"ลูกแหง่ติดแม่ที่เป็เด็กดีงั้นรึ?"
คำพูดแปลกๆได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลงเซ้งหลินในขณะที่เขาได้ยินคำอธิบายของหยวนชูหลิง เด็กดีของแม่จะเข้าห้องพนันงั้นหรือ? เด็กดีของแม่ทำให้เ้านายของห้องพนันเสียความเยือกเย็นและมารยาทของเขาได้งั้นหรือ?
"เดี๋ยว... เดี๋ยว หยุดก่อน! ความรู้สึกแปลกๆนี้มันอะไรกัน? เป็ไปได้ไหมที่ไอ้พวกเวรนั่นจะพูดความจริง?"
เมื่อมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของการแสดงออกของหลงเซ้งหลินอย่างชัดเจนก็ทำให้หยวนชูหลิงมองออกไปทางร่างของซูเชียงเฟย์อย่างไม่รู้ตัว
เมื่อหยวนชูหลิงเพิ่งเข้าห้องเรียนใน่เช้านี้ เขาก็ได้ยินข่าวที่แพร่กระจายไปทั่วว่าหลังจากที่ถังซิ่วเมื่อวานนี้ก็ได้เข้าไปที่ห้องพนันและเล่นพนันที่นั่นตลอดทั้งคืน ซูเชียงเฟย์ ซู่ตวนซินและทานหลีเขวียนล้วนแล้วแต่เป็คนปล่อยข่าวเหล่านี้และทุกคนล้วนเชื่อข่าวลือที่ถูกแพร่กระจายโดยทั้งสามคนนี้ได้อย่างง่ายดายเพราะความจริงนั้นถังซิ่วไม่ได้กลับมาที่หอพักเมื่อคืนนี้ พวกเขาพูดถึงถังซิ่วด้วยความดูถูกและแม้ว่าอีกฝ่ายจะมีผลสอบที่ไม่ได้แต่กลับแต่เดินทางไปเล่นเครื่องสล็อตตลอดทั้งคืนแต่ทว่าเมื่อผลการทดสอบรายเดือนของอีกฝ่ายปรากฏขึ้นก็ทำให้ทิศทางของความคิดเห็นของพวกเขาก็เปลี่ยนไปทันที
ทุกคนคิดว่าข่าวลือดังกล่าวได้ถูกเปิดเผยโดยซูเชียงเฟย์ ซู่ตวนซิน และทานหลีเขวียนนั้นก็เพื่อที่จะทำให้ถังซิ่วเสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะทุกคนรู้ดีว่าทั้งสามคนมักจะออกไปเล่นในห้องพนันแต่ทุกๆคนไม่เคยได้ยินว่าถังซิ่วได้เดินทางไปยังสถานที่แห่งนั้นมาก่อนเลย นอกเหนือจากนั้นแล้วการเข้าห้องพนันเองก็ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่พวกเขาเคยทำเพราะว่าเด็กนักเรียนโดยส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่เคยเล่นที่ห้องพนันนี้มาแล้วเช่นเดียวกันและหลายคนยังเล่นตลอดทั้งคืน ดังนั้นแล้วถึงแม้ว่าสิ่งที่พวกเขาทั้งสามคนพูดมานั้นจะเป็ความจริงแต่ทว่าสำหรับนักเรียนห้องสิบแล้วมันก็ไม่มากพอที่จะทำให้เกลียดถังซิ่วแม้แต่น้อย พวกเขารู้สึกใกล้ชิดถังซิ่วยิ่งขึ้น และคิดว่าเขาไม่ใช่คนที่เข้าถึงได้ยาก ในทางตรงกันข้ามกัน พวกเขายิ่งดูถูกพฤติกรรมของซูเชียงเฟย์ ซู่ตวนซิน ทานหลีเขวียนั้แ่พวกเขาเริ่มปล่อยข่าวลือและสร้างปัญหานินทาเพื่อนร่วมห้องให้อาจารย์ฟังตอนที่เขาไม่อยู่ นี่ไม่ใช่สุภาพบุรุษเลย นี่เป็การกระทำของคนไร้เกียรติ
นี่คือพลังของคะแนนเจ็ดร้อยสิบสองคะแนนในผลการทดสอบรายเดือน นี่คือพลังแห่งการแย่งชิงอันดับแรกในชั้นปี เห็นได้ชัดว่าซูเชียงเฟย์และทั้งสามไม่ได้คาดคิดว่าพวกเขาจะล้มเหลวในการทำให้ถังซิ่วนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงและทำให้เขาถูกลงโทษแต่กลับทำให้ตัวเองแปลกแยกจากเพื่อนร่วมชั้นทุกคน มันก็เปรียบเหมือนกับที่พวกเขากำลังพยายามที่จะได้รับประโยชน์แต่จบลงด้วยการสูญเสียที่เลวร้ายพร้อมกับทนความทุกข์ทรมานการสูญเสียเป็สองเท่าหลังจากที่พยายามที่จะหลอกลวงคน
"ไอ้เวรพวกนั้นงั้นหรอ?"
หลังจากมองตามไปยังจุดที่หยวนชูหลิงมองอยู่ หลงเซ้งหลินก็มองไปที่ทิศทางของซูเชียงเฟย์และเพื่อนของเขาในขณะที่มีร่องรอยที่เย็นเยือกเกิดขึ้นในดวงตาเขา เมื่อวานนี้หลงเซ้งหลินรู้แล้วว่าพวกเขาทั้งสามนั้นสะกดรอยตามหลังถังซิ่วเพราะเขาเองก็ได้ติดตามถังซิ่วเช่นเดียวกัน นอกจากนี้เขายังเคยได้ยินคำสาปแช่งและคำหยาบคายที่มีต่อถังซิ่วอีกด้วย
ตอนแรกหลงเซ้งหลินคิดเพียงว่าทั้งสามคนนี้เป็คนสัญจรไปมาแต่พวกเขารู้สึกอิจฉาความสำเร็จของถังซิ่วที่จะกวาดเงินทั้งหมดของห้องพนันไปและพูดคำเ่าั้ออกมา แต่เขาไม่เคยคิดว่าพวกเขาเป็เพื่อนร่วมชั้นของถังซิ่วจึงทำให้เกิดความขยะแขยงขึ้นมาภายในหัวใจของเขา
เมื่อได้เห็นสายตาที่รังเกียจจากหลงเซ้งหลินก็ทำให้ทั้งสามคนได้ลดศีรษะของพวกเขาลงและผิวของพวกเขาเริ่มซีดลง ในความเป็จริงหลังจากที่หลงเซ้งหลินมาถึงห้องเรียนก็ทำให้ซูเชียงเฟย์และเพื่อนล้วนแล้วแต่ก้มศีรษะลงราวกับเป็นกกระจอกเทศที่เอาหัวของพวกเขาซุกลงไปในกองทราย พวกเขาไม่ได้กล้าที่จะหายใจเช่นเดียวเพื่อที่จะไม่ให้หลงเซ้งหลินรู้ถึงการมีอยู่ของพวกเขาแต่พวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าหลงเซ้งหลินจะหันความสนใจมาที่พวกเขา
"เ้าอ้วน นายและฉันเป็เพื่อนกันมานานแล้ว ทำไมนายไม่บอกฉันล่ะว่าถังซิ่วไปอยู่ที่ไหน"
หลังจากที่จ้องมองไปที่ทั้งสามเกลอแล้วก็ทำให้หลงเซ้งหลิมองย้อนกลับมาและถามด้วยความกระวนกระวาย
"นายมาถามฉันแล้วฉันจะไปถามใครล่ะ ลูกพี่ได้รีบวิ่งออกไปหลังจากที่เขาทิ้งจดหมายลาไว้สำหรับวันนี้ เขาบอกว่าเขามีอะไรที่เร่งด่วนมากที่ต้องรีบจัดการ"
เมื่อระลึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาของเขา หยวนชูหลิงตอบด้วยความรู้สึกขมขื่น
"นี่..."
หลงเซ้งหลินตะลึงหลังจากฟังคำตอบของหยวนชูหลิง
"เ้าอ้วน ถ้าหากว่าถังซิ่วกลับมาแล้วก็ต้องรีบโทรหาฉันให้เร็วที่สุดเลยนะ หากว่าเขาไม่กลับมาก่อนเช้าวันพรุ่ง พี่ชายของฉันอาจจะต้องตายจริงๆแน่"
เมื่อไม่พบกับถังซิ่ว หลงเซ้งหลินก็รีบกลับและทิ้งข้อความไว้
หยวนชูหลิงและเฉิงเยี่ยนหนานกำลังจ้องมองกันด้วยตาที่เบิกกว้างขณะที่พวกเขากำลังแสดงความตกตะลึงและใบนใบหน้าของพวกเขา มันเป็ความรู้สึกประหลาดใจที่ถังซิ่วได้นำพามาสู่พวกเขาในสองวันมานี้... มันยิ่งใหญ่เกินไป ก่อนอื่นเขาทำลายสถิติและกลายเป็ผู้ทำคะแนนอันดับหนึ่งของการทดสอบรายเดือนและตอนนี้เขาได้หันเข้าสู่การเป็เทพนักพนันอย่างไม่คาดฝัน
หากว่าเป็คนอื่นที่บอกว่าถังซิ่วเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคการพนัน พวกเขาก็คงจะตะคอกและสาปแช่งอีกฝ่ายแต่เนื่องจากการที่อีกฝ่ายเป็หลงเซ้งหลินและยังได้ขอความช่วยเหลือจากถังซิ่วถึงได้ทำให้แม้ว่าพวกเขาจะไม่อยากจะเชื่อแต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการที่ต้องเชื่อคำพูดนี้
แสงจันทร์สลัวๆได้ฉายเป็เงาดำขนาดใหญ่บนเนินเขาซึ่งเหนือยอดเขานี้มีแสงของดวงดาวฉายลงมาจากฟากฟ้าและห่อหุ้มไปที่ร่างของถังซิ่ว การอาบแสงดาวของเขานั้นทำให้รูขุมขนบนร่างของเขาดูดกลืนแสงดาวทั้งหลายและปรับแต่งมันให้กลายเป็แก่นดาราภายในร่างของเขา
นี่เป็ครั้งที่สองที่ถังซิ่วได้เปิดใช้งานเคล็ดวิชาเชื่อมต่อศิลปะแห่ง์เองั้แ่ที่เขาได้เกิดใหม่ ครั้งแรกที่เขาได้บ่มเพาะวิชาเชื่อมต่อศิลปะแห่ง์นั้นมันเป็ตอนที่เขาพบว่าร่างกายของเขาบังเอิญมีคุณสมบัติในการที่จะบ่มเพาะวิชานี้ เขาเคยได้ศึกษาวิชานี้ตลอดทั้งวันคืนใน่ที่ยังอยู่ในดินแดนแห่งนิรันดร์และในตอนนั้นเองที่โรงพยาบาลซึ่งถือเป็่ที่ร่างกายของเขามีคุณสมบัติในการบ่มเพาะ ด้วยความสงสัยเขาจึงได้ลองเปิดขับเคลื่อนเคล็ดวิชานี้
แต่ตอนนี้เนื่องจากการที่ตัวเขาได้รับวัตถุดิบและส่วนผสมในการสร้างน้ำยาแปลงสภาพแล้วก็ทำให้เขากล้าที่จะขับเคลื่อนเคล็ดวิชานี้และเริ่มฝึกฝนการทักษะการหายใจสำหรับขั้นแรกของเคล็ดวิชาเชื่อมต่อศิลปะแห่ง์ ในขณะที่แสงดาวนั้นกำลังซึมเข้าไปในร่างกายของเขานี้เองที่แก่นดาราภายในร่างของเขากำลังขยายใหญ่ขึ้นด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
หนึ่ง สอง สาม สี่... ใน่ที่ถังซิ่วได้ขับเคลื่อนพลังของมันเป็ครั้งแรกก็ได้สร้างแก่นดาราขึ้นภายในร่างกายของเขาแต่หลังจากที่เคล็ดวิชานั้นได้บ่มเพาะด้วยตัวเองมากว่าหนึ่งเดือนก็ทำให้มันกลายเป็วงกลมเต็มวง เหตุผลที่เขาขับเคลื่อนเคล็ดวิชาเชื่อมต่อศิลปะแห่ง์ครั้งที่สองนั้นคือการที่เขานั่งอยู่บนเส้นชีพจริญญา เมื่อเทียบกับความพยายามครั้งก่อนที่เขาได้เปิดใช้งานก็ต้องบอกเลยว่าความเร็วในการดูดซับแสงดาวนั้นเพิ่มขึ้นประมาณสิบเท่าดังนั้นการควบแน่นของแก่นดาราภายในร่างกายของเขาจึงรวดเร็วขึ้นเช่นกัน
ภายในระยะเวลาสั้นๆของการฝึกฝนสองชั่วโมงนี้เองที่รูปทรงกลมของแก่นดาราภายในร่างกายของเขาเปลี่ยนจากหนึ่งเป็สี่ลูก อย่างไรก็ตามเมื่อทรงกลมของแก่นิญญาภายในร่างกายของเขาเพิ่มขึ้นถึงสี่ลูกแล้วก็ทำให้ความเร็วในการดูดซับของเขาก็ลดลงอย่างรวดเร็วและกล้ามเนื้อที่หน้าและไหล่ของเขาบิดไปมาขณะที่เหงื่อไหลซึมออกมาจากร่างกายของเขาและสร้างเป็สระน้ำอยู่ใต้ก้นของเขา
ความ้าความแข็งแกร่งทางร่างกายที่ใช้สำหรับฝึกเคล็ดวิชาเชื่อมต่อศิลปะแห่ง์นั้นสูงมาก ถึงแม้ว่าถังซิ่วกำลังออกกำลังกายทั้งกลางวันและกลางคืนเป็เวลาประมาณหนึ่งเดือนซึ่งมันช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเขามากแต่ก่อนที่เขาจะแช่ตัวและหล่อหลอมร่างกายเข้ากับน้ำยาปรับสภาพร่างกายนั้น ร่างกายของเขาก็ยังเป็เพียงแค่ของคนปกติธรรมดาทั่วไปเท่านั้น ร่างกายของมนุษย์มีความอดทนที่จำกัดในขณะที่ตันเถียน เส้นพลัง หลอดเืและอวัยวะภายในนั้นยัง้าพักผ่อน มันเป็ไปไม่ได้ที่จะหมุนเวียนพลังงานไปเรื่อยๆ
หลังจากที่แก่นดาราทั้งสี่ได้รับการควบแน่นภายในร่างกายของเขาก็ทำให้เขารู้สึกว่าร่างกายกำลังถึงขีดจำกัดที่สามารถทนได้ พลังที่จุดปะทุออกมาจากภายในแก่นดาราทั้งสี่นั้นทำให้เขารู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังจะะเิออกเป็ชิ้นๆได้ตลอดเวลา
"อ๊ากกกก..."
อาการปวดรุนแรงและเฉียบพลันทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าขณะที่เขากรีดร้องเสียงดังราวกับว่าเสียงของเขาอาจจะทำให้โลกทั้งใบต้องตกตะลึง ร่างกายของเขาเริ่มหมุนกลิ้งไปทุกหนทุกแห่งจนหัวของเขาไปกระแทกเข้ากับก้อนหิน
ใน่เวลานั้นเองที่ตัวเขากำลังทุ่มเทตัวเองอย่างสุดความสามารถและหลังจากที่ ขาระบายอากาศออกจากร่างกายของเขาก็ทำให้เขารู้สึกหิวกระหายอย่างถึงที่สุด ตอนนี้ตัวเขาคิดว่าตัวเองสามารถกินได้แม้กระทั่งวัวทั้งตัวได้เสียด้วยซ้ำ
"ฮะ?! พวกเต่ากับกระต่ายพวกนั้นหายไปไหน"
เมื่อถังซิ่วตั้งใจที่จะกินสัตว์ป่าที่เขาล่ามาเพื่อบรรเทาความหิวก็พบว่าสัตว์ทั้งหมดยกเว้นงูพิษและแมงป่องในกระเป๋านักเรียนของเขาได้หายไปหมดถึงได้ทำให้เขาได้แต่ตกตะลึงอยู่อย่างนั้น
มันเป็ตอนตีหนึ่งที่ถังซิ่วเริ่มการบ่มเพาะ มันจะเป็ไปไม่ได้ที่จะมีใครปีนขึ้นเขาตอนกลางดึกและพวกกระต่ายและเต่าก็ถูกมัดด้วยทักษะพิเศษของเขาจึงเป็ไปไม่ได้สำหรับพวกมันที่จะหลบหนีไปถึงได้พบว่ามันเป็สิ่งที่แปลกประหลาดอย่างมาก
ถังซิ่วรีบสงบจิตใจของตัวเองพร้อมทั้งแสดงสีหน้าท่าทางที่ตื่นเต้นออกมา หากว่าเป็คนปกติธรรมดาทั่วไปก็อาจจะคิดว่าเหนือยอดเขานี้มีผีสิงและกลัวจนอึราดกางเกงพร้อมวิ่งหนีลงไปที่ตีนเขาขณะที่ร้องไห้ฟูมฟายแต่เขาไม่ใช่คนธรรมดา เขาอาศัยและบ่มเพาะภายในดินแดนแห่งนิรันดร์มาเป็เวลากว่าหนึ่งหมื่นปีและยิ่งไปกว่านั้นคือเขาไม่ได้มาที่หมู่บ้านหินล้อมนี้เพื่อเที่ยวชมสถานที่แห่งนี้
"จริงๆ แล้วฉันได้เดินทอดน่องไปรอบๆ เพื่อมองหาแกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่คิดว่าจะพบแกได้ง่ายขนาดนี้"
ถังซิ่วพยายามหาร่องรอยของสัตว์ร้ายและสุดท้ายก็ไม่พบมันแต่ในเวลานี้เขารู้ว่าสัตว์ประหลาดชนิดหนึ่งได้คว้าเอาอาหารไปจากมือของเขา
หลังจากที่จิตใจและจิติญญาสงบลงแล้ว ประสาทการรับรู้ของเขาก็ได้รับความเสริมพลังมากกว่าสิบเท่า เขาได้รับการฝึกฝนวิชาเชื่อมต่อศิลปะแห่ง์เป็เวลาหนึ่งเดือนจึงซึ่งส่งผลให้ความสามารถในการรับรู้ของเขาแข็งแกร่งขึ้นและแข็งแรงกว่าหนึ่งร้อยเท่าเมื่อเทียบกับคนธรรมดา ััของเขาแข็งแกร่งกว่าหนึ่งร้อยเท่าและไม่มีอะไรที่จะหลบหนีออกจากสายตาและหูของเขาได้ เมื่อเขารู้ว่าเหยื่อของเขาหายไปโดยเขาไม่ได้สังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อยดังนั้นสิ่งนี้อธิบายได้ว่าคนที่คว้าเหยื่อของเขาไม่ได้เป็มนุษย์หรือสัตว์ป่าแต่เป็สัตว์ร้ายที่ได้รับการบ่มเพาะพลัง
ถังซิ่วไม่ได้เร่งรีบออกไปตามหาสัตว์ร้ายแต่เขาหยิบไม้แห้งขึ้นมาจากป่าริมถนนและเผามันจากนั้นเขาก็เริ่มที่จะย่างเหยื่อ ใน่ชีวิตหนึ่งหมื่นปีในดินแดนแห่งนิรันดร์นั้นตัวเขาไม่เพียงแค่บรรลุถึงขั้นสุดยอดในการบ่มเพาะเท่านั้นแต่เขามีพร์ในด้านอื่นๆเช่นการเล่นแร่แปรธาตุ การสร้างเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ การวาดข่ายอาคมและการศึกษาอื่นๆหรือความสำเร็จทางด้านศิลปะ โดยรวมแล้วเขาได้เรียนรู้ศาสตร์เ่าั้ในระดับความรู้ที่เท่าเทียมกันถึงได้ทำให้การที่จะมีผู้คนสามารถเทียบเคียงกับเขาได้นั้นมันเป็เื่ที่ยากอย่างมาก
ถังซิ่วมีความสามารถระดับเทพอีกอย่างนั่นก็คือการทำอาหาร เพียงเพื่อเติมเต็มความตะกละของเขาเองก็ทำให้เขาไม่ลังเลที่จะใช้เวลากว่าหนึ่งร้อยปีในการเขาเดินทางไปทั่วประเทศในโลกมนุษย์เบื้องล่างเพื่อค้นหาและศึกษาตำนานต่างๆและในที่สุดเขาก็เรียนรู้ทักษะการทำอาหารระดับพระเ้าซึ่งมีชื่อว่า "การแกะสลักเมฆและตัดดวงจันทร์"
สิบนาทีต่อมา กลิ่นหอมที่ล่อน้ำลายได้ถูกส่งออกมาจากไม้ที่เสียบงูพิษในมือของเขา เขาไม่ได้รีบกินมันแต่กลับเอาเกลือเครื่องปรุงรสผงยี่หร่าและเครื่องเทศสิบสามชนิดออกจากกระเป๋านักเรียนของเขา ตอนนี้เขากำลังปรุงรสงูตัวนี้ด้วยเครื่องปรุงทั้งหมดพร้อมกับลอกหนังงูออกและเผยให้เห็นเนื้อสีขาวนุ่มที่กำลังกลายเป็สีเหลืองทองในขณะที่กลิ่นของเนื้อกำลังลอยไปในอากาศ
ทันใดนั้นที่เขาได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหวส่งออกมาจากสถานที่บางแห่งพลางได้กลิ่นเหม็นพร้อมกลิ่นควันในเวลาเดียวกัน
"สัตว์ร้าย! ฉันรอแกมานานแล้ว!"
ดูเหมือนว่าถังซิ่วจะคาดการณ์สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเอาไว้ก่อนแล้วถึงได้รีบกลิ้งตัวไปด้านหน้าและหลบเลี่ยงโอกาสที่จะโดนซุ่มโจมตีจากทางด้านหลังพลางเตะกองถ่านและเทตัวลงไปทางด้านหลังของเขา