ณ โรงแรม PP place คิมกำลังนั่งรอสัมภาษณ์ด้วยท่าทางตื่นเต้น เขาเฝ้ารอให้ถึงคิวด้วยความใจจดใจจ่อจนในที่สุดก็ถึง
“คุณคิมหันต์ เชิญค่ะ”
“ครับ ขอบคุณครับ” คิมหันกลับมาหยิบเอกสารประกอบการสัมภาษณ์พร้อมกับเดินเข้าห้องไป เมื่อเข้ามาในห้องคิมก็ได้พบกับชายวัย 40 คนนึงกำลังนั่งยิ้มให้เขาอยู่ คิมเกิดอาการประหม่าและตื่นเต้นขึ้นมาทันที อีกฝ่ายดูออกว่าคิมเกิดอาการตื่นเต้น เขาพยายามทำให้คิมผ่อนคลายโดยการเชิญให้คิมนั่ง สบายๆก่อน
“คุณคิมหันต์ไม่ต้องเกร็งนะครับ ทำตัวตามสบายพร้อมแล้วเราค่อยเริ่มสัมภาษณ์กัน”
“ขอโทษนะครับ พอดีว่าผมตื่นเต้นมากไปหน่อยน่ะครับ เเต่ตอนนี้ผมพร้อมแล้วครับ เราเริ่มสัมภาษณ์กันได้เลยครับ”
“โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมชื่อทนนท์เป็เลขาของคุณภูผา เ้าของโรงแรมแห่งนี้ครับ”
“อ่ะ..อ่อ..ครับ..สะ..สะหวัด..สวัสดีครับ”เมื่อรู้ว่าคนที่มาสัมภาษณ์วันนี้เป็ถึงเลขาของเ้าของโรงแรม คิดยิ่งเกร็งหนักเข้าไปอีก ซึ่งดูเหมือนว่าทนนท์ก็ดูออกว่าคิมกำลังอึดอัด เขาจึงเปลี่ยนการใช้คำพูดให้อยู่ในรูปแบบสบายๆเพื่อลดความประหม่าให้คิมนั่นเอง
“คุณคิม…ยังเกร็งอยู่หรอครับ”
“นิดหน่อยครับ คือผมไม่ได้เจอเื่ตื่นเต้นแบบนี้มานานมากแล้วครับ ขอโทษนะครับ”
“ไม่เป็ไรครับผมเข้าใจ ผมขออนุญาตเรียกว่าคุณคิมแล้วกันนะครับ เรามาเริ่มกันที่คำถามแรกเลยละกัน คุณคิมคิดยังไงกับตำแหน่งเลขาครับ?” คิมมองหน้าทนนท์ด้วยความงวยงงว่าทำไมเขาถึงถามเื่เลขา ทั้งๆที่คิมมาสมัครงานในตำแหน่ง ผู้ช่วยฝ่ายบุคคล เเต่ด้วยความที่อยากได้งานมากๆ คิมจึงตอบเท่าที่รู้ไปก่อน เรียกได้ว่าเป็การเเก้ปัญหาเฉพาะหน้านั่นเอง
“ครับ?...อ่ะ อ๋อ ก็คิดว่าเป็ตำแหน่งที่ต้องมีความรับผิดชอบสูงมากพอสมควรครับ ที่สำคัญต้องทำงานสอดคล้องและ ช่วย support เ้านายประหนึ่งว่าเป็คนๆเดียวกันด้วยครับ”
“อืม ทัศนคติของคุณคิมดีมากๆเลยครับ แล้วถ้าสมมุติว่า เ้านายของคุณเป็คนเื่มาก เอาใจยากล่ะครับ คุณคิมจะมีวิธีรับมือยังไง?”
“จริงๆมันก็ไม่ยากนะครับ เพียงแต่เราต้องรู้ก่อนว่า..เขา้าอะไรกันหรืออยากให้เราทำอะไรน่ะครับ”
“คุณคิมพูดเหมือนว่า คุณคิมเคยเจอเ้านายประเภทนี้มาก่อนเลยนะครับ” คิมแสย่ะยิ้มแห้งๆพร้อมกับก้มหน้าต่ำลงเพื่อไม่ให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าเขาน้ำตาคลอ
“ครับ…ผมเคยเจอคนประเภทนี้มาก่อน ขี้โมโห เอาเเต่ใจ ชอบโวยวายหาเื่ทะเลาะได้ทุกวัน แต่เขาไม่ใช่เ้านายผมหรอกนะครับ….” คิมค่อยๆเงยหน้าขึ้นพร้อมกับปาดน้ำตา เพราะจู่ๆเขาก็นึกถึงคนที่มีนิสัยแบบนี้ขึ้นมาพอดี ทนนท์เห็นว่าคิมกำลังจะร้องไห้ เขาจึงรีบหยิบทิชชูให้และพูดปลอบใจ
“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ คำถามของผมไปสะดุดอะไรบางอย่างในใจคุณคิม”
“ไม่เป็ไรหรอกครับ เื่มันผ่านมานานมากแล้ว ป่านนี้เขาคงลืมผมไปแล้วล่ะครับ”
“ถ้าเขาข้อเสียเยอะขนาดนั้น ทำไมคุณคิมถึงทนอยู่กับเขาได้ล่ะครับ?”
“ก็เพราะว่าผมไม่ได้อยู่กับเขาเพราะความอดทน แต่ผมอยู่กับเขาเพราะว่าผมรักเขามากน่ะสิครับ เอ่อ..ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะนอกเื่ เชิญคุณทนนท์สัมภาษณ์ต่อได้เลยครับ”
“จบการสัมภาษณ์ไว้เพียงเท่านี้ล่ะครับ” คิมรู้สึกใจเต้นตุ่บๆเพราะเมื่อกี้เขาเพิ่งจะดึงเื่ส่วนตัวเข้ามาในบทสัมภาษณ์ ซึ่งนั่นเป็สิ่งที่ไม่ควรทำและคิมก็คิดว่าเขาคงไม่ได้งานแน่ๆ คิมรู้สึกผิดหวังจนหน้าหงอย เขายกมือไหว้ทนนท์ก่อนที่จะขอตัวเดินออกจากห้องไป ทว่าในตอนนั้นเอง
“คุณคิมพร้อมเริ่มงานวันไหนดีครับ?” ทันทีที่ได้ยินคำว่าเริ่มงาน คิมก็ยิ้มกว้างและหันหลังควับกลับมามองหน้าทนนท์ด้วยความดีใจทันที
“ทันทีเลยครับ พรุ่งนี้เลยก็ได้ครับ ผมพร้อมเริ่มงานได้ตลอดเลยครับ”
“ดีครับ…ถ้างั้นพรุ่งนี้ คุณคิมมาเริ่มงาน 10 โมงเช้านะครับ 09.40 น. เจอกันที่นี่นะครับ”
“ครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณมากๆนะครับ!!!” คิมดีใจจนพูดอะไรไม่ออก เขาเอาแต่ขอบคุณทนนท์ด้วยท่าทางกระดุ๊กกระดิ๊กเหมือนคนดีใจมากๆแต่ไม่สามารถะโออกมาได้นั่นเอง คิมยกมือไหว้ทนนท์พร้อมกับรีบเร่งเดินออกจากห้องไปโดยไม่ทันระวัง คิมเดินชนประตูจนล้มหน้าขมำ ทว่าคิมกับไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลย เขาลุกพรวดขึ้นพร้อมกับโบกมือให้ทนนท์เห็นว่าเขาไม่ได้เป็อะไร ก่อนที่จะรีบเดินเข้าลิฟท์ไปด้วยความอาย….ทันทีที่เห็นว่าคิมไปไกลแล้ว ทนนท์ก็รีบหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาภูผาทันที
“ครับคุณภูผา ผมทำตามที่คุณภูผาบอกแล้วครับ คุณคิมจะมาเริ่มงานพรุ่งนี้ 10 โมงเช้า แต่ผมไม่ได้บอกนะครับว่าจะให้คุณคิมมาเริ่มงานในตำแหน่งอะไร”
“(ดีมาก.. 2-3 วันนี้ผมฝากคิมด้วยนะ เดี๋ยวผมเสร็จธุระทางนี้ผมจะรีบกลับไปลุยทางนั้นต่อ)”
“ครับ สวัสดีครับ” คำสั่งแรกจบลงไปแล้ว คิมได้เข้ามาทำงานใน PP place เขายืนมองป้ายหน้าโรงแรมด้วยความดีใจที่ในที่สุดเขาก็หางานทำได้แล้ว ซึ่งหมายความว่าเขาสามารถทำงานหาเงินมาใช้หนี้ธนาคารได้ด้วยตัวเองแล้วนั่นเอง คิมไม่ลืมที่จะคิดย้อนไปถึงบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ เพราะทันทีที่ทนนท์พูดนิสัยของเ้านายขี้โมโหเขาก็นึกถึงตอนที่เขาทะเลาะกับนทีขึ้นมาพอดี คิมไม่เคยคิดเลยว่าการทะเลาะกันด้วยเื่เล็กๆน้อย เเค่ไม่ล้างจานจะลุกลามมาถึงการเบื่อหน่ายจนมีคนอื่นแบบนี้ คิมพยายามกลืนอดีตนั้นลงคอไป มันถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องเริ่มต้นใหม่ด้วยตัวคนเดียวซักที