ตอนที่ 49
หลินหร่วนกลอกตาไปมา นางกอดหลินซิ่วเอาไว้พร้อมกับหมุนตัวไปอีกทางเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของหวังซื่อ
หลินหานจึงใช้โอกาสนี้ยื่นเท้าออกไป ทำให้หวังซื่อเสียการทรงตัวและล้มลงกับพื้น
“โอ๊ย หลินหร่วน หลินหาน เจ้าเด็กสารเลว ! ”
หวังซื่อที่ล้มลงไปหนึ่งครา เมื่อลุกขึ้นมาได้ก็พุ่งเข้าหาหลินหร่วนกับหลินหานทันใด
หลินหานหรี่ตาลง สองมือกำหมัดแน่น เตรียมพร้อมที่จะออกหมัดทันทีหากหวังซื่อเข้ามา
ทว่าหลินหร่วนกลับดึงมือเขาเอาไว้แล้วออกวิ่งทันใดโดยมีหวังซื่อวิ่งตามมาข้างหลัง
“ปล่อยข้า ข้าจะไปสู้กับนางสตรีร้ายกาจผู้นั้น ! ”
หลินหานมิพอใจมากยิ่งนัก ราวกับต้องการจะตีให้ตายกันไปข้าง
หลินหร่วนจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขาพร้อมกับลดฝีเท้าลง“หากเจ้ากล้าตีนางจริง ๆ นางจะตายหรือไม่นั้น ข้ามิอาจรับประกันได้ ทว่าเจ้าต้องตายอย่างแน่นอน”
กฎหมายในยุคสมัยนี้ค่อนข้างประหลาด ต่อให้บิดามารดาทำผิดเพียงใดบุตรหลานก็มิอาจลงมือกับพวกเขาได้ อย่างน้อยก็มิอาจลงมืออย่างเปิดเผยได้ แม้ว่าจะเป็นเพียงแม่เลี้ยงก็ตาม
ดังนั้นต่อให้หลินหร่วนโมโหเพียงใด ก็มิอาจลงมือกับหวังซื่อได้
หลินหานเข้าใจในความหมายของหลินหร่วน เขาทราบว่าสิ่งที่หลินหร่วนเอ่ยล้วนเป็นความจริงดังนั้นเขาจึงทำหน้าบูดบึ้งในทันใด
“แล้วพวกเราต้องทนต่อไปแบบนี้หรือ ? ข้ามิอยากอดทนต่อไปแล้ว หวังซื่อผู้นั้นชั่วร้ายยิ่งนักหากพวกเราอดทนหนึ่งครา คราต่อไปก็ต้องทนอีก ครานี้โชคดีที่พวกเรากลับมาได้ทันเวลาหากมาช้ากว่านี้อีกนิด หลินซิ่วคงจะถูกทุบตีเป็นแน่”
“เจ้าคิดว่าข้าอยากทนเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
หลินหร่วนกลอกตาไปมา ด้วยนิสัยของนางแล้ว นางอยากจะเอามีดไปแทงหวังซื่อให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียทว่าในความเป็นจริงมิอาจทำได้
“อย่างน้อยพวกเราก็ทำเหมือนทนไปก่อน มิเช่นนั้นพวกเราจะต้องลำบากเป็นแน่”
ดวงตาของหลินหานเป็นประกายขึ้นมาทันใด“ทำเหมือนทนไปก่อน... เจ้าหมายความว่าค่อยแก้แค้นเป็นการส่วนตัวเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
หลินหร่วนพยักหน้ารับ “ใช่แล้ว ! ”
ถึงเยี่ยงไรนางก็มิอาจแบกรับความทุกข์นี้ไว้กับตัวได้เป็นแน่
หลินหานมองย้อนกลับไปข้างหลัง พลันเห็นหวังซื่อวิ่งตามมาติดๆ
แม้ว่าช่วงนี้จะยังเป็นฤดูกาลทำไร่ทำนา ทว่าภายในหมู่บ้านก็ยังมีผู้คนอยู่มากมายดังนั้นหลินหร่วนจึงจงใจวิ่งเข้ามาในหมู่บ้าน ทันทีที่เข้ามาในหมู่บ้าน นางก็เริ่มแสร้งทำเป็นร้องไห้เสียงดังทันใด
“ผู้ใดก็ได้ช่วยข้าด้วยแม่เลี้ยงจะฆ่าพวกเราแล้ว”
หลินหานตกใจเสียงร้องของนาง จนเกือบสะดุดล้ม เขาหันไปมองหลินหร่วนด้วยสายตาเหลือเชื่อ
หลินหร่วนถลึงตาใส่เขาทันใด “มองอันใด ? เหตุใดถึงมิรีบช่วยกันตะโกนอีก”
หลินหานค่อย ๆ เปิดปากเอ่ยออกมาว่า “ข้า...ข้าตะโกนมิเป็น”
“ตะโกนมิเป็นก็แสร้งร้องไห้ออกมาเสีย เจ้าทำได้ใช่หรือไม่? ”
หลินหาน “......”
เพียงมินาน ภายในหมู่บ้านก็มีเสียงร้องไห้ราวกับฟ้าถล่มดินทลายซึ่งเสียงร้องไห้นี้ดึงดูดชาวบ้านที่กำลังตากข้าวโพดอยู่ในลานบ้านได้เป็นอย่างดี
หวังซื่อที่ยังคงคับแค้นใจ ซึ่งกำลังวิ่งตามเด็กทั้งสามคนมาแต่ไกลเริ่มทำอันใดมิถูกนางได้แต่กัดฟันโมโห จนดูน่ากลัวเป็นพิเศษ
เมื่อเห็นพวกหลินหร่วนท่ามกลางฝูงชน จึงพยายามวิ่งไปเข้าไปจับโดยมิสนหน้าอินทร์หน้าพรหม
เกือบทุกคนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านต่างก็ใช้แซ่หลินแล้วพวกเขาจะทนมองเด็ก ๆ ตระกูลหลินถูกแม่เลี้ยงทุบตีได้เยี่ยงไร ? ดังนั้นบรรดาชาวบ้านจึงรีบเข้ามาปกป้องพวกหลินหร่วนทันใด
“แม่อาเหมย นี่เจ้าจะทำอันใดน่ะ ? ”
“พวกเจ้าหลบไปเสีย !เจ้าเด็กสารเลวพวกนี้ หากวันนี้ข้ามิได้ฆ่าพวกมัน ข้าหวังซื่อผู้นี้จะอ่านชื่อตนเองกลับหลัง! ”
หวังซื่อกรีดร้องพร้อมกับกระโจนเข้าใส่เด็กทั้งสามคนชาวบ้านแทบจะหยุดนางเอาไว้มิได้
“แม่อาเหมย เจ้าอย่าทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ไปเลยพวกเขาต่างก็เป็นเด็กในตระกูลหลินของพวกเรา มิใช่คนที่เจ้าคิดจะตีก็ตีให้ตายได้ ! ”
“ข้าเป็นมารดาของพวกมัน ถึงจะตีให้ตายเยี่ยงไร ผู้ใดจะกล้าว่าอันใดข้า? พวกเจ้ายังมิหลบไปอีก ! ”
ทันใดนั้นน้ำเสียงที่แหบพร่าก็ดังขึ้นมา
“พวกเจ้าจงหลีกทาง ข้าอยากจะเห็นว่าผู้ใดที่กล้าแตะต้องลูกหลานตระกูลหลินของข้า! ”
เมื่อทุกคนหันไปมอง เห็นเป็นชายชราผมขาวในมือมีไม้เท้าค้ำ จ้องมองไปยังหวังซื่ออย่างโกรธเคือง
“ปู่สาม ท่านปู่มาได้เยี่ยงไรเจ้าคะ ? ”
เมื่อหลินหร่วนเห็นชายชราเดินเข้ามา จึงรีบผลักหลินหานไปข้างกายเขาทันใด
ตาเฒ่าผู้นี้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านตระกูลหลินมาช้านานแล้วเขาได้รับความเคารพนับถือมากกว่าหัวหน้าหมู่บ้านกับหัวหน้าตระกูลเสียอีกตอนที่ยังหนุ่ม เขาเคยสู้รบกับพวกต๋าจื่อมาก่อน ทั้งยังเคยผ่านความตายมานับมิถ้วนดังนั้นคนในหมู่บ้านจึงมิมีผู้ใดกล้าอวดดีต่อหน้าเขา
“ปู่สาม ได้โปรดเป็นตัวแทนพวกเราด้วยแม่เลี้ยงไร้ซึ่งความเมตตา นางอยากให้พวกเราตกตาย ปู่สามได้โปรดปกป้องพวกเราด้วย”
ปู่สามพิจารณาดูเด็ก ๆ ซึ่งกำลังทำอันใดมิถูกดังนั้นเขาจึงโมโหมากกว่าเดิมจนต้องนำเอาไม้เท้ากระแทกพื้นอย่างรุนแรง
“หวังซื่อ ตระกูลหลินของพวกเราใจดีอนุญาตให้เจ้าที่เป็นแม่หม้ายมีลูกติดตบแต่งเข้ามาในตระกูล พวกเราต่างก็อดทนในสิ่งที่เจ้าทำอยู่ทุกวี่ทุกวันมิคาดคิดเลยว่าเจ้าจะกำเริบเสิบสานได้ถึงเพียงนี้ มิเพียงแค่ร่วมมือกับคนนอกเพื่อทำลายความบริสุทธิ์ของลูกเลี้ยงเท่านั้นวันนี้เจ้ายังต้องการเอาชีวิตของพวกเขาอีก อันใดกัน เจ้าเห็นผู้อาวุโสในตระกูลหลินเป็นหัวหลักหัวตอเยี่ยงนั้นหรือ? ผู้ใดก็ได้ไปตามหลินจงเข้ามา ข้าอยากจะถามเขาสักหน่อยว่าเขาสั่งสอนเมียเยี่ยงไร! ”
ปู่สามเป็นที่ความเคารพนับถือของชาวบ้านดังนั้นเขาจะเรียกใช้ผู้ใดก็ได้ทั้งนั้น ทันทีที่เขากล่าวจบ ก็มีคนวิ่งออกไปตามหาหลินจงทันที
หวังซื่อเห็นว่าปู่สามเข้ามาแทรกแซงในเรื่องนี้นางก็รู้สึกมิดีไปทั้งร่าง นางอยากจะย่องหนีไป ทว่าภายใต้สายตาที่จับจ้องของทุกคนนางย่อมมิอาจหนีไปได้
เพียงมินาน หลินจงก็มาถึง รวมถึงนางหลินด้วยเช่นกัน
“ท่านลุงสาม มีอันใดเยี่ยงนั้นหรือ ? เหตุใดถึงเรียกพวกเรามาเล่า มีเรื่องอันใดกัน ?”
นางหลินทำหน้ามิพอใจแต่ก็มิกล้าเอ่ยวาจาหยาบคายออกมา
ปู่สามมิได้เหลือบมองนางเลยแม้แต่น้อย เขาเอาแต่จ้องมองไปยังหลินจง
“หลินจง ข้าขอเอ่ยถามเจ้าสักหน่อยเถิด อาหานกับหลินซิ่วเป็นบุตรแท้ๆ ของเจ้าหรือไม่ ? ”
หลินจงตื่นตกใจขึ้นมาทันใด “ท่านลุงสาม ท่านหมายความว่าเยี่ยงไร? แน่นอนว่าทั้งอาหานและหลินซิ่วต่างก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของข้า”
“ในเมื่อพวกเขาเป็นบุตรแท้ ๆ ของเจ้า เช่นนั้นเหตุใดเจ้าถึงปล่อยปละละเลยพวกเขาจนปล่อยให้เมียคนที่สองมารังแกพวกเขาได้เล่า ? เจ้าทราบหรือไม่หากวันนี้เด็ก ๆ มิตะโกนขอความช่วยเหลือ พวกเขาคงถูกหวังซื่อทุบตีจนตายไปแล้ว!สายเลือดตระกูลหลินของข้า มันไร้ค่าตั้งแต่เมื่อใดกัน ที่ผู้ใดอยากจะฆ่าก็ฆ่าได้ตามต้องการ! ”
หลินจงตื่นตกใจขึ้นมาทันใด จากนั้นก็หันไปมองเด็กทั้งสามคน
“อาหาน อาหร่วน พวกเจ้าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ?”
หลินหานเม้มปากพลางส่ายศีรษะเบา ๆ“พวกเราวิ่งหนีออกมา นางจึงตามมิทัน”
หลินจงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
เมื่อปู่สามเห็นว่าครานี้หลินจงทำเรื่องที่ควรทำเห็นว่าเขาสนใจเด็กทั้งสามคนก่อน สีหน้าของชายชราจึงค่อย ๆ นุ่มนวลขึ้น
“หลินจง เจ้าควรแต่งงานกับคนที่มีคุณธรรม หวังซื่อผู้นี้เป็นสตรีที่ไร้ซึ่งคุณธรรมไร้ซึ่งความปราณี หากให้อยู่ในบ้านต่อไปก็อาจจะทำให้บ้านมิเป็นสุขมีแต่จะนำภัยพิบัติมาให้”
“คราก่อนนางสมรู้ร่วมคิดกับหลานชายของนางเพื่อทำลายความบริสุทธิ์ของอาหร่วนตามกฎหมายแล้ว เจ้าสามารถลากนางเข้าคุกได้เลยด้วยซ้ำ ทว่าพวกเจ้ากลับทำเป็นมองมิเห็นแล้วปล่อยนางไปนี่คือการขุดหลุมฝังอันตรายไว้ในตระกูลหลิน เหตุการณ์นั้นเพิ่งเกิดขึ้นมิถึงเดือน หวังซื่อก็ก่อเรื่องใหม่อีกแล้วสตรีเยี่ยงนาง มิอาจเก็บเอาไว้ได้ เพื่อตระกูลหลิน เจ้าควรรีบหย่าขาดกับนางเสีย ! ”