บทที่ 1 ข้ามน้ำข้ามทะเล
“ถ้าหากลูกช้างตาย ก็ขอให้ได้ไปเกิดเป็คนสวยอย่าต้องมาตายเพราะบินไปทำศัลยกรรมแบบชาตินี้เลย”
ประสาทการรับรู้ของกรวิภาก็ดับลงหลังคำอธิษฐานจบลง
ก่อนหน้านี้
กรวิภาในวัย45 ปีเ้าของธุรกิจแป้งพัฟและครีมรองพื้นที่เนียนติดทนนานที่กำลังโด่งดังและได้รับความนิยมอย่างสูงได้รับเชิญไปออกรายการทอล์กโชว์เพื่อเล่าถึงความสำเร็จในการประกอบธุรกิจจนมีเงินร้อยล้าน
ก่อนที่จะถ่ายทำรายการช่างแต่งหน้าประจำรายการก็ทำการแต่งหน้าให้กรวิภาซึ่งช่างแต่งหน้าก็บ่นอุบว่าใบหน้าของเธอต้องใช้เวลานานในการเมคอัพเพราะรูปหน้าของเธอไม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างที่ควรจะเป็ทำให้ช่างแต่งหน้าต้องใช้ทุกวิชามาทำให้หน้าของเธอออกมาเพอร์เฟคที่สุดก่อนถ่ายทำรายการ
กรวิภาเก็บความน้อยใจในใบหน้าของตัวเองไว้จนกระทั่งถ่ายทำรายการเสร็จ
เมื่อกลับถึงบ้านหลังใหญ่โตในเนื้อที่ขนาด 5 ไร่พร้อมกับโรงงานผลิตเครื่องสำอางในพื้นที่เดียวกันกรวิภาก็เดินเข้าบ้านที่เธอสร้างขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงตัวเองล้วน ๆ
จากชีวิตของเด็กกำพร้าที่เติบโตมากับยายที่ทำขนมขายส่งหลานเรียนหนังสือจนจบมัธยมจากนั้นกรวิภาก็อาศัยเงินกู้ยืมจากรัฐบาลเรียนจนจบปริญญาตรีระหว่างที่เรียนเธอก็หารายได้พิเศษโดยการขายเครื่องสำอางยี่ห้อดังซึ่งจากการที่เธอขายเครื่องสำอาง ทำให้เธอได้เรียนรู้การแต่งหน้าการใช้เครื่องสำอางชนิดต่าง ๆ จนเชี่ยวชาญ และนำมาใช้แต่งหน้าของตัวเองจนทำให้เธอที่มีใบหน้าธรรมดากลายเป็คนสวยขึ้นมาทันทีหลังจากแต่งหน้า
และเพราะเธอมีหน้าตาที่ธรรมดาจึงเป็แรงกดดันให้เธอคิดค้นแป้งพัฟและครีมรองพื้นเพื่ออำพรางผิวและแต่งหน้าให้ดูเหมือนสวยมาั้แ่เกิดจนแป้งและครีมรองพื้นของเธอขายดิบขายดีและทำให้กรวิภาขึ้นแท่นเป็เ้าของธุรกิจร้อยล้าน
กรวิภานั่งมองใบหน้าของตัวเองในกระจกหลังจากล้างเครื่องสำอางออกเธอก็เห็นสัจธรรมว่าใบหน้าของเธอเป็อย่างที่ช่างแต่งหน้าบอกจริง ๆ
“เงินก็มีแล้ว ในเมื่อเกิดมาไม่สวยก็ไปทำให้มันสวยได้นี่นา”
เธอนั่งคิดในใจจากนั้นนิ้วของเธอก็กดโทรหาเพื่อนในแก๊งั้แ่สมัยเรียนหนังสือมาด้วยกัน
“จุ๋ม ฉันอยากไปศัลยกรรมที่เกาหลีว่ะ”
กรวิภากรอกเสียงไปตามสาย
“หา อยากไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีแต่ก่อนไม่เห็นแกอยากไปเลย แล้ววันนี้เกิดอะไรขึ้นมาล่ะ”
เสียงของจุ๋มร้องด้วยความประหลาดใจ
“ก็ไม่มีอะไรหรอกวันนี้ฉันไปอัดเทปรายการโทรทัศน์ ช่างที่แต่งหน้าให้บ่นอุบเลยว่าหน้าฉันแต่งยากมากเพราะมันไม่สวย”
เสียงบ่นอุบอิบของกรวิภาทำให้เพื่อนหัวเราะด้วยความขบขัน
“พวกเราก็ชวนแกตั้งนานแล้ว ว่าเงินก็มีทำไมไม่ไปทำหน้าใหม่ให้ตื่นมาก็สวยเลยไม่ต้องมานั่งแต่งหน้าเป็ชั่วโมงอย่างที่แกกำลังทำอยู่ตอนนี้”
จุ๋มเท้าความเื่ที่เคยเอ่ยชวนก่อนหน้านี้
“เออ ขอโทษก่อนหน้านี้ก็คิดว่าไม่เป็ปัญหาแต่งหน้าแล้วก็สวยเหมือนคนอื่น แต่ตอนนี้เห็นปัญหาเหมือนที่แกบอกแล้วว่าแต่พวกเราจะไปมั้ย”
กรวิภาขอโทษเพื่อนที่ไม่ได้เชื่อั้แ่แรก
“แกจัดโปรแกรมมาเลย ที่ไหน เมื่อไหร่พวกฉันไปได้อยู่แล้ว ไม่ได้มีธุรกิจใหญ่โตแบบแก”
หลังจากนั้นไม่ถึงสองอาทิตย์ สาวใหญ่ทั้งหมด สี่คนก็รวมตัวกันที่สนามบินเพื่อเดินทางไปทำศัลยกรรมที่เกาหลี
เมื่อขึ้นเครื่องบินเรียบร้อย ทั้งสี่สาวโสดก็พักหลับตาเพื่อเตรียมตัวไปพบกับหมอที่นัดตรวจก่อนทำศัลยกรรมในวันพรุ่งนี้
ขณะที่กรวิภากำลังฝันหวานเสียงสั่นะเืของเครื่องบินก็ดังขึ้น เสียงแจ้งเตือนให้รัดเข็มขัดและสัญญาณต่างๆ ของเครื่องบินก็เริ่มรวน กรวิภารู้ชะตาชีวิตของตัวเองแล้วเธอเริ่มสวดมนต์อยู่ในใจ
“ถ้าหากลูกช้างตาย ก็ขอให้ได้ไปเกิดเป็คนสวยอย่าต้องมาตายเพราะบินไปทำศัลยกรรมแบบชาตินี้เลย”
ประสาทการรับรู้ของกรวิภาก็ดับลงหลังคำอธิษฐานจบลง
“ช่วยด้วยค่ะ คนตกน้ำ”
เสียงะโใกล้ ๆ หูของกรวิภาทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดอยู่ในใจทั้งที่ตาลืมไม่ขึ้น
“จะร้องเสียงดังอะไรนักหนาหรือว่าเครื่องบินตกลงมาในน้ำ”
เมื่อคิดแบบนั้นกรวิภาก็ลืมตาขึ้นพร้อมกับไอจนน้ำออกจากปากจากจมูก
ผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านข้างจับเธอพลิกตะแคงไปข้างหนึ่งจากนั้นก็พยุงให้เธอลุกขึ้นนั่ง
“เป็ไงบ้าง หายใจออกหรือยัง”
เสียงทุ้มของเขาเอ่ยถาม
กรวิภาพยักหน้าหงึก ๆ แล้วลืมตาขึ้นมองเขา
ผู้ชายหน้าตาหล่อคม อายุไม่เกิน 20 ปีที่นั่งยองๆ อยู่ด้านข้าง ดูจากลักษณะท่าทางแล้วน่าจะยังเรียนหนังสืออยู่กรวิภาตะลึงในความหล่อของเด็กหนุ่มที่น่าจะเป็คนที่ปฐมพยาบาลเธอจนฟื้นขึ้นมาจึงยกมือขึ้นเพื่อจะเสยผมแก้อาการเก้อเขิน แต่เมื่อเธอมองดูมือที่กำลังยกขึ้นเสยผมตัวเองก็ต้องชะงัก
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น นี่มันไม่ใช่มือผู้หญิงวัย45 แบบเธอ นี่เป็มือของเด็กสาว”
กรวิภาอุทานด้วยความประหลาดใจ
“อะไรกัน”
เมื่อได้ยินเสียงที่ตัวเองพูดกรวิภาก็ช็อคที่เสียงของเธอเปลี่ยนไปเธอหันหน้าไปมองผู้ชายที่นั่งอยู่ด้านข้างแล้วจ้องเข้าไปในดวงตาของเขา
เงาในดวงตาของเขาที่เธอมองเห็นมันไม่ใช่กรวิภาในวัย 45 แต่มันคือเด็กสาวผมสั้นที่ยังอยู่ในวัยเรียน
กรวิภาเอามือปิดตาก้มหน้าลงเผื่อว่าลืมตาอีกครั้งสิ่งแปลกประหลาดเ่าั้จะหายไป
เมื่อเธอหลับตาลงความทรงจำของร่างนี้ก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองของกรวิภา
เ้าของร่างนี้ชื่อ วิชุดา อายุ 17 ปีกำลังเรียนอยู่ชั้น ม 6 โรงเรียนมัธยมในตัวอำเภอแห่งหนึ่ง
วิชุดาอาศัยอยู่กับแม่สองคนในอำเภอแห่งนี้และแม่ของเธอไม่เคยเล่าเื่ของพ่อให้ฟัง บอกแค่ว่าพ่อตายไปแล้ว
วันนี้เธอและเพื่อน ๆมาทัศนศึกษากับทางโรงเรียนที่อุทยานแห่งชาติไม่ไกลจากแถบชายแดนเพื่อนบ้าน
ครูให้นักเรียนสำรวจเส้นทางของน้ำตกเพื่อทำรายงานหลังจากกลับไปที่โรงเรียนวิชุดาและเพื่อน ๆ จึงพากันเดินเลียบตลิ่งของน้ำตกที่ไหลลงไปสู่แอ่งด้านล่าง
เพราะความลื่นของตลิ่งทำให้วิชุดาไถลลงจากขอบตลิ่งที่สูงชันตกลงไปแอ่งน้ำตกด้านล่าง
กว่าจะมีคนเข้ามาช่วยวิชุดาคงจะขาดอากาศหายใจและตายไปแล้วิญญาของกรวิภาถึงได้เข้ามาแทนที่
“วิชุดา”
เสียงของคุณครูที่นำคณะนักเรียนมาวิ่งเข้มาและเรียกวิชุดามาแต่ไกลทำให้ชายหนุ่มคนนั้นลุกขึ้นหลีกทางให้คณะของโรงเรียน
เมื่อคุณครูมาถึงก็นั่งลงลูบหัวลูบแขนของวิชุดา
“ขวัญมานะลูกเอ้ย”
คุณครูควักผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋าแล้วเช็ดผมและหน้าตาให้กับเธอ
“เดี๋ยวขึ้นไปข้างบนก่อน เดินไหวไหมครูจะซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ใส่ไปก่อน เปียกทั้งตัวแบบนี้เดี๋ยวจะไม่สบาย”
เสียงของครูพิสมัยยังสั่น ๆ ด้วยความใ
“เดินไหวค่ะ”กรวิภาตอบกลับโดยที่ยังไม่ชินกับเสียงใหม่ของตัวเอง
ทั้งคณะครูและนักเรียนพากันช่วยพยุงกรวิภาเดินออกไปจากน้ำตกแห่งนั้นโดยลืมแม้แต่จะกล่าวขอบคุณผู้ชายที่ช่วยกรวิภา
เมื่อครูพิสมัยซื้อเสื้อผ้าจากร้านขายของในอุทยานแล้วก็ส่งให้วิชุดาเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำของอุทยาน โดยให้เพื่อนพาไป
กรวิภาเดินไปที่ห้องน้ำโดยมีเพื่อนที่คอยจับแขนระหว่างที่เดินเพราะกลัวว่าเธอจะเป็ลม
เมื่อเดินผ่านกระจกด้านหน้าก่อนที่จะเข้าห้องน้ำกรวิภาเมื่อเห็นหน้าตาของตัวเองในร่างใหม่ก็หันขวับกลับมามองดูกระจกอย่างตะลึงตะลาน
“โอ้คุณพระคุณเ้า คำอธิษฐานของลูกเป็จริงแล้วนี่มันเบ้าหน้าฟ้าประทานจริง ๆ เลย”
กรวิภาเอามือปิดปากที่กำลังอ้าค้างไว้พร้อมกับเบิกตาโต
“วิ เป็อะไรหรือเปล่า”
เสียงใของเพื่อนที่พามาเข้าห้องน้ำเรียกสติของกรวิภากลับมา
เธอแสร้งทำเป็ว่าปวดหัวนิดหน่อยจากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า
กรวิภาแทบอยากจะร้องกรี๊ดให้สุดเสียงให้กับความสวยงามในร่างที่เธอเข้ามานี้
“ผิวขาวผ่อง ตากลมโต จมูกโด่งปลายจมูกรั้นปากหยักอิ่มเต็ม หน้าผากกลมมน แขนขาเรียวงาม หน้าอกอวบอิ่มได้รูปเหมือนกับเทวดาปั้นมาเลยแม่คุณ”
กรวิภาสำรวจร่างกายของวิชุดาด้วยความตื่นเต้นจากนั้นเธอก็ยกมือพนมขึ้นอธิษฐานถึงวิชุดาที่เป็เ้าของร่าง
“ฉันขอให้หนูไปสู่สุขคตินะ ฉันจะทำบุญไปให้และไม่ต้องห่วงแม่ของหนู ฉันจะดูแลให้แม่ของหนูมีความสุข และไม่ลำบากลำบนอีกต่อไป