หลังจากที่ชิงหลานออกไปแล้ว หญิงสาวกลับลุกขึ้นมานั่งเอาแต่คิดวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ ั้แ่แรกเริ่มที่ตัวเองถูกทรมานจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นใจตาย พึ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่าหญิงสาวที่เห็นก่อนตายก็คือเ้าของร่าง
นั่งเอามือยันไว้กับคางทำหน้ามุ่ยคิดหาเหตุผลว่าทำไมตัวเองถึงได้มาอยู่ที่นี่ และพยายามนึกถึงคำพูดของเ้าของร่างนี้ว่า้าสื่อสารอะไรกับตัวเองกันแน่
หลังจากทำหน้าตาบูดบึ้งมาพักใหญ่ในที่สุดก็ยิ้มกว้างพร้อมกับพูดออกมาอย่างดีใจบอกว่ารู้แล้วว่าเ้าของร่าง้าบอกอะไร
"ใช้ชีวิตที่เหลือให้มีความสุขและดูแลท่านแม่แทนข้าด้วย"
หลังจากที่เ้าของร่างพูดจบไป๋เสี่ยวอันก็หลับตาลงจึงไม่ได้รู้ถึงเหตุการณ์ต่อจากนั้นว่าเกิดกระแสใต้น้ำไหลวนเป็วงขึ้นรอบๆ ตัว ยังไม่พอบนฟ้าที่มืดมิดปรากฏลมกระโชกแรง
กลุ่มเมฆสีดำขนาดใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นหมุนวนพร้อมกับมีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า สิ่งที่เกิดขึ้นหากเป็คนธรรมดาคงคิดว่าเป็แค่พายุทั่วไป
แต่แท้ที่จริงมันคือปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่สองิญญากำลังจะสลับร่างกัน
ไป๋เสี่ยวอันมาอยู่ในร่างของคุณหนูเผิงเสี่ยวอัน ส่วนคุณหนูเผิงเสี่ยวอันก็เข้าไปอยู่ในร่างของไป๋เสี่ยวอัน
ในขณะที่กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ หน้าต่างที่อยู่ทางทิศตะวันตกก็แง้มออกมาเผิงเสี่ยวอันใเล็กน้อย แต่ก็รีบลุกขึ้นเดินไปดู ไม่ทันจะก้าวไปถึงไหนก็เห็นบุรุษคนหนึ่งสวมหน้ากากนั่งอยู่ที่ขอบหน้าต่าง ปากคาบดอกกุหลาบสีแดงเพลิง
จ้องมองสบตากันอยู่สักครู่หนึ่งโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกไปแม้แต่คำเดียว เขาก้าวเดินมาอย่างสง่าผ่าเผยตรงมาหาเผิงเสี่ยวอันยื่นดอกกุหลาบให้ หญิงสาวทำท่าทีมึนงงก่อนจะรับดอกกุหลาบนั้นมา จ้องมองดอกกุหลาบที่อยู่ในมือถึงกับต้องเอ่ยปากถาม
"ดอกกุหลาบนี้ให้ข้า! ใช่ไหม! "
ไม่มีเสียงตอบกลับมีแต่พยักหน้าและกำลังจะจากไปแต่ก็ถูกเรียกให้หยุด เพื่อถามว่าเป็ใคร? แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบมีแต่เดินตรงไปที่หน้าต่าง ก่อนที่เขาจะจากไปได้ส่งจูบให้ไปหนึ่งที แต่หญิงสาวนั้นกลับเอียงตัวหลบยกมือขึ้นทำท่าจับจูบที่เขาส่งมาให้ วางบนพื้นแล้วใช้เท้าข้างขวากระทืบอย่างแรง เป็สัญญาณว่านางไม่ยอมรับจูบนี้ที่เป็ของใครก็ไม่รู้
และได้คว้าเอาแจกันที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดปาเข้าหาบุรุษปริศนาผู้นั้น โชคร้ายจึงบังเกิดเมื่อไม่ได้ทันระวังของสิ่งนั้นลอยละลิ่วถูกหน้าอย่างจังจนทำให้ร่างของเขาเกือบร่วงลงไปลง แต่โชคดีที่สองมือเกาะขอบหน้าต่างเอาไว้ได้ทัน
เผิงเสี่ยวอันเดินมาช้าๆ ในมือถือขนนกมาด้วยตั้งใจจะเอามากลั่นแกล้งบุรุษปริศนาผู้นี้ แต่ก็ไม่ทันจะได้ลงมือ เขาไหวตัวทันปีนขึ้นมานั่งอยู่บนขอบหน้าต่าง ดึงตัวหญิงสาวเข้ามาให้อยู่ในอ้อมกอด
เขากดจูบลงบนริมฝีปากเผิงเสี่ยวอันอย่างไม่ทันได้ระวัง หญิงสาวใเบิกตากว้างด้วยความโกรธใช้แรงผลักร่างใหญ่ให้ออกห่าง ยกมือขึ้นกำลังจะเหวี่ยงตบแต่ก็ถูกเขาจับข้อมือเอาไว้อีกครั้งหนึ่ง
มีหรือที่หญิงสาวจะยอมตัวเองก็เรียนศิลปะการป้องกันตัวเองมาเหมือนกัน จึงคิดจะต่อกรกับเขาดูสักตั้ง ออกกระบวนท่าไปได้ไม่กี่ทีบุรุษปริศนาก็หนีไปด้วยกระโจนออกนอกหน้าต่างอย่างรวดเร็ว
สร้างความฉงนสงสัยเป็อย่างมากว่าบุรุษผู้นี้เป็ใครกันนะ? อยู่ๆ ก็เข้ามาในห้องยื่นดอกกุหลาบให้กับนางแล้วก็จากไปโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ ทำให้ตลอดทั้งคืนหญิงสาวแทบนอนไม่หลับเอาแต่คิดแค้นเคืองที่ถูกเขาขโมยจูบแรกของตนเองไป สัญญาว่าหากได้เจอกันครั้งหน้ายังไงก็จะต้องเอาคืนให้สาสม
ตื่นเช้ามาหญิงสาวก็ยังคงคิดถึงบุรุษที่แอบปีนเข้ามาในห้องเมื่อคืนนี้ แต่ก็ไม่ได้เล่าให้ใครฟังเพียงแต่เก็บเอาเพราะเื่ใหญ่ไม่ใช่เื่ของบุรุษผู้นั้นอีกแล้วคงจะเป็เื่ของหญิงสาวที่ได้ต่อบทกลอนกับคุณชายเจียหลี่เจี๋ย
เพียงชั่วข้ามคืนคนทั้งเมืองต่างพูดกันปากต่อปากถึงเื่ราวของเผิงเสี่ยวอันหญิงสาวปัญญาอ่อน ที่หลายวันก่อนเพิ่งพลัดตกน้ำไม่ได้สติเกือบครึ่งเดือนแล้วแต่อยู่ๆ พอฟื้นขึ้นมาก็กลับมีปัญญาดีซะอย่างนั้น
ถึงขนาดแต่งบทกลอนตอบโต้ไปมากับคุณชายเจียหลี่เจี๋ยได้อย่างฉาดฉาน แสดงความสามารถของตนเองออกมาอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน เป็สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจจึงเล่าขานไปกันทั่วทั้งแคว้นเป่ยซาน ว่าเกิดเื่น่าทึ่งขึ้นกับเด็กสาวปัญญาอ่อนตกน้ำเกือบตายพอฟื้นขึ้นมากับกลายเป็คนฉลาดหลักแหลม
ผู้คนต่างพากันสงสัยแต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยถามว่าบุตรีเ้าของหออี้จี้เป็ตัวจริงหรือถูกภูตผีปีศาจเข้าสิงกันแน่ ต่างได้แต่พากันเก็บงำความสงสัยนี้เอาไว้เท่านั้น
ส่วนคนที่ทำงานอยู่หออี้จี้ไม่ใช่ว่าไม่มีใครสงสัยในพฤติกรรมของคุณหนู ในเมื่อนายหญิงไม่พูดอะไรพวกเขาจึงได้แต่เงียบนิ่งเอาไว้ แต่คนเก่าแก่ของที่นี่จะรู้ดีว่าเหตุใดนายหญิงถึงไม่สงสัยในพฤติกรรมของลูกสาวเลย
เพราะเมื่อหลายปีก่อนมีนักพรตท่านหนึ่ง เคยทำนายเอาไว้ว่าคุณหนูเผิงเสี่ยวอันเคราะห์หนักใน่อายุสิบหกปี หากฝ่าฟันตรงนี้มาได้แล้วฟื้นขึ้นมา สติสัมปชัญญะก็จะเป็เหมือนคนปกติหรืออาจจะมีความฉลาดเฉลียวกว่าผู้อื่น แถมยังนำพาความโชคดีมายังหออี้จี้ด้วย