี่ย กลับเปลี่ยนจากท่าทางขึงขังเด็ดขาดก่อนหน้า เอ่ยกล่อมด้วยท่าทางหวังดีและใจเย็น
ป๋ายเอ้าเสวี่ยได้ยินคำกล่าวของป๋ายชีเวยแล้วก็ยิ้มหยันเอ่ยขึ้น “ครอบครัวรึ ท่านพ่อเข้าใจผิดแล้วหรือไม่ ครอบครัวข้าอยู่ที่จวนแม่ทัพใหญ่เวยหย่วน แม้ว่าท่านแม่จะจากไปนานแล้ว ทว่าท่านลุงเป็พี่ชายแท้ๆ ของท่านแม่ นั่นต่างหากที่เป็ครอบครัวของข้า”
ั์ตาทั้งสองกวาดมองซูเชี่ยนเชี่ยนแล้วเอ่ย “ครอบครัวอย่างซูอี๋เหนียง ซู่เสวี่ยแบบนี้ เอ้าเสวี่ยรับไม่ไหวและก็ไม่อยากได้ ได้ยินว่าอีกไม่กี่วันท่านลุงที่ชายแดนจะกลับมา มาตรว่าท่านลุงคงยังไม่ทราบว่าข้าจะต้องแต่งเข้าวังอ๋องห้ากระมัง ถึงตอนนั้นท่านพ่อคงต้องหารือกับท่านลุงดีๆ สักรอบแล้ว”
พอนึกถึงเยี่ยเจาเจวี๋ยแม่ทัพเวยหย่วนที่มีชื่อก้องใต้หล้าผู้นั้น ใจป๋ายเอ้าเสวี่ยก็พลันอุ่นวาบขึ้นมา
ในอดีตตอนที่มารดาป๋ายเอ้าเสวี่ยแต่งเข้าจวนเสนาบดี เยี่ยเจาเจวี๋ยยังเป็แค่รองแม่ทัพ หลายปีมานี้เขาทำศึกรอบทิศ รบชนะให้เฉิงสีมากมาย ได้รับความชมชอบจากฮ่องเต้ขึ้นเรื่อยๆ
ตอนนี้ฐานะของเยี่ยเจาเจวี๋ยเป็ที่เข้าใจโดยทั่วกัน หากป๋ายชีเวยเป็หัวหน้าขุนนางบุ๋น เช่นนั้นเยี่ยเจาเจวี๋ยก็ถือเป็หัวหน้าของเหล่าขุนนางบู๊
หลายปีมานี้ เยี่ยเจาเจวี๋ยเคยคิดที่จะรับป๋ายเอ้าเสวี่ยกลับไปที่จวนแม่ทัพ ทว่ากลับถูกป๋ายเอ้าเสวี่ยปฏิเสธ
เพียงเพราะอาลัยอาวรณ์เรือนที่อยู่อาศัยของมารดา กับวาดหวังรอคอยความรักของบิดาจากป๋ายชีเวย เพียงแต่น่าเสียดาย ในตอนที่ไม่ได้สิ่งพวกนั้นิญญาก็ได้กลับคืนสู่ฟ้าไปแล้ว
คนในเหตุการณ์หลังจากได้ยินคำกล่าวของป๋ายเอ้าเสวี่ยก็ต่างพากันสั่นสะท้านอยู่ขณะหนึ่ง ใช่แล้ว พวกนางต่างลืมไปแล้วว่าต่อให้ป๋ายเอ้าเสวี่ยจะอ่อนแอขนาดไหนแต่ข้างหลังก็ยังมีูเาลูกใหญ่หนุนหลังอยู่ และนั่นก็เป็ที่พึ่งที่ไม่ด้อยไปกว่าจวนเสนาบดี
การอดทนข่มกลั้นในหลายปีมานี้ของป๋ายเอ้าเสวี่ย ทำให้พวกนางลืมเลือนลุงของป๋ายเอ้าเสวี่ย เยี่ยเจาเจวี๋ย บุรุษดุดันที่เอ็นดูป๋ายเอ้าเสวี่ยเกินปกติผู้นั้น
ป๋ายชีเวยไหนเลยจะฟังความนัยในคำพูดของป๋ายเอ้าเสวี่ยไม่ออก ในใจพลันกระตุก หากถึงตอนนั้นเยี่ยเจาเจวี๋ยกลับมา ป๋ายเอ้าเสวี่ยไปร้องไห้ฟ้องที่นั่น ด้วยนิสัยของเยี่ยเจาเจวี๋ยจะต้องไปโวยวายกับฝ่าาแน่นอน หากเป็แบบนั้นตนก็คงได้ไม่คุ้มเสียแล้ว
ความคิดไหลแล่น ป๋ายชีเวยที่มีบทสรุปแล้ว เอ่ยขึ้น “เอ้าเสวี่ย ข้ารู้ว่าวันนี้อี๋เหนียงของเ้าทำไม่ถูกต้อง เ้าบอกข้ามาว่าต้องทำอย่างไรถึงจะยอมปล่อยอี๋เหนียงเ้า”
ป๋ายเอ้าเสวี่ยคร้านจะสนใจความหมายในคำพูดของป๋ายชีเวยอีก
นางมองซูเชี่ยนเชี่ยนที่อยู่บนพื้นด้วยท่าทีเกียจคร้าน เอ่ยขึ้น “เมื่อครู่ข้าพูดไปแล้ว ให้อี๋เหนียงกินโจ๊กบนโต๊ะนี้ให้หมด เื่ราวก็จะถือเป็อันจบสิ้น แต่ในเมื่ออี๋เหนียงกับน้องหญิงไม่เต็มใจให้จบเื่ราวตามนี้ เช่นนั้นตอนนี้ข้าจะเปลี่ยนเงื่อนไขให้ก็แล้วกัน อี๋เหนียงต้องกินเจสวดมนต์ให้มารดาข้าหนึ่งเดือน น้องหญิงมาขอโทษข้าสักรอบก็พอ แบบนี้น่าจะไม่เกินเลยไปกระมัง”
นางเอ่ยวาจาในรูปแบบคำถามทว่าน้ำเสียงกลับยืนกราน ป๋ายชีเวยต่อให้จะอยากปฏิเสธก็ทำไม่ได้แล้ว
ป๋ายชีเวยฝั่งนี้ไม่โต้เถียง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าป๋ายซู่เสวี่ยจะยอมแบบนี้ ได้ยินวาจาของป๋ายเอ้าเสวี่ยแล้วก็ร้องเรียกตวาดขึ้นเสียงดัง “ท่านพ่อ ข้าไม่อยากขอโทษหญิงชั้นต่ำนางนี้ ทำไมข้าจะต้องขอโทษนางด้วย นางไม่คู่ควร”
ป๋ายเอ้าเสวี่ยได้ยินวาจาของป๋ายซู่เสวี่ยก็หัวเราะเสียงเหี้ยม นางรู้แต่แรกแล้วว่าป๋ายซู่เสวี่ยไม่มียอมรับง่ายๆ
ดังนั้นไม่ว่าป๋ายชีเวยจะพูดอะไร วันนี้นางก็ไม่มีทางปล่อยผ่านซูเชี่ยนเชี่ยนสองแม่ลูกคู่นี้ไปแน่
ป๋ายชีเวยได้ยินคำกล่าวของป๋ายเอ้าเสวี่ยก็รู้ว่าในใจนางเริ่มโกรธแล้ว ยอมนางเอาใจนางสักหน่อยจะเป็การดีที่สุด รอนางเข้าวังอ๋องห้าไปแล้ว ถึงตอนนั้นทุกอย่างก็ถือเป็อันสำเร็จเสร็จสิ้น
ต่อให้เยี่ยเจาเจวี๋ยอยากโวยวายก็เกรงว่าจะต้องไตร่ตรองให้ดีก่อน กำลังเตรียมจะตอบรับเงื่อนไขป๋ายเอ้าเสวี่ย กลับได้ยินป๋ายซู่เสวี่ยเอ่ยก่อนเขาก้าวหนึ่ง
“ท่านพ่อ น้องหญิงไม่ยอมเห็นด้วยกับคำขอข้า แค่ขอโทษเพียงเท่านั้น ดูท่าท่านพ่อจะไม่เคยอบรมสั่งสอนน้องหญิงดีๆ จึงแยกความแตกต่างระหว่างสายตรงสายรองไม่ออกเลยสักนิด วันนี้ข้าก็จะสั่งสอนน้องหญิงแทนท่านพ่อดีๆ เสียหน่อย” ป๋ายเอ้าเสวี่ยมองป๋ายซู่เสวี่ยที่ร้องตวาด หัวเราะหยันเสียงหนึ่ง ค่อยๆ เดินไปตรงหน้านาง
ป๋ายชีเวยเองก็รู้สึกว่าวันนี้ป๋ายซู่เสวี่ยไม่ได้ความเกินไปแล้ว แค่ขอโทษก็จบเื่ได้ เหตุใดจะต้องโวยวายด้วย
ป๋ายชีเวยที่รู้สึกรำคาญใจก็เลยไม่ได้ใส่ใจต่อการลงโทษของป๋ายเอ้าเสวี่ยมากนัก
ป๋ายเอ้าเสวี่ยฝั่งนี้เดินมาด้านหน้าป๋ายซู่เสวี่ย เอ่ยขึ้น “น้องหญิงอย่าเหลิงไปเชียว เห็นว่าท่านพ่อตามใจเ้า เ้าก็คิดว่าตนเป็ท้องฟ้า เป็แผ่นดิน น้องหญิงอย่าได้ลืม หากยังมีข้าป๋ายเอ้าเสวี่ยอยู่หนึ่งวัน ซูอี๋เหนียงก็จะไม่มีทางถูกตั้งขึ้นเป็เอก ส่วนเ้าก็คงทำได้แค่ใช้ชีวิตในฐานะบุตรสาวสายรองไปชั่วชีวิต”
ป๋ายซู่เสวี่ยพอได้ฟังความโกรธในใจก็พุ่งปะทุ สิ่งที่นางไม่ยินยอมที่สุดก็คือการที่ป๋ายเอ้าเสวี่ยเป็บุตรสาวสายตรง
ส่วนนางไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหน ก็ทำได้แต่อยู่ใต้ป๋ายเอ้าเสวี่ยไปตลอดกาล ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เพราะว่ามารดาของป๋ายเอ้าเสวี่ยมีตระกูลเดิมที่ดีตระกูลหนึ่ง
ต่อให้ป๋ายชีเวยจะเอ็นดูโปรดปรานพวกนางแม่ลูกเท่าไร ก็ไม่มีทางตั้งมารดาเป็เอก ขอแค่ตนหาคนหนุนหลังที่แกร่งกว่าป๋ายเอ้าเสวี่ยได้ ก็จะเหยียบอยู่บนหัวป๋ายเอ้าเสวี่ยได้ แต่พอนึกได้ว่าการคัดเลือกสนมของฮ่องเต้จะดูที่ฐานะและหน้าตา ป๋ายซู่เสวี่ยที่ไม่ยินยอมในชะตาก็เลยเกิดความคิดสังหารต่อป๋ายเอ้าเสวี่ย
ป๋ายเอ้าเสวี่ยเกิดมาหน้าดีกว่าตน หากว่าต้องคัดเลือกนางสนมจริงๆ ก็ไม่มีทางตกมาถึงตนแน่ ฆ่าป๋ายเอ้าเสวี่ยแล้วตนถึงจะมีโอกาส คิดถึงตรงนี้ได้ ป๋ายซู่เสวี่ยจึงผลักป๋ายเอ้าเสวี่ยที่อ่อนแอไร้กำลังในอดีตลงบ่อน้ำ
ทว่ามันกลับเปลี่ยนให้ป๋ายเอ้าเสวี่ยกลายเป็กล้าแข็งขึ้น เหมือนเกิดใหม่อย่างสิ้นเชิง
“ป๋ายเอ้าเสวี่ยที่น่าตาย วันนี้ข้าจะฆ่าเ้า!!” ป๋ายซู่เสวี่ยพอถูกวาจาของป๋ายเอ้าเสวี่ยยั่วยุ ความคิดสังหารไม่อาจปิดบัง พุ่งไปทางป๋ายเอ้าเสวี่ยด้วยแววตาอันแดงก่ำ
ั้แ่ตอนที่ 20 เป็ต้นไป ติดตามตอนต่อไปได้ที่ https://www.readawrite.com/a/0a4120d19659591a050446598a0e07bb