“ของที่ให้ไป”
“ถึงมือพ่ะย่ะค่ะ”
“ยอมรับของ แต่ไม่ยอมรับข้อเสนอจากเรา” ริมโอษฐ์คล้ายจะมีเสียงสรวลบางเบา
“เป็เช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ” ผู้ได้รับมอบหมายงานสำคัญเว้นจังหวะแล้วเงยหน้าสบพระเนตรขององค์จักรพรรดิ “เขาฝากของสิ่งหนึ่งเพื่อมอบแด่พระองค์”
ในมือชายชุดดำมีห่อผ้าแพรสีขาวสะอาดตาองค์จักรพรรดิทรงรับเอาสิ่งของล้ำค่ามากที่สุดในพระทัยนั้นไว้ในอุ้งหัตถ์บนผืนผ้าแพรนั้นคือปิ่นปักผมไม้ซึ่งแกะสลักเป็รูปดอกรุ่ยเซียง
ริมพระโอษฐ์ยกแย้ม...ในที่สุดก็ทรงได้รับการให้อภัยจากเขาผู้นั้นแม้จะล่วงเลยมาถึงเวลาบั้นปลายของพระชนม์ชีพ
สายพระเนตรเปี่ยมสุขยังคงมองปิ่นไม้ดอกรุ่ยเซียงในอุ้งหัตถา ก่อนทรงวางของแทนใจระหว่างพระองค์กับนางผู้เป็ยอดดวงหทัยบนผ้าแพรขาวอย่างทะนุถนอมแล้วจึงพันห่ออย่างประณีต ก่อนจะวางลงในกล่องไม้หอมฉลุลายอันเป็ตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์
“เป็อย่างนี้แล้วเราก็สามารถวางใจ...ตายตาหลับ”
เพราะแม้ไม่ได้ทรงอุ้มชู แต่ก็ยังมีโอกาสรับรู้และเห็นความเติบโตของผู้เป็เืเนื้อไขด้วยสายพระเนตรถึงจะน้อยครั้งและเสียพระทัยอยู่มากเพราะเหตุว่าความรักนั้นได้นำภัยไปสู่ลูกรักจึงต้องหักพระทัยละเว้นการพบปะหลังเกิดเหตุร้ายกับเขาจนเกือบถึงชีวิตเมื่อครั้งอายุยังไม่สิบห้าปีเต็ม
“จะต้องทรงพระเจริญยิ่งยืนนานพ่ะย่ะค่ะ” ชายชุดดำน้อมตัวต่ำพลางกล่าว
เขาผู้มีใบหน้าแลดูสุภาพอ่อนโยนดุจหนอนหนังสือทว่าใต้ใบหน้าอย่างสุภาพชนนั้นแฝงไว้ด้วยฝีมือกระบี่อันดับต้นๆในชั่วชีวิตนี้มีเพียงสามคนเท่านั้นที่เต๋อเจิ้นยอมสยบให้หนึ่งคือท่านผู้เฒ่าแห่งป่าไผ่สีเงินซึ่งเป็อาจารย์ สองคือศิษย์พี่ร่วมน้ำสาบานสามคือาาผู้มีธรรมาภิบาลที่ประทับหลังโต๊ะทรงพระอักษรพระองค์นี้
“เต๋อเจิ้นเอ๋ย เรารู้ดีว่าคงจะอยู่ได้อีกไม่นานนัก”องค์จักรพรรดิถอนพระทัย ทรงลุกและเสด็จผ่านหน้าคนสนิทสายพระเนตรอ่อนล้าตามพระชนม์ชีพทอดไกลไปยังเบื้องนอกหน้าต่างก่อนถ้อยคำรับสั่งถึงคนที่ทรงเคยกระทำผิดด้วยจะหลากหลั่งดั่งสายน้ำออกมาจากพระโอษฐ์...และส่วนลึกของพระทัย
“ด้วยฐานันดรและหน้าที่ เราจึงทำผิดต่อรุ่ยเซียงแม้นางเป็ผู้หญิงที่เรารักมากที่สุด แต่การอยู่กับเรารังแต่จะทำให้นางมีชีวิตไม่เป็อิสระหาความสงบสุขมิได้ เป็คนเหนือคนในแผ่นดินแล้วอย่างไรในเมื่อเราปกป้องดูแลนางและเืเนื้อเชื้อไขตัวเองไม่ได้ก็ไม่อาจมีหน้าไปก้าวก่ายวิถีชีวิตที่นางเลือกให้กับตัวเองและลูกน้อย”
“ทรงทำดีที่สุดแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าปลอบใจเราไปก็เท่านั้น” องค์จักรพรรดิทอดถอนพระทัยอีกครา“มาบัดนี้เราก็ยังทำเื่เห็นแก่ตัวด้วยการพยายามพาเขากลับเข้ามาสู่วังวนแห่งอำนาจซึ่งแม่ของเขาพยายามทุกวิถีทางหลีกเร้นไปเขาเหมือนนาง ที่อำนาจแลยศศักดิ์ไม่สามารถโน้มน้าวจิตใจของเขาได้เยวี่ยเอ๋อร์ไม่ใช่นกที่เกิดมาเพื่อเติบโตอยู่ในกรง”
“แล้วราชบัลลังก์ต่อจากนี้ไปเล่าพ่ะย่ะค่ะ” เขาผู้ใกล้ชิดรู้ถึงอาการประชวรที่ทรงๆ ทรุดๆ มาเวลาใหญ่แล้วถามขึ้นหมอทั่วแคว้นถูกเกณฑ์มารักษาจนเกือบครบจะขาดก็แต่หมอเทวดาสกุลหลันที่ตามตัวอย่างไรก็ยังไร้ร่องรอยราวภูตผี
“เสวี่ยจิ้งไม่อยากนั่งบัลลังก์เรามองลูกคนนี้ออกั้แ่เด็ก รักสงบ ไม่ชิงดี ไม่ทำตัวเด่นเหมือนอย่างแม่ของเขาที่ยอมถอย ยอมทำทุกอย่างเพื่อญาติพี่น้อง เราจะไม่บังคับเขา”
“ถ้าเช่นนั้นที่เหมาะสมในพระทัยที่สุดคือองค์ชายเสียเจิ้งหรือพ่ะย่ะค่ะ”
องค์จักรพรรดิทรงสูดหายใจลึกพลางตรัสออกมาอย่างที่ได้คิดใคร่ครวญมาพักใหญ่แล้ว “แม้เสียเจิ้งจะไม่ปรีชาเท่าเสวี่ยจิ้งแต่เนื้อแท้ไม่ใช่คนใจหยาบชั่วร้าย...เราหวังให้มองลูกคนนี้ไม่ผิดนะเต๋อเจิ้น สิ้น รัชทายาทแล้ว ก็เห็นจะมีเพียงเขาเราไม่อยากฝืนใจใคร หากบัลลังก์ตกอยู่ที่เสียเจิ้ง เสวี่ยจิ้งจะยินดีและคอยเป็กำลังสนับสนุนพี่น้องปรองดอง ราชบัลลังก์ที่ข้ารักษาสืบต่อบรรพชนก็คงหมดห่วง”
พอแล้วกับการผลาญพร่าชีวิตร่วมสายโลหิตการสั่งปะาเมียและลูกที่แก่งแย่งชิงอำนาจห้ำหั่นกัน แม้จะเป็เื่ไร้คุณธรรมแต่ทรงต้องทำเพื่อรักษาไว้ซึ่งบัลลังก์ทองอันศักดิ์สิทธิ์และชีวิตของคนบริสุทธิ์ผู้ที่เหมาะสมและมือเปื้อนเืน้อยที่สุดเท่านั้นสมควรจะครองมัน บาปมหันต์จากการเข่นฆ่าผู้ร่วมชาติวงศ์ควรสิ้นสุดในรัชสมัยของพระองค์!
หากว่าเลือกได้ ทรงไม่ขอเกิดในราชวงศ์ ขอแค่มีชีวิตกับสตรีที่รักหากินอยู่กันตามอัตภาพ ไม่ต้องตกอยู่ในกรอบแห่งกฎมณเฑียรบาลจะมีสุขอันใดได้เล่าหากแม้นเป็ใหญ่ แต่ไม่มีอิสระกับชีวิตตัวเองอย่างแท้จริง
“หากข้าด่วนจากโลกนี้ไปเต๋อเจิ้น...เ้ารู้นะว่าต้องทำเช่นไร”
“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”
หน้าที่รักษาราชโองการลับแต่งตั้งจักรพรรดิพระองค์ใหม่ และคอยติดตามความเป็ไปของราชโอรสที่เติบโตอยู่นอกกำแพงวังเต๋อเจิ้นได้จดจำใส่ใจไว้และตั้งมั่นกับหน้าที่สำคัญนี้สุดชีวิต!