ทันทีที่หลี่เหลียนฮวาตื่นขึ้นมาก็ได้ข่าวจากสาวใช้ทั้งสองว่ามีนางกำนัลมาแจ้งให้นางเข้าไปยังวังหลวงในอีกสองวันและจะส่งมามาให้มาสอนมารยาทพื้นฐานในวังให้มันไม่ใช่สิ่งที่คาดไม่ถึงสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้แต่นางแค่ใที่มันรวดเร็วเกินไปกลายเป็ว่ากำหนดการของนางตอนนี้นอกจากต้องเตรียมตัวสอบเข้าสำนักศึกษาในอีกสี่วันแล้วยังต้องเตรียมตัวสำหรับเข้าวังในอีกสองวันอีกด้วย สำหรับนางที่ในอดีตได้อยู่ในวังแล้วการเรียนมารยาทกับมามานั้นไม่จำเป็แต่ทว่าคนอื่นไม่ได้รู้กับนางด้วย นางจึงต้องเตรียมตัวตามที่ทางวังได้แจ้งมา
อืมนางไม่มีเวลาพักเลยสินะ
นางถอนหายใจอย่างปลงตกก่อนจะเรียกเข่อชิงและเจียอีมาช่วยนางเตรียมตัวต้อนรับคนที่จะมาสอนนาง แต่งตัวได้ไม่นานก็มีหญิงรับใช้มาแจ้งว่ากูมามาคนที่จะสอนนางมาถึงแล้ว
ทันทีที่ได้ยินชื่อนางถึงกับชะงักรู้สึกคุ้นเคยกับชื่อนี้ในความทรงจำแต่นางก็สูดหายใจลึกพลางบอกกับตนเองว่าไม่ใช่หรอก นางคงไม่โชคร้ายขนาดนั้น
นางเดินไปต้อนรับกูมามาที่หน้าจวนแล้วนางก็ได้พบกับู้หญิงผมสีดำรัตติกาลใบหน้าขาวใสแต่ทว่าดูมีอายุราวสี่สิบ เมื่อกูมามาหันหน้ามาหานางก็ทำความเคารพโดยที่ในใจยังเต้นดังด้วยความกลัวไม่หยุดหย่อน
“หลี่เหลียนฮวาขอทำความเคารพกูมามาเ้าค่ะ”
“สวัสดีคุณหนูหลี่ สองวันนี้นู๋ปี้*ขอฝากตัวด้วยนะ”กูมามายิ้มอย่างใจดีและตอบกลับอย่างอ่อนโยน
ความอ่อนโยนนี่แหละที่ล่อให้นางติดกับในชาติแรกนางจำใบหน้าและน้ำเสียงนี้ไม่ลืม ในเมื่อเขาคือคนที่สมรู้ร่วมคิดกับฮองเฮาวางยาพิษนางเองกับมือในทุกๆครั้งที่ใช้ข้ออ้างเื่มารยาทในวังมาสอนนางนางเองก็รู้ตัวก่อนถูกวางยาพิษตายไม่กี่วันว่าในตัวนางมียาพิษอ่อนๆที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงอยู่ในทุกๆวันจึงเป็เหตุให้ชาติต่อมานางตั้งใจเรียนรู้เื่สมุนไพรมากขึ้นจนแทบจะบอกชนิดของยาพิษที่คนในวังใช้กันได้หมดทุกแบบเพียงแค่เห็นหรือได้กลิ่น
แม้ในใจจะผิดหวังและเคียดแค้นเพียงใดแต่สิ่งที่อยู่บนใบหน้าของนางคือรอยยิ้มอันอ่อนหวานสมบูรณ์แบบของเด็กสาวชนชั้นสูงผู้ไร้เดียงสาปละหยิ่งทระนงกูมามาถึงกับชะงักที่ไม่สามารถหาที่ติในการต้อนรับของนางได้ทำได้เพียงกระแอมสั้นๆและเดินตามสาวใช้ไปยังเรือนรับรองเท่านั้น
นางเงยหน้าขึ้นทันทีที่กูมามาเดินออกไปสีหน้าที่เ็าของนางทำให้หลี่ซูฮวาและหลี่จางเหว่ยรู้ว่าต้องเคยมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างนางและกูมามาเป็แน่หลี่ซูฮวาจึงเดินมากอดนางในขณะที่หลี่จางเหว่ยยกมือขึ้นมาลูบหัวทำให้สีหน้าของหลี่เหลียนฮวาอ่อนโยนลงก่อนที่ทั้งสามจะแยกย้ายกันไปทำธุระของแต่ละคนที่ห้องของตนก่อนที่จะออกมาพบกันอีกครั้งในเพลากินข้าว
ในเพลาอาหารปกติแล้วมักจะมีเสียงพูดคุยสอบถามเื่ราวทั่วไปในครอบครัวแต่ทว่าด้วยวันนี้มีแขกมา ่เวลาทานอาหารจึงมีแต่ความเงียบงันและการกระทำที่เป็ไปตามมารยาทในรั้ววังเพื่อไม่ให้กูมามาหาข้อมาติได้
เมื่อทานอาหารเรียบร้อยแล้วหลี่เหลียนฮวาก็โล่งใจที่ไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้นและเดินตามกูมามาและสาวใช้เพื่อไปฝึกเรียนมารยาทตามที่พระราชสาสน์ได้แจ้งมา
เมื่อมาถึงห้องกูมามาก็เริ่มติเตียนนางทันทีแม้นางจะเบื่อหน่ายทว่าก็เข้าใจได้ แม้สมองจะจำได้แต่ร่างกายมิได้จดจำเพลานี้นางจึงไม่อาจแสดงกิริยามารยาทของวังหลวงโดยธรรมชาติได้ต้องตั้งสติก่อนและขยับตามความทรงจำเท่านั้นในยามที่เผลอตัวจึงยังคงมีจุดบกพร่องอยู่ นางจึงตอบรับอย่างขยันขันแข็งแม้ในใจจะลอบหงุดหงิดที่ทุกครั้งที่นางไม่ได้มองหรือก้มหัวให้กูมามามักจะมองนางราวกับมองสิ่งต่ำต้อยก็ตามที
“แม้ท่านจะเป็บุตรสาวของตระกูลหลี่แต่ก็ต้องจดจำไว้เสมอนะเ้าคะ ว่าในวังหลวงมีคนที่อยู่สูงกว่าท่านอีกมากมายท่านต้องมีกิริยาที่เจียมตัวอยู่เสมอและสำนึกไว้ว่าด้วยความกรุณาของฮ่องเต้ท่านและตระกูลจึงได้ใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายและด้วยความเมตตาของฮองเฮานู๋ปี้จึงได้มาสอนมารยาทในวังหลวงให้ท่านไม่ต้องอับอายในวันนี้นะคะ”
แม้คำพูดนางจะไร้เหตุผลแค่ไหนแต่ในยามนี้ที่นางไม่มีอำนาจใดจะต่อกรกับกูมามานางจึงเพียงแค่ยิ้มรับอย่างอ่อนน้อมเท่านั้น
เวลาสองวันผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดก็ถึงวันที่นางจะต้องเข้าไปยังวังหลวงเข่อชิงและเจียอีและสาวใช้ในเรือนอีกหลายคนปลุกนางขึ้นมาเตรียมตัวั้แ่ยามอิ๋น**เพื่อมาประทินโฉมเตรียมตัวไปสู้กับบรรดาพระสนมและคุณหนูนางอื่นที่อาจพบในวังหลวง
นางถูกขัดสีฉวีวรรณเสียจนรู้สึกเบลอไปหมดถูกจับไปลองตรงนู้นทีตรงนี้ที เปลี่ยนชุดเครื่องประดับใหม่ไม่ซ้ำอันจนเวลาผ่านไปหลายชั่วยามนางก็ได้ชุดฮั่นฟู่สีแดงองุ่นและขาวลายกวางบนชุดถูกปักด้วยด้ายเงินดูบริสุทธิ์และสง่างามผมถูกเกล้าขึ้นเป็ทรงเซียนโบยบิน ปักด้วยปิ่นทองและทับทิมคู่กับต่างหูทัมทิมและสร้อยคอเข้าชุดกัน
พวกนางยืนมองดูคุณหนูของนางที่นั่งอยู่อย่างภูมิใจคุณหนูของพวกนางที่ปกติงดงามอยู่แล้ว วันนี้ดูงดงามเป็เท่าตัว นางดูทั้งสูงส่งและร้อนแรงและด้วยความสง่างามในทุกย่างก้าวของนางนั้นก็เพียงพอที่จะไปสู้พระสนมยศสูงๆได้เลยไม่แน่ในวันหน้าคุณหนูของนางก็อาจจะเป็พระสนมยศสูงหรือแม้กระทั่งฮองเฮาเลยก็เป็ได้!
พวกนางคิดกันอย่างเพ้อฝันโดยไม่ทราบเลยว่าคุณหนูของพวกนางเกลียดชังฮ่องเต้เพียงใดหากหลี่เหลียนฮวาได้ยินความคิดของสาวใช้ล่ะก็ นางคงแทบจะอาเจียนออกมาด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์จนสุดหัวใจกันเลยทีเดียว
หลี่เหลียนฮวาลืมตามองตนเองหน้าคันฉ่องแล้วผงะสาวใช้ของนางจัดเต็มเกินไปหรือไม่นางไม่ได้หลงตนเองแต่ทว่าเพียงแค่รูปลักษณ์ธรรมดาของนางก็โดดเด่นมากพออยู่แล้วเพลายังคงโดดเด่นมากขึ้นด้วยการแต่งตัวที่เน้นไปทางโทนแดงทั้งยังทรงผมและเครื่องประดับพวกนี้อีก ไม่! เพียงเท่านี้ฮองเฮาก็ระแวงในตัวนางมากแล้วขืนมากกว่านี้จนทำให้ฮ๋องเต้สังเกตเห็นและสนใจนางอย่างชาติก่อนๆชีวิตชาตินี้ของนางคงเต็มไปด้วยอันตรายแล้ว
แต่ยังไม่ทันที่นางจะอ้าปากบอกให้เปลี่ยนชุดสาวใช้ก็เดินออกมาบอกว่ารถม้าจากวังหลวงมารับนางแล้วนางจึงได้แต่ปลงตกในโชคชะตาและหวังให้ทุกอย่างราบรื่นและไร้ซึ่งอุปสรรค
ชาตินี้นางไม่อยากย้อนเวลาอีกแล้วนะ...
เมื่อมาถึงวังหลวงขันทีก็นำทางนางมาจนถึงห้องรับรองที่นางมองดูรอบๆแล้วก็ทราบได้ว่าเป็ห้องรับรองของพระสนมระดับสูงดูท่าฮ่องเต้คงให้เกียรตินางมากเลยทีเดียว
ขณะที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยก็มีนางกำนัลนำขนมและน้ำชามาให้นางลองดมดูแล้วคาดว่าจะมียาพิษอ่อนๆที่ไม่ทำให้ถึงตายแต่คงเป็ผื่นและออกจากบ้านไปไม่ได้หลายวันและเป็ยาพิษที่ไม่มียาถอนเนื่องจากมันไม่ใช่ยาพิษร้ายแรงอะไรจึงทำได้แค่บรรเทาไม่ให้ร้ายแรงไปมากกว่านี้รักษาเพียงแค่สัปดาห์เดียวก็หาย
นางกำลังจะบอกปัดแต่นางกำนัลนางนั้นที่นางจำได้ว่าเป็หนึ่งในสาวใช้ของฮองเฮาก็เอ่ยปากขึ้นมาว่า“นี่เป็ขนมที่พระสนมทำเองจัดมาให้ต้อนรับท่านค่ะท่านอยากทราบว่ารสชาติเป็เช่นไรเข้ากับชาหรือไม่รบกวนคุณหนูหลี่เหลียนฮวาช่วยทานและบอกกล่าวกับนู๋ปี้มาได้เลยค่ะ นู๋ปี้จะนำข้อความไปให้พระสนมเอง”
เมื่อได้ยินดังนั้นนางก็กลืนคำพูดที่จะพูดลงไปและทานขนมและน้ำชาที่ได้รับมาเพียงเล็กน้อยและตอบกลับไปอย่างยิ้มแย้มว่า“เป็ขนมที่อร่อยมากรสัันุ่มนวลทั้งยังมีกลิ่นดอกไม้เข้ากับชาหอมหมื่นลี้ได้เป็อย่างดีข้าฝากของคุณพระสนมให้ด้วยนะ”
“รับทราบเ้าค่ะนี่เป็จดหมายที่พระสนมฝากมาให้ท่านเช่นกัน รบกวนเปิดหลังจากนู๋ปี้ออกไปแล้วนะเ้าคะ”
เมื่อนางกำนัลออกไปแล้วนางก็เปิดจดหมายออกมาในนั้นมีข้อความเขียนไว้ตัวโตๆว่า
‘นี่แค่คำเตือน’
นางถอนหายใจลูบเบาๆที่แขนที่เริ่มมีอาการคันเกิดขึ้นดูท่าว่านางคงไปเตะตาฮองเฮาเข้าจริงๆสินะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ชาตินี้ฮองเฮาจึงระแวงนางที่ไม่เคยพบกันมากถึงขนาดนี้จดหมายนี่คงเป็คำเตือน ว่าถ้านางกล้าขอเป็สนมของฮ่องเต้ล่ะก็นางคงไม่ได้มีชีวิตสงบสุขเป็แน่
อ่านข้อความได้ไม่นานขันทีก็เรียกนางเข้าไปเข้าเฝ้านางจึงลุกขึ้นและเดินตามไปอย่างง่ายดาย
ไม่ต้องห่วงหรอกหวงโฮ่ว*** ไม่ว่าจะต้องอย่างไรข้าก็จะไม่มีวันมาเหยียบที่นี่ในฐานะสตรีของฮ่องเต้อย่างแน่นอน!
*นู๋ปี้คำเรียกแทนตัวเองของนางกำนัล
**ยามอิ๋น 3.00 – 4.59
***หวงโฮ่ว = ฮองเฮา