ผ่านพ้นคู่ประลองของฮ่าวเทียน คู่ประลองอื่นแม้ทรงพลังเช่นไรผู้ชมก็ไม่อาจลืมเลือนภาพประลองคู่แรกลงไปได้ ด้วยความน่าตื่นตะลึงที่ฮ่าวเทียนพลิกตลบหน้าประวัติศาสตร์ครั้งแล้วครั้งเล่า แม้เด็กหนุ่มไม่อาจผ่านเข้ารอบไปแต่ก็เพียงพอให้ชื่อของเขาขจรไกลไม่เพียงในเวทีแคบๆแห่งนี้ หากเป็ทั้งทวีปทีเดียว ฮ่าวเทียนนอนสิ้นสภาพอยู่ท่ามกลางการรักษาของเหล่าอาจารย์
ยามนี้นางกำลังร่ายรำโบกสะบัดกระบี่บนเวที กลับปรากฏร่างเงาของเทียนอวิ๋นที่ฝั่งผู้ชมที่ใกล้เวทีที่สุด จ้องมองดูการต่อสู้ของนางอย่างไม่ละสายตา ชิงเสวียนถึงกับเอ่ยถามผ่านกระแสจิต
“ เหตุใดท่านมาอยู่ที่นี่เล่า ฮ่าวน้อยล่ะเ้าคะ ? ” เทียนอวิ๋นหลับตาลงตอบกลับ
“ ก่อนจะสลบไป มันขอร้องข้าให้มาดูเ้าประลองแทนมัน ฮึ! เรียกขานกันพี่กันน้อง ทว่ากลับเป็ห่วงกันเพียงนี้ ”
ชิงเสวียนไม่ตอบกลับเพียงร่ายรำกระบี่จู่โจมคู่ประลองต่อไป เทียนอวิ๋นยิ่งมองนางยิ่งคิดถึงเื่ของบิดานาง ทั้งสองที่แท้เคยมีความแค้นต่อกันนั่นเอง ดวงจิตวิหควารีโหมกระหน่ำคู่ต่อสู้จนพ่ายแพ้แตกดับไป ชิงเสวียนยังคงาเ็เล็กน้อยเท่านั้น เทียนอวิ๋นดูแล้วก็คำนึงในใจ “ อายุย่าง 19 ปี บรรลุหลอมรวมลมปราณเสียแล้ว นางคงไปถึงขั้นเทพยุทธ์ภายใน 30 ปีเป็แน่ พร์ของนางนับว่าสมกับเป็ว่าที่เ้าตำหนักเทพยุทธ์คนต่อไปโดยแท้ หากฮ่าวเทียนต้องสู้กับนางด้วยสภาพนี้ เกรงว่าไม่เกินสิบกระบวนคงดับดิ้น... ”
หลังจบการประลองนางเดินลงจากเวทีอย่างงดงามสง่าผ่าเผย ทว่ากลับไม่ไปยังตำหนักตน รีบตรงรี่มาทางเทียนอวิ๋นก่อนจะเอ่ยคำ
“ ท่านอาจารย์ ฮ่าวน้อยเป็เช่นไรบ้างเ้าคะ ? ” เทียนอวิ๋นรีบตอบกลับ
“ เหอๆ ดูเ้าเด็กพวกนี้สิ....เอาเถอะ ตอนนี้เขาปลอดภัยดี าเ็สาหัส จะได้ลงประลองต่อรึไม่ข้าจะตัดสินอีกครา ” ชิงเสวียนจ้องมองใบหน้าทรนงดุดันของเทียนอวิ๋นจึงกล่าวต่อ
“ หากขอร้องได้ ชิงเสวียนอยากให้ท่านช่วยห้ามปรามเขา ข้าไม่อาจทนดูเขาเ็ปไปกว่านี้ได้... ” เทียนอวิ๋นแค่นเสียงต่ำกล่าวไป
“ เด็กน้อย เ้าคิดว่าการที่ข้ามายืนอยู่ตรงนี้เพราะสิ่งใด ฮ่าวเทียนเสมือนลูกชายของข้า ข้าย่อมรักห่วงมันไม่น้อยไปกว่าเ้า เพียงแต่เมื่อมันเลือกจะก้าวเดินบนวิถีทางอันตรายเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่้า ข้าเป็อาจารย์มีทางเดียวคือส่งเสริมมัน ” ชิงเสวียนฟังแล้วก็ถอนใจ ก่อนกล่าว
“ เช่นนั้น ท่านคงเป็ผู้เดียวที่สามารถจับฉลากแทนเขาได้ หากพบเจอลำดับที่ 9 ไม่ว่าอย่างไรจะต้องยอมแพ้ ชิงเสวียนต่ำต้อยเอ่ยปากล่วงเกินท่านแล้ว... ”
เทียนอวิ๋นไม่ถือสาอันใด ก่อนจะกล่าวต่อ
“ กลับไปยังฝั่งตำหนักเ้าเสีย อีกคู่ประลองเดียวก็ต้องจับฉลากแล้ว ” ชิงเสวียนรับรู้ทันทีว่าเทียนอวิ๋นคิดทำตามคำขอนาง
“ เช่นนั้น ชิงเสวียนขอลา ” นางเดินจากตรงนั้นไป หลังคู่ประลองคนสุดท้ายของรอบ 9 คนผ่านพ้น เหลือผู้เข้าร่วมเพียงสี่คนเท่านั้น เสียงประกาศก้องของเ้าสำนักจึงดังขึ้น
“ ยามนี้เราได้สี่คนสุดท้ายของงานประลองแล้ว อีกเพียงไม่กี่อึดใจจะได้รู้กันว่าผู้ใดจะได้เป็ตัวแทนราชวงศ์เข้าร่วมชุมนุมเทพยุทธ์และรับเกียรติยศสูงสุดจากสำนักและราชวงศ์ เช่นนั้นข้าจะขานชื่อทั้งสี่ให้ออกมาจับฉลากรอบสุดท้าย เสร็จสิ้นการจับฉลาก อีกหนึ่งชั่วยามให้เริ่มประลอง! ” เวทีถูกซ่อมแซมอย่างรวดเร็วก่อนหีบทองคำสำหรับจับฉลากจะถูกตระเตรียมไว้กลางเวทีประลอง เสียงเ้าสำนักจึงดังขึ้น
“ คนแรก มู่ชิงเสวียน ตำหนักเทพยุทธ์ / คนที่สอง จิ้นเหอหลาน ตำหนักเทพยุทธ์ / คนที่สาม ต้วนง้วนเฟย ศิษย์สายตรงาุโ 3 / คนสุดท้าย ฮ่าวเทียน ตำหนักชั้นเรียนอัจฉริยะ! ”
เสียงเฮดังลั่นรับการมาของสี่คนสุดท้ายนี้ ทว่ากลับไม่เห็นฮ่าวเทียน ไม่นานเทียนอวิ๋นปรากฏตัวขึ้นก่อนกล่าว
“ ท่านประมุข ศิษย์ข้ายามนี้ได้รับาเ็กำลังพักฟื้น อีกชั่วยามเมื่อถึงการประลองจึงมาถึง เช่นนี้ ข้าจะจับฉลากแทนเขา ” ผู้คนเข้าใจคำของเทียนอวิ๋นดี ด้วยสภาพของฮ่าวเทียน หากต้องประลองอีกครา ได้พักเพิ่มนาทีเดียวยังถือว่ามีค่ามหาศาล... หลังจับฉลากเสร็จ เ้าสำนักจึงประกาศผลต่อไป
“ คู่แรก มู่ชิงเสวียน ปะทะ จิ้นเหอหลาน ” รอบต่อไป ฮ่าวเทียน ปะทะต้วนง้วนเฟย! “ ผลการจับฉลากออกมาชิงเสวียนถึงกับจิตตก
“ ฮ่าวน้อย โชคลาภของเ้าหายไปไหนเสียหมด... ข้าต้องรีบไปพบอาจารย์ของเขา ” ก่อนเทียนอวิ๋นจะกลับสู่ตำหนัก พบชิงเสวียนตรงหน้า
“ ท่านอาจารย์เ้าคะ ท่านจะต้องให้ฮ่าวเทียนยอมแพ้ คนๆนั้น จะต้องฆ่าฮ่าวเทียนแน่ ” เทียนอวิ๋นขมวดคิ้ว
“ ใครกันจะกล้าบังอาจเข่นฆ่าศิษย์เรา ? ”
ชิงเสวียนรีบกล่าว “ องค์ชาย 6 ต้วนง้วนเฟย ลำดับเทพยุทธ์ที่ 9 ของสำนัก ชิงเสวียนรู้จักเขามานาน เขาตามตอแยข้าอยู่แรมปีแล้ว หากได้พบเจอฮ่าวเทียนบนเวที.... ไม่เพียงเท่านั้น คนๆนี้นิสัยใจคอโเี้ ฆ่าคนเล่นเป็ผักปลาั้แ่เด็ก ท่านอาจารย์ท่านจะต้องห้ามปรามฮ่าวน้อย ...” เทียนอวิ๋นกล่าวต่อไป
“ ฟังดูเ้าบอกมามันเป็ถึงเชื้อพระวงศ์ หากมีนิสัยต่ำทรามเช่นนั้นก็นับว่าสวะไร้ค่าแล้ว ” ชิงเสวียนคำนับกล่าวต่อทันที “ แม้จะมีบุคลิกเช่นนั้น แต่พลังฝีมือเป็ของจริงเ้าค่ะ เป็ศิษย์สายตรงาุโ 3 ของสำนัก ชิงเสวียนคาดว่าพลังของเขาไปถึงหลอมรวมิญญาขั้นที่ 2 หรือมากกว่าแล้ว... ” เทียนอวิ๋นไม่ตอบคำ ก่อนกล่าวออก
“ เอาเถอะ ข้าจะบอกกล่าวแก่ฮ่าวเทียนให้ ดังนั้นเ้าจงรีบกลับไปเสีย หากผู้ใดคิดสงสัยเื่ราวระหว่างเ้าและมัน นี่จะยิ่งวุ่นวาย ” ชิงเสวียนมองดูเทียนอวิ๋นเคลื่อนกายจากไป ระหว่างกำลังกลับนั่นเอง เทียนอวิ๋นต้องหยุดชะงักลงอีกครา ตัวตนระดับจอมราชันย์ขั้นปลายปรากฏด้านหลังเขา
“ น้องอวิ๋น คิดจริงรึว่าศิษย์เ้าจะคู่ควรกับลูกสาวข้า ” เทียนอวิ๋นถอนหายใจกล่าวต่อ
“ ช่างเป็วันที่วุ่นวายดีแท้ อย่าคิดเรียกหาข้าเป็พี่น้องเ้าอีก มาทางไหนก็ไสหัวไปซะ อีกอย่าง เด็กสองคนล้วนไม่เกี่ยวกันอันใดกับเื่ในอดีต หากเ้ากล้ารังแกทั้งสองด้วยเื่นี้อย่ากลัวจะได้เห็นปีศาจแสง์อีกครา ” เ้าตำหนักเทพยุทธ์มองดูเทียนอวิ๋นจากไปไม่สนใจตนก่อนสบถออกมา
“ ยโสโอหัง เช่นนี้อย่าหาว่าข้าเลวร้าย... ” เทียนอวิ๋นกลับมาพบเจอร่างฮ่าวเทียนกำลังยืดเหยียดจึงกล่าวไป “ ฟื้นคืนกำลังได้กี่ส่วนแล้วเล่า ” ฮ่าวเทียนตอบกลับ
“ ราวๆสามในสิบขอรับท่านอาจารย์ ” ไม่ทันสิ้นเสียงเทียนอวิ๋น เ้าตำหนักชั้นเรียนก็โผล่เข้ามากล่าว
“ ฮ่าวน้อย ดูเ้าจะรอดตายแล้ว เช่นนี้จึงดี มิเช่นนั้นข้าคงได้เห็นเหล่านางฟ้าตัวน้อยร้องไห้จนตกตายไปหลายคน ฮึฮึ ” เทียนอวิ๋นมองไปทางนางอย่างมีนัยยะก่อนกล่าว
“ ท่านเ้า ได้ยินหมดแล้ว? ” นางนั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนจะไขว้ขาเรียวงามของนางกล่าวต่อไป
“ อวิ๋นน้อย ตำหนักแห่งนี้คือพื้นที่ของข้า เกิดสิ่งใดขึ้นข้ารับรู้สิ้น ตัวตนอย่างเ้าตำหนักเทพยุทธ์มามีรึจะไม่สนใจ ” เทียนอวิ๋นกล่าวต่อไป
“ ข้าสมควรรู้ ว่าไป ท่านจะทำกระไรต่อเล่า ? ” นางหันมาทางฮ่าวเทียนจ้องหน้าเข้าใกล้เด็กหนุ่มจนเขินอาย ก่อนเล่าเื่คู่ต่อสู้คนสุดท้ายให้มันฟัง ฮ่าวเทียนฟังแล้วกล่าวต่อไป
“ ท่านเ้ากำลังบอกศิษย์ว่าเขาเป็ศัตรูหัวใจทำนองนั้นสินะท่าน... ” นางหัวเราะอย่างเอร็ดอร่อยก่อนจะกล่าวต่อ
“ ฮิฮิ อวิ๋นน้อยดูศิษย์เ้าสิ โตไปคงเป็หนุ่มรูปงามที่น่าหลงใหลเป็แน่... เอาล่ะ ข้าจะสำแดงพลังในระดับของเด็กคนนั้นให้เ้าดูแล้วกัน ลองหยั่งเชิงดูเสีย ” นางปลดปล่อยปราณกดดันระดับหลอมรวมิญญาขั้นกลางออกมาพุ่งใส่ฮ่าวเทียน เด็กหนุ่มแทบทรุดลงกับพื้นใบหน้าซีดเซียว ก่อนได้ยินเสียงนาง
“ ประมาณนี้เด็กน้อย เ้ารับมือไหวรึไม่ ”
ฮ่าวเทียนเลือกจะไม่ตอบคำเย้าหยอกของนาง... ยามนี้เองฮ่าวเทียนปรากฏตัวขึ้นบนเวทีประลองพร้อมคู่ต่อสู้คนสุดท้ายของมัน มองไปพบเห็นชายหนุ่มรูปร่างผอมบางหล่อเหล่าแต่งกายด้วยชุดัราชวงศ์หรูหราขึ้นมาบนเวทีท่ามกลางเสียงสาวๆกรี๊ดกร๊าด ฮ่าวเทียนยืนมองอย่างโง่งม
“ มองเช่นไรก็ไม่พบเจอความแข็งแกร่งบนร่างชายหนุ่มเ้าสำราญผู้นี้...” เมื่อเสียงประกาศเริ่มการประลองดังขึ้น ฮ่าวเทียนยืนมองดูเขาส่งสายตาให้สาวๆแฟนคลับข้างเวทีอย่างโง่งมก่อนจะกล่าว
“ เอ่อ...ศิษย์พี่ เกรงว่า ได้เวลาเริ่มแล้ว ? ” ต้วนง้วนเฟยหันมาทางเด็กหนุ่ม
“ เอาล่ะๆ ข้ารู้แล้ว เช่นนั้นเ้าคือทายาทแห่งแสงที่กำลังยุ่มยามกับน้องหญิงชิงเสวียนของข้าสิ ? ” ฮ่าวเทียนกำลังจะขยับตัวตั้งท่า กระพริบตาลงครั้งหนึ่งเปิดเปลือกตาขึ้นมาเสี้ยวอึดใจ รอยยิ้มชั่วร้ายของอีกฝ่ายปรากฏอยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่มห่างเพียงฝ่ามือ พัดสีทองที่เขาถือโบกไม้โบกมือเมื่อครู่ยามนี้ปักลงไหล่ของเด็กหนุ่มจมลึกเกือบครึ่งความยาว ก่อนฮ่าวเทียนจะได้ยินเสียงแค่นต่ำข้างหู
“ ขยะ แม้ทอแสงสีทองออกมาก็ยังเป็ขยะ ไม่อาจเปลี่ยนแปลง...? ”
จบตอน
ติดตามเื่ราวและการอัพเดทของนวนิยายเื่นี้ที่ได้อีกช่องทางที่ : www.facebook.com/legendofdevilgodsNovel/