สามีไยท่านถึง?
ได้เวลาอาหารเช้า เมิ่งฝานเดินนำสาวใช้เดินตาม มู่อ้ายมองตามหลังเ้านายที่วันนี้ตื่นขึ้นมาก็แปลกไปก็ส่งสายตาเป็เชิงถามบ่าวรุ่นน้องอย่างซีเจินบ่าวสาววัยรุ่นส่ายหน้าเบา ๆ
เมื่อมาถึงโต๊ะอาหารก็เห็นร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนนั่งเป็ั์ปักหลั่นอยู่ก่อนแล้วไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่คือ เจียงเซิง สามีของเ้าของร่างดวงตาสีใสแอบมองสำรวจอีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ ขณะที่เดินไปนั่งประจำตำแหน่ง
“อรุณสวัสดิ์ขอรับ... สามี”ดวงตากลมสีฟ้าใสสบมองคนตัวสูงหลังจากนั่งลงเรียบร้อยแล้ว
“อืม” อีกฝ่ายพยักหน้าเบา ๆ
“สามี”เมื่อพิศมองใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วกลับพบสิ่งผิดปกติบางอย่าง “ไยท่านถึง?” นิ้วเรียวยื่นออกไปแตะลงบนรอยแผลสดบนขมับขวาของอีกฝ่ายด้วยความเผลอตัว
“ไม่มีอะไรใหญ่โต” เจียงเซิงเบี่ยงหน้าหลบฝ่ามือบางเมื่อเห็นใบหน้าเศร้าสร้อยที่ทำตาตื่นแล้วเขาก็ไม่คุ้นชินทุกทีไป
“ท่านออกไปสำรวจด้านนอกมาหรือขอรับ”เกอหนุ่มหดมือกลับมาวางบนตักตามเดิม เอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
“อืม”
ร่างบางพยักหน้าไม่ถามต่อแต่กลับลุกขึ้นเดินออกไปก่อนจะกลับมาพร้อมกับอุปกรณ์ทำแผลแบบโบราณที่เอ่ยปากให้สาวใช้ไปนำมาให้
ร่างบางนั่งลงที่เดิมดวงตาหลุบลงอย่างลังเลก่อนจะเผยอปากเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มเนิบนาบ “น้อง...น้องจะดูแผลให้หนาขอรับ”ว่าจบก็เม้มปากเล็กน้อย หยิบผ้าขาวบางออกมาซับน้ำพอหมาด เขยิบตัวใช้มือข้างที่ว่างจับกรอบหน้าคมไว้แ่เบาใช้ผ้าซับสิ่งสกปรกออกจากาแแผลไม่ลึกมากแต่คนคนนี้กลับปล่อยปละละเลยไม่ยอมทำความสะอาดเสียก่อน
ใบหน้าคมหยุดอยู่นิ่ง ๆ ให้คนตัวบางได้กระทำตามใจหากแต่ในใจของเ้าเมืองหนุ่มใหญ่กลับสงสัยอยู่ไม่น้อยตามปกติแล้วภรรยาผู้นี้ของเขามักอยู่แต่ในห้องหับ ไม่ร่วมโต๊ะในวันธรรมดา ไม่เจรจาไม่มีปากมีเสียง เอาแต่ขี้ขลาดตาขาว
มาวันนี้แม้สีหน้าจะดูอมทุกข์เช่นเดิมหากแต่พฤติกรรมกลับแตกต่างอย่างชัดเจน
คนตัวสูงนิ่งคิด
เมิ่งฝานไม่รู้ ยังคงดำเนินการปฐมพยาบาลให้สามีต่อไปด้วยใจหวั่นเกรงเขาเกิดมาพร้อมร่างกายที่ไม่แข็งแรง ดังนั้นจึงถูกปลูกฝังเกี่ยวกับเื่ความสะอาดสุขอนามัยมามากมายเพื่อให้ห่างไกลจากการป่วยไข้ดังนั้นแล้วเขาจึงทำไปด้วยความคุ้นชิน
หลังจากใส่ยาเสร็จเรียบร้อยมือเรียวก็เก็บอุปกรณ์ส่งให้ซีเจินนำกลับไปเก็บ
“สามี~ คราวหน้าท่านต้องใส่ใจตัวเองมากกว่านี้หนาขอรับ”
“อืม” คิ้วคมขมวดเข้าหากันเบา ๆ สามี คำคำนี้เขาฟังเมิ่งฝานเอ่ยออกมาหลายครั้งแล้วปกติเ้าตัวจะเรียกเขาว่า ท่านเ้าเมือง หรือนายท่านเจียงหรือเมื่อคืนจะไข้ขึ้นจนสมองฟั่นเฟือนไปเสียแล้ว
“เมื่อคืน”ถ้อยคำหยุดชะงักเพียงเล็กน้อยก่อนที่เ้าเมืองหนุ่มใหญ่จะเอ่ยต่อไปราวกับไม่มีอะไร“อาการเ้าเป็เช่นไรบ้าง”
ร่างบางยืดตัวตรงจากนั้นจึงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “เมื่อคืนหลังจากดื่มยาไปไม่นานอาการก็ดีขึ้นมากขอรับ”ดีขึ้นมากจนเ้าของร่างหลุดออกไปเลยแหละ
เ้าของคำถามพยักหน้ารับ
“เอ... ทำไมเด็ก ๆ ยังไม่มากันอีก”เสียงเล็กพึมพำกับตัวเอง กวาดตามองหาร่างเล็ก ๆของเด็กจิ๋วสองคนที่เหลืออยู่ในจวนในวันนี้
“ซีเจิน ไปดูหน่อยซิว่าทำไมลั่วเอ๋อร์กับอาเฉิงยังไม่มากันอีก”
“เ้าค่ะฮูหยิน”ร่างของสาวใช้หายลับไปจากประตูได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงเด็กทะเลาะกันดังเข้ามา
เกอหนุ่มลุกขึ้นเดินออกไปดูความวุ่นวายของเด็กจิ๋วขณะที่คนเป็พ่อนั้นทำเพียงนั่งจิบชาอยู่ที่โต๊ะอาหารด้วยความไม่อนาทรร้อนใจใดๆ
“ลั่วเอ๋อร์ อาเฉิง เสียงดังอะไรกัน”เกอหนุ่มหยุดยืนทอดสายตามองอันธพาลน้อยอันเฉิงที่กำลังดึงแขนตุ๊กตาผ้าแย่งมันมาจากมือของพี่ชาย
“ท่านแม่”เกอน้อยหยุดเสียงกรีดร้องอันแหลมหูแล้วเอ่ยเรียกมารดาเลี้ยงเสียงอ่อนยอมปล่อยมือจากตุ๊กตาผ้าแสนรักและวิ่งหนีไป
เมิ่งฝานมองตามแผ่นหลังเล็กไปเมื่อเห็นว่าเด็กน้อยวิ่งเข้าห้องตัวเองไปก็ถอนหายใจออกมาหลุบสายตามองคนต้นเื่แน่ ๆ
“อาเฉิงอยากได้ตุ๊กตาไยเ้าไม่บอกเล่าเ้าจะไปแย่งพี่สามเพื่อกระไรกัน” เขาถามเสียงนุ่มหากแต่แฝงความดุไปเล็กน้อย
เด็กชายเชิดหน้าขึ้น “ข้าไม่ได้อยากได้ มันน่าเกลียด”ว่าจบก็ปาตุ๊กตาที่น่าสงสารทิ้งลงบนพื้นดังตุบ
“อาเฉิง” เมิ่งฝานส่ายหน้าหนักใจ “ของของใคร ใครก็รักเ้าไปแย่งของเล่นพี่สามมาไม่พอ เ้ายังทิ้งขว้างมันอีก” ร่างบางย่อตัวลงนั่งยอง ๆยื่นมือออกไปจับบ่าเล็กทั้งสองข้าวแล้วเอ่ยเสียงเย็นเยียบ “หากไม่มีใครสอนเ้าข้าจะสอนเ้าเอง”
เด็กชายจ้องหน้ามารดาเลี้ยงเขม็ง “ไม่!”
เมิ่งฝานยิ้มพรายลุกขึ้นยืน “เอาล่ะ อาเฉิงเ้าไปยืนกอดอกเข้ามุมตรงนั้น” นิ้วเรียวชี้ไปยังมุมหนึ่งในห้องรับประทานอาหารด้านนอกหิมะกำลังโปรยปรายเบา ๆเขาไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำจนให้เด็กจิ๋วไปยืนสำนึกตนห่างไกลความอบอุ่นหรอก
“ข้าไม่ไป”
เกอหนุ่มยิ้มเย็นดวงตาเศร้าเหมือนคนจะร้องไห้ “เ้าต้องไป”ห่างไกลจากน้ำเสียงที่เด็ดขาด
อันธพาลตัวน้อยเดินตึงตังเข้าห้องอาหารไปเมิ่งฝานหันหลังกลับไปเพื่อไปรับเด็กจอมกรี๊ดที่หนีหายไปเมื่อครู่นี้