ตอนที่ 22 ััส่วนที่นุ่มนวลที่สุดในหัวใจของโจวสือซวิน
จูกุ้ยฮวาเห็นว่าโจวสือซวินไม่ได้พูดอะไรเพื่อนางเลย เนื่องจากความหวาดกลัวในใจ จูกุ้ยฮวาจึงไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา หลังจากนั้นจึงคว้าโจวเอ้อร์นีและจากไปอย่างเร่งรีบราวกับลี้ภัย
เซิ่งอันหนิงมองทั้งคู่ออกจากประตู จากนั้นจึงหันไปมองโจวสือซวิน หญิงสาวดูไม่เขินอายกับสิ่งที่เอ่ยไปเมื่อครู่เลย และยังเอ่ยถามขึ้นอีก “ทำไมฉันมีความรู้สึกว่าแม่ของคุณรู้สึกกลัวคุณล่ะ?”
ทันทีที่จู้กุ้ยฮวาอ้าปากก็มีพฤติกรรมรุนแรง แถมยังไร้เหตุผลมากกว่าเธอเสียอีก แต่เหตุใดเมื่อเห็นโจวสือซวินก็เปลี่ยนเป็ขี้ขลาดขึ้นมาล่ะ?
ไม่ใช่เื่น่าแปลกใจที่โจวสือซวินยังคงไม่ตอบคำถามเช่นเคย
เซิ่งอันหนิงจึงไม่ได้สนใจอะไร เธอถือผ้าเช็ดตัวและกะละมังเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ พลางฟังครอบครัวอีกครอบครัวหนึ่งพูดเื่สัพเพเหระกัน
“เมื่อวานฉันเห็นเธอซื้อปลาจี้มาดูไม่เลวเลยนะ ซื้อมาเท่าไหร่ล่ะ?”
“ไม่ได้เสียเงินเลย ที่ริมตลิ่งมีคนกำลังทอดแหอยู่ หลังจากคนไปฉันก็หยิบมาเลย”
เมื่อเซิ่งอันหนิงได้ยินว่าไม่ต้องใช้เงิน เธอจึงแปรงฟันช้า ๆ และตั้งใจฟัง
“ไม่เอาเงินจริง ๆ หรือ? ยังมีเื่ดี ๆ แบบนี้อยู่อีกหรือ?”
“ปลาตัวไม่ใหญ่ คนเลยไม่ค่อยอยากได้เท่าไหร่ กลับไปเธอลองไปดูก็ได้ เดินไปทางทิศตะวันออกไม่ไกล ตรงนั้นมีสระน้ำที่ไม่ใหญ่นักอยู่”
“ได้ ประเดี๋ยวเก็บของเสร็จแล้วจะลองไปดู”
เซิ่งอันหนิงจดจำสถานที่นั้นอย่างเงียบ ๆ จากนั้นจึงล้างหน้าแปรงฟันอย่างรวดเร็ว และได้ถือกะละมังกลับไปหาโจวสือซวินที่ห้อง หญิงสาวเตรียมตัวเอาไว้ว่าหลังจากที่ชายหนุ่มกินข้าวเสร็จเธอจะรีบออกไปดู
เซิ่งอันหนิงรีบวิ่งไปที่ห้องครัวเพื่อนำน้ำแกงเป็ดมาอุ่นให้ร้อน ซื้อหมั่นโถวธรรมดาอีกสองลูก ก่อนที่จะกลับไปหาโจวสือซวิน “รีบกินซะ กินเนื้อกับน้ำแกงที่เหลือให้หมด ฉันจะออกไปข้างนอกสักหน่อย”
ไม่รอให้โจวสือซวินเอ่ยปาก เซิ่งอันหนิงก็ได้รีบออกไป ก่อนจะออกไปนั้นเธอได้ซื้อหมั่นโถวแป้งผสมและผักดองออกไปกินระหว่างทาง
เมื่อถึงประตูของโรงพยาบาลก็พบเข้ากับหลูหย่วนต๋าที่กำลังมาทำงานพอดี เธอจึงรีบเอาหมั่นโถวแป้งผสมซ่อนไว้ข้างหลัง และเข้าไปทักทาย “คุณหมอลวี่ สวัสดีตอนเช้าค่ะ”
หลูหย่วนต๋าจับตาดูเซิ่งอันหนิงตลอดสองวันที่ผ่านมา เขามองเธอด้วยแววตาอบอุ่น “สวัสดีตอนเช้า เช้าแบบนี้ก็ออกไปแล้วหรือ”
เซิ่งอันหนิงพยักหน้า “ค่ะ งั้นฉันขอตัวไปทำธุระก่อนนะคะ ไม่รบกวนคุณเวลาหมอแล้วดีกว่า”
กล่าวเสร็จเซิ่งอันหนิงก็จากไปอย่างสดใส
หลูหย่วนต๋าก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ เมื่อหันหลังกลับไปมองก็ยังคงเห็นเซิ่งอันหนิงวิ่งไปด้วยกัดหมั่นโถวไปด้วย หากมองไม่ผิด หญิงสาวเหมือนจะถือหมั่นโถวแป้งผสมอยู่ด้วย
หมั่นโถวแป้งผสมถือว่าเป็หมั่นโถวราคาถูกที่สุดในโรงอาหาร กินแล้วรู้สึกฝืดคอเอามาก ๆ
ทุกคนต่างบอกว่าโจวสือซวินแต่งงานกับบรรพบุรุษ เมื่อมองดูแล้วก็ไม่เลวเลยนะ?
หลูหย่วนต๋าครุ่นคิดอยู่สักพัก เขาเองก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร จึงแวะเวียนไปหาโจวสือซวินที่ห้อง และเห็นว่าชายหนุ่มที่อยู่บนเตียงกำลังกินน้ำแกงเป็ดกับหมั่นโถว
หมอลวี่อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา “ดูเหมือนว่าสหายเซิ่งตัวน้อยนี่จะดูแลคุณดีมาก ๆ เลยนะ คาดไม่ถึงว่าจะมีน้ำแกงเป็ดอีกด้วย”
โจวสือซวินรีบวางกล่องอาหารและเตรียมตัวที่จะลุกขึ้น แต่กลับถูกหลูหย่วนต๋าหยุดไว้ “นั่งเถอะ ๆ เหมือนจะดีขึ้นแล้วสินะ”
“เป็เพราะได้คุณช่วยเอาไว้น่ะครับ”
เป็เื่ยากที่โจวสือซวินจะพูดจาหยอกล้อเช่นนี้
หลูหย่วนต๋าดึงสีหน้า “ผมจะไม่ผ่าตัดให้คุณแล้ว อายุอานามของผมก็ปูนนี้ เริ่มทำไม่ไหวแล้ว”
ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็แพทย์ทหารแนวหน้ามาก่อน จึงได้รู้จักกับโจวสือซวิน หากลองนับวันเวลาดูนี่ก็เป็เวลาสิบปีแล้ว
ด้วยความเป็ห่วงสุขภาพของโจวสือซวิน หลูหย่วนต๋าจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ผมเห็นว่าภรรยาของคุณก็ไม่เลวนะ เคยได้ยินมาว่าความสัมพันธ์ของพวกคุณไม่ค่อยจะดีนัก?”
โจวสือซวินไม่รู้จะตอบเช่นไร ปัญหาระหว่างเขาและเซิ่งอันหนิงเองก็มีมากมายเหลือเกิน
หลูหย่วนต๋าแนะนำโจวสือซวินด้วยความจริงใจ “ต่อให้ขัดแย้งมากมายเพียงใด เป็สามีภรรยากัน ทะเลาะกันไม่นานเดี๋ยวก็ดีกัน คุณดูสิหล่อนยังทำน้ำแกงเป็ดกับหมั่นโถวให้คุณเลย ผมได้ยินพี่สาวที่โรงอาหารบอกว่าภรรยาของคุณกินหมั่นโถวแป้งผสมกับผักดองมาสองวันแล้ว”
โจวสือซวินตกตะลึงไปครู่หนึ่ง และมองไปที่หลูหย่วนต๋าด้วยความสงสัย
เซิ่งอันหนิงบอกว่าเธอไม่ใช่คนที่จะยอมให้ตนเองลำบาก ชายหนุ่มได้ปักใจเชื่อไปแล้วจริง ๆ
หลูหย่วนต๋ามองดูท่าทางของโจวสือซวิน “เป็อะไรไป ไม่เชื่อล่ะสิว่าสาวเ้าเสน่ห์ผู้มาจากในเมืองจะทนต่อความลำบากได้? ตอนที่ผมเข้าประตูมาก็บังเอิญพบกับอันหนิงพอดี หล่อนกินหมั่นโถวแป้งผสมพลางเดินไปด้วย หญิงสาวผู้นี้ช่างวิเศษเหลือเกิน คุณควรถนอมหล่อนเอาไว้”
จู่ ๆ โจวสือซวินก็รู้สึกใจหายขึ้นมาและรู้สึกชาไปทั้งตัว ยามนึกถึงท่าทางที่เซิ่งอันหนิงพูดจาพลางจินตนาการว่าเธอกลืนหมั่นโถวด้วยความยากลำบากอย่างไร
อย่างไรเสียแม้แต่หมั่นโถวข้าวโพดเธอยังรู้สึกลำบากกับการกิน คงไม่ต้องพูดถึงหมั่นโถวข้าวฟ่าง
หลูหย่วนต๋ายังคงมีความสุข “ผมแค่จะบอกว่าคุณนั้นโชคดีมาก ๆ ที่ได้ภรรยาสวยและดูแลคุณดีอีกต่างหาก คุณจะต้องรักษาหล่อนไว้ดี ๆ นะ ”
โจวสือซวินพยักหน้าซ้ำ ๆ “ผมจะรักษาหล่อนไว้ครับ”
หากเซิ่งอันหนิงไม่้าที่จะหย่าแล้ว โจวสือซวินก็จะดูแลเธอให้ดีไปตลอดชีวิต
……
เซิ่งอันหนิงวิ่งไปถึงสถานที่หว่านแหจับปลาที่ผู้คนพูดกัน ก็พบว่ามีคนรายล้อมบริเวณสระน้ำอยู่ เดิมทีแล้วสระนี้เอาไว้ใช้เลี้ยงปลามาก่อน แต่ตอนนี้น้ำแข็งในสระได้ละลายแล้ว เป็เวลาของปลาที่เลี้ยงเอาไว้ตลอดหน้าหนาวจะออกมาพอดี
บางคนก็ใช้ไฟฟ้าช็อตปลา บางคนก็ใช้แหจับปลา
ผู้คนที่รายล้อมอยู่ล้วนรอคอยที่จะจับปลาตัวเล็ก ๆ ที่ไม่เป็ที่้ากลับไปกินที่บ้าน
เซิ่งอันหนิงมองดูฝูงชนที่พลุกพล่าน เธอไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งเธอจะต้องมาขอปลาตัวเล็ก ๆ กินฟรี
แต่เพื่อการประหยัดเงินและบำรุงร่างกายของโจวสือซวิน เซิ่งอันหนิงจึงไม่สนใจภาพลักษณ์ของเธอ และคว้าโอกาสเอาไว้
เมื่อแหถูกลากขึ้นฝั่ง ปลาตัวเล็ก ๆ ที่ไม่ได้เป็ที่้าก็หลุดออกมาจากตาข่าย ผู้คนจึงพากันกรูเข้าไปจับปลา
เซิ่งอันหนิงไม่พูดไม่จา เธอพับแขนเสื้อขึ้นและวิ่งเข้าไปในฝูงชน หญิงสาวอาศัยความว่องไวและความแข็งแกร่งของตนเอง เมื่อมีคนผลักเธอ เธอก็ผลักกลับอย่างแรง
หลังจากแก่งแย่งกันอยู่หลายรอบ เซิ่งอันหนิงก็จับปลาตัวเล็ก ๆ ได้ยี่สิบกว่าตัวและยัดปลาเ่าั้ลงไปในกระเป๋าผ้า
เธอรู้สึกว่าปริมาณนี้เพียงพอที่จะให้โจวสือซวินกินเป็เวลาสองวัน เซิ่งอันหนิงกอดกระเป๋าผ้าที่ใส่ปลาตัวเล็กเอาไว้ในอ้อมแขนของเธอแน่น จากนั้นจึงเดินกลับโรงพยาบาลอย่างมีความสุข
โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้เธอดูน่าอายขนาดไหน
เซิ่งอันหนิงคิดว่าจะเอาปลาพวกนี้มาทำเป็น้ำแกงปลา และเคี่ยวจนน้ำแกงมีสีขาวนวล แบบนี้ช่วยบำรุงร่างกายได้เป็อย่างมาก ถึงเวลานั้นจะดีมาก ๆ ถ้ากินคู่กับแป้งย่าง
คิด ๆ อยู่ก็อดที่จะกลืนน้ำลายไม่ได้ เธอเองก็ตะกละเช่นกัน
เมื่อถึงโรงพยาบาล เซิ่งอันหนิงก็ตรงไปที่โรงอาหารด้วยท่าทางที่มีความสุข เธอคิดว่าจะล้างปลาให้สะอาดก่อนแล้วค่อยกลับห้องผู้ป่วย
แต่ก็คาดไม่ถึงว่าโจวสือซวินจะมายืนรอเธอที่หน้าประตูโรงอาหาร ดูเหมือนว่าาแที่ท้องของเขาจะไม่ส่งผลกระทบต่อเขาเลย ชายหนุ่มยืนตรงราวกับต้นหยางที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางแสงแดดของฤดูหนาว
โจวสือซวินไม่อาจคงท่าทางเคร่งขรึมเป็ปกติได้ เมื่อเห็นเซิ่งอันหนิงตรงหน้ามีผมเผ้ายุ่งเหยิง ปอยผมบางส่วนชื้นเหงื่อจนแนบไปกับใบหน้า
ดวงหน้าขาวนวลและร่างกายของเธอเต็มไปด้วยโคลน
แม้จะอยู่ในสภาพที่จนตรอก แต่ก็ยังคงงดงามเช่นเดิม!
เซิ่งอันหนิงพบว่าโจวสือซวินออกมาเดินเพ่นพ่านอีกแล้ว แววตางดงามก็ฉายแววโกรธเกรี้ยวออกมา “คุณออกมาอีกแล้วนะ ไม่อยากหายดีหรือยังไง?”
ริมฝีปากของโจวสือซวินเริ่มขยับ คาดไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะตอบกลับอย่างเชื่อฟัง “ผมก็กำลังจะกลับนี่ไง เห็นว่าคุณหายไปนานก็เลยจะออกมาตามสักหน่อย”
เซิ่งอันหนิงเห็นว่าชั่วอึดใจเดียว โจวสือซวินกลับอธิบายออกมามากมายเช่นนี้ จึงรู้สึกสงสัยเล็กน้อย “งั้นคุณก็รีบกลับห้องไปซะ ฉันยังมีเื่ที่ต้องทำที่นี่”
โจวสือซวินกลับไม่ขยับเขยื้อน และยังคงยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนเดิม…
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
นึกสภาพคนกรูเข้าไปจับปลา เหมือนประเพณีชิงเปรตอย่างไรอย่างนั้นเลย
เริ่มประสานรอยร้าวในความสัมพันธ์กันแล้วสินะ
ไหหม่า(海馬)