ตอนที่ 13 ตะลึงกันเป็แถบ (2)
หลี่อวิ๋นในเวลานี้ แม้ว่าใบหน้าจะดูสงบนิ่ง แต่ในใจเขารู้สึกตื่นเต้นอย่างยากจะบรรยาย ทั้งยังแฝงไว้ซึ่งความอัดอั้นตันใจอย่างมาก ถึงขนาดจมูกยังรู้สึกแสบ มีเพียงตัวเขาที่รู้ว่า นั่นคือความรู้สึกประมาณว่า 'ในที่สุดก็หาคนคนนี้เจอแล้ว' เขาคิดจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ แต่พอชูมือขึ้นก็พบว่าฝ่ามือของตัวเองเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
หลี่อวิ๋นเหลือบมองเซียวหลินที่อยู่ด้านข้างอย่างทนไม่ไหว เขามองเห็นอารมณ์แบบเดียวกันกับตนจากสายตาของอีกฝ่าย ส่วนมู่ชิงที่สร้างสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น ในเวลานี้กำลังยืนอยู่ที่เดิมอย่างสงบเงียบ แสงแดดกระทบลงบนใบหน้าขาวนวลของเขา ราวกับมีออร่าสีทองห่อหุ้มไว้จางๆ ั์ตากลมโตสุกใส ท่าทางเรียบร้อยจนดูแล้วยากจะเชื่อว่าเขาคือม่อยวนที่ทั้งร่างไร้ซึ่งความมีชีวิตชีวา นอกจากนางเอกแล้วก็มองเห็นชีวิตของทุกคนเป็เพียงต้นหญ้าในก่อนหน้านี้
“นายดูหน้าไม่คุ้นเลยนะ เป็มือใหม่เหรอ เมื่อก่อนเคยแสดงบทอะไรมาบ้าง” หลี่อวิ๋นมองมู่ชิงที่อยู่ในฉากด้วยแววตาลุกวาว น้ำเสียงอ่อนโยนเสียจนเซียวหลินถึงกับขนลุกอย่างห้ามไม่อยู่ ในใจรู้สึกหนาวสุดขั้ว “อายุยังน้อยแต่แสดงได้ขนาดนี้ อาจารย์ของนายคือใคร”
“ผมไม่มีอาจารย์ครับ การแสดงเมื่อครู่นี้คือสิ่งที่ผมฝึกซ้อมหน้ากระจกหลังจากที่อ่านต้นฉบับจบครับ” มู่ชิงยิ้มเล็กน้อย ใบหน้ายังคงมีความเคอะเขินที่เป็เอกลักษณ์ของมือใหม่หลังออดิชั่นเสร็จ “เมื่อก่อนนี้ส่วนใหญ่ผมจะได้แสดงเป็ตัวละครสมทบบทน้อยๆ หรือตัวประกอบ ในสายนี้น่าจะนับว่าเป็มือใหม่อยู่ครับ”
“ตัวประกอบจับฉ่ายเหรอ เดี๋ยวก่อน...นายชื่อมู่ชิง...นายคือนักแสดงของซือก้วนเอนเทอร์เทนเมนต์ใช่ไหม” หลี่อวิ๋นพลันตื่นเต้น คล้ายกับนึกอะไรขึ้นได้ “นายรู้จักกับจางอี้ใช่ไหม คนที่เขาแนะนำฉันก่อนหน้านี้ก็คือนายใช่ไหม”
“ใช่ครับ ผู้กำกับหลี่ คนที่พี่จางแนะนำกับคุณคือผมเองครับ ผมรู้สึกผิดจริงๆ ที่ทำให้คุณต้องลำบากเพราะเื่ของผม” แม้ว่าชาติที่แล้วมู่ชิงจะไม่เคยติดต่อกับหลี่อวิ๋นโดยตรง แต่ก็ยังพอรู้นิสัยของอีกฝ่ายมาบ้าง เขารู้ว่าหลี่อวิ๋นเป็คนนิสัยตรงไปตรงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาไม่ชอบคนที่พูดจาอ้อมค้อมไปมา ดังนั้นจึงไม่เสแสร้ง แต่ยอมรับไปตรงๆ เลยว่าก่อนหน้านี้จางอี้แอบเข้าหลังบ้านไปช่วยเขาคว้าบทบาทมาจากอีกฝ่าย
หลี่อวิ๋นไม่ได้ใส่ใจเื่นี้ดังคาด ระดับความประทับใจที่มีต่อมู่ชิงกลับเพิ่มขึ้นมาอีกขั้นเนื่องจากความซื่อสัตย์ของอีกฝ่าย เขามองมู่ชิงที่มีท่าทางวิตกกังวลตรงหน้า หัวเราะฮ่าๆ แล้วพูดปลอบว่า “เื่เล็กพวกนี้ไม่ต้องใส่ใจหรอก! ก่อนหน้านี้จางอี้บอกฉันว่าเขามีน้องชายคนหนึ่งหน้าตาไม่เลว ทักษะการแสดงธรรมดา แต่ข้อดีคือเป็คนที่มีความตั้งใจและขยันพอสมควร มาปรึกษากับฉันว่าพอจะหาโอกาสให้นายได้เผยโฉมหน้าบ้างไหม ว่าไปแล้วเด็กคนนี้ปกติทำงานพึ่งพาได้ ใครจะรู้ว่าพอถึงเวลาสำคัญดันทำพลาด! ยังดีที่วันนี้นายมาออดิชั่น ไม่อย่างนั้นถ้าทำอย่างที่เขาพูดจริงๆ เลือกบทบาทเล็กๆ ให้นายสักบท แล้วฉันจะไปหาม่อยวนของฉันจากที่ไหน! ดูเหมือนว่านี่คงจะเป็วาสนาสินะ! นายคู่ควรจะมาเป็คนของฉัน!!”
ในขณะที่เขาพูดน้ำไหลไฟดับด้วยใบหน้าตื่นเต้น ทางฝั่งมู่ชิงกลับฟังแล้วพูดไม่ออกไปขณะหนึ่ง อะไรคือที่บอกว่า 'คือคนของคุณ' กัน! คุณเป็ผู้กำกับนะ! พูดจาเป็หรือเปล่า!
ขณะกำลังบ่นอยู่ในใจเงียบๆ มู่ชิงกลับมองหลี่อวิ๋นด้วยใบหน้าตื่นเต้นดีใจ “คือว่าผู้กำกับหลี่ครับ ความหมายของคุณคือ...คือ...ผมออดิชั่นผ่านแล้วเหรอครับ”
หลี่อวิ๋นตบโต๊ะด้วยอารมณ์ฮึกเหิม “ผ่านแล้ว! ม่อยวนก็คือนาย! ผู้จัดการของนายอยู่ข้างนอกใช่ไหม เรียกเขาเข้ามาเซ็นสัญญาเลย!”
ใบหน้าของมู่ชิงมีความลำบากใจแล่นผ่านแวบหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า “พี่หลี่ว์มีธุระกลับไปก่อนแล้วครับ ระหว่างผมกับบริษัทไม่ได้เซ็นสัญญาผูกขาดกัน...ผมสามารถเซ็นเองได้ครับ”