ตอนที่ 8 :พื้นที่แคบ ๆ
เช้าวันศุกร์ เจมิกามาถึงหน้าบ้านปราณก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมง เธอสะพายเป้แบ็กแพ็กใบใหญ่เบ้อเริ่มจนตัวแทบเอนไปด้านหลัง เจมิกากำลังสำรวจดูต้นไม้รอบๆ เธอยังไม่กดกริ่งเพราะเธอมาถึงก่อนเวลานัด
“เอาไปหมดบ้านเลยหรือไง” เสียงเรียบ ๆ ดังมาจากด้านหลัง
เจหันขวับไปยิ้มแฉ่ง “หนูเตรียมพร้อมค่ะ เผื่อฉุกเฉินน่ะ”
“สองคืน” ปราณกอดอกมองกระเป๋าใบั์ด้วยสายตาว่างเปล่า
“เธอเอาอะไรมาบ้าง”
“เสื้อผ้า กล้อง ขาตั้ง ไฟ ไมค์ โดรน ขนม แล้วก็…หม้อไฟฟ้าอเนกประสงค์ค่ะ”
“พอ” ปราณตัดบท
“ยัดใส่ท้ายรถไปให้หมด”
ปราณเดินไปเปิดโรงรถ เธอก่ะว่าจะออกมาสตาร์ทรถทิ้งไว้ พอออกมาก็เจอเจยื่นอยู่
เจหัวเราะร่วน “เผื่อหิวกลางดึกไงคะ”
รถบ้านสีขาวคันใหญ่จอดรออยู่ในโรงจอด เป็รถบ้านขนาดกลาง มองผ่านๆ คล้ายมินิบัส เจตาโตเป็ไข่ห่านเมื่อเห็นของจริง
“โห… โคตรเท่!” เธอเดินวนรอบรถอย่างตื่นเต้น
“พี่ขับไอ้นี่เป็จริงดิ”
“ขึ้นมาได้แล้ว”
เจปีนขึ้นไปบนรถอย่างรวดเร็ว ด้านในกะทัดรัดแต่จัดสรรพื้นที่ได้ดีเยี่ยม ขึ้นไปสิ่งแรกที่เจอคือห้องน้ำด้านซ้ายมีฉากกั้นและทะลุไปยังห้องคนขับได้ ด้านขวามีชุดโต๊ะเก้าอี้หันหน้าเข้าหากัน ขั้นกลางด้วยโต๊ะวางของไว้นั่งคุยงานกันได้ มีครัวจิ๋วอุปกรณ์ครบ และเตียงควีนไซส์ขนาด5ฟุตที่ด้านหลังสุด เจชี้ไปที่เตียงใหญ่ท้ายรถ
“เตียงน่านอนมาก!”
“เธอนอนตรงนี้ มันปรับเป็ที่นอนได้” ปราณชี้ไปที่โซฟาเบดตรงกลางรถ
“ทำไมล่ะคะ เตียงข้างหลังตั้งกว้าง นอนด้วยกันสองคนยังเหลือ ๆ เลย”
“เธอซน” ปราณตอบหน้านิ่ง
“ไม่จริงค่ะ! ตอนนอนหนูเรียบร้อยมากนะ”
“เมื่อวานใครเผากระทะ”
เจเงียบกริบ ปิดปากทันที
รถเริ่มเคลื่อนตัวออกจากเมือง เจหยิบกล้องขึ้นมาเปิดโหมดบันทึกวิดีโอ
“สวัสดีค่าทุกคน! วันนี้เจมิกา มา Road Trip เปลี่ยนบรรยากาศกันนะคะ…”
เธอถ่ายคลิปเจื้อยแจ้วไปตลอดทาง ปราณขับรถเงียบ ๆ สายตามองถนน แต่หูแอบฟังคนข้าง ๆ ไปด้วย
“ทริปนี้เจไม่ได้มาคนเดียวนะคะ เจมาทำงานกับนักแต่งเพลงสุดนิ่ง… ดุมากด้วยบอกเลย”
เจแพนกล้องไปติดเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนขับ ปราณเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้หันมามอง
“แต่ตัวจริง… ใจดีนะคะ” เจยิ้มหวานให้กล้อง
พอเจปิดกล้อง ปราณก็เอ่ยปากขึ้นทันที
“คุยกันก่อน ฉันไม่ชอบออกกล้อง ไม่พูดคุยเล่น ถ่ายได้ไม่ว่าแต่เบลอหน้าให้ด้วย”
“รับทราบค่ะ หนูขอโทษที่ไม่ได้ขออนุญาตก่อน ฟิลมันพาไป มันไม่มีสริปต์น่ะค่ะ”
“ฉันไม่ได้ซีเรียส แค่ทำตามที่บอกก็พอ” ปราณตัดบทสนทนาแล้วขับรถต่อ
สองชั่วโมงผ่านไป
“พี่ปราณ… หนูหิวแล้วอะ”
“มีขนมปังอยู่หลังเบาะ”
“หนูอยากกินของร้อน ๆ ซดน้ำซุปค่ะ”
ปราณถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะตบไฟเลี้ยวแวะจอดรถปั๊มข้างทาง เธอคิดว่าใช้จังหวะนี้ซื้อเสบียงไว้ก็ดี “ให้เวลาสิบห้านาที”
เจะโผลุงลงจากเบาะทันที “เ้าค่ะ!”
หลังจากต่างคนต่างซื้อเสบียงและน้ำต่างๆ ก็มาเจอกันที่รถ
พื้นที่ครัวในรถบ้านแคบมาก แค่คนเดียวยืนก็เต็มพื้นที่แล้ว ปราณยืนพิงกรอบประตูรถดูเจง่วนกับการเก็บของ
“พี่ปราณ พวกช่องบนนี้เก็บได้ใช่มั้ยคะ?” เจหันมาเหมือนขออนุญาต เธอหมุนซ้ายหมุนขวาหาที่เก็บ ปราณถอนพยักเบาๆ พร้อมก้าวเข้าไปประชิดตัว
“ขยับไป” พื้นที่มันแคบเกินไป เจพยายามเบียดตัวหลบ แผ่นหลังบางจึงถอยไปชนเข้ากับแผงอกของปราณเต็ม ๆ ทั้งคู่ชะงักกึก เจััได้ถึงไออุ่นจากตัวอีกฝ่ายและกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย
“เอ่อ…”
“อยู่นิ่ง ๆ”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นชิดใบหู ปราณเอื้อมแขนทั้งสองข้างผ่านตัวเจไปเปิดช่องเก็บของ ท่าทางเหมือนกำลังโอบกอดเจไว้กลาย ๆ เจหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก
“ส่งมา” ปราณที่สูงกว่ายื่นมือรอเจส่งของให้
“ขะ…ค่ะ”
เก็บของเสร็จ ปราณถอยห่างออกไปแล้ว ทั้งคู่กลับมานั่งประจำที่ แล้วเดินทางต่อ
“พี่… หนูขอนอนงีบแป๊บนะ ไม่ไหวแล้ว”
“ปรับเบาะลง คาดเข็มขัดด้วย”
“รับทราบค่า…”
เจเอนเบาะลง ไม่ถึงห้านาทีก็หลับสนิท ปราณเหลือบมองคนข้าง ๆ ผ่านหางตา ผมที่หลุดลุ่ย แก้มที่แนบไปกับหมอนรองคอ ท่าทางหลับสนิทไร้การระวังตัว
มุมปากของคนหน้านิ่ง เผลอยกขึ้นเป็รอยยิ้มบาง ๆ โดยไม่รู้ตัว
ตอนเย็น รถแล่นขึ้นมาจอดบนลานกางเต็นท์บนูเา วิวพระอาทิตย์กำลังตกดิน
“ถึงแล้ว”
เจงัวเงียตื่น พอเห็นวิวข้างนอกก็ตาสว่างทันที
“โห… สวยโคตร!”
เธอคว้ากล้องะโลงจากรถ วิ่งไปเก็บภาพ แสงสีส้มกำลังสวย ลมเย็นเฉียบพัดมาปะทะหน้า
“พี่ปราณ! มายืนตรงนี้สิคะ แสงกำลังสวยเลย!” เจกวักมือเรียก
ปราณเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้าไปยืนข้าง ๆ เจยกกล้องขึ้นสูงหันเลนส์มาหาเพื่อเซลฟี่ จังหวะที่ขยับหามุม ไหล่ของทั้งสองคนเบียดชนกัน
“วิวดีมากเลยเนอะพี่” เจยิ้มกว้าง
“อืม”
“หนูชอบจัง”
ปราณไม่ได้มองกล้อง และไม่ได้มองวิวตรงหน้า… แต่สายตาคมกริบกลับหยุดอยู่ที่รอยยิ้มสว่างไสวของคนข้าง ๆ
พอเจลดกล้องลง ปราณก็รีบหันขวับกลับไปมองวิวทันที
หลังกลับลงมาจอดที่ ที่จองไว้สำหรับรถบ้าน ปราณก็กางที่บังแดดไฟฟ้าจากข้างรถแล้ว ทั้งคู่ก็ช่วยกันจัดสถานที่ เก้าอี้สนามกับโต๊ะเตาปิ้งย่างและเครื่องดื่มเย็นๆ ทั้งคู่ดูผ่อนคลายกันมาก ไม่มีการคุยเื่งาน เพียงแค่ดื่ม กิน และมองท้องฟ้า
ตกดึก อากาศบนเขาเย็นะเื เจกางโซฟาเบดตรงกลางรถ จัดเตรียมที่นอนของตัวเอง
“แคบจังแฮะ”
เจพึมพำ ปราณที่เตรียมตัวอยู่บนเตียงใหญ่ท้ายรถชะโงกหน้ามามอง
“พอนอนได้ไหม”
“นอนได้ค่ะ พี่นอนเถอะ หนูนอนง่าย”
“อืม”
ปราณปิดไฟในรถ เหลือเพียงไฟหรี่ดวงเล็ก ความเงียบและอุณหภูมิที่ลดต่ำลงเข้ามาแทนที่ ผ่านไปห้านาที…
“พี่ปราณ…”
“หืม”
“รถมันโยกอะพี่”
“ลมพัดแรง”
“หนูกลัวผี…”
“บนรถไม่มีผีหรอกนะ”
“แล้วถ้าข้างนอกมันมีล่ะคะ?…” เสียงเจเริ่มสั่น ปราณถอนหายใจยาวในความมืด
“ลุกมานี่”
เจชะงัก ชูคอขึ้นจากผ้าห่ม “ฮะ? จริงเหรอคะ”
“เตียงกว้างกว่า มานอนนี่”
เจหอบหมอนและผ้าห่มปีนขึ้นไปบนเตียงใหญ่ท้ายรถอย่างรวดเร็ว แต่พอผู้หญิงสองคนมานอนด้วยกัน พื้นที่มันก็แคบลงถนัดตา เจล้มตัวลงนอนตะแคงหันหลังให้ปราณ พยายามหดตัวให้ลีบที่สุด แต่แผ่นหลังก็ยังััได้ถึงไออุ่นจากอีกคน ทั้งสองอยู่ใกล้กันจนเจได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกของปราณชัดเจน หัวใจเจเต้นรัวกระหน่ำแข่งกับเสียงลมข้างนอก
(เจคิ: โอ๊ยยย เตียงมันแคบจริง ๆ ด้วย! ทำไงดีเนี่ย เกร็งจนตะคริวจะกินแล้ว) ????????
ปราณนอนหงายนิ่งสนิท แต่ดวงตายังคงเปิดกว้างท่ามกลางความมืด กลิ่นแชมพูเด็กของคนข้าง ๆ ลอยมาแตะจมูกทุกครั้งที่หายใจเข้า
(ปราณคิด: ทริปนี้… สงสัยจะเหนื่อยกว่าที่คิด)
และเธอเริ่มรู้ตัวแล้วว่า ที่เหนื่อย… ไม่ใช่เพราะการเดินทาง แต่เป็เพราะคนข้าง ๆ ที่ทำให้จังหวะหัวใจของเธอไม่ยอมสงบนิ่งได้เลยต่างหาก