เป็นเวลาหลายวันที่ฉู่เฟิงเข้าๆ ออกๆ ภูเขาบรรพกาลเหมือนกับเขาค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละนิด จากวิตกกังวล เหงื่อแตก เห็นเลือดไม่ได้ก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเยือกเย็น สงบ มั่นคง สามารถเอาตัวรอด ฟาดฟันและดำรงชีวิตอยู่ในป่าลึกดึกดำบรรพ์นั้นได้
เขาหมั่นฝึกเพลงหมัดไม่ว่างเว้น ก้าวหน้าอย่างมั่นคงเข้าใจหมัดปีศาจวัวทั้งเก้ากระบวนท่าอย่างถ่องแท้
บนเขา ต้นไม้ใหญ่แน่นขนัดข้ามผ่านวันเวลาอันเนิ่นนานจนสูงตระหง่านเทียมเมฆ ฉู่เฟิงเดินผ่านป่าไป ครั้งนี้หวงหนิวไม่ได้ตามเขามาด้วยมีเพียงเขาตัวคนเดียว
“ก๊า!”
เสียงหวีดร้องของนกล่าเหยื่อดังสนั่นประดุจเสียงฟ้าผ่าลั่นขึ้นที่ข้างหูของเขา ในอากาศนกล่าเหยื่อสีดำตัวหนึ่งทิ้งตัวลงมาอย่างรวดเร็ว กระแสลมตีรุนแรง
มันเป็นนกล่าเหยื่อตัวหนึ่ง สีดำสนิทไปทั้งตัวอย่างกับว่าหลอมมาจากโลหะสีดำ ประกายเงาแวววาวเหมือนโลหะส่องเย็นเยียบแม้กระทั่งกรงเล็บก็เป็นสีดำ แหลมคมอย่างไม่มีสิ่งใดต้านทาน
แกรก!
ฉู่เฟิงหลบฉากเข้าที่ด้านหลังหินก้อนมหึมาหนักเกือบตันกรงเล็บคู่นั้นพุ่งเข้าขยุ้มหินกระจาย น่าประหวั่นพรั่นพรึง
นกยักษ์สีดำตัวนี้ มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่มีสีแดงฉานส่องประกายเยียบเย็น ดุดัน ดูแล้วเหี้ยมโหดเป็นอย่างยิ่ง
มันตัวใหญ่อย่างนี้ ฉีกช้างตัวใหญ่กินเป็นอาหารยังได้เลย!
ฮือ...
ลมโหมพัดรุนแรง มันทิ้งตัวลงมาอีกครั้งอย่างไม่หวาดหวั่นดงป่าไม้ขนนกสีดำขลับของมันแข็งดั่งเหล็ก ถึงกับตัดต้นไม้ขนาดใหญ่สะบั้นไปแถบใบไม้ปลิวว่อน
ฉู่เฟิงไร้ซึ่งความเกรงกลัว ผ่านการฝึกฝนมาหลายวันเขาเหมือนกับได้สลัดคราบคนเก่าออกไปแล้ว ยามที่อยู่ในดินแดนแห่งบรรพกาลนี้ทุกย่างก้าวเยือกเย็นไร้หวาดหวั่น ห้าวหาญดุดัน
การฟาดฟันปะทะ ใช้เวลานานถึงสิบห้านาทีเต็มๆ
สุดท้าย ฉู่เฟิงถีบตัวอย่างแรง เปิดรับการโจมตีของนกยักษ์กลางอากาศ
วินาทีนั้น หมัดกระบวนท่าที่เก้า ดุจดั่งตราพลิกฟ้า1 ก็ไม่ปาน แข็งแกร่งดุดันบ้าคลั่งเหมือนกับสามารถทลายการป้องกันทั้งหมดทั้งมวลได้พลังโจมตีทั้งหมดทุ่มใส่ตำแหน่งอกของนกยักษ์สีดำ
ฟุ่บ!
ส่วนอกของมันยุบลงไปจากนั้นก็แตกออก เผยให้เห็นช่องว่างขนาดใหญ่เลือดสดๆ สาดกระจาย
ซากใหญ่โตของมันร่วงหัวทิ่ม กระแทกลงกับพื้น แผ่นดินไหวรุนแรงต้นไม้โบราณโดยรอบถูกเขย่าโยก ก้อนหินกลิ้งกระจาย
เลือดนกยักษ์ท่วมตัวฉู่เฟิง เขายืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ตรงนั้นนิ่งอย่างยิ่ง ยืนมองอย่างเฉยเมยไร้ซึ่งความตื่นกลัวอย่างที่เคยเป็นมาเมื่อหลายวันก่อน
จากนั้น เขาก็แบกก้อนเนื้อนกยักษ์ขึ้นหลังแล้วออกเดิน
“วันนี้ชิมเนื้อนกยักษ์หน่อยก็แล้วกัน”
ในบ้าน เขาทำความสะอาดแล้วใช้กระบี่สั้นสีดำหั่นเนื้อจากนั้นนำไปจัดการต้ม ย่าง ทอด ทำอาหารจานนกสารพัดอย่างในครัว
“อร่อยเด็ดจริงๆ!” ฉู่เฟิงร้องชม
ที่สำคัญก็คือ เนื้อสัตว์ป่าที่ล่ามาได้ในช่วงหลายวันมานี้เต็มไปด้วยสารอาหารและพลังงานอย่างน่าตกใจ มันช่วยชดเชยส่วนที่ร่างกายต้องการมีประโยชน์ต่อเขาอย่างยิ่งเวลาฝึกซ้อมมวย ร่างกายเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก
“มอ!”
หวงหนิวปริ่มเปรมอย่างยิ่ง พุงบวมเป่งหลายวันมานี้มันอ้วนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตัวบวมเนื้อแน่น
“แกอยู่บ้านทำตัวดีๆ นะฉันจะเอาเนื้อป่าไปให้ลุงหลิวกับจ้าวซานเหยียสักหน่อย” ฉู่เฟิงบอกหวงหนิวหลังจากกินอิ่มแล้ว
หลายวันมานี้เนื้อที่เขาแบ่งไปให้ลุงหลิวร้านขายของเก่าและจ้าวซานเหยียร้านทำอาวุธต่างได้รับคำชมเปาะว่าคุณภาพดีเยี่ยม
แน่นอน เขาไม่บอกอยู่แล้วว่าเป็นเนื้อของสัตว์ประหลาดพวกนั้น
ฟ้าใกล้มืด ฉู่เฟิงถือห่อเนื้อร้อนๆ สองห่อใหญ่ออกมาที่สวนอดไม่ได้ที่จะแวะไปดูแปลงดอกไม้เสียหน่อย เขาสำรวจดูอย่างละเอียด
น่าเสียดาย ไม่ยักมีต้นอ่อนโผล่ออกมา
หวงหนิวเห็นฉู่เฟิงมองมาทางมันก็ครั่นเนื้อครั่นตัว รู้สึกได้ว่าสายตาของเขาที่มองมามีความหมายเชิงลบมันถลึงตาวัวใส่ทันที จากนั้นปิดประตูใส่ดังปัง
“บ้าเอ๊ย แกคิดว่าฉันขาดขี้ของแกไม่ได้หรือไงหา? ตอนนี้ นอกจากขี้มังกรแล้ว จะขี้สัตว์ประหลาดอะไรฉันก็หาได้หมดแหละนี่ถ้าหากไม่ห่วงว่าจะทำเจ้าแม่ซีหวังหมู่กับจิ่วเทียนเสวียนหนี่ว์มัวหมองล่ะก็ฉันลงมือกับแกไปนานแล้ว!” ฉู่เฟิงตอบแล้วหัวเราะร่า
“มอ!”
บ้านทั้งหลังไหวโยก หวงหนิวถูกหยามจนเดือด
ฉู่เฟิงไม่สนใจมัน ออกเดินไปตามทางอันเงียบสงบ
ตอนกลับบ้านนั้น เคียวจันทร์แขวนอยู่บนฟ้า แสงดาวรางเลือน ดึกมากแล้วเพราะทั้งลุงหลิวร้านขายของเก่าและจ้าวซานเหยียร้านทำอาวุธต่างก็ดึงตัวเขาไว้จิบเหล้าอยู่เป็นนาน
ห่างจากตัวบ้านไม่ไกล ฉู่เฟิงมองเห็นแสงสีทองสายหนึ่ง เป็นหวงหนิวแน่ๆไอ้หมอนี่เดินออกมาจากสวนท่าทางหัวหด ลับๆ ล่อๆ
ฉู่เฟิงแฝงตัวเข้าตรงหัวมุมถนน แปลกใจอย่างยิ่งไอ้หมอนี่มีเรื่องลึกลับอะไรกัน ทำอะไรแปลกๆดึกดื่นค่อนคืนแล้วยังจะแอบออกไปที่ป่าผลไม้ทำไม?
เขาประหลาดใจอย่างมาก ใช้วิธีที่หวงหนิวสอนเขา กระชับร่างกายเก็บกลิ่นอายไม่ให้เล็ดลอดออกไป จากนั้นลอบสะกดรอยตามมันไป
หวงหนิวทำตัวเหมือนขโมย ระวังตัวแจ เหลียวหน้าเหลียวหลังอยู่บ่อยๆบางทีจู่ๆ ก็หันขวับกลับมามอง เหมือนกลัวว่าจะมีใครสะกดรอยตาม
“มีกลิ่นตุๆ!”
ฉู่เฟิงพึมพำ เขาว่าไอ้หมอนี่ต้องมีอะไรแน่ๆ ไม่อย่างนั้นมันไม่ระวังตัวแจทำตัวอย่างกับหัวขโมย เดินไประวังหลังไปอย่างนี้หรอก
ไม่ต้องสงสัยเลย มันระแวงเขา กลัวเขาจะตามมันไป
ฉู่เฟิงต้องคอยหยุดฝีเท้า ทิ้งระยะห่าง เขารู้ว่าหวงหนิวเฉียบไวอย่างยิ่งเป็นสัมผัสอย่างที่ใกล้เคียงกับสัญชาตญาณ หากเข้าใกล้เกินไป จะต้องถูกมันจับได้แน่นอน
เมื่อไม่นานมานี้ ตั้งแต่เขาฝึกวิชาหมัดสำเร็จ ก็เกิดความรู้สึกเช่นนี้แม้ว่าไม่อาจเห็นสัตว์ร้ายที่อยู่ห่างไกลได้ แต่ก็สามารถรับรู้ได้ก่อน
สิ่งนี้เป็นสัญชาตญาณดิบ!
ด้วยระยะทางที่ทอดห่าง ฉู่เฟิงมั่นใจว่าหวงหนิวไม่เห็นเขาเขาตามไปอย่างไม่ช้าไม่เร็ว แต่กระนั้นก็ยังทันเห็นแสงสีทองอ่อนจางๆมุ่งเข้าไปในสวนผลไม้
ในที่สุด หวงหนิวก็หยุด แล้วหันขวับไปมองด้านหลังยืนยันให้มั่นใจว่ามีใครตามมาหรือไม่
ฉู่เฟิงด่ามันในใจ ไอ้วัวบ้านี่ระวังตัวแจเกินไปแล้ว มันมีอะไรกันแน่ถึงต้องระวังขนาดนี้เขารีบหลบเข้าข้างหลังต้นท้อเก่าแก่ต้นหนึ่ง ซุ่มนิ่งไม่ขยับเขยื้อน
ไม่นานนัก ฉู่เฟิงก็เห็นหวงหนิวทำท่าเหมือนกำลังขุดดิน จากนั้นก็เหมือนกำลังกลบฝังอะไรสักอย่าง
“ไอ้หมอนี่กำลังฝังสมบัติเหรอ? หน็อย บังอาจทำอะไรลับหลังฉัน!”ฉู่เฟิงเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่ยังข่มอารมณ์ อดทนแอบรออยู่หลังต้นท้อโบราณไม่กระดุกกระดิก
หวงหนิวท่าทางพออกพอใจ ไม่รู้ว่ามันฝังอะไรไว้ จากนั้นวิ่งเหยาะๆ กลับบ้านครางในคออย่างมีความสุขตลอดทาง
“ไอ้ลูกวัว คิดจะปิดฉันเหรอ ไม่มีทาง! เดี๋ยวฉันจะกวาดให้เรียบจนแกร้องไม่ออกเลยทีเดียว”
ฉู่เฟิงลอบวางแผน ใบหน้าเผยรอยยิ้มสะใจอย่างอดไม่ได้
นึกภาพถึงตอนที่หวงหนิวมาที่นี่แล้วพบแต่ความว่างเปล่าได้โมโหกระทืบกีบจมดินแน่ๆ
“เหอะๆ!” ฉู่เฟิงยิ้ม รอจนหวงหนิวพ้นไปแล้ว เขาถึงค่อยๆ ออกมาจากหลังต้นไม้เตรียมขุดสมบัติขึ้นมา
เขารู้ดี ไอ้หนิวหมัวหวังมันช่างเลือกอะไรก็ตามที่เข้าตามันจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“หรือว่าหลายครั้งก่อนที่ขึ้นมาบนเขา มันแอบไปได้ของดีอะไรมา?” ฉู่เฟิงคาดเดา
ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียงบางอย่าง ถึงจะอยู่ห่างไกลแต่ความรู้สึกอันว่องไวของเขากลับสัมผัสได้
ดึกอย่างนี้ ยังจะมีใครมาที่สวนผลไม้อีก? มันทำให้เขาระแวดระวังอย่างมาก
เขาถอยกลับไปหลังต้นไม้ ทำตัวเงียบอีกครั้ง กระชับร่างกายเก็บกลิ่นอายทั้งหมด เพียงพริบตาก็กลมกลืนไปกับราตรีอันไร้ขอบเขต
บนท้องฟ้า ปรากฏค้างคาวยักษ์ตัวหนึ่ง ค่อยๆ ร่อนลงยังป่าผลไม้
ฉู่เฟิงถึงกับตะลึง!
จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้ว จริงๆ แล้วนั่นคือชายหนุ่มผู้หนึ่งแต่มีปีกเนื้อหน้าตาเหมือนปีกปีศาจงอกออกมาคู่หนึ่งทำให้แลดูเหมือนค้างคาวยักษ์มันร่อนลงอย่างไร้สุ้มเสียง
ขณะเดียวกัน บนพื้นดิน หญิงสาวผู้หนึ่งปรากฏกายดุจดั่งสายลมแทบจะเป็นเวลาเดียวกันกับที่ชายหนุ่มมาถึง
ชายหนุ่มที่มีปีกปีศาจ ใบหน้าอ่อนโยน เรียกได้ว่างดงามอย่างยิ่งเขาร่อนลงตรงตำแหน่งที่หวงหนิวฝังสมบัติไว้พอดี
ส่วนหญิงสาวนั้นหน้าตาเรียกได้ว่าธรรมดา แต่ว่าชอบแต่งตัวเรียวปากสีแดงสด พรมน้ำหอม แฟชั่นจ๋า นอกจากนี้กลางค่ำกลางคืนกลับแต่งชุดสีขาวราวกับหิมะ
“เมื่อกี้นี้มันตัวอะไร แสงสีทองเลือนๆ ไม่ชัดเจนฉันดูแล้วเหมือนเป็นวัวสีทองตัวหนึ่ง แปลกจริงๆ”
ทั้งสองคนยืนอยู่ตรงนั้น สนทนากันด้วยเสียงอันเบา
“เมื่อกี้ฉันเห็นมันวิ่งไปทางเมืองชิงหยาง”
“อ้อ เมืองเดียวกันกับที่ฉู่เฟิงเป้าหมายของเราอยู่นี่”
ห่างออกไป สัมผัสทั้งห้าของฉู่เฟิงเฉียบคม เมื่อเขาได้ยินก็รู้สึกหนักใจทันที สองคนนี้มาที่นี่เพราะเขา เห็นเขาเป็นเป้าหมาย คิดจะทำอะไรกัน?
เขานิ่งไม่ขยับทันที
“ถึงกับสั่งให้เธอกับฉันลงมือด้วยกัน แต่ก็แค่คนธรรมดาเท่านั้นแหละ เฮอะ!ไม่ว่ายังไงก็ตามคืนนี้เก็บมันซะ!” ชายหนุ่มปีกปีศาจเอ่ยถึงแม้ใบหน้างดงามแต่เต็มไปด้วยความเย็นชา
“ไอ้ตัวสีทองเมื่อกี้ มันขุดหลุมอยู่ตรงนี้เหมือนกับซ่อนอะไรสักอย่าง เอ๊ะบางทีพวกเราอาจเจอลาภลอยแล้ว!” หญิงสาวชุดขาวเสยผมยาวสลวย ส่งยิ้มละไมไม่ได้สนใจเรื่องฆ่าแกงฉู่เฟิงสักเท่าไหร่ แต่กลับสนใจเรื่องตรงหน้าร่างแบบบางคุกเข่าลง
เธอเป็นคนรักความสะอาด แต่ตอนนี้นิ้วมือทั้งสิบเปรอะเปื้อนดินโคลน
ด้วยเธอเห็นว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตสีทองที่เธอเพิ่งเห็นนั่นพบเจอได้ยากยิ่งจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“ถ้าเป็นของดี แบ่งกันครึ่งๆ!” ชายหนุ่มปีกปีศาจกล่าว
ท่ามกลางความมืดมิด ฉู่เฟิงสังเกตการณ์อย่างสงบ เขาไม่ออกไปขัดขวางตอนนี้ไม่เหมาะที่จะลงมือ ฝ่ายตรงข้ามหมายหัวเขาไว้ต่อไปน่าจะยังมีโอกาสที่ดีกว่านี้
หญิงสาวชุดขาวขุดดินขึ้นมา ในความมืดดวงตาของเธอเปล่งประกายเต็มไปด้วยความหวัง
ฉู่เฟิงขมวดคิ้วน้อยๆ แต่ว่าคิดไปคิดมาก็ไม่ค่อยน่ากังวลเท่าไหร่อีกเดี๋ยวออกไปจัดการสองคนนี่เสีย สมบัติของหวงหนิวก็ไม่น่าจะถูกแย่งไปหรอกนะ?
“อ๊ายยย...”
ทันใดนั้น หญิงสาวชุดขาวก็กรีดร้องเสียงดังในยามราตรีเช่นนี้เสียงร้องก้องไปไกล เสียดหูเป็นอย่างยิ่ง
ดูเหมือนเธอเจอเข้ากับฝันร้าย สะบัดมือเร่าๆ จากนั้นโผเข้าไปเช็ดมืออย่างเอาเป็นเอาตายกับตัวของชายหนุ่มที่มีปีกปีศาจคนนั้น
“ทำอะไรของเธอน่ะ!” ชัดเลยว่าชายหนุ่มปีกปีศาจก็รู้แล้วว่ามันคืออะไรโทสะพุ่งทันควัน ถอยฉากอย่างรวดเร็ว พลางขย้อน
“ขี้วัว ขี้วัว อ๊ายยยยย!”
หญิงสาวกรีดร้องเสียงสิบแปดหลอด สะบัดมือเร่าๆ ถูมือเอาเป็นเอาตายกับพื้นกับต้นไม้ สุดท้ายคุกเข่ากองกับพื้นอาเจียนสุดแรง
ห่างออกไป ฉู่เฟิงตาค้าง!
เป็นนานที่เขาไม่ขยับเขยื้อน เฝ้ามองอย่างเงียบเชียบ
ตอนนี้ หัวสมองของเขาประมวลผลอย่างหนัก ในพริบตาความคิดแตกออกไปร้อยแปดพันเก้า
เนิ่นนาน ฉู่เฟิงถึงปาดเหงื่อเย็นเยียบออก บรรพบุรุษมันเถอะ....อันตรายเกินไปแล้ว!
สีหน้าของเขา ประเดี๋ยวเขียว ประเดี๋ยวแดง ประเดี๋ยวขาว เกิดอาการหลอน
หวงหนิว ไอ้เปรตเอ๊ย! เขากำลังสาปส่งมัน ด่ามันในใจชุดใหญ่
แรกสุด เป็นเขาที่สะกดรอยตามหวงหนิวทั้งยังเตรียมจะแอบขุดสมบัติของมันแล้วกวาดให้เรียบถ้าหากไม่เป็นเพราะสองคนนี้โผล่เข้ามา เขาไม่กล้าคิดต่อเลยจริงๆภาพนั้นมัน...มันสยดสยองเกินไปแล้ว!
ฉู่เฟิงปาดเหงื่ออีกครั้ง ด่าหวงหนิวในใจไปอีกแปดร้อยรอบ ก็แค่ปลดทุกข์ต้องถึงกับทำตัวเป็นหัวขโมยลับๆ ล่อๆ อย่างนี้ด้วยหรือไง?!
หมอนี่ มันเกิดมาเป็นตัวหลอนโดยแท้!
ต่อให้เป็นคนอื่นมาเห็นมันท่าทางแปลกๆ อย่างนั้น ย่อมสงสัยต้องตามไปส่องเป็นธรรมดา
ไม่นาน ฉู่เฟิงก็เข้าใจ หลายวันก่อนเขาเอาแต่พูดเรื่องมูลวัวจะให้หวงหนิวช่วยเขา กลับกลายเป็นก่อให้เกิดเมฆหมอกในใจมันที่มันทำคือกีดกันเขาไง!
“ไอ้วัวเฮงซวย!”
พอคลายปมได้ฉู่เฟิงก็ไร้ซึ่งคำพูด จะหัวเราะก็ไม่ได้ จะร่ำไห้ก็ไม่ออกระหว่างเขากับหวงหนิว ตกลงแล้วใครหลอกใครก็ยังไม่อาจบอกได้
ห่างออกไป หญิงสาวชุดขาวผู้รักความสะอาดและชมชอบความงามขย้อนจนน้ำดีจะออกมาอยู่แล้วก็ยังคงขย้อนอยู่ แถมยังกรีดร้องไม่หยุดหย่อน
เสียงนั้นช่างโหยหวน เหมือนกับเธอถูกทรมานอย่างแสนสาหัสก็ไม่ปาน
ชายหนุ่มที่มีปีกปีศาจก็อาเจียนแห้งอยู่เป็นนานเขาทึ้งเสื้อออกเหวี่ยงลงกับพื้น ใบหน้าหมองหม่นจนน้ำตาแทบเล็ด
**************************************************
1 ตราพลิกฟ้า เป็นของวิเศษในนิยายจีนเรื่องห้องสิน (封神演义)เป็นสมบัติล้ำค่าของก่วงเฉิงจื่อที่ต่อมาได้มอบต่อให้ยินเจียวผู้เป็นศิษย์