ร่างเล็กๆ ของผมขยับไต่ลงจากใบไม้ด้วยท่าทีละล้าละลัง สายตาจับจ้องไปที่ร่างของเต่าั์ที่นอนแน่นิ่งห่างไกลออกไป นิ่งสนิทจนเหมือนูเาใต้น้ำลูกหนึ่ง
ควรจะ… ไปดูดีไหมนะ? จะปลอดภัยพอหรือเปล่า?
ไปดูแค่นิดเดียวก็คงจะไม่เป็ไร อย่างไรร่างเล็กๆ นี่ก็ง่ายที่จะซุกแอบตามร่องหินต่างๆ แล้วถ้าเ้าตัวที่ฆ่าเต่าตัวนี้ตามมาอย่างไรก็คงไม่เลือกกินทากทะเลตัวเล็กตัวน้อยที่กินไปก็ไม่อิ่มท้อง ไม่เสียเวลามาไล่กวดเนื้อก้อนเล็กๆ ทั้งๆ ที่มีเนื้อก้อนใหญ่วางไว้ตรงหน้า
มันใช้เวลาประมาณหนึ่งถึงจะว่ายเข้าไปใกล้เต่าทะเลั์ที่ผมมั่นใจมากว่าต้องตายแล้วอย่างแน่นอน เพราะทันทีที่เห็นทั้งหมดของเต่าทะเลั์ตัวนี้ ผมก็เห็นาแที่ฆ่าเขาตาย
ส่วนท้องที่หงายอยู่บริเวณที่สมควรเป็กระดองปิด มันหายไปทั้งแผ่นพร้อมๆ กับอวัยวะด้านใน มีร่องรอยฟันชัดเจนเป็รูเว้าโหว่ สภาพไม่น่าดู
เ้าเต่าตัวนี้ถูกกัดเข้าไปเพียงคำเดียวก็สิ้นชีพถูกส่งไปเกิดใหม่
เห็นแบบนี้ก็รู้สึกเสียดายขึ้นมา ถึงเ้าเต่าตัวนี้จะเป็ศัตรูตามธรรมชาติของพวกผมเหล่าทากทะเล แต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดายชีวิตของเขาที่กว่าจะโตมาได้ขนาดนี้ต้องเสียเวลาไปกี่ปี แล้วยังต้องผ่านอะไรมาบ้าง
ว่าแต่… เต่าทะเลสามารถเจริญเติบโตจนตัวใหญ่ได้ขนาดนี้เลยเหรอ?
ดวงตาสีเหลืองสว่างโร่เบิกค้างของเต่าตรงหน้าเรียกสติที่บินว่อนไปไกลกลับมาระแวงรอบตัวอีกครั้ง ผมขยับร่างเล็กๆ หมุนรอบทิศอยู่สองรอบ สอดส่องหาความเคลื่อนไหวอื่นๆ ในกระแสน้ำ เกรงว่าหากมัวแต่วิเคราะห์เ้าเต่าโดยไม่สนใจสถานการณ์รอบตัวจะทำให้นักล่าสักตัวย่องเข้ามาข้างหลังโดยไม่รู้ตัวได้
เมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นผมก็ขยับเข้าไปใกล้ดวงตาข้างนั้นอีกนิด แอบแตะๆ มันเล็กน้อยอย่างกล้าๆ กลัวๆ เมื่อไม่เห็นว่ามีการขยับเคลื่อนไหวใดๆ ก็โล่งอก ผ่อนคลายลงหลายส่วน
มันตายแล้วจริงๆ …
ผมะโขึ้นไปบนหัวของเต่าั์หลังมองดูแล้วมันน่าจะเสียเวลาเกินไปหากจะกวนสังเกตอยู่ข้างล่างก่อน สู้ปีนขึ้นมา้าแล้วมองลงไปไม่ได้ ทัศนวิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว
สิ่งที่มองเห็นเข้ามาในสายตาเป็อย่างแรกเมื่อขึ้นมายืนอยู่้าคือก้อนอัญมณีสีเขียวอ่อนใสกระจ่างก้อนใหญ่ มันยึดติดยื่นออกมาบริเวณคอของเ้าเต่า กระนั้นบางทีมันอาจจะไม่ใช่อัญมณี เพราะภายในของมันไม่ใช่สีเขียวเปล่าเปลือย ลึกลงไปเต็มไปด้วยก้อนขมุกขมัวสีดำอยู่ภายในใจกลางที่ใสดั่งแก้ว
น่าเสียดายที่มันอยู่ลึกเกินไป ผมไม่สามารถมองมันได้ชัดๆ ว่าคือก้อนอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือเ้าก้อนอัญมณีสีเขียวนี้เป็สิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน พยายามคิดหวังจะดึงเอาความรู้ที่ได้มาตอนตื่นรู้มาเทียบก็ไม่มีบอก
มันแปลก…
ผมรู้ว่ามันไม่มีทางที่จะมีเต่าทะเลที่ไหนมีขนาดใหญ่โตขนาดนี้อยู่บนโลก ผมไม่รู้จักสิ่งมีชีวิตไหนมีอัญมณีก้อนใหญ่ติดถาวรอยู่บนส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ต้นไม้ที่ทำให้ผมตื่นรู้ผมก็ไม่รู้จักเลยสักนิด
กับเ้าต้นไม้ผมก็คิดได้แต่ว่าตัวผมชาติที่แล้วอาจจะมีความรู้ไม่มากพอจึงไม่รู้จัก ทว่าเต่าตัวขนาดนี้ที่มีหินติดอยู่ที่คอ…
หรือผมจะเกิดใหม่ข้ามมายังโลกใบอื่น? โลกที่แตกต่างจากโลกที่แล้วของผมโดยสิ้นเชิง?
กระนั้นมันก็ยังเร็วเกินไปที่จะฟันธงอะไรง่ายๆ ตัวผมในชาติก่อนก็อาจจะแค่ไม่รู้ไม่สนใจก็ไม่ใช่เื่แปลก จะอย่างไรก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ตอนนี้ก็มีแค่ ‘รู้’ กับ ‘ไม่รู้’ เท่านั้น ซึ่งหากไม่รู้ก็หาหนทางทำให้รู้ให้ได้มากที่สุดก็เพียงพอ
เพราะความรู้คือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้ผมสามารถเอาตัวรอดไปได้
ผมขยับไต่ผ่านอัญมณีสีเขียวบนคอของเต่าั์ไปยืนเกาะบนขอบกระดองใต้ท้องส่วนที่ไม่โดนกัดเป็รูโหว่แล้วมองไปรอบๆ
มันเป็รอยกัดที่สะอาดมาก ไม่มีร่องรอยการกระชากหรือสะบัดไปมาเลยสักนิด ใช้แรงกัดเพียงครั้งเดียวก็ทำให้กระดองและเนื้อเยื่อขาดออกจากกัน อวัยวะมากมายเว้าแหว่งเป็ส่วนๆ ชัดเจน ราวกับถูกมีดคมกริบกรีดแบ่ง
มันน่าเหลือเชื่อและน่าทึ่ง… สิ่งมีชีวิตใดกันที่สามารถสร้างรอยกัดเช่นนี้ได้?
ว่าแต่… เ้าเต่าั์ตัวนี้ ผมสามารถกินมันได้หรือเปล่านะ? สัญชาตญาณก็ไม่ได้ร้องเตือนบอกว่ากินไม่ได้ด้วย…
แต่… แต่… เ้าเต่าั์ตัวนี้ผมไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับมันเลยนะ จะมีพิษแสลงไม่ถูกโฉลกกับทากทะเลหรือเปล่าก็ไม่รู้
ที่แน่ๆ ก็ดูน่าจะกินได้ เพราะโดนงั่มเต็มๆ คำไปแล้วหนึ่งรอยจนสู่สุคติ
ด้วยความอยากรู้อยากลองผมจึงกัดเ้าเต่าไปหนึ่งที เลือกกัดตรงลำคอให้ห่างออกจากรอยกัดหนึ่งคำที่คร่าชีวิตของเ้าเต่า ด้วยกลัวว่าจะติดเชื้ออะไรก็ตามจากน้ำลายที่เหลืออยู่ของเ้าของรอยกัด เนื้อที่กัดลงไปให้ความรู้สึกหยุ่นๆ ตึงๆ นุ่มนิ่มด้านในแปลกพิลึก มันแทบไม่ต้องใช้เรี่ยวแรงอะไรมากเท่าไรเลย… ฟันคมๆ ที่ผมเพิ่งรู้ว่าตัวเองมี สามารถกัดเนื้อของเต่าั์ตัวนี้ลงไปได้อย่างง่ายดายแทบไม่ต้องใช้แรง ทิ้งรอยบุ๋มเล็กๆ ไว้เป็อนุสรณ์
ดูเหมือนตัวผมเองก็จะไม่ปรกติเช่นกัน มีทากทะเลที่ไหนมีฟันแหลมคมเป็ซี่ๆ ขนาดนี้อยู่ในปากบ้าง? ไม่แน่ผมอาจจะเติบโตได้ขนาดใหญ่เท่าเ้าของรอยกัดที่ฆ่าเต่าตัวนี้ตายก็ได้
ผมอาจจะข้ามมิติมาจริงๆ ก็ได้นะ
...ก็น่าตื่นเต้นดีนี่!
ทากทะเลตัวน้อยส่ายดุ๊กดิ๊กไปมาอย่างร่าเริง วาดหวังว่าในอนาคตจะได้เจอกับเื่ที่ตนเอง ‘ไม่รู้’ อีกมากมาย
ไม่รู้ว่าชีวิตที่แล้วคือใครมาจากไหนก็ช่างมัน…
ไม่รู้ว่าตัวเองแท้จริงแล้วมาอยู่ในร่างนี้ได้อย่างไรก็ช่างเถิด…
จะไม่มีความทรงจำเลยสักนิดมันก็ไม่เป็ไรเลยทั้งนั้น…
จะอย่างไรนี่ก็เป็ชีวิตใหม่ตัวตนใหม่
ไร้ซึ่งภาระหน้าที่ ไร้ซึ่งสิ่งใดเหนี่ยวรั้ง ไร้ซึ่งโซ่ตรวน
อยากทำอะไรก็ทำ ไม่อยากทำอะไรก็ไม่ต้องทำ
ท้ายที่สุดแล้วหากต้องแลกเปลี่ยนด้วยชีวิตก็คุ้มค่าแล้ว...
-----------------
เื้ัการถ่ายทำ
-----------------
น้องทากทะเล : ผมข้ามมิติมาล่ะ!
คนแต่ง : จริงดิ... แน่ใจเปล่าว่าไม่ใช่เกิดใหม่แบบย้อนเวลาเหมือนเื่อื่น
น้องทากทะเล : ผม...ผมย้อนเวลาเหรอ? (เอียงหัว 45 องศาด้วยสีหน้างุนงงสุดๆ)
คนแต่ง : หยอกๆ น้า แต่อาจจะย้ายร่างจากร่างอื่นมาก็เป็ได้นะ!
น้องทากทะเล : ย...ย้ายจากร่างอื่นเหรอ! ( ●△● !!)
คนแต่ง : โอ้~ ไม่แน่อาจจะจุติมาเผชิญด่านเคราะห์แบบหนังจีน...
น้องทากทะเล : .... ( ˙︿˙ )
คนแต่ง : หรืออาจจะเป็แค่จิตใต้สำนึกที่ถูกส่งเข้ามาผ่านเครื่อง VR ก็ได้ล่ะ!
น้องทากทะเล : ผมไปล่ะ.... ไม่อยากคุยด้วยแล้ว
----------------
เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ของนิยายเื่ [ไม่มีใครน่ารักไปกว่าผม] ตอนที่ 4 :
----------------
กลับมากันอีกครั้งกับเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับทากทะเลน้องน้อยของเรา รู้ไหมว่าน้องกินได้หลายอย่างมากๆ เลยนะ อาหารของน้องส่วนใหญ่แล้วจะเป็ฟองน้ำทะเล สาหร่ายทะเล เพรียง ดอกไม้ทะเล และสัตว์เล็กๆ ตัวอื่นๆ แถมยังกินพวกเดียวกันเองด้วยน้า ทั้งไข่และตัวเลย ยิ่งของมีพิษน้องกระต่ายทะเลยิ่งชอบเลย เพราะน้องจะเอาพิษของมันมาเก็บสะสมไว้ในตัว ใครกล้ามากินน้องก็ต้องโดนพิษกลับไปตามระเบียบ ถึงจะตัวเล็กแต่ก็ใช่ว่าจะมาบูลลี่น้องได้นะ น้องโหดใช่ไหมล่ะ แต่มันก็เป็กฎการเลือกสรรตามธรรมชาติ ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่มีชีวิตรอด