ไลท์ที่นอนอยู่ที่เก้าอี้นอนเหลือบมองไลก้าที่เดินกระเพกขึ้นมา
ไลก้านอนลงที่เก้าอี้นอนด้านข้างไลท์
“ เป็ไงมั้งล่ะ ” ไลท์ยิ้มขึ้น
“ พวกแกมันปีศาจ ” ไลก้ากัดฟันพูด เวลานี้เขารู้สึกหดหู่ใจอย่างมากเพราะเขาเหมือนจะกลายเป็คนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มไปแล้ว
“ ก็นะ…นายก็น่าจะรู้นิว่าโลกใบนี้มันไม่มีที่ว่างสำหรับคนอ่อนแอ ” ไลท์พูดขึ้น
“ นั้นสินะ ” ไลก้าเองก็ถอนหายใจออกมา ถ้าหากอ่อนแอก็เป็แค่หมากคนผู้แข็งแกร่งแม้แต่ความตายก็ยังดีกว่ามีชีวิตอยู่ด้วยสำหรับบางคน
“ นายเองก็ฝึกฝนกับเดซี่ไปเถอะนายเองก็จะได้ฝึกฝนการใช้หอกไปด้วย ” ไลท์พูดขึ้น
“ ฉันเข้าใจแล้ว ” ไลก้าเห็นด้วยเพราะยิ่งคู่ฝึกซ้อมแข็งแกร่งเท่าไหร่มันก็ยิ่งดีสำหรับตัวเขาเองมากขึ้น
พริบตาเดียวก็ผ่านไปสองวัน
ในที่สุดพวกไลท์ก็มาถึงเมืองคาร์ซัส
เวลานี้ไลท์เห็นเรือยนต์จำนวนมากที่กำลังขับมายังเมืองคาร์ซัส
หลังจากที่จอดกริมรีปเปอร์ไว้ที่จอดเรือยนต์ ไลท์และคนอื่นๆก็เดินเข้าไปในเมืองคาร์ซัส
เวลานี้เมืองคาร์ซัสถูกตบแต่งด้วยริบบิ้นและโคมไฟหลากสีสันตามท้องถนน
“ ไปหาข้าวกินกันเถอะ ” ไลก้าเป็คนพูดขึ้นพลางลูบท้องตัวเอง
“ งั้นไปกินข้าวกันก่อนแล้วกัน ” ไลท์เห็นด้วย
จากนั้นทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปร้านอาหารปิซาโล่ ซึ่งเป็หนึ่งในร้านอาหารที่โด่งดังในเมืองคาร์ซัส
“ แล้วพวกเราจะไปไหนกันต่อ? ” ไลก้าถามขึ้นด้วยความตื่นเต้นและกระตือรือร้น
“ เอาว่าไปหาโรงแรมก่อนดีกว่าจากนั้นค่อยเดินชมเมืองกัน ” ไลท์เสนอ คนอื่นๆก็เห็นด้วย
โรงแรมที่กลุ่มไลท์ไปพักเป็โรงแรมธรรมดาเนื่องจาก่ใกล้เวลางานเทศกาล ผู้คนจำนวนมากก็หลั่งไหลเข้ามาในเมืองทำให้โรงแรมหรูได้ถูกจองเต็มไปหมดแล้ว จึงเหลือเพียงแค่โรงแรมธรรมดาเท่านั้นที่ยังพอว่างอยู่
จากนั้นกลุ่มไลท์ทั้งหมดก็ไปยังตึกนักผจญภัยเพื่อขายซากของไก่เวทย์ก่อน
หลังจากที่ออกมาจากตึกนักผจญภัยแล้ว ไลท์และคนอื่นๆก็เดินสำรวจเมือง
ไลท์และคนอื่นๆก็พากันซื้อของแปลกๆบางอย่างที่มีแค่ในเมืองคาร์ซัสเท่านั้น
สักพักไลท์ก็เห็นทหารในเครื่องแบบอัศวินหลายสิบคนกำลังวิ่งไปยังทิศทางหนึ่ง
“ เกิดอะไรขึ้นหรอ? ” เดซี่หันมาถามไลท์ด้วยความสงสัย ซึ่งคนอื่นๆเองก็รู้สึกสงสัยไม่ต่างกัน
ไลท์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบว่า “ มีคนสู้กันน่ะ…ก็อย่างที่รู้ตอนนี้คนจากหลายพื้นที่เดินทางมางานเทศกาลอาหารแห่งนี้ทำให้เกิดการปะทะกันก็เป็เื่ปกติ”
“ อ่อ ”
เสียงอ่อดังขึ้นก่อนที่ทุกคนก็เลิกให้ความสนใจไปเช่นเดียวกัน
สิบนาทีต่อมาพวกไลท์ก็ยังได้ยินเสียงการต่อสู้อยู่และนอกจากนี้ทหารมากกว่าห้าร้อยคนก็วิ่งไปยังทิศทางที่ยังมีเสียงการต่อสู้
“ ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่การต่อสู้ธรรมดาซะแล้ว ” ไลก้ามองดูกลุ่มทหารอีกกลุ่มที่กำลังวิ่งไปยังเสียงต่อสู้
“ เอาไงดีไลท์พวกเราจะไปดูไหม? ” เดซี่ถามขึ้น
ไลท์เงียบลงไม่นานก็ขมวดคิ้วขึ้นมา
“ ไปกันเถอะ ” ไลท์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ เกิดอะไรขึ้น ” ไลก้าถามขึ้น
“ ฉันััได้ถึงคลื่นพลังของระดับSสองคนกำลังต่อสู้กัน ” ไลท์พูดขึ้น
“ ระดับS ” เดซี่และคนอื่นๆใ
ตัวตนระดับS ไม่ว่าจะเป็จอมเวทย์หรือนักผจญภัยก็นับว่าเป็ตัวตนที่ยิ่งใหญ่แม้แต่ประเทศบางประเทศก็ยังต้องฟังคำสั่งของตัวตนระดับS
ไลท์วิ่งนำทุกๆคนไปยังทิศทางที่มีการต่อสู้
เมื่อทั้งหมดมาถึงก็พบกับการต่อสู้ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็ทหาร จอมเวทย์และนักผจญภัยหลายร้อยคนกำลังต่อสู้กับศัตรูที่สวมชุดคลุมสีแดงเพลิง ที่มีรูปดวงอาทิตย์สีทองอยู่ตรงกลาง
กลุ่มทหาร จอมเวทย์และนักผจญภัยมีมากกว่าหนึ่งสามร้อยคน ส่วนทางด้านศัตรูที่สวมชุดคลุมสีแดงเพลิงมีมากกว่าสองพันคน
ไลก้าที่เห็นชุดคลุมแดงเพลิงที่มีรูปดวงอาทิตย์สีทองด้านหลังก็อุทานออกมาทันที
“ บ้าเอ้ยนึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็พวกมัน ” ไลก้าพูดอย่างเคร่งเครียด
“ พวกมันเป็ใคร ” ไลท์ถามขึ้นด้วยความสงสัย เดซี่และเวโรนิก้าเองก็รอฟังด้วย
“ พวกมันคือองค์กรมืด ชื่อของพวกมันคือองค์กรเพลิงสุริยัน เป็องค์กรมืดที่ชอบทำลายเมืองต่างๆ มีเมืองไม่ต่ำกว่าห้าสิบเมืองแล้วที่ถูกพวกมันทำลายไป คนบริสุทธิ์หลายล้านคนก็ต้องตายเพราะพวกมัน แม้ว่าทางสภาจอมเวทย์ กิลด์จอมเวทย์และสมาคมนักผจญภัยได้ไล่ฆ่าพวกมันไปเป็จำนวนมาก แต่พวกมันก็โผล่มาเรื่อยๆ มีข่าวลือว่าหัวหน้าขององค์กรเพลิงสุริยันเป็ตัวตนระดับSS ” ไลก้าอธิบาย
ไลท์ที่ได้ฟังไลก้าอธิบายเขาก็เข้าใจได้ทันที
องค์กรมืดและกิดล์แห่งความมืดคือการรวมตัวกันของอาชญากร พวกมันแข็งแกร่งมากแม้แต่ทางสภาจอมเวทย์ กิลด์จอมเวทย์และสมาคมนักผจญภัยก็ยังไม่สามารถปราบปรามพวกมันได้หมด
“ ลุยกันเถอะแล้วก็ระวังตัวด้วย ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะหายตัวไปทันที
เดซี่และคนอื่นๆก็วิ่งไปเข้าร่วมการต่อสู้
เดซี่เข้าร่วมการต่อสู้ทันที เธอสามารถหลบการโจมตีขององค์กรเพลิงสุริยันได้อย่างสบายๆและฆ่าพวกมันได้ทุกครั้งที่มีการขยับดาบก็มีดอกไม้สีชมพูกระจายไปทั่ว นอกจากนี้การต่อสู้ของเธอราวกับการเต้นรำยามค่ำคืนที่ดูสวยงาม
ไลก้าควงหอกสายฟ้า ทุกครั้งที่โจมตีก็จะมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านอย่างรุนแรงจนสร้างความเสียหายเป็วงกว้าง
เวโรนิก้าแม้ว่าเธอจะยังอ่อนแอที่สุดแต่ด้วยที่มีพละกำลังอันมหาศาลเธอจึงปล่อยทักษะหมัดที่ทรงพลังที่สุดของเธออย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็คือหมัดสูญญากาศ การต่อยไปยังด้านหน้าด้วยความเร็วสูงและรุนแรงจนเกิดะุลมขนาดใหญ่พุ่งใส่องค์กรเพลิงสุริยันจนทำให้หลายคนลอยกระเด็นไปไกลและาเ็สาหัสทันที
“ โอ้พระเ้า ” เหล่าทหาร จอมเวทย์และนักผจญภัยพากันอ้าปากค้างเมื่อเห็น
“ ในที่สุดพวกเราก็รอดแล้ว ” หลายคนถอนหายใจออกมาอย่างผ่อนคลาย
“ พวกนั้นเป็ใครกันแน่ทำไมถึงแข็งแกร่งแบบนี้!! ” หลายคนเฝ้ามองการต่อสู้ของเดซี่ เวโรนิก้าและไลก้า
บนท้องฟ้าเหนือเมืองคาร์ซัส
เสียงการต่อสู้ดังขึ้นต่อเนื่อง ก่อนที่จะมีร่างหนึ่งลอยกระเด็นออกมา
เป็ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีแดงที่มีาแทั่วทั้งร่างกาย
แฮ่กๆ
เสียงหอบหายใจของชายวัยกลางคนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเ็ปจากาแตามร่างกาย เขาเป็แขกพิเศษที่ถูกเชิญมายังงานเทศกาลอาหารโดยเพื่อนสนิทของเขาที่เป็ผู้ดูแลสำนักงานนักผจญภัยที่เมืองนี้
“ ให้ตายสิใครจะไปรู้ว่าพวกมันจะให้อาร์คโทเน่มาที่นี้ด้วย ” บาลุคเช็ดเืที่มุมปาก
“ ฮี่ฮี่ฮี่ เป็อะไรไปแค่นี้ก็ไม่ไหวแล้วงั้นหรอ ฉายาดาบเพลิงก็เป็เพียงแค่ข่าวลือสินะ ” น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้น เป็ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีแดงเพลิง ในมือถือคฑาสีแดงไว้
บาลุคกัดฟันแน่นด้วยความเกลียดชัง ศัตรูเบื้องหน้าของเขาคืออาร์คโทเน่ เป็จอมเวทย์เพลิงระดับSที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆในองค์กรเพลิงสุริยัน ฉายาคือจอมะเิอาร์คโทเน่
เวทย์มนต์ของอาร์คโทเน่คือการะเิโดยใช้ลูกไฟ ซึ่งมีความรุนแรงกว่าเวทย์ไฟมาก
“ บาลุคดูเหมือว่ากำลังเสริมเองก็น่าจะมาไม่ทันและต่อให้พวกมันมาเมืองคาร์ซัสจะต้องถูกทำลายอยู่ดี ” อาร์คโทเน่หัวเราะเยาะ
“ ลาก่อนบาลุค ” อาร์คโทเน่เสกลูกไฟขนาดหนึ่งเมตรออกมากว่าสิบลูกและปล่อยลูกไฟทั้งหมดพุ่งเข้าใส่บาลุค
บาลุคมองดูลูกไฟพุ่งเข้ามาหาด้วยแววตาเกลียดชังก่อนที่จะหลับตาลงอย่างช้าๆ
“ ดูเหมือนว่าวันนี้ฉันจะต้องตายแล้วสินะ ” บาลุคถอนหายใจ
ทันใดนั้นก็มีดาบสีทองบินมาล้อมรอบบาลุคเอาไว้
ในขณะที่บาลุคกำลังเตรียมใจตายจู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงดังขึ้นว่า “ คุณยังไม่ตายวันนี้หรอก ”
ตู้มมมมม
เสียงะเิดังกระหึ่มไปทั่วเมืองคาร์ซัส
คนที่ต่อสู้อยู่ด้านล่างถึงกับหยุดการต่อสู้และมองขึ้นมาบนท้องฟ้า
ไม่นานหลังจากที่ฝุ่นควันหายไปอาร์คโทเน่ก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ข้างบาลุค โดยที่บาลุคไม่เป็อะไรแม้แต่น้อย
บาลุคมองดูชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยแววตาประหลาดใจ สงสัยและกังวล
“ ไม่ต้องเป็ห่วงฉันเป็นักผจญภัยและมาที่นี้เพื่อช่วยคุณ ” ไลท์ยิ้มขึ้นพร้อมกับโชว์บัตรนักผจญภัยให้กับบาลุคดู
แต่เมื่อบาลุคเห็นว่าไลท์เป็เพียงนักผจญภัยระดับAก็ขมวดคิ้วแน่น
“ เธอรีบหนีไปซะเธอเอาชนะเ้าบ้านั้นไม่ได้หรอก ” บาลุคพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาไม่้าให้เด็กที่มีพร์แบบนี้ต้องตายไป
ไลท์หัวเราะและพูดขึ้นว่า “ คุณไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกเ้าหมอนั้นน่ะกระจอกจะตายไป ”
บาลุคคิ้วกระตุก ถ้าหากเ้าอาร์คโทเน่กระจอกแล้วเขาที่แพ้มันล่ะไม่กระจอกกว่าหรือไง?
“ แกเป็ใคร? ” อาร์คโทเน่มองมาที่ไลท์ด้วยแววตาจริงจัง เพราะคนที่สามารถรับเวทย์ะเิของเขาได้จะต้องเป็คนที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง
“ คนตายไม่จำเป็ต้องรู้หรอก ” ไลท์หัวเราะก่อนที่จะพุ่งตัวด้วยความเร็วไปหาอาร์คโทเน่
ความเร็วของไลท์แม้แต่อาร์คโทเน่ก็ยังมองตามไม่ทัน
“ เร็วมาก ” อาร์คโทเน่เบิกตากว้างทันใดนั้นสัญชาตญาณก็บอกให้เขาป้องกันการโจมตีจากด้านขวา
อาร์คโทเน่ไม่รอช้าเขารีบยกคฑาขึ้นมาป้องกันทันที
เคร้ง
เสียงกระทบกันของโลหะดังขึ้น
อาร์คโทเน่ที่เห็นว่าไลท์ฟันดาบมาทางตัวเองก็ลอบกลืนน้ำลาย ถ้าหากเมื่อกี้เขาไม่ได้ใช้สัญชาตญาณในการรับการโจมตีล่ะก็ป่านี้เขาคงถูกฟันจะกลายเป็สองส่วนไปแล้ว
“ โอ้ รับได้ด้วยหรอเนี้ย ” ไลท์ประหลาดใจแต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าพวกระดับSนั้นแข็งแกร่งเพราะนี้เป็ครั้งแรกเลยที่มีคนสามารถรับดาบของเขาได้
อาร์คโทเน่รีบถอยหนีจากไลท์ทันที
เม็ดเหงื่อจำนวนมากไหลออกมาทั่วร่างกาย มือของเขาชาหลังจากที่รับการโจมตีของไลท์ไป
บาลุคได้แต่อ้าปากค้างเพราะั้แ่สู้มาเขาก็ยังไม่สามารถทำให้อาร์คโทเน่ถอยหนีได้ แต่นี้ชายหนุ่มคนนี้โจมตีเพียงครั้งเดียวก็ทำให้อาร์คโทเน่ถอยหนีได้แล้ว
“ ตายซะเถอะ ” อาร์คโทเน่คำรามด้วยความโกรธ เขารู้สึกเสียหน้ามากที่ถูกชายหนุ่มคนนี้โจมตีจนต้องถอยหนี
ทันใดนั้นวงแหวนเวทย์ขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
“ แย่แล้วมันกำลังจะใช้มหาเวทย์โจมตี ” บาลุคะโขึ้น
จอมเวทย์ระดับSขึ้นไปจะมีท่าไม้ตายที่เรียกว่ามหาเวทย์ ซึ่งเป็การโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของจอมเวทย์
ไลท์หรี่ตาลงทันทีเพราะเขาก็รับรู้ได้ว่าการโจมตีนี้ของอาร์คโทเน่รุนแรงมาก
“ จงรับความโกรธเกรี้ยวของฉันคนนี้ไปซะ ”อาร์คโทเน่ะโขึ้น
ทันใดนั้นลูกไฟนับร้อยลูกปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ซึ่งมันอาจจะเป็ดาวตกขนาดย่อมเลยก็ว่าได้เพราะลูกไฟแต่ละลูกมีขนาดใหญ่กว่าห้าเมตร
เมื่อกลุ่มคนด้านล่างเห็นลูกไฟขนาดใหญ่นับร้อยลูกลอยอยู่เหนือเมือง พวกเขาได้แต่แสดงสีหน้าสิ้นหวังออกมาแม้แต่อาวุธในมือก็ไม่สามารถถือได้
“ ตายแน่ๆ พวกเราจะต้องตายแน่ ”
“ บ้าเอ้ยทำไมฉันต้องมาตายที่นี้ด้วย!! ”
เสียงกรีดร้องของฝ่ายจอมเวทย์และนักผจญภัยดังขึ้น
กลับกันเสียงะโสรรเสริญของฝ่ายองค์กรเพลิงสุริยันดังขึ้นมาแทน
“ องค์กรสุริยันจงเจริญ ”
ทางฝั่งเดธปาร์ตี้เองก็รู้สึกตื่นตระหนกแต่เมื่อพวกเขาเห็นว่าไลท์ยังอยู่้าโดยที่ไม่หนี พวกเขาก็ไม่มีความคิดที่จะหนีแม้แต่น้อย
ไลท์รู้สึกถึงได้ภัยคุกคามจากลูกไฟนับร้อยลูกที่อยู่เหนือหัวของเขาขึ้นไป
“ งั้นก็ลุยให้มันสุดๆไปเลยแล้วกัน ” ไลท์หัวเราะก่อนที่จะะเิพลังออกมาอย่างรุนแรง
คลื่นพลังที่ไลท์ะเิออกมามันรุนแรงมากจนแม้แต่บาลุคที่อยู่ใกล้ๆก็ยังถูกคลื่นลมซัดปลิวไปหลายเมตร
บาลุคเบิกตากว้างและมองมาที่ไลท์ด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ แข็งแกร่งมาก!! ” บาลุคอุทาน เพราะคลื่นพลังนี้มันทรงพลังกว่าเขาและอาร์คโทเน่มาก
ทันใดนั้นภาพอันน่าตระการตาก็ปรากฏขึ้น
ดาบสีทองนับหมื่นกำลังลอยอยู่บนท้องฟ้าและหันปลายดาบไปหาลูกไฟ
“ แกคิดว่าอาวุธเล็กๆแบบนั้นจะทำอะไรได้งั้นหรอ? ” อาร์คโทเน่หัวเราะเยาะ
“ มันก็ไม่แน่หรอก ” ไลท์แสยะยิ้มก่อนที่จะประกบมือเข้าด้วยกัน
พริบตาเดียวกระบี่สีทองหลายพันเล่มก็รวมเป็กระบี่สีทองขนาดใหญ่กว่าห้าสิบเมตร
กระบี่สีทองใหญ่กว่าห้าสิบเมตรจำนวนสิบเล่มลอยอยู่บนอากาศ
แรงกดดันที่กระบี่สีทองปล่อยออกมาทำให้บรรยากาศรอบๆถึงกับสั่นไหว
อาร์คโทเน่จ้องกระบี่สีทองด้านล่างด้วยแววตาสั่นไหว เพราะเขาเองก็รับรู้ได้ถึงความอันตรายจากกระบี่สีทองเหล่านี้
“ มาเริ่มงานเลี้ยงแห่งความตายกันเถอะ ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะโบกมือเบาๆ
ดาบสีทองสิบเล่มก็พุ่งเข้าหาลูกไฟอย่างรวดเร็ว
เมื่อลูกไฟะเิก็กลายเป็สะเก็ตไฟดูสวยงามราวกับดอกไม้ไฟยามค่ำคืน แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่ใช่ตอนกลางคืนไม่อย่างนั้นมันจะสวยงามกว่านี้อีก
เสียงะเิราวกับเริ่มต้นงานเทศกาลดอกไม้ไฟ
เพียงแค่สิบนาทีลูกไฟนับร้อยลูกของอาร์คโทเน่ก็หายไปจนหมด ส่วนทางด้านกระบี่สีทองของไลท์ยังอยู่ครบ แสดงให้เห็นว่ากระบี่สีทองของไลท์ทรงพลังกว่าลูกไฟของอาร์คโทเน่มาก
“ ลาก่อนศัตรูผู้ไม่่รู้จักชื่อ ” ไลท์พึมพำเบาๆ
ดาบสีทองทั้งหมดก็พุ่งไปหาอาร์คโทเน่ด้วยความเร็วสูง
อาร์คโทเน่ที่กำลังช็อคเื่ที่มหาเวทย์ลูกไฟั์ของเขาถูกทำลาย จึงไม่ทันได้ตอบสนองต่อดาบสีทองของไลท์
ตู้มมม
เสียงะเิดังขึ้น
คลื่นะเิกระจายไปวงกว้าง แม้แต่เมืองด้านล่างก็ยังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
ห้านาทีฝุ่นควันก็ค่อยๆหายไปและรวมไปถึงร่างของอาร์คโทเน่ที่หายไปด้วย
บาลุคมองดูเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความสั่นเทา เขาไม่อยากคิดเลยว่าถ้าดาบสีทองนั้นพุ่งเป้ามาที่เขา เขาจะทำอย่างไง คงได้แต่สิ้นหวังและรอความตายแต่โดยดี
เมื่อเห็นว่าอาร์คโทเน่ตายไปแล้วไลท์จึงแยกดาบสีทองออกจากกันและให้มันสังหารคนขององค์กรเพลิงสุริยันที่ยังเหลือรอดอยู่ข้างล่าง