แคว้นต้าเยี่ยน
มีสถานที่ต้องห้ามแห่งหนึ่งซึ่งไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยนามในยามราตรี
สถานที่นั้นมิใช่สุสาน มิใช่หุบเขา และมิใช่แดนมารโดยแท้
แต่มันคือรอยแผลของฟ้าดิน
นามของมันคือ เหวกลืนฟ้า
ตำนานเล่าว่า เมื่อแสนปีก่อน ณ ดินแดนแห่งนั้นเคยเกิดาใหญ่ระหว่างเทพ เซียน และมาร
กระบี่เทพนับพันร่วงหล่นลงจากนภา เืของเซียนย้อมพื้นหินจนกลายเป็สีดำ ปราณมารแผ่คลุมยอดเขาไม่จางหาย แม้แต่สายฟ้าทัณฑ์์ยังเคยฟาดลงบนผืนดินแห่งนั้น ทว่ากลับมิอาจชำระกลิ่นอายอัปมงคลให้สิ้นไปได้
หลังาสิ้นสุด เหล่าเซียนผู้รอดชีวิตได้ร่วมกัน วางค่ายกลผนึกโบราณ ปิดกั้นรอยแยกที่เชื่อมต่อระหว่างแดนมนุษย์ แดนมาร และแดน์ พวกเขาประกาศให้เหวกลืนฟ้าเป็เขตต้องห้าม ห้ามผู้ฝึกตนทุกระดับย่างกรายเข้าใกล้ หากฝ่าฝืน ชีวิตและดวงจิตของผู้นั้นย่อมมิอาจเรียกร้องคืนจากผู้ใดได้
นับแต่นั้นมา รอบเหวกลืนฟ้าจึงกลายเป็ดินแดนรกร้าง
ต้นไม้ไม่ผลิใบ
สายน้ำไม่ไหลผ่าน
นกไม่บินข้าม
สัตว์อสูรยังหลีกหนี
แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นสูง เมื่อเหาะกระบี่ผ่านบริเวณนั้น ยังต้องลดระดับลงต่ำและอ้อมไปอีกหลายร้อยลี้ เพราะผู้ใดบินเหนือเหวกลืนฟ้า ย่อมรู้สึกเหมือนมีมือมองไม่เห็นฉุดรั้งร่างลงสู่ความมืดเบื้องล่าง
ผู้เฒ่าในเมืองหลิงโจวมักกล่าวเตือนลูกหลานว่า หากเห็นหมอกดำลอยขึ้นจากทิศตะวันตก อย่าออกจากเรือน หากได้ยินเสียงกระบี่ร่ำไห้กลางดึก อย่าหันไปมอง หากฝันเห็นเหวลึกไร้ก้น จงจุดธูปกราบฟ้าดินสามวันสามคืน เพื่อขอให้ชะตาของตนไม่ถูกเหวกลืนฟ้าเรียกหา
เพราะเหวแห่งนั้นมิได้กลืนเพียงชีวิต
แต่มันกลืนปราณ
กลืนดวงจิต
กลืนวาสนา
และกลืนแม้กระทั่งชื่อของผู้ตายออกจากความทรงจำของผู้คน
ผู้ใดตายที่นั่น ย่อมไม่เหลือป้ายิญญาให้กราบไหว้
ผู้ใดถูกเหวกลืนฟ้ารับไป ย่อมไม่อาจเข้าสู่วัฏจักรเวียนว่าย
มันเป็ตำนาน เป็คำสาป และเป็เงามืดที่แคว้นต้าเยี่ยนไม่เคยกล้าลืมเลือน
ทว่าในคืนหนึ่ง คืนที่ดวงจันทร์ถูกเมฆดำกลืนหาย และดาวทั้งฟากฟ้าดับแสงลงพร้อมกัน เหวกลืนฟ้าซึ่งเงียบงันมาหลายแสนปี พลันเกิดความเปลี่ยนแปลง
หมอกดำม้วนตัวขึ้นสู่ท้องนภา
ซากกระบี่ที่ฝังอยู่ใต้พื้นหินสั่นไหวราวกับถูกปลุกจากความตาย
ปราณเซียนที่หลงเหลือจากาโบราณ ปราณมารที่ถูกค่ายกลผนึกกดไว้ใต้เหว เืเทพที่แห้งกรังอยู่ในซอกหิน และเศษดวงจิตนับไม่ถ้วนที่ไม่อาจเวียนว่าย ต่างหมุนวนเข้าหากัน ณ ก้นเหวอันมืดมิด
จากนั้น สายฟ้าทัณฑ์์ก็ฟาดลงมา
หนึ่งครั้ง
สิบครั้ง
เก้าสิบเก้าครั้ง
แผ่นดินทั่วแคว้นต้าเยี่ยนสั่นะเื ยอดเขาหลายแห่งเกิดรอยร้าว กระบี่ในสำนักต่าง ๆ ส่งเสียงครวญครางโดยไร้ผู้แตะต้อง ราวกับทั่วทั้งฟ้าดินกำลังหวาดหวั่นต่อบางสิ่งที่กำลังถือกำเนิด
ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องและหมอกดำที่แผ่คลุมก้นเหว เด็กทารกผู้หนึ่งลืมตาขึ้นอย่างเงียบงัน
เขาไม่ร้องไห้
ไม่หวาดกลัว
ไม่ขยับหนีความหนาวเย็น
รอบกายเล็ก ๆ ของเขามีกระบี่หักนับพันปักอยู่ในพื้นหิน ปราณมารหมุนวนดุจเงาั ขณะที่ปราณเซียนบางเบากลับลอยอยู่เหนือหน้าผากของเขาราวกับแสงที่ยังไม่ยอมดับสูญ
ดวงตาของเด็กทารกผู้นั้นนิ่งสงบเกินกว่าจะเป็ดวงตาของผู้เพิ่งถือกำเนิด
ราวกับเขามิได้เพิ่งมาถึงโลกนี้
แต่ราวกับเขาเพียงตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน
ในคืนนั้น ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเหวกลืนฟ้าได้ให้กำเนิดสิ่งใดขึ้นมา
เป็มนุษย์หรือมาร
เป็พรจากฟ้าดิน หรือภัยพิบัติที่์มิอาจควบคุม
เป็เด็กไร้ชะตา
หรือเป็หายนะที่รอวันย้อนกลับไปถาม์ว่า—
เหตุใดจึงให้เขาถือกำเนิดขึ้นมา
แล้วจึงคิดกำจัดเขาในภายหลัง
คืนนั้น เหวกลืนฟ้ากลับสู่ความเงียบอีกครั้ง
ทว่าใต้ความเงียบนั้น เด็กทารกไร้ชะตาผู้หนึ่งได้ถือกำเนิดแล้ว
และนามที่เขาจะได้รับในภายหลัง คือ
' หลิวหยาง '
