แน่นอนว่าเสียงด่าย่อมอยู่ในใจก่อนจะตั้งหน้าตักข้าวต้มเข้าปากจนหมดถ้วยในเวลาอันรวดเร็วจากนั้นสามีของเธอก็ถูกตามตัวจากผู้จัดการรีสอร์ตเพราะว่ามีบ้านพักบนแพหลังหนึ่งเครื่องทำน้ำอุ่นเกิดชำรุดความจริงแล้วไม่น่าจะใช่เื่ของเ้าของรีสอร์ตที่จะต้องเข้าไปดูแลในจุดนี้แต่เอกวัสก็ได้รับคำสั่งจากวิเนตย์ว่าให้แจ้งเขาทุกครั้งกรณีมีอะไรชำรุดภายในรีสอร์ตแม้จะเป็เื่เล็กๆ น้อยๆชายหนุ่มก็้าที่จะเข้าไปรับรู้ปัญหานั้นด้วยตัวเอง
“เวลาคุณวิเนตย์ไปดูนะคุณวาทคนงานจะขยันขันแข็งมาก ผิดกับเวลาที่พี่วัสไปดูเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยเลยคนนั้น”ศิรดาประชาสัมพันธ์สาวเล่าเื่นี้ให้ภรรยาเ้าของรีสอร์ตฟัง
“จริงเหรอดา”
“จริงค่ะเพราะความใจดีของพี่วัสนี่แหละทำให้คนงานทำงานไม่เต็มที่ในบางวันนะคะเพราะวันไหนพี่วัสแกองค์ลงก็เอาเื่เหมือนกันดานี่โดนประจำเลยทั้งด่าทั้งสอนไปในตัว”
“คุณวัสคงอยากจะให้งานออกมาดีบางทีฉันก็ทำแบบนั้นเหมือนกันตอนทำงานอยู่ที่รีสอร์ตคุณยายงานที่ดาทำนี่ฉันทำเองแทบทั้งหมดเลย สากกะเบือยันเรือรบ แต่เพราะรีสอร์ตเล็กๆลูกค้ามีน้อยเลยไม่เหนื่อยสักเท่าไหร่”
“จริงๆที่นวลน้อยรีสอร์ตก็น่าจะปรับปรุงแบบคนอื่นบ้างนะคะยังเป็บ้านพักแพไม่มีกิจกรรมแบบนั้นแข่งกับคนอื่นลำบากนะคะคุณวาท”
“ก็จริงของดานะแต่คุณป้าท่านไม่อยากให้ลูกค้าล่องแพลอยคอตามน้ำแกบอกไม่ปลอดภัยไม่มีคนคอยดูแกไม่อยากเสี่ยงเพราะกระแสน้ำตรงรีสอร์ตของเรามันอยู่ท้ายสายมันค่อนข้างแรง”
“ก็มีเหตุผลเหมือนกันนะคะทำเลตรงนั้นน้ำมันก็เชี่ยวจริงๆ แถมลึกกว่าที่อื่นๆ อีกด้วยแล้วทำไมไม่สร้างสระว่ายน้ำเรียกลูกค้าเพิ่มล่ะคะ ที่นี่พอสร้างสระว่ายน้ำเพิ่มลูกค้าก็เพิ่มตามด้วยนะคะคุณวิเนตย์มองการณ์ไกลมากบอกว่าตอนเย็นลูกค้าไม่มีอะไรทำจะได้มาพักผ่อนริมสระว่ายน้ำแทน”ศิรดารู้ดีในเื่ของลูกค้าของทางรีสอร์ตที่เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็เท่าตัว
“ก็อยากอยู่แต่งบไม่มี”วธุกาบอกตามตรงไม่คิดปิดบังแต่อย่างใด
“อ้อดาก็ลืมไป ขอโทษค่ะ”
“ไม่เป็ไรหรอกดาฉันอยากช่วยงานคุณวิเนตย์เขานะแต่เขาไม่ให้ฉันช่วย น่าเบื่อเนอะ”หญิงสาวทำหน้าเซ็งใส่ศิรดาก่อนจะเดินจากไปเงียบๆ
เดินชมนกชมไม้ในรีสอร์ตของเขาไปเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ตรงสระว่ายน้ำรวมของลูกค้า วธุกาก็คงได้แต่มองเธอไม่กล้าลงไปว่ายน้ำในสระว่ายน้ำรวมของเขาหรอกหญิงสาวตัดใจเดินจากไปอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว
มุมหนึ่งของรีสอร์ตเอกวัสกำลังรายงานสถานการณ์ของเช้านี้ให้เ้านายฟังเหมือนทุกวันแต่สายตาของวิเนตย์กลับไม่ได้สนใจอยู่ที่สิ่งที่เขากำลังบอกเล่าแต่อย่างใดหนุ่มใหญ่ลองเบนสายตาตามก็พบว่าเ้านายกำลังมองไปยังร่างสมส่วนที่กำลังเดินไปอีกทาง
“คุณวิเนตย์...คุณวิเนตย์ครับ”
“ว่าไงคุณวัสถึงไหนแล้วครับ”คนรู้ตัวว่ากำลังเหม่อลอยไปอีกทางรีบหันกลับมาแล้วทำหน้าปกติตามเดิมเอกวัสถึงกับอมยิ้มทันทีเพราะนานทีปีหนไม่เคยเห็นวิเนตย์เป็อย่างนี้มาก่อน
“ผมพูดจบแล้วนะครับ”
“อะไรกันผมยังฟังไม่หมดเลยคุณพูดใหม่เลยแล้วกัน”
‘อ้าว ก็มัวแต่มองเมียอยู่นั่นแหละ’เอกวัสค้อนเ้านายเล็กๆก่อนจะเริ่มต้นรายงานสถานการณ์ประจำวันใหม่อีกรอบวิเนตย์ชอบที่จะฟังจากปากของตนมากกว่าการอ่านจากเอกสารเป็แผ่นๆ
“มีเท่านี้ครับวันนี้ลูกค้าน้อย”
“งั้นคุณวัสก็ไปทำงานของคุณต่อเถอะครับผมไม่มีอะไรแล้ว”
“ได้ครับว่าแต่คุณวิเนตย์จะไปฮันนีมูนวันไหนเหรอครับผมจะได้ดูวันพักร้อนของตัวเองไว้ก่อนเผื่อจะแพลนตรงกัน”
“ฮันนีมูน?” วิเนตย์หันมามองหน้าผู้จัดการของตนเองแบบคนเพิ่งนึกออกว่าต้องมีวันนี้ด้วย
“ครับแต่งงานก็ต้องไปฮันนีมูนสิครับไม่แปลกหรอก ต่อให้แต่งเพื่ออะไรก็ตามแต่ยังไงเสียคุณวิเนตย์ก็สมควรจะพาคุณวาทเธอไปฮันนีมูนนะครับ”เอกวัสยิ้มทิ้งท้ายให้เ้านายได้คิด ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
เ้าของวิเนตย์ธารารีสอร์ตถึงกับคิดหนักกับเื่นี้จะเป็ไรไหมหากเขาไม่จำเป็ต้องมีวันฮันนีมูนเหมือนคู่อื่นเขาชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ ไม่มีวันไหนที่จะไม่เข้าไปในห้องพิเศษห้องนี้อยู่ชั้นสองห้องริมขวาสุดเป็ห้องที่เก็บความทรงจำแสนมากมายไว้ในนั้นแล้วลูกกุญแจสุดรักก็ถูกนำออกมาไขประตูเข้าห้อง
ความรักของเขาอยู่ที่นี่กับภรรยาและลูกตัวน้อยผู้ล่วงลับไปห้าปีแล้วเขาก็ยังไม่เคยลืมรอยยิ้มแสนหวานของเพียงฝันกับลูกสาวตัวน้อยวัยห้าขวบเพียงฤทัยผู้เป็ดั่งแก้วตาดวงใจของเขาทั้งสองคนมือใหญ่ยื่นออกไปลูบภาพถ่ายครอบครัวที่มีเขายืนอุ้มลูกสาวตัวน้อยเคียงข้างด้วยภรรยาคนสวยเป็ภาพสุดท้ายที่พวกเขาได้ถ่ายรูปครอบครัวร่วมกันเตียงนอนของลูกสาวก็ยังตั้งอยู่ที่เดิม ใช่นี่คือห้องเพียงฤทัยและเมื่อทั้งคู่ได้จากไปเขาก็ขนทุกอย่างที่เกี่ยวกับสองแม่ลูกมารวมไว้ในห้องนี้
วิเนตย์ไม่อาจอยู่ในห้องที่มีแต่ความทรงจำของทั้งคู่ได้เขาย้ายห้องนอนใหม่ทันทีที่ทำการฌาปนกิจศพเสร็จสิ้นลงตลอดหนึ่งปีแรกชายหนุ่มต้องอาศัยยานอนหลับแทบทุกคืน กระทั่งร่างกายเริ่มเจ็บป่วยลงการเตือนสติจากคนรอบข้างไม่ว่าจะเป็เอกวัสหรือมารดาที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจจนเขาคิดสู้ขึ้นใหม่อีกครั้ง
แต่เคราะห์ร้ายสำหรับวิเนตย์เมื่อเขาต้องสูญเสียมารดาจากโรคชราหลังจากนั้นเพียงสามปีส่วนผู้เป็บิดาก็ได้ลาโลกนี้ไปด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ั้แ่ที่ชายหนุ่มยังเรียนอยู่ที่ต่างประเทศหลังจากได้รับมรดกเป็ที่ดินบ้านเกิดของบิดาชายหนุ่มก็กลับมาจัดการกับที่ดินรกร้างแห่งนี้ธรรมชาติที่งดงามทำให้เขาเกิดความหลงใหลและตัดสินใจสร้างบ้านหลังใหญ่อยู่ที่นี่จากนั้นก็ร่างโครงการทำวิเนตย์ธารารีสอร์ตขึ้นมารดาของเขาไม่ยอมตามมาอยู่ที่นี่ด้วยบอกว่า้าใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้านในกรุงเทพฯเพราะที่นั่นมีแต่ความทรงจำอันดีงามของบิดานั่นเอง
วิเนตย์เป็หนุ่มสุขภาพแข็งแรงด้วยการออกกำลังกายในฟิตเนสส่วนตัวในบ้านเป็ประจำ แม้ว่าจะล่วงเข้าสี่สิบปีไปแล้วแต่ชายหนุ่มก็ยังดูอ่อนเยาว์ราวชายหนุ่มสามสิบกว่าๆเขาไม่ได้มีหน้าตาหล่อเหลาเหมือนดารานายแบบ แต่ก็ได้ชื่อว่าหล่อพอสมควรเหมือนกันคิ้วดกหนาเข้มพอดีรับกับดวงหน้าคมได้รูป และด้วยความสูง 183 เิเกับลอนกล้ามเนื้อจากการดูแลตัวเองเป็อย่างดี ทำให้เขาเหมือนหนุ่มคาวบอยทางฝั่งตะวันตกมีเสน่ห์น่าค้นหาอยู่ไม่น้อยสำหรับสาวเล็กสาวน้อยแถวนี้เพียงแต่หญิงสาวทุกคนที่รีสอร์ตก็รู้ซึ้งถึงความรักของเ้านายที่มีต่อภรรยาและลูกสาวว่ายากที่จะมีใครเข้ามาแทนที่ได้
ดังนั้นเมื่อมีงานแต่งงานเกิดขึ้นจึงกลายเป็เื่ราวน่าประหลาดใจเป็อย่างมากคนงานต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานาและย่อมเป็เสียงอยากรู้อยากเห็นลับหลังผู้เป็นายทว่าไม่มีใครกล้าเอ่ยต่อหน้าตรงๆ แม้แต่คนเดียวเพราะนั่นจะหมายความถึงว่าชะตาของพวกเขาจะขาดลงและอาจจะกระเด็นออกจากงานที่มีผลตอบแทนดีที่สุดในละแวกนี้ก็ว่าได้
“คุณจะโกรธผมไหมฝันถ้าผมไปฮันนีมูนกับคนอื่น”ชายหนุ่มถามภรรยาที่อยู่ในรูปถ่ายแม้จะรู้ว่าเพียงฝันคงไปเกิดใหม่ในภพชาติที่ดีกว่านี้แล้วก็ตามแต่เขาก็ยังคงหลอกตัวเองมาตลอดว่าภรรยาสุดที่รักยังคงอยู่กับตัวเองตลอดเวลา
“ถ้าผมไม่ไปทุกคนก็จะต่อว่าผมได้คุณอย่าโกรธผมเลยนะ ไม่มีใครแทนที่คุณได้หรอกฝัน ผมรักคุณและลูกคนเดียวจริงๆ”นิ้วแกร่งลูบเศษฝุ่นที่มีเพียงน้อยนิดออกจากแก้มของเพียงฝัน แม้จะให้น้ำเพลินเข้ามาทำความสะอาดที่นี่ทุกวันแต่ก็ไม่วายยังมีฝุ่นละอองหลงเหลืออยู่ เขาปิดประตูแล้วล็อกห้องเอาไว้ตามเดิมเดินลงมาชั้นล่างแล้วเรียกหาแม่บ้านน้ำเพลินในทันที
“เพลินอยู่ไหม เพลิน!” เสียงเรียกดังไปทั่วจนคนที่เพิ่งเดินขึ้นมาบนบ้านต้องสนใจมองตาม
“เพลิน!”
“ขาคุณวิเนตย์ เพลินมาแล้วค่า”แม่บ้านสาวน้อยของวิเนตย์แทบจะวิ่งมาจากหลังบ้านเป็การด่วน
“เธอทำความสะอาดห้องนอนน้องเพียงแล้วหรือยัง”
“เอ่อ เพลินทำแล้วค่ะคุณวิเนตย์”น้ำเพลินคอตกเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนดุเื่นี้
“แล้วนี่อะไร ฝุ่นเต็มกรอบรูปเลย ขึ้นไปทำใหม่เดี๋ยวนี้เลยนะ”วิเนตย์ชูนิ้วชี้ที่เปื้อนคราบฝุ่นให้น้ำเพลินดูผลงานของตนเอง
“ค่าคุณวิเนตย์”แม่บ้านสาวน้อยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเ้านายด้วยซ้ำ
วธุกาเห็นและได้ยินทุกคำพูดที่ทั้งคู่สนทนากันจับใจความได้ชัดเจนพอสมควร น้องเพียง? หญิงสาวไม่อยากจะคิดต่อว่าน้องเพียงของเขาคือใครลูกสาวอย่างนั้นหรือ เฮ้อ!
“คุณวาทมาั้แ่เมื่อไหร่”วิเนตย์หันไปถามภรรยาที่เพิ่งเดินเข้ามาภายในห้องรับแขกของบ้าน
“เพิ่งมาค่ะกำลังจะขึ้นไปนอนบนห้องพอดีเลย”
“นอนตอนสิบโมงนี่นะ”คนพูดชี้นาฬิกาตรงข้อมือไปด้วย
“ก็ใช่สิคะฉันไม่มีอะไรทำ เลยต้องนั่งๆนอนๆ กินไปวันๆ เอาไว้สมัครงานได้เมื่อไหร่ค่อยไปทำก็แล้วกัน ความจริงก็สบายดีนะคะขอตัวก่อนค่ะ” ว่าจะไม่ประชดประชันเขา แต่หญิงสาวก็อดไม่ได้
“ให้มันได้อย่างนี้สิ เฮ้อ!” วิเนตย์ถอนหายใจใส่เสียงดังจะโทษใครได้ก็เขาเองไม่ใช่เหรอที่้าให้วธุกาทำแบบนี้แต่ทำไมมันหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ลึกๆ ในใจเหมือนอะไรๆ บางอย่างมันไม่ถูกต้อง