บทที่1
ความลับไม่มีในโลก
สามเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหกพรุ่งนี้เป็วันเปิดภาคเรียนวันแรกของการเป็นักศึกษาชั้นปีที่สี่ของมหาวิทยาลัย หยกนั่งพิงอกร่างสูงบนตักเล็กมีโน้ตบุ๊กวางอยู่ เ้าตัวเลื่อนผลการเรียนและเล่าเื่อาจารย์ที่สอนว่าเป็อย่างไรให้กับอีกฝ่ายฟังเฮียชาร์ทำตัวเป็ผู้ฟังที่ดีมีส่วนร่วมกับทุกคำถามที่คนตัวเล็กเอ่ยถามอย่างออกรสมือใหญ่โอบเอวเล็กเอาไว้ตลอดเวลามีเผลอลูบไล้ไปโดยไม่รู้ตัวบ้างบางครั้ง
“หยกเสียดายมากเลย”
“ไม่เป็ไรคนเก่งหนูทำดีแล้ว” เฮียชาร์หอมศีรษะคนตัวเล็กเบา ๆ อย่างปลอบโยน หลังจากที่ชี้ให้ดูว่าเกรดของปีหนึ่งที่มีเกรดดีโผล่มาหนึ่งตัวทำให้เ้าตัวพลาดที่จะได้รับเกียรตินิยมทั้งที่เกรดเฉลี่ยของตนอยู่อันดับต้นๆ ของห้อง
คำปลอบโยนของเฮียชาร์ช่วยให้ดีขึ้นได้ก็จริงแต่หยกก็ยังรู้สึกเสียดายมันเหมือนกับว่าเขาทำได้ไม่ดีทั้งที่บอกกับตัวเองแล้วว่าจะไม่ทำให้เงินที่เสียไปปีละหลายแสนของเฮียชาร์สูญเปล่า
ถ้าเกิดไม่มีเื่นั้นหยกอาจจะได้รับเกียรตินิยมก็ได้
พอเครียดแล้วหยกก็อยากเติมพลังงานตอนนี้พลังงานสำรองของหยกคือเฮียชาร์ คนเล็กเอี้ยวตัวไปหาแล้วกดริมฝีปากที่มุมปากของเฮียหนักๆ
“อยากจูบเหรอ”
คนตัวเล็กพยักหน้าเฮียชาร์ระบายยิ้มมุมปากพร้อมกับกดริมฝีปากลงบนอวัยวะเดียวกันแทรกเรียวลิ้นเข้าไปในโพรงปาก ดูดกลืนความหวานของอีกฝ่ายทุกหยาดหยด
“อื้อ”
เฮียชาร์ปิดโน้ตบุ๊กโยนมันไปไว้ด้านข้างโดยที่ริมฝีปากยังคงบดจูบคนตัวเล็กอยู่ไม่ห่างหยกเปลี่ยนมานั่งคร่อมตักคนร่างสูงมือใหญ่เลื่อนเข้าไปในกางเกงตัวจิ๋วบีบเคล้นสองแก้มก้นนุ่มอย่างพึงพอใจ อดใจไม่ไหวรั้งกางเกงลงแล้วฟาดเบาๆ
เบาของเฮียแต่สองแก้มก้นของคนตัวเล็กนั้นแดงขึ้นเป็รอยมืออย่างชัดเจน
“อื้อ ฮะ เฮีย”
คนตัวเล็กกระตุกสะโพกหนีเมื่อนิ้วซนของคนร่างสูงวนเวียนอยู่แถวรอยจีบซ้ำยังพยายามจะเข้าไปสำรวจอีกคนตัวเล็กแก้มแดงขึ้นสี เมื่อคืนเฮียชาร์เอาแต่ใจฟาดฟันไม่ยั้ง กว่าจะปล่อยให้หยกได้นอนก็ปาไปเกือบเช้าช่องทางรักเลยบวมเป่งจนต้องกินยาเมื่อเช้า วันนี้เลยต้องงดสอดใส่เด็ดขาดตามคำสั่งของหมอ
“วันนี้ไม่ อ๊ะ! ได้นะครับ...”
ร่างสูงกดจูบหนักๆ สามสี่ทีก่อนที่จะผละออก งดก็งดวะ ไม่อยากให้คนตัวเล็กต้องป่วยอีกพอนึกถึงตอนที่เขาเอาแต่ใจฟัดคนตัวเล็กไปสามวันสามคืนเพราะหน้ามืดในครั้งนั้นก็ทำเอาร่างสูงต้องกัดริมฝีปากข่มใจ
เพราะเป็เื่เมื่อปีก่อนเฮียชาร์เข้าใจผิดคิดว่าเพื่อนสนิทของหยกเป็ลูกค้าอีกคน เฮียชาร์ไม่นิยมใช้ของร่วมกับใครแน่นอนว่าเขาโกรธจนหน้ามืดจับคนตัวเล็กขึ้นเตียง พอหายโกรธก็เพิ่งเห็นว่าคนตัวเล็กนอนแน่นิ่งบนเตียงไม่ส่งเสียงร้องใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตาช่องทางด้านหลังนอกจากจะบวมแล้วยังมีเืออกจนน่าเป็ห่วง
เป็ครั้งแรกที่เฮียชาร์ใจนทำอะไรไม่ถูกอุ้มคนตัวเล็กขึ้นรถโดยที่มีเพียงชุดคลุมอาบน้ำผืนเดียวห่อเรือนกาย ก่อนที่จะขับรถไปยังโรงพยาบาลของเพื่อนสนิททันที
และครั้งนั้นก็เป็ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เฮียใช้กำลังฝืนใจหยก...
“จะนอนหรือไปช็อปปิง”คนร่างสูงก้มลงถามคนในอ้อมกอด หยกระบายยิ้มรู้ว่าเฮียต้องอดกลั้นตัวเองแค่ไหนและการเลือกออกจากห้องนอนชั่วคราวก็เป็ทางเลือกที่ดีที่สุด
“หยกอยากไปช็อปปิงครับ”
“งั้นไปอาบน้ำ”
“เฮียจะ...จะอาบน้ำกับหยกไหม”หยกเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน แต่อีกฝ่ายกลับต้องถอนหายใจออกมาหนัก ๆ
อยากสิอยากอาบให้ฉิบหายแต่กลัวจะอดใจไม่รังแกไม่ไหว...
“เฮียจะไปอาบห้องข้างล่าง”ว่าแล้วก็ก้มลงจูบริมฝีปากสวยทีหนึ่งก่อนผละออก
การไปช็อปปิงของหยกและเฮียชาร์ไม่ได้เหนื่อยเลยแม้แต่น้อยร่างสูงอยู่ในชุดธรรมดาแต่ก็ไม่ได้ต่างจากชุดทำงานปกติของเฮียชาร์เท่าไหร่
ไม่สิต่างนิดหน่อยตรงที่ไม่มีเนกไทละนะ ข้าง ๆ เฮียชาร์คือเด็กหนุ่มหน้าหวานในมือเล็กถือไอศกรีมรสโปรดระหว่างเดินคนร่างสูงก้มลงมาชิมไอศกรีมที่คนตัวเล็กป้อนให้บ้าง เป็ภาพน่ารักน่าอิจฉาให้แก่คนที่เห็นเพราะมัวแต่ให้ความสนใจกับเสื้อผ้าคอลเล็กชันใหม่ทำให้หยกไม่ทันเห็นว่ามีหลายคนมองมาทางนี้บางคนถึงกับจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายเอาไว้แต่ก็ถูกลูกน้องคนสนิทของเฮียชาร์จัดการห้ามเอาไว้
ถุงช็อปปิงของคนตัวเล็กถูกส่งไปให้ถืออีกหนึ่งถุงซ้ำยังมีของเฮียชาร์ที่หยกตั้งใจเลือกให้อีกเป็เสื้อเหมือนกันต่างกันแค่ขนาดไซซ์ของเสื้อความจริงมันก็ไม่ได้เป็เสื้อคู่หรอก เพราะเสื้อเหมือน ๆ กันก็ถูกแขวนเรียงรายเอาไว้เป็สิบตัวบนเชลฟ์
“เฮ้ ชาร์!ทางนี้เว้ย”
หยกเองก็หันไปตามเสียงที่มีคนเรียกเฮียชาร์เหมือนกัน
“อ้าวน้องหยกก็อยู่ด้วยเหรอครับ”พิภพ หรือ ภพ นายแพทย์หนุ่มทายาทเ้าของโรงพยาบาลในเครือ เมดิคอลเซ็นเตอร์ทักทายคนตัวเล็กราวกับรู้จักกันมาก่อนและหยกก็ยกมือไหว้คนมาใหม่
“สวัสดีครับพี่ภพ”
“นายมาทำอะไร”เฮียชาร์ตัดบท พิภพมองใบหน้าไม่สบอารมณ์ของเพื่อนกระตุกยิ้มมุมปาก ดูเหมือนว่าเขาจะมาขัดจังหวะสินะ
“มาห้างก็ต้องมาซื้อของสิวะอ้อ น้องหยกพรุ่งนี้ถึงวันนัดใช่หรือเปล่า พอดีว่าพี่ไม่ได้เข้าโรงพยาบาลแต่จะมีคุณหมออีกคนคอยดูแลนะครับพี่ประสานงานเอาไว้แล้ว”
“อะ เอ่อครับผม” หยกเกร็งเล็กน้อยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองคนร่างสูงที่ยืนอยู่ข้าง ๆเพราะรับรู้ถึงสายตาที่มองมา หยกไม่เคยบอกเฮียชาร์ว่าเขาต้องไปโรงพยาบาลทุกเดือนแต่ดูเหมือนว่าจะมีคนรู้แล้ว
“ภพเอาไว้เรานัดมาดื่มกันสักหน่อยแล้วกัน วันนี้ฉันขอตัวก่อน”ว่าจบก็คว้ามือคนตัวเล็ก “ไปหยกกลับบ้าน”
“เฮียช้าหน่อยครับหยกเดินไม่ทัน”
เฮียชาร์ไม่ได้สนใจเสียงทักท้วงจัดการยกคนตัวเล็กอุ้มขึ้นแล้วเดินต่อไป ปล่อยให้คุณหมอหนุ่มยืนยิ้มอยู่คนเดียวกลางห้างดูเหมือนว่าไม่เจอกันเพียงไม่กี่เดือนเพื่อนสนิทเขาจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยส่วนสาเหตุนั้นคงไม่ต้องเดากันหรอกในเมื่ออุ้มกันออกไปเสียขนาดนั้น
ทำร้ายคนโสดอย่างเขาจริงๆ เลย
ทางด้านของหยกที่นั่งตัวลีบอยู่ด้านหลังโดยมีเฮียชาร์นั่งขนาบข้างขณะที่รถกำลังเคลื่อนตัวออกไประหว่างทางเฮียชาร์ไม่ได้พูดอะไรเลยหยกคอยถามว่าเฮียหิวไหม เขาก็ไม่ตอบ คนตัวเล็กหันกลับมานั่งนิ่งอย่างน้อยใจพยายามไม่ทำตัวให้เฮียรำคาญแอบน้ำตาไหลเงียบ ๆ โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้หรือไม่ได้สนใจ นั่นคือสิ่งที่หยกไปเอง
มัสแตงสีดำเข้ามาจอดหน้าคอนโดหรูเฮียชาร์เป็ฝ่ายหยิบถุงช็อปปิงทุกอย่างและสั่งให้ลูกน้องกลับไปมือใหญ่ถือถุงพะรุงพะรังเดินนำหน้าคนตัวเล็กไปก่อนความจริงเขารีบอยากเข้าห้องและรีบเคลียร์แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะคิดว่าร่างสูงพยายามจะเดินหนีตนเอง
โครม
“อ้ะ!”
เสียงสะดุดล้มจากด้านหลังทำให้เฮียชาร์รู้สึกตัวเขาเดินมาถึงในห้องรับแขกโดยที่หยกเพิ่งจะเดินพ้นประตูมาด้วยความรีบร้อนบวกกับความกังวลเลยเดินสะดุดขาตัวเองจนล้มลงไปกับพื้นแข็ง
“เป็อะไรไหมเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
หยกส่ายหัวพยายามลุกขึ้นรู้สึกแสบที่หัวเข่าแต่ไม่เท่ากับเ้าก้อนเนื้อที่อกด้านซ้ายที่รู้สึกปวดหนึบริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ร้องไห้ออกมาปฏิกิริยาทุกอย่างของหยกอยู่ในสายตาของเฮียชาร์ มือใหญ่ช้อนใบหน้าสวยขึ้นมาดวงตาคมฉายแววใเมื่อเห็นใบหน้าของคนตัวเล็กแดงก่ำ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันจนห้อเื
“ฮึก...”
“ร้องไห้ทำไมคนดี”
พอเฮียชาร์พูดด้วยราวกับปลดล็อกความรู้สึกคนตัวเล็กสะอื้นจนตัวโยนไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ ร่างสูงใก่อนที่จะตัดสินใจอุ้มอีกฝ่ายขึ้นพามานั่งที่โซฟากลางห้องโดยมีเก้าอี้พิเศษให้คนตัวเล็กก็คือตักของเขาเอง
“ไม่ร้องหนูก็รู้ว่าเฮียปลอบไม่เก่ง”
“ฮึก...ไม่เป็...อึก...ไรครับ”พูดไปสะอื้นไปอย่างห้ามไม่ได้ หยกเหมือนเด็กน้อยเฮียชาร์ใช้เวลาในการกอดและลูบหลังคนตัวเล็กร่วมชั่วโมงกว่าอีกฝ่ายจะหายสะอื้นเสื้อของเขามีแต่ร่องรอยความเปียกชื้นจากคราบน้ำตาของคนตัวเล็ก
“ดีขึ้นหรือยัง”
“ดีแล้วครับ”พูดเสียงอู้อี้อยู่ในอกของเฮียชาร์ หายสะอื้นแล้วแต่ไม่อยากผละออกจากอ้อมอกแกร่งหยกทั้งเขินทั้งอายที่ร้องไห้และสูดน้ำมูกอย่างกับเด็กน้อย
“หนูร้องไห้ทำไม”มือหนาจับมืออีกฝ่ายขึ้นประสานเมื่อมือเล็กเลื่อนมาจับ ๆ จิ้ม ๆ ที่หลังมือเขาอยู่นานสองนาน
“ก็เฮีย...เดินเร็วไม่รอหยกไม่พูดกับหยกในรถ...”
“เฮียใจร้อนกลัวจะพูดไม่ดีใส่ไม่คิดว่าหนูจะร้องไห้”
หยกพยักหน้าเบาๆ แล้วซุกใบหน้ากับอกเฮียต่อ
“เฮียขอโทษ”ร่างสูงเอ่ย ทำเอาริมฝีปากของหยกระบายยิ้มอย่างใจฟูแต่ทว่ายิ้มได้ไม่นานคนที่กอดอยู่ก็เอ่ยถามเสียงเข้ม
“แล้วสรุปว่าหนูสนิทกับไอ้ภพขนาดไหนฮึ” สรรพนามเรียกเพื่อนเปลี่ยนไปมั่นใจได้ว่าหากพิภพได้ยินเพื่อนเรียกแบบนั้นต้องมีสวนกลับกันบ้าง
“พี่ภพ...”
“เรียกไอ้ภพ”
“ยะหยกจะเรียกแบบนั้นได้ยังไงล่ะครับ” คนตัวเล็กผละออกจากอกแกร่งแล้วเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงก่อนที่จะโอบรอบลำคอหนาพร้อมกับยื่นใบหน้าไปกดจูบหนัก ๆ ที่มุมปากของอีกฝ่ายแล้วผละออก
“พี่ภพเป็คุณหมอที่เอ่อ ฉีดยาให้หยกครับ”
“ยา? ยาอะไร”
“....”
หยกค่อย ๆดึงมือที่ประสานกับเฮียออกมาประสานอยู่ที่ตักตนเองแทนริมฝีปากเม้มเข้าหากันอย่างประหม่า ความรู้สึกเก่า ๆ ที่ไม่เคยได้รับรู้มาตั้งนานก็เริ่มผุดขึ้นมาครอบงำหัวใจดวงน้อยๆ ของคนตัวเล็ก คำก่นด่าที่ไม่เคยได้ยินมานานตลอดหลายปีที่ผ่านมากลับเริ่มดังขึ้นในหัวทีละนิด
พวกมึงสองคนมันแปลกประหลาด!
มึงไม่น่าเกิดมาเลยอีหยก!
“...”
“หนู...”
“ปะ แปลก...”
“หยกได้ยินเฮียไหม..หยก”
“หยกไม่แปลก...หยกไม่อยากแปลก!”
เฮียชาร์รู้สึกถึงร่างที่สั่นเทาอยู่บนตักมือแกร่งอุ้มอีกฝ่ายให้หันหน้ามาคร่อมตักแทนใบหน้าสวยเหม่อลอยจนเขาต้องเขย่าร่างหยกและเรียกหลายครั้งดวงตากลมถึงกลับมาจดจ้องเขาเหมือนเดิม
“ฮะ..เฮีย”
“เฮียเอง”เฮียชาร์ดึงคนตัวเล็กเข้ามากอดเื่อะไรนั่นเขาไม่อยากรู้ก็ได้หากมันทำให้อีกฝ่ายรู้สึกกลัวถึงขนาดนั้นแม้ในใจของเขาจะอยากรู้มากก็ตาม
“ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอกเฮียรอได้” เขาไม่ได้พูดเพื่อให้คนตัวเล็กสบายใจหรอก ที่ว่ารอได้ก็คือรอได้จริง ๆ หยกซุกอยู่ในอกชั่งใจอยู่นานว่าจะบอกดีไหมเื่ของร่างกายของเขาพยายามจะทำใจว่าหากเฮียรังเกียจหรือรู้สึกว่าหยกเป็ตัวประหลาดขึ้นมาจะทำอย่างไร หรือว่าเขาต้องกลับไปอยู่อย่างหลบซ่อนตัวจากคนคนนั้นเหมือนเดิมงั้นเหรอ
แต่หยกไม่อยากจะกลับไปอยู่ในจุดนั้นอีกแล้ว...
“หยกขอโทษ”
“....” เฮียชาร์ไม่ได้เอ่ยอะไรนอกจากดึงคนตัวเล็กเข้ามาจูบริมฝีปากหยักกดจูบที่อวัยวะเดียวกัน ไม่ได้ลึกซึ้งเหมือนครั้งที่แล้วมา แต่กลับรู้สึกได้ถึงความรู้สึกของคนตัวเล็กผ่านััเดียวกันนี้
เสียงจุ๊บดังขึ้นเบาๆ อยู่หลายครั้งทำเอาคนในอ้อมกอดเขินจนต้องใช้มือดันใบหน้าคมให้ออกห่าง แต่อีกฝ่ายกลับจุ๊บลงที่ฝ่ามือเล็กซ้ำยังทำให้เกิดเสียงอีกด้วย
“เฮียครับพอได้แล้ววว”
“หึมือหนูเล็กมาก ดูสิวางทั้งหน้าเฮียยังไม่มิดเลย” ไม่ว่าเปล่าร่างสูงจับมือเล็กกางออกแล้วทาบที่ใบหน้าตนเองไรหนวดจาง ๆ ของเฮียชาร์ครูดไปมาอยู่ที่ฝ่ามือเล็กทำเอาหยกรู้สึกจั๊กจี้ไม่น้อย
“คิกคิก เฮียหยกจั๊กจี้ หนวดเฮียทิ่มมือหยก”
“หืมเพิ่งโกนไปเอง” คนบอกเพิ่งโกนใช้เคราถูกับข้อมืออีกฝ่ายไล่จนไปถึงซอกคอหอมกรุ่นจนหยกต้องหดลำคอหนีคนขี้แกล้ง
“เฮียไม่แกล้งอะ อื้อ!”
“ขนลุกเลยเหรอ”
“พะ เพราะเฮียเลย”หยกผละออกแล้วลุกขึ้นจากตักแกร่ง แม้จะเสียดายแต่ว่าเขาตัดสินใจแล้วว่าจะบอก
“เฮีย”
“ว่าไงครับ”
“เฮียนั่งรอหยกอยู่นี่ก่อนนะเดี๋ยวหยกมา” เฮียชาร์พยักหน้า คนตัวเล็กเดินกลับเข้าไปในห้องนอน สักพักก็กลับมาพร้อมกับซองสีน้ำตาลมุมบนมีตราของโรงพยาบาลของเพื่อนสนิทติดอยู่ด้วย
“นี่เป็....ผลตรวจของหยก”
เฮียชาร์หยิบซองน้ำตาลขึ้นแกะซองดึงแผ่นกระดาษออกมาคิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นข้อความในเอกสารดวงตาคมไล่อ่านั้แ่บรรทัดแรกยันบรรทัดสุดท้าย ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองคนตัวเล็กที่มีสีหน้าประหม่าอย่างชัดเจน
ในกระดาษแผ่นนี้บอกทุกอย่างร่างสูงเลิกคิ้วก่อนที่จะเอ่ยกับอีกฝ่าย
“แล้วมันมีปัญหายังไงครับ”
“กะก็...เฮียไม่รังเกียจหยกเหรอ”
“ทำไมเฮียต้องรู้สึกอย่างนั้นด้วยล่ะ?”
“ก็มีคน...รังเกียจที่หยกเป็แบบนั้นพวกเขารังเกียจที่หยก...”
“....”
“ที่หยกท้องได้เหมือนผู้หญิง”
ร่างสูงนิ่งไปหลังจากที่ได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงโศกเศร้าอย่างเห็นได้ชัด
“มานี่มา”
เฮียชาร์วางเอกสารไว้ข้างตัวก่อนที่จะรั้งคนตัวเล็กให้มานั่งบนตักตนแล้วเกยคางกับไหล่มนริมฝีปากหยักยกยิ้มไม่หุบั้แ่เห็นเอกสารตรวจร่างกายของหยกที่บอกว่าหยกมีมดลูกสามารถท้องได้และแนะนำให้หยกมาปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญแน่นอนว่าที่เมดิคอลเซ็นเตอร์มีผู้เชี่ยวชาญอยู่แล้วหยกไม่ใช่ผู้ชายคนแรกที่สามารถท้องได้
เฮียชาร์เองก็มีเพื่อนสนิทผู้ชายที่มีลักษณะเดียวกันกับหยกแต่ไม่คิดว่าตัวเองจะเจอคนที่สามารถท้องได้อีกคนแบบนี้สงสัยต้องหาเวลาให้หยกไปเจอเพื่อนคนนั้นเสียหน่อย
“หยก”
“คะ ครับ...”
“หนูน่ะปกติมากนะร่างกายก็แข็งแรงแถมยังพร้อมมีลูกอีก ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว”
“อื้อ! เฮีย มะมีลูกอะไรครับ...” หยกแก้มแดง เขาไม่เคยนึกถึงการมีลูกมาก่อนเลยสักครั้ง
“หึหึ”เฮียชาร์กอดแล้วโยกตัวไปมา
“งั้นที่ไปโรงพยาบาลก็คือ?”
“หยกไป..ฝังยาคุมครับ”คนตัวเล็กเอ่ยเสียงอู้อี้อย่างขัดเขินตนเองไม่เคยบอกเฮียชาร์ว่าสามารถท้องได้และบางครั้งตอนร่วมรักกันอีกฝ่ายก็ไม่ชอบสวมถุงยางถ้าเกิดหยกพลาดท้องขึ้นมาละก็คงเป็เื่ใหญ่ เพราะการจะมีลูกคนหนึ่งนั้นหยกคิดเสมอว่าลูกเขาต้องเกิดจากความรักของพ่อและแม่เด็กที่เกิดมาคือความรับผิดชอบของทั้งคู่ไม่ใช่เกิดจากความผิดพลาดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
เหมือนอย่างที่หยกเจอ...
พ่อกับแม่ของหยกอยู่กินกันโดยไม่ได้แต่งงานเพราะแม่ของเขาพลาดท้องขึ้นมาหลังจากคลอดหยกและน้องชายฝาแฝดอีกคนแม่ก็หนีไปไม่กลับมาอีกเลยหลังจากนั้นไม่กี่ปีหยกกับน้องก็เกิดมีอาการแปลก ๆ จนกระทั่งหมอตรวจร่างกายของหยกกับน้องผลออกมาว่าพวกเขาสองคนมีมดลูกสามารถท้องได้เหมือนผู้หญิง แต่พ่อรับไม่ได้จึงทุบตีพวกเขาทุกวัน
ไม่กี่เดือนต่อมาแม่ก็รู้เื่ที่หยกกับน้องชายฝาแฝดสามารถท้องได้เลยกลับมาเอาตัวน้องไปทิ้งให้หยกอยู่กับพ่อ จนกระทั่งขึ้นมัธยมปลายหยกหนีออกจากบ้านทำงานร้านข้าวแกงเป็เด็กล้างจานหาเงินส่งตัวเองเรียน ที่เรียนจบมัธยมปลายเพราะสอบชิงทุนได้ทุนเรียนฟรีจนจบการศึกษาความหวังการเรียนต่อมหาลัยของเด็กหนุ่มหมดสิ้นจนกระทั่งได้เจอกับเฮียชาร์ในคืนนั้น
ชีวิตของหยกก็เปลี่ยนไป...
แต่ถ้าหากให้ย้อนกลับไปหยกก็ยังจะเลือกที่จะขึ้นรถมากับเฮียชาร์เหมือนเดิม
“ฝังยาคุม?”
“ครับ”
“ตรงไหน”
“ที่ต้นแขนครับพรุ่งนี้ถึงวันนัดที่ต้องไปฝังใหม่”
“เฮียจะไปด้วย”
วันต่อมาเฮียชาร์พาหยกไปโรงพยาบาลคนตัวเล็กเข้าไปตรวจร่างกายและกรอกประวัติข้อมูลโดยมีเฮียชาร์ตามติดตัวทุกครั้งแม้แต่ตอนวัดความดันขนาดพยาบาลที่ดูแลยังมองภาพทั้งคู่เป็ภาพน่ารักขึ้นมาเลย
“คุณฐานิฏฐ์เชิญด้านในค่ะ”
“ผมเข้าไปด้วยได้ไหมครับ”เฮียชาร์เอ่ยถาม เมื่อได้รับอนุญาตก็ตามเข้าไปด้านใน หมอพูดคุยกับคนตัวเล็กอย่างเป็กันเองเป็การพูดคุยเพื่อไม่ให้คนไข้กดดัน แต่ดูเหมือนจะมีคนกดดันกว่า
“เฮียทำไมมือเย็นจัง”หยกเอ่ยถามเ้าของมือหนาที่กอบกุมอยู่
“หน้าซีดด้วยเฮียจะเป็ลมเหรอครับ?”
“ฮึ”เฮียชาร์ส่ายหัว ความจริงเขาแค่รู้สึกเจ็บแทนคนตัวเล็กเท่านั้นร่างสูงเบือนหน้าหนีตอนที่หมอใช้เข็มแทงเนื้อขาวนวลแต่มือของเฮียชาร์ก็ยังประสานมืออีกข้างของหยกเอาไว้ราวกับจะเป็กำลังใจให้แต่ดูเหมือนจะตรงกันข้ามมากกว่า
หยกบีบมือที่ประสานกับเฮียชาร์เบาๆ ให้รู้ว่าเขาไม่เป็ไร หยกชินแล้วและอีกอย่างฤทธิ์ของยาชาก็ไม่ได้ทำให้เจ็บมากพอหมอชวนคุยก็ลืมไปว่าทำอะไรอยู่แถมตอนนี้ยังมีเฮียให้ห่วงแทนหยกเลยไม่ได้จดจ่อกับการฝังยาคุม
“เสร็จเรียบร้อยแล้วครับคุณชาร์ลีเข้มแข็งมาก” หมอไม่วายเอ่ยแซว
“อย่าแซวครับหมอ”เฮียชาร์จับมือขอบคุณหมอรุ่นน้องของเพื่อนสนิท ก่อนที่จะประคองคนตัวเล็กออกมาทั้งที่จริงหยกก็สบายดีเดินเองได้ แต่อีกฝ่ายอยากจะช่วยหยกก็ไม่ขัด
ก่อนจะกลับทั้งคู่แวะรับประทานอาหารกลางวันร้านอาหารจีนร้านโปรดของเฮียชาร์คนตัวเล็กเจริญอาหารมากกว่าปกติ ไม่ว่าเฮียจะสั่งอะไรมาหยกก็ทานจนหมดร่างสูงมองคนตัวเล็กหยิบจับอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยเขาก็อร่อยตามไปด้วยก่อนกลับเฮียชาร์สั่งชุดติ่มซำกลับบ้านชุดหนึ่งทำเอาคนข้างกายยิ้มจนแก้มแทบปริ
หยกนั่งอยู่ในรถมือเล็กจับกล่องติ่มซำที่วางอยู่บนตักเล็กเฮียส่ายหัวพลางจะหยิบออกไปวางที่อื่นให้เพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะเมื่อย แต่คนตัวเล็กก็ไม่ยอมจนร่างสูงต้องหาเหตุผลมาอ้างว่าถ้ามันหกจะได้อดกินนั่นแหละหยกถึงยอมให้เฮียชาร์หยิบมันไปวางเอาไว้เบาะหลังแทน ระหว่างทางคนตัวเล็กลอบมองด้านหลังเป็ระยะพอเห็นว่ากล่องมันยังอยู่ดีก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดีแล้วหันมาพูดคุยกับเฮียชาร์ต่อ
แต่เมื่อกี้เฮียพูดถึงไหนแล้วนะ
“เมื่อกี้เฮียว่าอะไรเหรอครับหยกฟังไม่ทัน”
ไม่ใช่ฟังไม่ทันแต่ไม่ได้ฟังเลยมากกว่า