“คุณอยู่สายบังคับบัญชาของท่านพิรุณหรือเปล่าครับ”
ธรณ์ที่เวรุณีแนะนำกับทุกคนว่าเพื่อนเริ่มคุยกับสามีลลิตา
“ผมเจอท่านบ่อยๆ ในก๊วนกอล์ฟท่านเป็เพื่อนพ่อผม”
เขาเล่านิ่ง ใบหน้ายิ้มแต่ทำคนฟังครั่นเกรงในความกว้างขวาง
“กลับกันได้แล้วถ้าไม่อยากให้เพื่อนคุณเดือดร้อน”
เมื่อเ้าของบ้านเก็บจานชามเข้าครัวปล่อยแขกนั่งในห้องรับรอง เขาก็เริ่มทำตามจุดประสงค์ต่อมา
“คุณอย่าขู่เลยน่า”
“ผมไม่ได้ขู่ แต่ทำได้จริง”
“คุณแย่ที่สุด”
เวรุณีต่อว่าและมองเขาอย่างไม่พอใจ
“สายตาคุณบอกว่าผมยิ่งกว่าแย่...ชนิดด่าว่าเลวที่สุดเลย”
ธรณ์พูดเหมือนมานั่งกลางใจ
“ไม่เป็ไรผู้ชายเลวกับผู้หญิงตอแหลก็เหมาะสมกันดี”
เขาคว้าแขนเธอท่ามกลางการบิดรั้งหนีของเ้าตัว
“คุณลลิตาครับขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ผมกับเพื่อนคุณจะกลับแล้ว”
ธรณ์ร้องบอกเ้าของบ้าน
“จริงๆ เราเป็แฟนกันเธองอนผมนิดหน่อย”
ลลิตาพยักหน้าเลิกแคลงใจในท่าทางแปลกๆของสองคนนี้
“ไปเก็บของ ถ้าคิดหนีอีกผมจะจัดการคุณที่นี่ เดี๋ยวนี้ ต่อหน้าเพื่อนคุณนี่แหละ!”
เขากระซิบขู่ได้ทั้งๆหน้ายิ้มให้ลลิตา เวรุณีสะบัดมือที่หลุดจากการเกาะกุม ใบหน้าบึงตึงเข้าไปเก็บข้าวของในห้องส่วนตัวทันที
รถตู้ดำสนิทแล่นฝ่าความมืดยามค่ำคืนธรณ์และเวรุณีอยู่คนละฝั่งรถ เธอนิ่งติดหน้าต่าง ส่วนเขาริมประตูม่านหนารูดกั้นระหว่างที่นั่งคนขับและภายในตัวรถ ธรณ์เหยียดขายาวสบายบิดกายคลายความเมื่อยขบจากการปั้นหน้าเป็คนดีในบ้านลลิตา
“จบซะที คราวนี้ก็เื่คุณกับผม”
เธอสะดุ้งเฮือกร่างสูงเคลื่อนตัวรุกเข้าโน้มใกล้ใบหน้าเธอ ดวงตาดำคมฉายแววชวนหวาด ไม่น่ากลัวแต่ทำใจกระตุกเต้นแปลก
“คุ...คุณจะทำอะไร”
เวรุณีถอยหนีเบียดจนหลังแทบกลืนเป็เนื้อเดียวกับข้างรถ
“ทดลองสินค้า...”
ธรณ์ปิดเธอด้วยปากได้รูปของตนตั้งใจจะลงโทษนิดหน่อย ฐานที่ทำเขาต้องขึ้นเครื่องบิน ต่อด้วยนั่งรถมาตามหาเวรุณีรู้ไหมเวลาเขามีค่านัก แต่กลับต้องใช้ไปโดยสิ้นเปล่ากับการไล่ล่าเธอ
หญิงสาวครางอู้อี้ผลักข่วนอกเขาเป็พัลวัน ยิ่งยั่วให้อยากเอาชนะ ปลายลิ้นอุ่นแทรกดื่มชิมรสหวานเลาะเล็มหยอกล้อ อกแกร่งบดเบียดความอวบหยุ่น มือหนึ่งแทรกเรือนผมกระชับต้นคอบังคับประคองให้เธอแหงนหน้ารับัั ซึ่งมีแต่จะร้อนแรงขึ้นทุกที
อีกมือัับีบเคล้นเนื้อนิ่มใต้ผ้าอย่างซ่านในอารมณ์เวรุณีควบคุมตัวเองไม่ได้ ร่างอ่อนราวขี้ผึ้ง ด้วยวัยสาวไม่เคยต้องมือชายใดเลยเพราะภาระเื่น้องชายรัดตัว ธรณ์เป็ผู้ชายคนแรกที่ได้เข้าใกล้เธอถึงเพียงนี้
เขาปลดกระดุมเสื้อเธอออกอย่างไม่ใยดีมือร้อนแทรกััลึก ผ่านลูกไม้งามสู่เืเนื้อสาว กอบกุมละลานใจในความอวบอิ่มริมฝีปากเข้มถอนออก เคลื่อนต่ำลงสู่ซอกคอขาว หญิงสาวผวาเฮือกเมื่อปลายนิ้วโป้งเคล้าคลึงปลายปทุมถันทั้งหวามซ่านและช่วยเรียกคืนสติอันกระจัดกระจาย
“อย่ามีอะไรกันที่นี่”
“ทำไมล่ะ คุณก็พร้อม ผมก็พร้อมในรถมิดชิด คนของผมทั้งนั้น อีกนานกว่าจะถึงสนามบิน”
เขาบอกกระเส่า วุ่นอยู่กับปทุมงามซึ่งเต็มไม้เต็มมือเหลือเกิน
“ฉันไม่อยากมีอะไรกับใครต่อหน้าอัฐิพ่อแม่กับน้อง!”
อารมณ์หวามสะดุดลงโดยพลันเขาเงยหน้าจากอกอิ่ม คิ้วนิ่วขมวด เธอรีบตะครุบเสื้อที่กระดุมหลุดของตนรวดเร็วหายใจหอบแรง ดังไปวิ่งทางไกลมา
“คุณเอาอัฐิพ่อแม่กับน้องติดตัวมาด้วยเหรอ”
ชายหนุ่มทวนซ้ำไม่เชื่อหูเธอยันหลังกับข้างรถให้ตรงขึ้น ล้วงกระเป๋าสตางค์เปิดช่องใสซึ่งมีถุงพลาสติกรีดขอบ ... ข้างในมีเถ้าสีเทา
“บ้าหรือเปล่า!”
เขาตวาด ดีดตัวออกจากเธอทันทีกลับมานั่งเก้าอี้ข้างประตูเหมือนเดิม
“ก็ฉันตั้งใจจะหนีคุณนี่เลยแบ่งอัฐิคนในครอบครัวมา”
เวรุณีตั้งใจจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่จึงอยากพาคนในครอบครัวไปด้วย แม้จะเหลือเพียงเถ้าถ่านก็ตามที ธรณ์กัดฟันกรอดหายใจสั้นรัวเร็ว สะกดกลั้นอารมณ์ ที่ทั้งโกรธและค้างคาไม่ได้รับการปลดปล่อย
“เอาไปเก็บที่อื่นเลยนะ”
เขาสั่งเสียงเขียว
“จะให้เอาไปไว้ที่ไหนล่ะอยู่ในรถนะ”
และกำลังวิ่งไปสู่สนามบินเสียด้วยธรณ์ส่งสายตาคาดโทษกับดวงหน้ากลม ปากช้ำเจ่อ แต่ยกอัฐิในกระเป๋าสตางค์ขึ้นไหว้พึมพำขอบคุณอำนาจพ่อแม่และน้องชาย ที่ดลใจไม่ให้เขาทำอะไรเกินเลยประเจิดประเจ้อในรถ
“คุณธรณ์ครับใกล้ถึงสนามบินแล้วนะ”
ลูกน้องส่งเสียงอย่างเกรงใจด้วยคิดว่าข้างหลังรถกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม
“คุณจะพาฉันไปไหน”
สมาชิกครอบครัวผู้ล่วงลับคงช่วยเธอได้แค่นี้เวรุณีจึงหยั่งเชิงด้วยตนเองบ้าง
“ไปบ้านผม”
“ไม่เอา”
เธอร้องเสียงหลง
“งั้นไปบ้านคุณ”
“ฉันไม่อยากมีอะไรกับผู้ชายที่ไม่ใช่สามีในบ้านพ่อแม่”
“งั้นไปบ้านผมแหละดีแล้วไม่อยากมีอีหนูเรี่ยราดไว้ในเซฟเฮ้าส์”
ธรณ์ตัดบทดึงมือเธอออกจากรถ พาเดินเข้าสู่บริเวณสนามบิน โดยไม่ยอมปล่อยไม่สนใจสายตาผู้คนและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน กระทั่งถึงกรุงเทพฯก็ดันหลังเวรุณีขึ้นรถที่มารับอย่างรวดเร็ว