40.น้องมาแล้ว
“เย่วเย่ว วันนี้จะซื้อเพียงต้นไม้และเมล็ดพันธุ์เท่านั้นหรือลูก”
“เจ้าค่ะ แต่ถ้าหากมีของอย่างอื่นที่น่าสนใจก็ค่อยซื้อเพิ่มเจ้าค่ะ”สองพ่อลูกจับจูงมือกันเดินไปตามถนนของตลาดท่าเรือเพื่อหาดูเมล็ดพันธุ์ผลไม้หรือต้นกล้าผลไม้ไปปลูกเพิ่มเดินไม่นานเมื่อถึงร้านที่ขายพันธุ์ต้นไม้และเมล็ดพันธุ์ต่างๆก็ได้ของที่ต้องการเป็นต้นกล้าจวี๋จื่อที่เพาะมาแล้วจำนวน 20 ต้นน้อยไปหน่อยแต่ไม่เป็นไร เอาไปเพิ่มจำนวนเองได้
อีกทั้งยังได้ต้นลี่จือ(ลิ้นจี่)และต้นหมางกั่ว(มะม่วง) มาอีกด้วย ใช้เวลาไม่นานก็ได้ของตามที่ต้องการแต่หมิงเยว่อยากได้โหลแก้วสักหน่อย ความจริงในช่องว่างก็มีแต่ต้องซื้อไปให้คนเห็นด้วยว่ามีแหล่งที่มาที่ไปจะได้เอาออกมาใช้ได้ไม่มีคนสงสัยนางคิดจะเอามาใส่ผลไม้แปรรูปและแยมขายเวลาใส่โหลแก้วใส่ๆจะดูน่ากินและน่าซื้อมากยิ่งขึ้นดังนั้นวันนี้นอกจากต้นผลไม้แล้วยังมีโหลแก้วขนาดต่างๆ ทั้งเล็กทั้งใหญ่อีกหลายใบที่ถูกซื้อกลับไป
ระหว่างทางที่นั่งรถม้าโดยมีพี่อาหงเป็นคนขับนั่นหมิงเยว่นอนหนุนตักท่านพ่อพร้อมกับหลับตาพริ้มจนหมิงฮุ่ยเข้าใจว่าบุตรสาวคงเหนื่อยจนหลับไปแต่ความจริงหมิงเยว่ไม่ได้หลับนางเพียงแต่คิดถึงเรื่องราวของตนเอง นางมาอยู่ที่นี้ได้ปีกว่าแล้วและกำลังจะอายุ6 หนาวแล้ว ตอนนี้ครอบครัวหยางก็เริ่มตั้งตัวได้ไม่ลำบากเหมือนก่อนแล้วและนางหวังว่าในอนาคตจะเป็นไปได้ด้วยดีแบบนี้ไปตลอด เฮ้ออดีจังเลยหวังว่าคนที่อยู่ในยุคโน้นจะสบายดีกันนะ
เช้าวันต่อมาหมิงฮุ่ยจึงให้คนงานในบ้านเอาต้นจวี๋จื่อต้นลี่จือ และต้นหมางกั่วลงดินปลูกทันทีโดยปลูกจวี๋จื่อเป็นแถวยาวไป แต่ต้นลี่จือและต้นหมางกั่วปลูกรอบๆที่ดินข้างกำแพงเป็นแนวยาวไปให้เป็นเหมือนรั้วอีกชั้นไปด้วยต่อไปก็จะมีผลไม้หลากหลายชนิดมากขึ้น
และเช้านี้ก็เป็นอีกวันที่ทุกชีวิตในบ้านสกุลหยางดำเนินต่อไปอย่างปกติและสงบสุขตามกิจวัตรประจำวันจะแปลกไปสักหน่อยเห็นจะเป็นท่านแม่ที่ดูจะหน้าตาซีดเซียวเบื่ออาหารกินอะไรไม่ค่อยได้
“ท่านแม่อยากกินอาหารรสชาติแบบไหนเจ้าคะ เยว่เยว่จะหามาให้ท่านเอง”
“ขอบใจมากลูกแต่แม่ไม่อยากกินอันใดเลย มันเหม็นเบื่อแล้วก็เวียนหัวไปหมด”
“ให้หมอมาตรวจดูดีหรือไม่ขอรับ”หมิงเฟิงที่เห็นมารดาป่วยก็รู้สึกเป็นห่วงอย่างมาก
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็หาย แม่คงนอนไม่พอน่ะ”
“เหตุใดท่านแม่นอนไม่พอเล่าขอรับ ปกติเห็นท่านพ่อพาท่านแม่เข้านอนแต่หัววันตลอด”เป็นชุนชุนๆ เอ่ยถามอย่างสงสัยจนฟางจิงอึกอักส่งสายตาค้อนวงใหญ่ไปให้สามีตัวต้นเหตุที่นั่งส่งยิ้มอยู่ใกล้ๆ เพราะท่านนั่นแหละ
“เพราะแม่เจ้าต้องช่วยงานพ่อต่อตอนกลางคืนจึงนอนน้อยน่ะชุนชุน”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง” ชุนชุนพยักหน้าเข้าใจหงึกหงักเป็นไก่จิ๊ก
“ท่านพี่” ฟางจิงถลึงตาใส่มีทันทีแต่คนเป็นสามีหาเกรงกลัวไม่มีแต่ความรู้สึกมันเขี้ยวอยากจับเมียฟัดเสียมากกว่า
“เช่นนั้นท่านแม่ทานผลไม่รสเปรี้ยวดูหน่อยมั้ยเจ้าค่ะ”หมิงเยว่ยังคงนำเสนอของกินให้มารดาไม่หยุด
ฟึบ!! หมิงเย่วเอาผิงกั่วเขียว(แอปเปิ้ลเขียว)และหมางกั่วดิบ(มะม่วงดิบ)ออกมาพร้อมขวดโหลน้ำจิ้มกินคู่กับหมางกั่วออกมาให้ท่านแม่เมื่อเห็นน้องสาวกำลังจะใช้มีดหั่นผลไม้ให้มารดาหมิงเฟิงก็รับมาทำให้เองเพราะกลัวว่ามีดจะบาดมือน้อยๆ ของน้องสาวได้
“ท่านแม่ลองกินดูเจ้าค่ะเพื่อจะดีขึ้นส่วนอาหารกลางวันนี้เดียวลูกจะทำอาหารที่มีรสชาติจัดจ้านกินดูน่าจะสดชื่นและรู้สึกดีขึ้นนะเจ้าคะ”ฟางจิงได้ฟังก็พยักหน้าให้บุตรสาวด้วยรอยยิ้มทั้งยังหยิบผลไม้ส่งเข้าปากกินอย่างเอร็ดอร่อยไม่รู้สึกเปรี้ยวเลยสักนิด
จากนั้นหมิงเยว่ก็ให้บ่าวคนงานไปเตรียมของทำอาหารเท่าที่หาได้มาให้ นางจะทำต้มยำกุ้งน้ำใสใส่เห็ดฟางกับยำวุ้นเส้นร่วมมิตรรสแซ่บๆนี้เป็นอาหารที่ทำกินเมื่อชีวิตก่อนเป็นประจำเลยเพราะคุณแม่ในชีวิตก่อนเป็นคนไทยและทำให้นางกินบ่อยๆล่ะคิดถึงรสชาติขึ้นมาแล้วก็น้ำลายไหล ไม่ได้กินมานานแล้วด้วยส่วนของบางอย่างที่หาซื้อไม่ได้พวกเห็ดฟาง หรือวุ้นเส้นก็เอาออกมาจากช่องว่างก็ได้ไม่ต้องกังวลว่าบ่าวในเรือนจะมาเห็น เพราะส่วนใหญ่นอกจากทำความสะอาดเรือนแล้วบ้านหยางจะอยู่กันเพียงคนในครอบครัวเท่านั้นดังนั้นการทำอาหารในครัวจึงทำกินกันเองเป็นส่วนใหญ่
ฟางจิงเมื่อได้กินมะม่วงและแอปเปิ้ลเขียวเข้าไปก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาจริงๆอาการคลื่นไส้เวียนหัวจึงดีขึ้นมากทีเดียว
“อร่อยมากเลยหรือ หืม” เสียงทุ้มเอ่ยถามเบาๆพร้อมทั้งขยับเข้ามานั่งซ่อนหลังพร้อมโอบให้ร่างบางพิงอกเข้ามาเพราะกลัวว่านางจะยังเวียนหัวอยู่ท่ามกลางสายตาของลูกๆ ที่มองมาแต่ท่านพ่อก็หาได้สนใจไม่
“ดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ”
“ท่านแม่ ท่านเป็นเช่นนี้มิใช่กำลังจะมีน้องให้เยว่เยว่หรอกหรือเจ้าคะ”เสียงพูดเจื้อยแจ้วของคนตัวเล็กพร้อมยื่นมือน้อยมาลูบพุงท่านแม่ถามขึ้นจนฟางจิงชะงักหมิงฮุ่ยก็ตาโตวาวสั่นระริกฉายแววยินดีเต็มเปี่ยม
“จริงหรือจิงจิง เจ้าตั้งครรภ์แล้วหรือพี่ดีใจเหลือเกินฟอด ฟอด” หน้าคมก้มลงจูบขมับหอมแก้มนวลไม่หยุด
“มะ ไม่แน่ใจเจ้าค่ะแต่ก็อาจจะใช่”เมื่อลองสังเกตอาการตนเองแล้วนางน่าจะตั้งครรภ์จริงๆ ความจริงแล้วฟางจิงก็สงสัยอาการของตนเองอยู่แต่คิดว่าจะรอดูอีกสักระยะเพื่อให้แน่ใจหรือไม่ก็คงให้ท่านหมอมาตรวจเพื่อยืนยันเลย
“เช่นนั้นข้าจะให้คนไปตามหมอนะขอรับ”หมิงเฟิงรับเดินออกจากห้องนั่งเล่นของครอบครัวเพื่อให้บ่าวไปตามหมอทันทีไม่นานท่านหมอก็มาตรวจอาการโดยละเอียด ปรากฏว่าท่านแม่ตั้งครรภ์ได้ 2 เดือนแล้วท่านหมอจึงจัดเทียบยาบำรุงครรภ์และแนะนำอาหารและการดูแลอย่างละเอียด จากนั้นท่านพ่อก็เดินไปส่งท่านหมอด้วยตนเองถ้าเยว่เยว่เดาไม่ผิดท่านพ่อคงมีเรื่องแบบผู้ใหญ่ๆ สอบถามท่านหมอเพิ่มเป็นแน่ คิคิ คิ
เมื่อกลับเข้ามาร่างสูงของหมิงฮุ่ยกับมานั่งซ้อนหลังโอบกอดเอวบางลูบไล้หน้าท้องที่ยังแบนลาบเบาๆของภรรยาพร้อมทั้งบอกกล่าวกำชับว่าให้อยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำงานไม่ต้องทำสิ่งใดทั้งสิ้นหากต้องการสิ่งใดท่านพ่อจะทำให้เองทั้งหมดจนคนเป็นภรรยาก็ได้แต่บอกว่านี้ไม่ใช้ครรภ์แรกเสียหน่อยไม่ต้องเป็นห่วงนางขนาดนี้ก็ได้แต่มีหรือที่หมิงฮุ่ยจะยอมไม่ว่าจะตั้งครรภ์กี่ครั้งเขาก็ห่วงภรรยาเหมือนเดิมทุกครั้งนั้นแหละ
ชุนชุนก็ตื่นเต้นที่ตัวเองจะได้เป็นพี่บ้างแล้วเยว่เยว่มองทุกคนคุยกันพร้อมทั้งแทะมะม่วงไปด้วยอย่างเอร็ดอร่อย
คิ คิ คิ ในที่สุดน้องก็มาแล้วก็ท่านพ่อเดินตามตัวติดท่านแม่ทั้งวันขนาดนั้น ถ้าน้องไม่มาก็แปลกแล้ว
หมิงเยว่ยกนิ้วโป้งขึ้นให้ท่านพ่อปากแดงจิ้มลิ้มก็แทะมะม่วงไปด้วยแล้วเอ่ยขึ้นอย่างภาคภูมิใจว่า
“ท่านพ่อ ท่านช่างเก่งกาจยิ่งนักเจ้าค่ะ”จากนั้นก็หัวเราะจนตาหยีเป็นพระจันทร์เสี้ยวเมื่อเห็นท่านแม่เขินอายจนหน้าแดงก่ำท่านพ่อก็หัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดีมีความสุขส่วนชุนชุนกับพี่ใหญ่ก็คุยกับว่าอยากได้น้องสาวหรือน้องชายกันดีไม่หยุด…..