<<ริว>>
หลังจากที่ข้าให้นามิขึ้นขี่หลัง เมื่อร่างกายของเด็กสาวัักับตัวของข้าไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดข้าถึงรับรู้ความรู้สึกเดียวดายและความเ็ปที่ผ่านมาและตอนนี้ของเธอ
“อยากร้องก็ร้องออกมา”
ข้าเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทำไมถึงพูดแบบนั้นออกไป ไม่นานข้าก็รับรู้ว่านามิร้องไห้ออกมาจริง ๆ นั่นทำให้ข้าเดินช้าลง นามิก้มหน้าซบที่ไหล่ของข้าและรับรู้ได้ว่าน้ำตาของเด็กสาวไหลรินออกมา
“นายอย่าเอาเื่ที่ฉันร้องไปบอกใครนะ สัญญา”
ข้าไม่รู้จะต้องตอบเธอไปอย่างไร แล้วทำไมข้าต้องเอาเื่นี้ไปบอกใครด้วยเล่า เอาเข้าจริงนิสัยของเด็กสาวก็คล้ายกับไอมิ ซึ่งแสดงเป็เข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว แต่ข้างในช่างเปราะบาง ที่ข้ารู้เพราะข้าเคยเห็นไอมิแอบไปร้องไห้คนเดียวอยู่บ่อยไป
ข้ายกนิ้วขึ้นมาเกี่ยวก้อยสัญญา ตามที่นามิขอเพื่อให้เธอได้ร้องไห้อย่างเต็มที่ เอาเข้าจริงข้าก็รู้สึกว่าเหมือนเคยเจอกับเธอเมื่อนานมาแล้ว แต่ข้าไม่มั่นใจว่านามิจะเป็คนเดียวกับเด็กนั่นจริงๆ หรือเปล่า เด็กคนนั้นเป็เพื่อนคนแรกและข้ามารู้ที่หลังว่าเธอเป็คนของเผ่าเงามายาซึ่งเป็ศัตรูของเผ่าข้ามานานั้แ่ข้าจำความได้ แต่แล้วไม่นานเธอก็หายตัวไปและความทรงจำของข้าใน่นั้นก็หายไปเหมือนกัน
“นามิ นามิ!!!”
ข้าเรียกเธอเพราะไม่แน่ใจที่เสียงเงียบไปนั้นเกิดจากเหตุใดแต่ไร้การตอบรับใด ข้าจึงหยุดเดินแล้วหันไปมอบกลับพบว่าที่เสียงสะอื้นไห้ก็เงียบลงและแทนที่โดยศีรษะของเธอซี่งซบบนไหล่ข้าเพราะเธอได้หลับไป ข้าเองก็ไม่ได้ว่าอะไรแล้วพาเธอไปส่งที่เตียงนอนแล้วห่มผ้าให้ ข้าหยุดมองหน้าของเธอ คำพูดของอลันก็กลับเข้ามาในความคิดข้าอีกครั้ง
‘พ่อและแม่ของเธอไม่มีความทรงจำใน่ที่ตั้งท้องจนเมื่อเธออายุได้หกขวบ เหมือนกับว่าเด็กคนนี้จะไม่ใช่ลูกของสองคนนี้ แต่…’
<<นามิ>>
อากาศยามเช้าของ่ปิดเทอมวันแรก มันเย็นสบายจนดวงตะวันสาดแสงเข้ามายังในห้องนอน ปลุกให้ฉันตื่นขึ้นแล้วยังมีเสียงแว่วของพ่อและแม่คุยกับใครบางคนอย่างออกรสออกชาติ ร่างบางลุกขึ้นจากเตียงนอนวางข้อเท้าที่เมื่อคืนเธอจำได้ว่าล้มจนมันเจ็บ แต่มาตอนนี้เหมือนกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นเลย
“ไม่เจ็บนี่”
ฉันหมุนข้อเท้าอยู่พักใหญ่เพื่อให้แน่ใจว่ามันไม่ได้เจ็บจริงๆ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนราวกับว่ามันเป็ความฝัน
“หรือว่า…เมื่อคืนฉันฝันไป”
เมื่อฉันเดินลงบันไดมายังชั้นล่างก็เห็นพ่อกับแม่คุยกับไอ้บ้าริวอย่างมีความสุขกันราวกับว่าริวเป็เหมือนลูกของพวกท่านอีกคน
“ตื่นแล้วหรือ? นามิ” แม่หันหน้ามามองฉัน แล้วกวักมือเรียกให้เข้าไปหา
“เมื่อวานยังไม่ได้แนะนำตัวกันเลย ริวนี่ลูกสาวพ่อ นามิ” พ่อแนะนำให้ฉันได้รู้จัก
ฉันอยากจะบอกพ่อใจจะขาดว่าไม่จำเป็ แค่พ่อกับแม่เรียกชื่อเขาฉันก็รู้แล้วละว่าไอ้บ้านี่ชื่อ ริว จะว่าแนะนำตอนนี้มันไม่สายไปหรือไง แต่ก็เอาตามที่พ่อกับแม่สบายใจเลย แต่รับรองว่าอีตาบ้าริวอยู่บ้านนี้ได้ไม่นานหรอก
“แม่ว่ามันก็สายมากแล้ว พวกเรามากินข้าวเช้ากันดีกว่า”
“พ่อเห็นด้วยจ้ะ แม่”
นี่เป็วันที่ฉันได้กินอาหารเช้ากับทุกคนในบ้านอย่างพร้อมหน้าั้แ่เช้า เพราะส่วนมากฉันจะต้องกินข้าวเช้าคนเดียวเพราะท่านทั้งสองออกไปทำงานก่อนหรือฉันต้องวิ่งหน้าตั้งไปโรงเรียน แต่จะมีสิ่งที่ผิดจากปกติคือมีไอ้บ้าริวมาร่วมวงด้วยนะสิ มันทำให้ฉันไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย
“นามิมาช่วยแม่ที”
เสียงเรียกของแม่ดังขึ้น ฉันเห็นทีว่างานนี้จะแกล้งเขาได้ไงจึงรีบลุกไปช่วยแม่ทันที ฉันอาสาเป็คนตักข้าวให้ทุกคน เมื่อแม่หันไปสนใจแกงในหม้อและพ่อก็ชวนริวคุยเื่อะไรฉันก็ไม่รู้ เมื่อเห็นว่าทางสะดวกฉันก็ตักพริกลงไปในจานข้าวของเขาแบบพูน ๆ แล้วปิดด้วยข้าว จากนั้นก็ตักของคนอื่นแล้วกำลังจะยกไปวางที่โต๊ะ
“นามิ มาชิมให้แม่หน่อยสิ”
ฉันจึงต้องวางจานข้าวลงหันไปสนใจกับแกงของแม่แทน พ่อกับริวเดินมาช่วยยกจานข้าวไปวางตรงโต๊ะ เมื่อฉันหันมาก็เห็นจานข้าววางตรงโต๊ะเรียบร้อยแล้ว หน้าของฉันเริ่มซีดลงทันทีและแม่ยังมาส่งแกงให้ฉันยกไปวางอีกประจวบกับพ่อกับริวนั่งอยู่ก่อนแล้ว
“ยกมาเร็วสิ นามิ” แม่ยกกับข้าวเดินนำไปก่อนแล้ว
“ค่ะ”
เมื่ออาหารทุกอย่างวางเป็ที่เรียบร้อยพ่อก็ตักอาหารให้แม่แล้วตักใส่จานของตน ฉันนั่งลุ้นว่าใช่จานของพ่อไหม ลุ้นเสียยิ่งกว่าอะไรดีถ้าเกิดเป็จานพ่อมีหวังค่าขนม่ปิดเทอมฉันไม่ได้แน่ แต่เมื่อพ่อตักเข้าปากทุกอย่างก็เป็ปกติดี ฉันถึงกลับต้องถอนหายใจอย่างโล่งอก
“จ้องพ่อมีอะไรหรือเปล่า ลูก”
“เปล่าค่ะ ่นี้เห็นพ่อหล่อขึ้น”
พ่อยิ้มให้ ฉันหันกลับไปลุ้นที่จานของแม่ต่อภาวนาของให้ไม่มีด้วยเถิด เหมือนว่าพระเ้ายังเห็นใจแม่ตักเข้าปากกินอย่างอร่อยแสดงว่าไม่จานฉันก็จานอีตาริว ดีแล้วที่ไม่เป็แม่ ถ้าเกิดว่าเป็จานของแม่จริงงานนี้ฉันไม่ได้กินอาหารฝีมือแม่ไปอีกนานแน่
“ทำไมยังไม่กินกันล่ะ ริวกินสิจ๊ะ”
ชายหนุ่มพยักหน้าให้แทนการตอบ ส่วนฉันนี้สิต้องมาลุ้นว่าในจานของฉันจะมีพริกที่ใส่แกล้งอีตาริวหรือไม่ ฉันตักแกงฝีมือแม่ราดข้าวตักยังไม่ทันได้เข้าปาก กลิ่นพริกลอยมาแตะจมูก ฉันรับรู้ว่าฉันเองนี่ละที่ต้องรับผลกรรมซึ่งตนก่อไว้และต้องกลั้นใจกินมันลงไป
“ไม่อร่อยหรือนามิ?”
“อร่อยค่ะ แม่”
น้ำหูน้ำตาของฉันจะไหลออกมาเสียอย่างนั้น แต่ดีที่พ่อกับแม่ไม่ได้หันมาสนใจทางฉัน จะมีก็แต่ชายหนุ่มเท่านั้นซึ่งสังเกตเห็นเขาหยิบกระดาษทิชชูส่งมันมาให้ ฉันต้องรีบรับแล้วจัดการกับน้ำมูกและน้ำตาให้เร็ว
“นามิ แม่กับพ่อต้องออกไปทำงานต่างจังหวัดนะ”
“ไปกี่วันคะ”
ฉันเองก็ถามไปงั้นๆ ฉันรู้ดีว่าเมื่อไรที่พ่อแม่ต้องออกไปต่างจังหวัดไม่เป็อาทิตย์ก็เป็เดือน มันทำให้ฉันสามารถแกล้งอีตาริวได้เต็มที่
“ไม่รู้เหมือนกัน คงจะนานอยู่” พ่อตอบ
“ริว แม่ฝากนามิด้วยนะ”
“ได้ครับ”
“แม่ หนูโตแล้วนะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อยที่หนูต้องอยู่บ้านคนเดียว หนูว่าต้องฝากไอ้…ไม่สิ ริวไว้กันหนูมากกว่า”
ท่านทั้งสองต่างพากันหัวเราะ ฉันต้องทนฝืนใจกินข้าวกับพริกจนหมดจาน กว่ามันจนหมดปากฉันทั้งแดงและบวม ถ้ากินไม่หมดพ่อแม่ต้องรู้แน่ว่าฉันตั้งใจจะแกล้งไอ้บ้าริว มื้ออาหารเช้ามันผ่านไปช้ามากสำหรับฉัน แต่เมื่อถึงเวลาต้องเก็บจานไปล้างความคิดชั่วๆ ของฉันก็ผุดขึ้นอีกครั้ง
“พ่อ แม่ไปจัดกระเป๋าเถอะ หนูเก็บจานเอง”
เมื่อพ่อแม่จากไปแล้วฉันก็หันมาสั่งร่างหนาซึ่งยังนั่งอยู่ที่เดิมทันที
“นาย ก็ช่วยเก็บสิ”
ฉันจัดการกับเศษอาหารที่เหลือจากถ้วยต่าง ๆ มารวมในถ้วยเดียวกัน และริวก็เก็บจากที่ฉันกลองไว้ไปยังอ่างล้างจานเมื่อเขากลับมาเอารอบที่สอง ชายหนุ่มกำลังจะเดินผ่านไป ฉันก็ยื่นขาของตัวเองออกไปหวังจะทำให้เขาสะดุดล้ม แต่มันกลับผิดคาด อีตาริวเดินผ่านฉันหน้าตาเฉย
“มีตาที่สามหรือไง”
เหมือนว่าเขาจะได้ยินสิ่งที่ฉันสบถ เขาหันมองหน้าฉัน มันเอาฉันทำตัวไม่ถูกเลยจริง ๆ ไม่ว่าฉันจะพยายามแกล้งริวมากเท่าไรมันราวกับว่าฉันกำลังแกล้งตัวเองอยู่อย่างไรอย่างนั้น ฉันลุกขึ้นจะเอาแก้วน้ำไปล้าง แต่แล้วฉันก็ไปสะดุดล้มเสียเองราวกับว่าเหตุการณ์นี้ได้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แก้วในมือของฉันแตกกระจายไปทั่วพื้น ยังดีที่มันไม่ได้บาดมือ
เสียงมันดังไปจนถึง้าทำให้พ่อแม่ต้องออกมาดูและวิ่งลงมาหา ส่วนริวก็ยังมองมาที่ฉัน ฉันยันตัวลุกขึ้นแต่แล้วก็รับรู้ถึงความเจ็บที่ข้อเท้า ทำให้ริวต้องเข้ามาอุ้มฉันไปนั่งที่โซฟา แล้วแม่ก็ไปเก็บกวาดเศษแก้ว และพ่อก็ไปเอากล่องยา
“โอ๊ย!!!”
เสียงร้องดังขึ้นเมื่อริวจับไปที่ข้อเท้าซ้ายของฉันแล้วเขาก็ลุกไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำแข็งใส่ถุง กลับมาประคบข้อเท้าของฉัน เมื่อแม่จัดการกับเศษแก้วเสร็จ เดินตรงมาหาฉันทันที
“แกนี่ซุ่มซ่ามไม่เปลี่ยนเลยนะ”
เสียงของพ่อดังมาพร้อมกล่องยา แม่พยักหน้าเห็นด้วย ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมั้แ่เจอไอ้บ้าริวถึงได้ซวยไม่หยุด ฉันได้แต่ถอนหายใจ
“เห็นไม่ว่าแม่ฝากแกกับริวนะถูกต้องแล้ว”