ปั้นมองคีย์การ์ดในมือยืนมองคอนโดสูงระฟ้า ใจเต้นรัวจนแทบจะได้ยินเสียงในความเงียบที่ปกคลุมอยู่รอบตัวกลิ่นหอมบางเบาของดอกไม้จากสวนข้างคอนโดลอยมาแตะจมูกท่ามกลางแสงไฟจากทางเดินที่สาดส่องลงมาเป็เงา และเขาก็ขึ้นก็มาหยุดอยู่หน้าประตูห้องของภีมแล้วมือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะที่กำลังเคาะประตูความกังวลและความตื่นเต้นประสานกันจนทำให้หัวใจของเขาหนักอึ้ง ภาพคำพูดของภีมในคืนนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวทำให้เขายังไม่สามารถควบคุมความรู้สึกตัวเองได้อย่างเต็มที่
เมื่อประตูเปิดออกใบหน้าเรียบเฉยของภีมที่ปรากฏขึ้นทำให้ปั้นรู้สึกเหมือนถูกกดดันยิ่งขึ้นบรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเงียบสงบทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเรียบร้อยและเป็ระเบียบเสียจนปั้นรู้สึกว่าที่นี่อาจจะเป็โลกอีกใบที่เขาไม่เคยเข้าไปถึงมาก่อน
“เข้ามาสิ”เสียงของภีมเรียบเฉยเหมือนปกติแต่ในความเรียบง่ายนั้นกลับมีบางสิ่งที่ทำให้ปั้นรู้สึกเหมือนถูกกักขังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้เขาเดินเข้ามาในห้อง ชำเลืองมองไปรอบๆ อย่างประหม่าแต่ก็พยายามซ่อนความรู้สึกนั้นไว้ในใจ
“หายไปเลยนะตั้งสามวัน”ภีมประชดด้วยน้ำเสียงงอนๆเพราะปั้นหายกลับไปก่อนตอนแรกเขาจะรอให้ปั้นติดต่อกลับมาแต่ปั้นหายไปสามวันวันนี้เขาจึงโทรไปตามให้มาหาที่ห้อง
“พี่อยู่คนเดียวเหรอครับ?”ปั้นถามขึ้นเพื่อทำลายความเงียบที่เกือบจะอึดอัดห้องนี้ดูสะอาดสะอ้านเกินกว่าจะมีใครอีกคนอาศัยอยู่
“ก็อยู่คนเดียวสินายคิดว่าพี่จะมีใครอีกล่ะ” ภีมตอบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความรู้สึกอะไรแอบแฝงพร้อมกับเดินไปหยิบเครื่องดื่มจากตู้เย็น
“น้ำเปล่าหรือเบียร์?”ภีมถามปั้น
“น้ำเปล่าก็พอครับพี่”ปั้นตอบเสียงเบา รีบเดินไปนั่งที่โซฟาซึ่งตั้งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่นี่เงียบสงบจนเขาได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นรัวในอกมือไม้ยังคงสั่นจากความตื่นเต้นและความไม่แน่ใจที่เกาะกินอยู่ในใจ
“เื่ที่พี่พูดอะไรไปนายคิดยังไง?” ภีมหยิบน้ำเย็นมาให้ปั้นแล้วนั่งลงข้างๆ พร้อมกับเอ่ยถามตรงๆ
"เอ่อ...พี่หมายถึงเื่ที่จะคบกันใช่ไหมครับ?" ปั้นยกแก้วน้ำขึ้นมาถือไว้ในมือแต่มือกลับสั่นเล็กน้อยความกังวลทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย
“ใช่ พี่ไม่ได้พูดเล่น” ภีมตอบกลับด้วยสายตาที่จ้องตรงไปยังปั้น
“พี่...ไม่กลัวเหรอครับ? ผมไม่เคยคบผู้ชายมาก่อน ไม่รู้ว่าจะเป็ยังไง”ปั้นสบตากับภีม แต่ความลังเลยังคงอยู่ในใจความไม่แน่ใจในตัวเองและความกลัวในสิ่งที่ยังไม่เคยััทำให้เขารู้สึกอึดอัด
“ถ้ากลัวพี่คงไม่ชวนนายมาที่นี่หรอก” ภีมพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความแน่วแน่ในสิ่งที่เขาตัดสินใจ “แต่ถ้านายไม่โอเค พี่ก็ไม่บังคับ”ภีมบอกไปไม่บังคับแต่เหมือนเขาจะมีคำตอบในใจแล้ว
"ก็ไม่ใช่ว่าผมไม่โอเค...แค่ไม่เคยคิดว่าจะเป็แบบนี้"
ความเงียบเข้ามาครอบคลุม่เวลานั้นปั้นรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดในอากาศ เขารู้ว่าภีมเป็คนที่ชอบควบคุมสถานการณ์แต่ไม่คิดว่าจะตรงไปตรงมาขนาดนี้
“แล้วตอนนี้คิดยังไง?” ภีมถามขึ้นอีกครั้งสายตาของเขายังคงไม่ปล่อยให้ปั้นได้มีช่องว่างให้หลบเลี่ยง
“ก็...เอ่อ...พี่ดูจริงจังมากผมก็...คิดว่าลองดูได้ครับ” ปั้นกลืนน้ำลายเล็กน้อยก่อนจะตอบ
“ดีงั้นเริ่มจากวันนี้เลยแล้วกัน” ภีมพยักหน้าเบาๆรับคำตอบนั้นอย่างไม่แสดงความรู้สึกมากนัก
“ห๊ะ!วันนี้เลยเหรอพี่!” ปั้นอุทานด้วยความใที่ภีมตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว ความตื่นเต้นทำให้เขารู้สึกว่าทุกอย่างเคลื่อนไหวไปเร็วกว่าที่เขาจะทันตั้งตัว
“ก็ใช่นายคิดว่าไงล่ะ? จะเริ่มคบกันก็ต้องเริ่มเดี๋ยวนี้เลยไม่ต้องรอ” ภีมพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงทำให้บรรยากาศในห้องรู้สึกหนักแน่นยิ่งขึ้น
“แต่...เอ่อ...พี่จะให้ผมทำอะไรล่ะ?” ปั้นทำตาโตด้วยความตื่นเต้น
“ก็ไม่ได้จะให้ทำอะไรยากๆแค่ทำตัวปกติ อยู่ด้วยกันเหมือนเดิม แต่อาจจะใกล้ชิดกันมากขึ้นนิดหน่อย”ภีมพูดพร้อมรอยยิ้มมุมปากเล็กๆ ที่ทำให้ปั้นรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้างราวกับบรรยากาศในห้องที่เงียบสงบเริ่มอบอุ่นขึ้น
“ใกล้ชิดยังไงครับ?” ปั้นถามด้วยความไม่แน่ใจในคำพูดนั้น ภีมไม่ตอบแต่กลับขยับเข้ามาใกล้ปั้นอีกนิดทำให้ปั้นรู้สึกถึงลมหายใจของภีมที่อยู่ใกล้จนเขาเผลอถอยหลังไปติดพนักโซฟาอย่างไม่รู้ตัว
"อ่ะ อะไรพี่! ใกล้ขนาดนี้เลยเหรอ!"ปั้นหัวเราะแห้งๆ พยายามปกปิดความเขินอายที่เริ่มปกคลุมตัวเอง
“นายตกลงแล้วนี่นา”ภีมตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ยังคงนิ่งสงบแต่ในแววตาของเขากลับแฝงไปด้วยความเป็เ้าของที่ชัดเจน ปั้นหัวเราะเบาๆอย่างเขินอาย หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ
“พี่นี่ไม่เหมือนที่คิดไว้เลยนะ”ปั้นบอกภีมตามที่เขาคิด
“แล้วนายคิดว่าพี่เป็ยังไงล่ะ?”ภีมถามพร้อมมองปั้นด้วยความสนใจความสงสัยแฝงอยู่ในสายตาที่ดูจริงจังเสมอ
“ก็...คิดว่าพี่จะต้องเป็คนเงียบๆขรึมๆ ไม่คิดว่าจะ...” เขาหยุดพูด ขณะที่หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะก้มหน้าลงเพราะไม่กล้าสบตาภีม ปั้นหลบสายตาของภีมเล็กน้อยความรู้สึกเขินอายทำให้ใบหน้าของเขาเริ่มแดงระเรื่อ
“ไม่คิดว่าจะอะไร?” ภีมยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างแ่เบา
“ไม่คิดว่าพี่จะ...รุกเร็วขนาดนี้”ปั้นสูดหายใจลึกเพื่อเรียกความกล้าก่อนจะตอบเสียงเบา ความเขินอายทำให้เขาต้องหลบสายตาภีมอีกครั้งแต่รู้สึกได้ถึงการจ้องมองที่อบอุ่นและคาดไม่ถึงจากภีม
“ก็พี่ไม่ชอบเสียเวลาไงนายก็รู้” ภีมยิ้มมุมปากและหัวเราะเบาๆเสียงหัวเราะของเขานุ่มลึกและฟังดูเป็ธรรมชาติ
“โอเคๆผมเข้าใจแล้ว งั้นเราจะคบกันแบบเร็วๆ หมายถึงตอนนี้เลยใช่ไหม?” ปั้นเงยหน้าขึ้นมองภีมแล้วพบว่าหัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง
“ใช่นายเข้าใจถูกแล้ว” ภีมตอบสั้นๆแต่ในน้ำเสียงนั้นกลับมีน้ำหนักของความมั่นคงและจริงจัง
“ดูหนังกันไหม?” ภีมเสนอ แต่ในใจเขาต้องให้ปั้นอยู่ต่อ
“อ๋อ...ก็ได้ครับพี่”ปั้นตอบรับด้วยความโล่งใจที่สถานการณ์เริ่มผ่อนคลายลงเขารู้สึกว่าหัวใจที่เคยเต้นแรงเริ่มสงบลงทีละน้อยขณะที่บรรยากาศในห้องเริ่มเบาบางลง
ภีมยิ้มบางๆแล้วลุกขึ้นไปเปิดทีวีหาหนังมาดูแสงจากหน้าจอส่องสะท้อนบนใบหน้าของทั้งสองที่นั่งดูหนังด้วยกันบนโซฟาอย่างใกล้ชิดบรรยากาศที่ตอนแรกอึดอัดและตึงเครียดก็เริ่มเปลี่ยนเป็ความสบายใจความเงียบในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ ของทั้งคู่เมื่อฉากตลกในหนังปรากฏขึ้นทำให้ปั้นเริ่มรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขาและภีมกำลังเริ่มต้นในทางที่น่าตื่นเต้นและไม่เหมือนใคร
ในจังหวะที่ทั้งสองคนนั่งดูหนังปั้นเผลอหยิบแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดื่มแต่เพราะความตื่นเต้นและเขินอายที่ยังคงมีอยู่ ทำให้มือของเขาสั่นเล็กน้อยจนแก้วหลุดจากมือแก้วตกลงพื้นและแตกกระจายเป็เสี่ยงๆ เสียงแก้วแตกทำให้ความเงียบในห้องหายไปทันที
“โอ๊ย!ขอโทษครับพี่!” ปั้นร้องออกมาด้วยความใและรีบก้มลงไปเก็บเศษแก้วทันทีโดยไม่ทันได้ระวังว่ามีบางส่วนที่คมมากแค่ไหน
“เฮ้ย!ปั้น! ระวัง!” ภีมรีบร้องเตือน แต่ก็ไม่ทัน ปั้นเอื้อมมือไปหยิบเศษแก้วปลายคมของมันบาดนิ้วทำให้มีเืไหลซึมออกมาความเ็ปพุ่งขึ้นมาในทันทีที่เขาััเศษแก้ว
“โอ๊ย!”ปั้นร้องเสียงหลงเมื่อเห็นเืไหลออกมา ภีมรีบวิ่งเข้ามาดูอย่างไวเขาจับมือปั้นขึ้นมาโดยไม่คิดอะไร สายตาของเขาเปลี่ยนเป็ความห่วงใยทันที
“เจ็บมากไหม?” ภีมถามเสียงต่ำน้ำเสียงของเขาที่มักจะเ็าเปลี่ยนไปเป็อ่อนโยนสายตาจ้องมองเืที่ซึมออกมาจากนิ้วของปั้นอย่างใส่ใจ
“ก็...นิดหน่อยครับ”ปั้นตอบเบาๆ ยังไม่ทันจะคิดอะไรต่อภีมก็เอามือปั้นขึ้นมาจ่อปากแล้วดูดเืจากแผลอย่างไม่ลังเล
“พะ...พี่ภีม ทำอะไรครับ!” ปั้นตาโตด้วยความใเสียงของเขาสั่นไหวด้วยความแปลกใจและไม่คาดคิด
ภีมรู้สึกตัวเมื่อได้ยินเสียงของปั้นเขาปล่อยนิ้วของปั้นทันที ดวงตาฉายแววลังเลแต่ก็ไม่ได้เสียอาการ
“เผลอไปน่ะเห็นเืแล้วนึกถึงวิธีล้างแผลแบบดั้งเดิม”เขาพยายามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเรียบเฉยแต่ในใจกลับรู้สึกกระอักกระอ่วนกับสิ่งที่ทำลงไป
“พี่นี่นะทำเอาผมใหมด”ปั้นหัวเราะออกมาเบาๆ รู้สึกเขินอายที่เห็นท่าทีของภีม
“พี่ไม่คิดอะไรหรอก”ภีมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ในใจกลับรู้สึกกระตุกเล็กน้อยที่เผลอทำแบบนั้นลงไปความอ่อนโยนที่เขาไม่ค่อยแสดงออกได้หลุดลอยไปในชั่วขณะ
“ถ้าอย่างนั้น...คราวหน้าผมจะระวังมากขึ้นครับพี่”ปั้นยิ้มเขินๆ พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ
ภีมพยักหน้าเล็กน้อยสายตาที่เคยนิ่งสงบแฝงไปด้วยความอ่อนโยน
“ดีแล้วอย่าลืมดูแลใส่ใจตัวเองด้วย” ภีมบอกปั้นด้วยน้ำเสียงห่วงใย
บรรยากาศในห้องกลับมาสงบอีกครั้งแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลับสร้างความใกล้ชิดระหว่างทั้งสองคนมากขึ้นอย่างไม่ทันรู้ตัวปั้นรู้สึกถึงความอบอุ่นและการปกป้องที่ภีมมอบให้ แม้ว่าภายนอกเขาจะดูนิ่งเฉยแต่ความห่วงใยที่แฝงอยู่ภายในกลับทำให้ปั้นรู้สึกถึงความปลอดภัยที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในห้องนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความใกล้ชิดทางกายแต่เป็ความผูกพันที่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจของทั้งสอง
“มานี่....มา” เสียงภีมพูดไม่ทันสิ้นเสียงมือหนาก็ดึงตัวปั้นมาประชิดพร้อมทั้งประกบริมฝีปากดูดดื่มจมแน่นปั้นเผยอปากรับจูบอย่างเต็มใจ ภีมพอใจสอดส่ายลิ้นร้อนเข้าไปความรู้สึกเริ่มพุ่งขึ้นภีมถอนริมฝีปากอุ่นนั้นไซร้ลงซอกคอแล้วหยุดดูดแรงๆประหนึ่งแวมไพร์หนุ่มกำลังดูดดื่มเืหวานเ้าของคอขาวสะดุ้ง
“เฮ้ย พี่ทำไร” ปั้นสะดุ้งถามทันที
“ก็ประทับสัญญาไง นายจะทำบ้างก็ได้”ภีมหัวเราะอย่างชอบใจที่เห็นอีกฝ่ายทำหน้าเง้างอ