บทที่ 5 ข้าว่าอย่างไรก็ต้องเป็อย่างนั้น
นายหญิงหลิ่วพยักหน้าเล็กน้อย แล้วเชิญทั้งสองเข้าไปในห้องด้านใน
“ท่านแม่ นั่นใช่หลี่เก๋อเฟยหรือไม่!” หลี่เฟินเอ๋อร์ที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะคิดเงินใบหน้าซีดเผือด กำแขนเสื้อมารดาตัวเองแน่น
แม่เฒ่าหลี่มองตามสายตาของหลี่เฟินเอ๋อร์ แล้วพยักหน้ายืนยัน
“ใช่ เป็นางนั่นแหละ หาสตรีที่อ้วนกว่านางไม่ได้อีกแล้วในรัศมีสิบลี้”
หลี่เฟินเอ๋อร์กดความหวาดกลัวในใจ ลากมารดาเดินไปยังห้องด้านใน ไม่ว่าจะเป็คนหรือผี หลี่เฟินเอ๋อร์จะต้องเห็นกับตาตนเอง!
แต่จะเป็ไปได้อย่างไร นังหมูนั่นโง่ขนาดนั้น พูดอะไรก็เชื่อ เป็ไปไม่ได้ที่นางจะรู้ความขึ้น
มองลอดฉากกั้นไม้แกะสลักลายฉลุ หลี่เฟินเอ๋อร์เห็นหลี่เก๋อเฟยกำลังพูดคุยหัวเราะกับนายหญิงหลิ่ว มีซูจิ่งหยางนั่งยิ้มอ่อนโยนอยู่ข้างกาย
ภาพนี้ทำให้หลี่เฟินเอ๋อร์ทั้งโกรธทั้งเกลียด เล็บที่เหมือนต้นหอมจิกลึกลงในฝ่ามือ
นี่เป็ไปไม่ได้!
[ติ๊งต่อง นายหญิง เรียนให้ทราบว่าตัวละครหลี่เฟินเอ๋อร์และแม่เฒ่าหลี่กำลังจะปรากฏตัว ภารกิจในเนื้อเื่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ขอให้นายหญิงเตรียมตัวให้พร้อม!]
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือน หลี่เก๋อเฟยพลันขมวดคิ้วเล็กน้อย จู่ ๆ หลี่เฟินเอ๋อร์กับแม่เฒ่าหลี่จะมาก่อเื่อะไรอีก?
หลี่เก๋อเฟยมองไปรอบ ๆ ในไม่ช้าก็พบแม่ลูกที่ซ่อนตัวอยู่หลังฉากกั้น นางจึงตัดสินใจชิงลงมือก่อน
“แม่เฒ่าหลี่ เฟินเอ๋อร์ พวกท่านมาทำอะไรที่นี่?” หลี่เก๋อเฟยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเ็า สีหน้าไม่พอใจ
นายหญิงหลิ่วที่อยู่ข้าง ๆ เห็นสีหน้าของหลี่เก๋อเฟยก็รู้ได้ทันทีว่านางไม่ชอบสองแม่ลูกคู่นี้ จึงส่งสัญญาณให้คนรับใช้ในร้านไล่สองแม่ลูกนี้ออกไป
“แม่เฒ่าและคุณหนูเ้าคะ ห้องด้านในเป็ที่ที่นายหญิงคุยเื่การค้า พวกท่านเข้าไปไม่ได้ หากท่าน้าพักผ่อน เชิญทางนี้เ้าค่ะ” คนรับใช้ยิ้มพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ
ทว่าแม่เฒ่าหลี่และหลี่เฟินเอ๋อร์กลับไม่ยินยอม
แม่ลูกคู่นี้มักคิดว่าตนเองนั้นอยู่เหนือกว่าหลี่เก๋อเฟย สถานที่ใดที่หลี่เก๋อเฟยไปได้ เหตุใดพวกนางจะไปไม่ได้!
“นี่ เ้าพูดอะไรของเ้า หากว่านังหมูนั้นยังคุยกับนายหญิงของพวกเ้าได้ พวกข้าก็ต้องทำได้เช่นกัน!” น้ำเสียงของแม่เฒ่าหลี่เต็มไปด้วยความดูแคลน
หลี่เก๋อเฟยหันไปยิ้มให้นายหญิงหลิ่วอย่างสดใส
“นายหญิงหลิ่ว ข้าตกลงตามที่ท่านพูดเมื่อครู่ ข้าจะส่งสินค้าให้ร้านของท่านเพียงร้านเดียวเท่านั้น ส่วนราคาให้ท่านเป็คนกำหนด แล้วเราแบ่งกันคนละครึ่ง”
“ทว่าตอนนี้ข้ายังมีเงื่อนไขอีกข้อหนึ่ง”
เมื่อเห็นว่าหลี่เก๋อเฟยตอบตกลงอย่างง่ายดาย นายหญิงหลิ่วก็รีบพยักหน้า “เ้าว่ามาเถอะ”
“ของในร้านเครื่องสำอางสวิ่นฟางและร้านผ้าสวิ่นฟาง นับแต่นี้ห้ามขายให้สองแม่ลูกคู่นี้อีก” หลี่เก๋อเฟยพูดความ้าของตนออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม
นายหญิงหลิ่วได้ยินดังนั้นก็รีบตอบตกลงทันที
ไม่ต้องพูดถึงการห้ามไม่ให้พวกนางมาซื้อของที่ร้านสวิ่นฟางเลย แม้แต่จะให้นางใช้เส้นสายให้ร้านขายเครื่องสำอางหรือร้านขายผ้าทั้งหมดในเมืองไม่ขายของให้แม่ลูกคู่นี้ นางก็ทำได้!
หลี่เก๋อเฟยรู้ดีว่าเงื่อนไขนี้สำหรับนายหญิงหลิ่วแล้วง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ แต่สำหรับแม่ลูกคู่นี้แล้ว นี่เป็การโจมตีที่รุนแรงที่สุด
ร้านขายเครื่องสำอางและร้านขายผ้าของสวิ่นฟาง ไม่ว่าจะในเมืองใหญ่หรือเมืองเล็ก ล้วนเป็ร้านระดับแนวหน้า มีแต่คนร่ำรวยเท่านั้นที่จะซื้อของที่นั่นได้
การห้ามไม่ให้แม่เฒ่าหลี่และหลี่เฟินเอ๋อร์ที่มักจะหยิ่งผยองชอบดูถูกคนอื่นมาซื้อเครื่องสำอางและเสื้อผ้าของสวิ่นฟาง นับเป็การยั่วยุและดูิ่พวกนางอย่างที่สุดแล้ว
ไม่ผิดจากที่คิด เมื่อแม่เฒ่าหลี่ได้ยินคำพูดนี้ นางก็อดกลั้นไม่ไหว ะโด่าหลี่เก๋อเฟยอย่างดุเดือด
“นังเด็กสารเลว ข้าจะจ่ายเงินซื้อของ เ้ามีสิทธิ์อะไรมาห้าม เ้าคิดว่าตัวเองเป็ใคร ดูเสื้อผ้าที่เ้าใส่นั่น ดูอนาถาขนาดไหน คนเช่นเ้านะหรือ ไม่เหมาะจะมาซื้อของที่นี่แม้แต่น้อย!”
ได้ยินดังนั้น หลี่เก๋อเฟยจึงเลิกคิ้ว มองไปที่นายหญิงหลิ่วด้วยรอยยิ้ม “นายหญิงหลิ่ว ในฐานะหุ้นส่วน ท่านจะมอบเสื้อผ้าให้ข้ากับสามีข้าสักสองสามชุดได้หรือไม่เ้าคะ?”
นายหญิงหลิ่วรีบเรียกคนให้มาวัดขนาดตัวของซูจิ่งหยางและหลี่เก๋อเฟย แล้วส่งเสื้อผ้ามาให้หกชุด
“แม่เฒ่าหลี่ ข้าเหมาะสมที่จะอยู่ที่นี่หรือไม่ ท่านไม่ใช่คนตัดสินหรอก”
“แต่ท่านเหมาะสมที่จะอยู่ที่นี่หรือไม่ ข้าเป็คนตัดสินใจ” หลี่เก๋อเฟยกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ
เมื่อนางกลายเป็หุ้นส่วนของสวิ่นฟาง นางก็จะมอบผลประโยชน์อย่างสูงให้แก่สวิ่นฟาง คนของสวิ่นฟางทั้งหมดจะไม่ทำให้นางผู้เป็หุ้นส่วนไม่พอใจเพียงเพราะลูกค้าสองคน!
ตลอดทั้งเื่ หลี่เฟินเอ๋อร์ไม่ได้พูดกับหลี่เก๋อเฟยแม้แต่คำเดียว ทว่าสายตาอาฆาตของนางกลับไม่เคยละจากตัวหลี่เก๋อเฟยเลย
[ติ๊งต่อง ขอแสดงความยินดีกับนายหญิงเ้าค่ะ ท่านประสบความสำเร็จในการทำให้แม่ลูกตระกูลหลี่เสียหน้า ได้รับคะแนนสะสม 5แต้ม!] เสียงระบบประกาศความสำเร็จในการโต้กลับของหลี่เก๋อเฟย
ในไม่ช้า แม่เฒ่าหลี่กับหลี่เฟินเอ๋อร์ก็ถูกคนของสวิ่นฟาง ‘เชิญ’ ออกไป
ในขณะเดียวกัน หลังจากที่ซูจิ่งหยางตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว หลี่เก๋อเฟยก็ลงนามสัญญาอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับเงินมัดจำร่วมทุนหนึ่งร้อยตำลึง และหอบเสื้อผ้าหกชุดตามซูจิ่งหยางไปเดินเที่ยวในตลาดต่อ
จนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน ควันหุงต้มลอยคลุ้ง หลี่เก๋อเฟยและซูจิ่งหยางกลับมาถึงจวนสกุลซู
“ท่านพี่! พี่สะใภ้!”
ได้ยินเสียงคนในลานบ้าน จิ่งเหวินและเซี่ยวเซี่ยวก็วิ่งออกมาจากห้องด้วยความตื่นเต้น
หลี่เก๋อเฟยยิ้มหวานหยิบห่อกระดาษสองห่อออกมาจากตะกร้า
“ทายสิว่าพี่สะใภ้ซื้ออะไรมาฝาก”
จิ่งเหวินอดใจรอไม่ไหวแล้ว ไม่ทันจะเดา ก็ส่ายหัวทันที ดึงมือหลี่เก๋อเฟยโยกไปมา อยากให้หลี่เก๋อเฟยยื่นห่อกระดาษให้เขา
ส่วนเซี่ยวเซี่ยวก็กะพริบตากลมโตปริบ ๆ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พูดด้วยเสียงอ่อนหวานอย่างน่ารักว่า “ถังหูลู่ ขนมอบ”
หลี่เก๋อเฟยพยักหน้า ลูบหัวเซี่ยวเซี่ยวเบา ๆ
“พวกเ้าสองคนห้ามกินมากนัก ต้องรอกินหลังอาหารเย็น ไม่อย่างนั้นจะกินข้าวไม่ลง อาหารเย็นวันนี้มีเนื้อด้วยนะ!”
“ท่านพี่ของพวกเ้าบอกว่าจะทำหมูตุ๋นน้ำแดงให้พวกเ้ากิน” หลี่เก๋อเฟยพูดพลางหันไปมองซูจิ่งหยางด้วยรอยยิ้ม
ไม่นึกเลยว่า พอหันไปก็สบเข้ากับสายตาอ่อนโยนของซูจิ่งหยาง
ใบหน้าของหลี่เก๋อเฟยแดงขึ้นอย่างรวดเร็ว นางกระแอมอย่างประหม่า ปลอบใจตัวเองว่าบางทีอาจเป็เพราะดวงตาที่งดงามมีเสน่ห์ของเขา นาน ๆ ไปนางต้องมีภูมิต้านทานได้แน่
ถึงตอนนั้นก็คงไม่หน้าแดงง่าย ๆ แล้วรู้สึกประหม่ามากขนาดนี้!
บนโต๊ะอาหารของตระกูลซูปรากฏอาหารที่หายากยิ่งนัก แม้แต่ผัดมะเขือยาวธรรมดา หลี่เก๋อเฟยยังใส่เนื้อสับลงไปด้วย
ส่วนโจ๊กใส ๆ ที่ปกติแทบมองไม่เห็นเนื้อ ก็ถูกแทนที่ด้วยข้าวสวยร้อน ๆ
ซูจิ่งหยางเป็คนปรุงอาหาร ส่วนหลี่เก๋อเฟยก็พาเด็กน้อยสองคนให้ช่วยยกอาหาร ท่านแม่จางที่ร่างกายอ่อนแอ นั่งยิ้มอยู่ที่โต๊ะอาหาร มองดูครอบครัวอย่างมีความสุข
ขณะที่ทุกคนกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งความสุข กำลังจะหยิบตะเกียบขึ้นมาทานข้าว ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ด้วยประสบการณ์ที่เปิดประตูไปเจอแม่เฒ่าหลี่ั้แ่เช้า หลี่เก๋อเฟยจึงพับแขนเสื้อขึ้นทันที แล้วไปหยิบไม้เขี่ยไฟในครัว เดินออกไปเปิดประตูด้วยท่าทางดุดัน
อยากรู้จริง ๆ ว่าใครกันที่มารบกวนเวลากินข้าวของนาง!
“แอ๊ด” ประตูถูกหลี่เก๋อเฟยเปิดออก เห็นบุคคลแปลกหน้าอยู่ด้านนอก
หลี่เก๋อเฟยขมวดคิ้ว ยืนขวางอยู่หน้าประตูอย่างไม่เกรงใจ “พวกท่านเป็ใคร?”
ชายวัยกลางคนที่เป็ผู้นำร้อง “โอ๊ย” ขึ้นมา แสร้งทำท่าทางราวกับเ็ป “จิ่งหยาง นี่ภรรยาใหม่ของเ้าหรือ เหตุใดแม้แต่ข้าผู้เป็ลุงยังไม่รู้จัก!”