"ซีหานเอาหน่อยไหม"
"ก็ดีขอรับ" เซี่ยซีหานรับน้ำจากถุงอุ่นของเจียตัว ก็กระดกน้ำดัง อึกอึกอึก
"เ้าควรล้างหน้า" เหอิ่นักรบสามดาบผู้มากประสบการณ์พูดขึ้น
"ทำไมเหรอขอรับ" เซี่ยซีหานหลังจากดับกระหายก็ตอบกลับอย่างเป็ธรรมชาติ พร้อมั์ตาสดใส ก่อนหันไปหันมาอย่างไม่รู้ความ
แน่ล่ะที่เหอิ่พูดแบบนี้ก็เพราะ มันกลับว่าเซี่ยซีหานจะเหม็นสาบตัวเองเพราะกลิ่นคาวเื ก็เล่นเลอะเต็มหน้า
แต่ด้วยตอนนี้เซี่ยซีหานเกิดอาการแพนิค ซึ่งอาการของมันต่างกับคนอื่น ที่มักหวาดกลัวและใจสั่น แต่เซี่ยซีหานกับเป็ในรูปแบบตรงข้าม ตอนนี้ประสาทััของมันคล้ายตายด้านไปทั้งร่างกาย มันจึงไม่ได้รับกลิ่นคาวเืแม้แต่น้อย แต่มันก็พยายามรักษาอาการพูดคุยอย่างเป็ปกติและความสดใสของตัวเองเอาไว้
พอเป็แบบนี้ มันยิ่ง... ดูน่ากลัว
เหอิ่มองเจียตัว "ข้าคิดว่าครั้งหน้าเ้าไม่ควรพาเขามาที่แบบนี้อีก ไม่งั้นเขาอาจจะไม่ชอบเหล็กและไฟ แต่จะเป็เืและชีวิต หรือเสียงกรีดร้อง"
"ผิดที่ข้าเอง" เจียตัวถอนหายใจหลังพบลักษณะใหม่ของเซี่ยซีหาน ที่คล้ายเด็กที่ชอบการฆ่า
เซี่ยซีหานหันซ้ายหันขวาไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่การทำตาใสและมีรอยยิ้มตลอดหลังฆ่าความตายที่กลับมีชีวิต มันทำให้ทุกคนเป็กังวลและแอบหวาดกลัวมันนิดๆ
เจียตัวและเหอิ่ ตอนนี้หันหน้าเงยมองท้องฟ้ากันเป็ระยะระยะ
"เจียตัวเ้าว่า บรรยากาศแบบนี้มันแปลกๆ ไปหรือไม่ ตอนนี้น่าจะเป็เวลาพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว แต่เ้าสิ ตอนนี้ท้องฟ้ามีแต่เมฆสีมืด และเพราะมีเมฆสีมืดเต็มไปหมด แสงอาทิตย์จึงไม่อาจจะส่องลงมาถึงพื้น ปกติเวลานี้ควรเป็เวลาที่ความตายที่กลับมีชีวิตซ่อนตัว และพวกเราควรเดินสำรวจได้อย่างปลอดภัย แต่สถานการณ์ตอนนี้ กลับเป็พวกเรายังต้องเดินอย่างหวาดระแวงและระมัดระวัง ภาพรวมดูไม่ดีเลย"
เจียตัวพยักหน้าก่อนส่งเสียงอืม
"พวกเราต้องระมัดระวังมากขึ้น ข้ามั่นใจว่า การเดินทางของเราครั้งนี้มีอะไรแปลกๆ"
เจียตัวหันมองเหอิ่นักรบสามดาบผู้มากประสบการณ์ พร้อมขมวดคิ้ว
"เหอิ่เ้าคิดอะไรอยู่"
เจียตัวพูดแบบนี้ เหอิ่แอบเหลียวหันมองกลุ่มของนักบวชขาว ก่อนหันมองเจียตัวและพูดเสียงเบา "พวกอาณาจักรและพ่อมดขาวอาจจะไม่น่าไว้วางใจ เมื่อคืนข้าสังเกตโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว ตอนที่พักผ่อน พวกเขาน่าพูดคุยกันด้วยเสียงจิต ซึ่งสถานการณ์แบบนี้เป็สิ่งไม่ควร ทำการพูดเสียงจิต เป็การแผดเผาโอน่าอย่างหนึ่ง แม้จะไม่มาก แต่หลังจากการต่อสู้ สิ่งนี่กลับเป็สิ่งไม่ควรอย่างยิ่ง ยกเว้นว่าเื่ที่พวกเขาพูดคุยกันจะเป็เื่อะไรที่พวกเราไม่ควรได้ยินอย่างยิ่ง ระยะเวลาที่พวกเขาพูดกันกินเวลานานพอสมควร"
"นอกจากนั้นสีหน้าเวลาพวกเขาพูดคุยกันก็ไม่ค่อยระวัง แน่ละพวกมันคือผู้วิเศษไม่ใช่นักรบ ดังนั้น พวกมันจึงไม่ระวังสีหน้า ต่างจากพวกเราที่อ่านััและการแสดงกิริยาได้ดีกว่ามาก ไอ้พวกนี้มักคิดว่าตัวเองฉลาด เพราะเดินอยู่บนวิถีของผู้ทรงปัญญา แต่มันก็มักทำพลาดเื่โง่ๆ แม้ข้าไม่รู้ว่าพวกมันคุยอะไรกัน แต่ข้าก็มั่นใจอย่างหนึ่ง เื่นี่ไม่น่าดีต่อพวกเรา"
"นอกจากนั้น จุดสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ จำนวนผู้เดินทางมาครั้งนี้ของนักบวชขาวและกองกำลังของอาณาจักรมีจำนวนน้อยเกินไป กลายเป็ว่ากองกำลังของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวของเรามีจำนวนมากที่สุด ทั้งที่ในความจริงกองกำลังของอาณาจักรนั้นแม้ตอนนี้จะอยู่ใน่า แต่มันก็มีทหารในการควบคุมถึง 150,000 นาย หากเื่ความตายที่กลับมีชีวิตนี่สำคัญจริงๆ การแบ่งกำลังสัก 10,000 ถึง 15,000 มาจัดการเื่นี้อย่างเงียบๆ ย่อมไม่ใช่ปัญหา มันดีกว่าการมาขอกำลังจากหมู่บ้าน หรือป้อมปราการเล็กๆ เช่นพวกเรา ข้าไม่อยากจะพูดมา แต่ข้าพบปัญหามากมายเกินไปจริงๆ"
"เหอิ่เ้าคิดว่า เป้าหมายแท้จริงของพวกเขาคืออะไร" เจียตัวถามด้วยสีหน้ามีกังวลเล็กๆ
เหอิ่ส่ายหน้า "ข้าไม่รู้ และข้าก็ไม่อยากจะคิด โลกใบนี้มีเื่ลึกลับมากเกินไป ข้าได้แต่ภาวนาว่า มันจะไม่ใช่สิ่งเลวร้ายที่สุด" พูดจบเหอิ่ก็หรี่สายตาจ้องมองเจียตัว
"เจียตัว... ด้วยจิตนักรบของเ้า หากเ้ารับรู้สิ่งใด โปรดเตือนพวกเรา"
เจียตัวพยักหน้า ตัวมันกับเหอิ่ไม่ใช่เคยออกรบด้วยกันครั้งนี้ครั้งแรก ทั้งสองเป็สหายกันมานาน ดังนั้น ความสามารถแท้จริงของเจียตัวมีอะไรเหอิ่ย่อมรู้ดี และเพราะเจียตัวอยู่ที่ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว เหอิ่จึงตัดสินใจมาอยู่ที่นี่พร้อมครอบครัว
เซี่ยซีหานฟัง พร้อมรับรู้ว่า เจียตัวได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้านักรบเหอิ่อย่างยิ่ง นอกจากนั้นเหอิ่ยังให้เจียตัว 'เตือน' เมื่อเจียตัวได้รู้อะไรบางอย่าง
ในแง่มุมนี้เซี่ยซีหานตัดเื่ความฉลาดของเจียตัวไปได้เลย เป็ไปไม่ได้ที่เจียตัวจะคิดวิเคราะห์และหาเบาะแสอะไรบางอย่างพบ
'จิตนักรบ' คล้ายจะเป็คีย์เวิร์ดของคำร้องขอของเหอิ่
เซี่ยซีหานที่คล้ายจะเข้าใจความสามารถของจิตนักรบดีไม่แพ้ใคร มองเจียตัวและมันก็คิดอะไรออก
'หรือว่าเจียตัวจะมองเห็นอนาคตได้ไกลกว่าที่เจียตัวบอกข้าว่า เห็นอนาคตได้่สั้นๆ'
เซี่ยซีหานคิด แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร
...
"!!!ทุกคนหยุด" เสียงของพ่อมดขาวเซียวเล่อดัง
ด้านหน้าสุดเซี่ยซีหานและคณะ ทั่วร่างของพวกเขาเต็มไปด้วยเื นั่นเพราะตลอดทางแห่งการสำรวจหมู่บ้านสายแร่ พวกเขาพบความตายที่กลับมีชีวิตพุ่งออกมาโจมตีจากตัวบ้านครั้งแล้วครั้งเล่า
จนเดินทางสำรวจหมู่บ้านจนทั่ว ก่อนจะพบเบาะแสบางอย่างที่ชี้ตรงมาที่ด้านหลังหมู่บ้าน ที่เป็เส้นทางสายโลหิต ที่โลหิตยังสดใหม่อยู่ มันเหมือนมีคนลากศพที่ชุ่มไปด้วยเื ไปยังเส้นทางนี้หลายสิบหรืออาจจะหลายร้อยศพ
เส้นทางสายโลหิตนี้ มีร่องรอยโลหิตลากยาวจากตัวหมู่บ้าน ไปจนถึงปากถ้ำแห่งหนึ่ง ตลอดเส้นทางเป็ป่ารกทึบ
ตอนนี้คณะของเซี่ยซีหานทั้งหมดมาถึงหน้าปากถ้ำแล้ว พร้อมเสียงบอกให้ทุกคนหยุดของพ่อมดขาวเซียวเล่อ
"มีอะไรรึท่านพ่อมดขาว" เหอิ่พูดขึ้น เมื่อคิดว่าพวกเราควรเดินทางต่อไปสำรวจภายในถ้ำในทันที
เซียวเล่อหันซ้ายหันขวามองผู้คน
"ูเาลูกนี้ใหญ่และกว้างมาก ข้าคิดว่าเราควรแบ่งกำลังสำรวจเป็หมู่คณะเล็กๆ กลุ่มหนึ่งเข้าไปสำรวจด้านใน อีกสองกลุ่มลาดตระเวนด้านนอก พร้อมหาที่พัก ตอนนี้เริ่มใกล้ค่ำแล้วซึ่งเป็่เวลาที่อันตรายที่สุด เมื่อพวกเราต้องปะทะกับความตายที่กลับมีชีวิต แต่ด้วยสถานที่นี้ที่เป็เนินเขา มันจะไม่อันตรายเกินไป หากเราอยู่บนยอดเขา หรือปะทะเมื่อมีด้านหลังเป็ูเาสูง ท่านหัวหน้านักรบ ท่านคิดว่าความเห็นข้าเป็เช่นไร"
เหอิ่ เจียตัวและนักรบสามดาบอีกคนมองหน้ากัน ทั้งสามไม่คิดว่าสิ่งที่พ่อมดขาวเซียวเล่อพูดนั้นแย่
แต่เหอิ่ที่รู้สึกไม่ชอบมาพากล ไม่รู้ทำไมมันรู้สึกกังวลใจแปลกๆ แต่ก็ไม่อาจจะปฏิเสธความคิดของเซียวเล่อผู้เป็พ่อมดขาวเพียงหนึ่งได้
ปัญหาตอนนี้ในใจของเหอิ่และเจียตัวคือ ทางสายโลหิตที่ดูยังสดใหม่เกินไป มันไม่ควรเป็ของพวกความตายที่กลับมีชีวิตเป็ผู้กระทำ อย่างที่รู้พวกนี้มันพวกไร้สติ มันกินและดื่มเืมนุษย์ เพื่อทำให้มนุษย์เป็พวกเดียวกับมัน
แต่มันจะไม่มีทางลากมนุษย์ไปกิน
แต่คำถามทางสายโลหิตที่ลากยาวมาถึงนี่ใครกระทำ
และเพราะแบบนั้น เหอิ่จึงมีความคิดของตัวเอง
"ท่านพ่อมดขาวข้าคิดว่า... พวกเราควรกลับไปจากที่นี่ และร่วมกำลังกับคนที่เหลือ ข้ารู้สึกว่าที่นี่ผิดปกติ มันอาจจะเป็กับดัก หรือสิ่งที่ผู้ไม่หวังดีกระทำ" เหอิ่มองจ้องพ่อมดขาว
...
เซี่ยซีหานมองจ้องเหอิ่ ก่อนจะคิดสนับสนุนในใจ 'ใช่แล้วมันต้องเป็อย่างนั้น ท่านหัวหน้าทหารนักรบสามดาบ หากท่านเสนอให้พวกเรากลับป้อมปราการได้ ข้าจะเรียกท่านว่าพ่อเลยคอยดู'