“พ่อครับ เราจะไม่ได้อยู่บ้านคุณปู่คุณย่าอีกแล้วใช่ไหมครับ”
“เราจะไม่ได้อยู่ที่บ้านคุณปู่คุณย่าอีกแล้วล่ะ” หวังอี้ฉือตอบลูกชายเสียงเบา
“เราจะอยู่ที่นี่กันหรือคะ”
“แค่ชั่วคราวเท่านั้นจ้ะ” หลินถิงถิงตอบลูกสาว
“แล้วต่อไปเราจะอยู่ที่ไหนกันล่ะคะ”
“อี้เฉิน อิงอิง เื่นี้เมื่อถึงเวลาแล้วแม่กับพ่อจะบอกลูกทีหลังนะจ๊ะ” หลินถิงถิงรีบตอบคำถาม
“แม่ครับ แล้วเราจะกินอะไรล่ะครับ เราไม่มีอาหารเลย คุณย่าบอกว่าจะไม่ให้อาหารกับครอบครัวเรา” หวังอี้เฉินจำคำพูดของย่าเขาได้ และถามแม่เขาอย่างกังวล
“อี้เฉิน ถึงคุณย่าจะไม่ให้อาหารกับครอบครัวเรามา แต่เราก็มีเงินซื้อนะจ๊ะ”
“จริงหรือครับแม่” หวังอี้เฉินถามแม่ของเขาอย่างตื่นเต้น
“จริงสิจ๊ะ ลูกๆ รีบกินข้าวเถอะ แล้วก็รีบเข้านอน”
“ได้ครับ/ได้ค่ะ”
หลินถิงถิงยืนมองสามีที่นั่งมองดูท้องฟ้าอยู่ลานบ้านด้วยความสงสาร เธอเดินเข้าไปยืนอยู่ข้างเขา ก่อนที่หวังอี้ฉือจะดึงเธอเข้าไปกอด
“ถิงถิง ผมทำให้คุณลำบากแล้ว” หวังอี้ฉือพูดด้วยน้ำเสียงเหน็ดเหนื่อย
“พี่อี้ฉือคะ” หลินถิงถิงกอดตอบพร้อมกับลูบที่หลังเขาเบาๆ
“ขอบคุณที่คุณอดทนเพื่อครอบครัวของเรามาตลอด”
“ฉันอดทนคนเดียวที่ไหนล่ะคะ ที่ผ่านมาพี่ก็ทำงานหนักเพื่อครอบครัวของเรามาตลอดเหมือนกัน”
ทั้งสองคลายอ้อมแขนแล้วเปลี่ยนท่าเป็หลินถิงถิงนั่งพิงไหล่ของสามีแทน หวังอี้ฉือและหลินถิงถิงไม่เคยนั่งพักผ่อนด้วยความสงบแบบนี้มาก่อน พวกเขาจึงนั่งในท่านั้นเป็เวลานานแต่ก็ยังไม่รู้สึกเหนื่อยหรือง่วง
“อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว ผมคิดว่าพรุ่งนี้จะเริ่มขึ้นเขาไปเก็บฟืน”
“ฉันจะไปกับพี่ด้วยนะคะ ฉันจะขึ้นไปหาของป่าลงมา หากมันมีมากเราจะได้เอาไปขาย”
“คุณพักผ่อนอยู่ที่บ้านก็ได้นะ”
“พี่อี้ฉือ อย่าทำเหมือนฉันเป็คนทำอะไรไม่เป็อย่างนั้นสิคะ ฉันยังช่วยพี่ทำงานได้”
“แต่แผลของคุณ...คุณไม่เจ็บหรือ” หวังอี้ฉือถามอย่างเป็ห่วง
“ไม่มีอะไรร้ายแรงค่ะ ปวดอยู่นิดหน่อยเท่านั้น ถ้าอย่างนั้นก็รอดูพรุ่งนี้นะคะ หากฉันตื่นมาแล้วไม่เป็อะไรฉันก็จะขึ้นเขาไปกับพี่ แต่ถ้าฉันลุกไม่ไหว ฉันก็จะนอนพักผ่อนอยู่ที่บ้าน”
“ตามใจคุณก็แล้วกัน”
“พี่อี้ฉือคะ ่หลายเดือนที่ฉันเก็บของป่าไปขายกับพี่สะใภ้ไฉ่ พี่รู้ไหมว่าตอนนี้บ้านเรามีเงินเก็บอยู่เกือบร้อยหยวนแล้วนะคะ”
“มากขนาดนั้นเลยหรือ”
“มากขนาดนั้นเลยล่ะค่ะ อันที่จริงเราจะไปเช่าบ้านอยู่ในเมืองก็ได้นะคะ แต่ฉันอยากจะเก็บเงินต่ออีกพักหนึ่งก่อน เราอยู่ที่นี่อีกสักสามเดือน หลังจากนั้นเราค่อยขยับขยายไปอยู่ที่อื่นกัน ฉันรู้ว่าถ้าพี่ยังอยู่ที่นี่ต่อไปพี่ก็คงจะอึดอัดใจไม่น้อย อีกอย่างหนึ่งคือฉันกับพี่สะใภ้ไฉ่ทำผักดองไว้ คิดว่า่ปีใหม่นี้ก็คงจะขายหมด เราก็จะมีเงินเก็บเพิ่มมาอีกก้อนหนึ่งค่ะ”
“แล้วผักดองที่ว่า คุณทำเยอะแค่ไหน”
“ก็หลายสิบไหอยู่นะคะ เป็การลงทุนร่วมกับพี่สะใภ้ไฉ่”
“ตกลง พอถึงเวลาแล้วเราจะเข้าไปขายของในเมืองด้วยกัน” หวังอี้ฉือหันไปกอดภรรยา
“เราจะเข้าไปซื้ออาหารมาเก็บไว้ด้วยค่ะ เวลานี้เราสามารถกินอาหารที่ดีกว่าแต่ก่อนได้แล้วนะคะ” หลินถิงถิงพูดอย่างอารมณ์ดี
“อือ” หวังอี้ฉือยังคงกอดภรรยาเขาไว้แน่น
“แม่คะ หนูอยากขึ้นไปบนเขากับแม่ด้วย” หวังอิงอิงทำเสียงน้อยใจ
“แน่อากาศมันเริ่มเย็นแล้ว แม่กลัวว่าหนูจะไม่สบาย”
“ใช่ เดี๋ยวน้องจะไม่สบายได้นะ” หวังอี้เฉินบอก
“แต่พี่ใหญ่ยังขึ้นไปได้เลยนะคะ พ่อคะ” หวังอิงอิงเรียกพ่ออย่างน่าสงสาร
“คุณใส่เสื้อให้ลูกหลายชั้นหน่อยก็ได้” หวังอี้ฉือทนเห็นสายตาอ้อนวอนของลูกสาวไม่ไหว
“ถ้าลูกไม่สบายขึ้นมา ฉันจะให้พี่เป็คนดูแลลูกเองนะคะ” หลินถิงถิงแกล้งทำท่าทางไม่พอใจ
“ขอบคุณค่ะพ่อ ขอบคุณค่ะแม่”
“อิงอิง น้องต้องเดินระวังด้วยนะ เดินอยู่ใกล้ๆ พ่อกับแม่ น้องเข้าใจไหม”
“พี่ใหญ่ หนูรู้แล้วน่า”
“มีพ่อมาด้วย เราต้องได้อะไรกลับไปเยอะแน่ๆ” หวังอี้เฉินพูดอย่างอารมณ์ดี
“ใช่แล้วล่ะ พ่อของเราเก่งมาก” หวังอิงอิงชมพ่อของเธอ
“ลูกทั้งสองคนชมแต่พ่อ แล้วแม่ล่ะจ๊ะ” หลินถิงถิงแกล้งทำเสียงน้อยใจ
“แม่ก็เก่งค่ะ แต่พ่อเก่งกว่าเพราะพ่อเป็ผู้ชาย” หวังอิงอิงรีบบอกเพราะกลัวแม่จะน้อยใจ
“ใช่ครับ แม่ก็เก่งเหมือนกัน แม่หาของป่าได้เยอะที่สุดเลยครับ” หวังอี้เฉินรีบสนับสนุน
วันนี้หวังอี้ฉือโชคดี เพราะตอนที่เขาเก็บฟืนอยู่ มีไก่ป่าเดินอยู่บริเวณนั้น เขาขว้างไม้ออกไปอย่างไม่คิด แต่กลับโดนหัวไก่ป่าเข้าอย่างจัง ส่วนหลินถิงถิงและลูกก็เก็บเห็ดหอมได้เป็จำนวนมาก พวกเขาเก็บเห็ดหอมได้จนเต็มสองตะกร้าใหญ่ เด็กทั้งสองคนตื่นเต้นมากจนอยากจะเก็บกลับไปให้หมด แต่ไม่มีตะกร้าว่างพอที่จะใส่แล้ว หลินถิงถิงจึงสัญญาว่าพรุ่งนี้จะพาพวกเขาขึ้นมาเก็บเห็ดที่เหลือกลับไป ทั้งสองคนร้องดีใจด้วยความร่าเริง
หวังอี้ฉือเดินตามหลังภรรยาและลูกของเขา เขาไม่เคยเห็นครอบครัวของเขาพูดคุยหยอกล้อกันอย่างนี้มาก่อน เขามองดูภาพนั้นอย่างมีความสุข และรู้สึกดีใจที่เขากล้าที่จะตัดสินใจขอแยกบ้านในครั้งนี้