ตอนที่สอง ภาพสะท้อนจากความทรงจำ
คริสตัลเสียงก้อนนั้นกลายเป็สิ่งเดียวที่เอเดนคิดถึงตลอดทั้งคืน แสงเรืองรองสีฟ้าอ่อนๆ ที่เปล่งออกมาจากมันดูเหมือนจะส่องสว่างอยู่ในความมืดมิดของห้องนอนของเขา เสียงฮัมเพลงที่แสนไพเราะยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ราวกับบทเพลงนั้นถูกฝังลึกอยู่ในทุกอณูของความทรงจำ เอเดนที่เคยเชื่อมั่นในเหตุผลและหลักฐานที่จับต้องได้มาตลอดชีวิต กำลังเผชิญหน้ากับปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่สั่นคลอนโลกทั้งใบของเขา
เขาพลิกตัวไปมาบนเตียง พยายามหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สมองของเขากลับว่างเปล่า ไม่มีทฤษฎีใดๆ ที่สามารถอธิบายเสียงเพลงที่มาจากก้อนผลึกใสๆ นี้ได้เลย ความสงสัยใคร่รู้ผสมปนเปกับความรู้สึกบางอย่างที่คล้ายกับความโหยหา ความโหยหาเสียงนั้น... เสียงของผู้หญิงคนนั้น ที่เขาไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ
เช้าวันรุ่งขึ้น เอเดนตัดสินใจที่จะไม่เก็บเื่นี้ไว้คนเดียว เขาจำเป็ต้องหาคำอธิบายจากผู้ที่มีความรู้มากกว่าเขา ร้านซ่อมเครื่องดนตรีของเขาอาจจะเป็แหล่งรวมของเก่า แต่ก็ไม่ใช่ศูนย์รวมของผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณลึกลับ เขาตัดสินใจจะนำคริสตัลเสียงนี้ไปให้ร้านขายของเก่าอื่นๆ ดู เผื่อจะมีใครสักคนเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
เขาเก็บคริสตัลเสียงไว้ในกล่องกำมะหยี่ขนาดเล็กอย่างระมัดระวัง แล้วออกเดินทางไปยังย่านร้านขายของเก่าชื่อดังในเมือง ย่านนั้นเต็มไปด้วยร้านรวงเก่าแก่ที่เรียงรายกันไปตามตรอกซอกซอย กลิ่นอายของอดีตลอยอบอวลอยู่ในอากาศ พร้อมกับเสียงพูดคุยต่อรองราคาของนักสะสมและเ้าของร้าน
ร้านแรกที่เอเดนแวะเข้าไปเป็ร้านขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับโบราณและของตกแต่งบ้านเก่าๆ เ้าของร้านเป็ชายสูงอายุผู้มีแววตาเฉียบคม เขาเหลือบมองคริสตัลในมือของเอเดนอย่างไม่ใส่ใจนัก
“อะไรนั่นน่ะพ่อหนุ่ม” ชายชราถามเสียงห้าว
“หินเรืองแสงเหรอ? ของเล่นเด็กสมัยใหม่หรือเปล่า”
เอเดนพยายามอธิบายถึงที่มาของคริสตัลและสิ่งที่เขาได้ยิน แต่ชายชรากลับหัวเราะเบาๆ
“ฮ่าๆๆ พ่อหนุ่มคงฟังเพลงมากไปหน่อยนะ” คุณตาพูดพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน
“นี่มันก็แค่ก้อนผลึกธรรมดาๆ ที่อาจจะเคลือบสารเรืองแสงอะไรไว้เท่านั้นแหละ ไม่มีค่าอะไรหรอก”
ความผิดหวังเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเอเดน แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้
เขาเดินไปยังร้านที่สอง เป็ร้านเล็กๆ ที่ดูอบอุ่นกว่า มีของเก่าหลากหลายประเภทวางเรียงรายกันอย่างไม่เป็ระเบียบนัก เ้าของร้านเป็หญิงวัยกลางคนผู้ใจดี เธอรับคริสตัลจากมือเอเดนไปพิจารณาอย่างละเอียด
“อืม... แปลกดีนะ” เธอพึมพำ “ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
เอเดนรู้สึกมีความหวังขึ้นมาเล็กน้อย “มันส่งเสียงเพลงได้ครับ ผมได้ยินมัน”
หญิงวัยกลางคนยิ้มอย่างอ่อนโยน “พ่อหนุ่มคงจะจินตนาการเก่งนะจ๊ะ นี่มันก็แค่ก้อนแก้วธรรมดาๆ ที่ถูกเจียระไนมาอย่างสวยงามเท่านั้นแหละจ้ะ ไม่มีมูลค่าอะไรพิเศษหรอกนะ”
คำตอบนั้นเหมือนน้ำเย็นที่สาดเข้าใส่ เอเดนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนบ้าที่กำลังเล่าเื่ไร้สาระให้คนอื่นฟัง ทุกคนมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ หรือไม่ก็ความสมเพช เขารู้สึกโดดเดี่ยวและอ้างว้างกว่าที่เคย
เขาเดินออกจากร้านสุดท้ายด้วยความท้อแท้ คริสตัลเสียงในกล่องกำมะหยี่ดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นมาทันที ไม่มีใครเชื่อเขา ไม่มีใครเข้าใจในสิ่งที่เขาได้ยิน หรือสิ่งที่เขาััได้
“ไร้ค่าอย่างนั้นเหรอ...” เอเดนพึมพำกับตัวเองขณะเดินกลับร้านของเขา
ความผิดหวังกัดกินหัวใจ แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกบางอย่างก็เริ่มก่อตัวขึ้น มันคือความรู้สึกที่ว่า พวกเขาไม่รู้ พวกเขาไม่รู้ว่าคริสตัลก้อนนี้มีความลับอะไรซ่อนอยู่ และนั่นทำให้มันยิ่งพิเศษสำหรับเขา
เมื่อกลับมาถึงร้าน เอเดนก็ตรงไปยังห้องทำงานของเขา เขาวางคริสตัลเสียงลงบนโต๊ะทำงาน แล้วจ้องมองมันอย่างครุ่นคิด แสงสีฟ้าอ่อนๆ ยังคงเรืองรองอยู่ภายใน ราวกับกำลังเยาะเย้ยคำพูดของเ้าของร้านของเก่าเ่าั้
“ถ้าแกไม่มีค่า... แล้วเสียงนั้นคืออะไร” เอเดนพูดกับคริสตัลเสียงราวกับมันมีชีวิต
เขาใช้เวลา่บ่ายที่เหลืออยู่กับการซ่อมเครื่องดนตรีตามปกติ พยายามที่จะจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า แต่ความคิดของเขาก็ยังคงวนเวียนอยู่กับคริสตัลเสียงและเสียงฮัมเพลงนั้น
เมื่อค่ำคืนมาเยือน ความเงียบก็เข้าปกคลุมร้านของเอเดน แสงไฟสลัวๆ จากโคมไฟบนโต๊ะทำงานส่องกระทบกับคริสตัลเสียงที่วางอยู่ตรงหน้า เอเดนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปตามเสียงเพลงที่ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขา
เขาหยิบกีตาร์โปร่งตัวเดิมที่พบคริสตัลออกมา เขาเริ่มดีดสายกีตาร์เบาๆ พยายามจะเล่นท่วงทำนองที่เขาได้ยินจากคริสตัล แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่
เขาก็ไม่สามารถจับโน้ตที่ถูกต้องได้ ราวกับว่าบทเพลงนั้นเป็ของใครบางคนโดยเฉพาะ เป็บทเพลงที่ไม่สามารถถูกเลียนแบบได้
ความหงุดหงิดเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเอเดน เขาวางกีตาร์ลงอย่างแรง แล้วใช้มือลูบหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย
ทันใดนั้นเอง แสงจากคริสตัลเสียงที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง สว่างกว่าครั้งไหนๆ ที่เคยเป็ แสงสีฟ้าอ่อนๆ เปล่งประกายออกมาจากภายในคริสตัลอย่างรุนแรงจนเอเดนต้องหรี่ตาลง
แล้วภาพ... ภาพหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเอเดน ราวกับคริสตัลกำลังฉายภาพโฮโลแกรมกลางอากาศ มันเป็ภาพที่ชัดเจน สวยงาม และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
เอเดนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ภาพที่ปรากฏขึ้นคือ สวนดอกไม้ขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์หลากสีสัน ดอกไม้เ่าั้บานสะพรั่งเต็มพื้นที่ แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาต้องกลีบดอกไม้จนระยิบระยับราวกับมีเพชรพลอยประดับอยู่ อากาศดูสดชื่นและบริสุทธิ์จน
เอเดนรู้สึกเหมือนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ลอยมาแตะจมูก
ใจกลางสวนมี เรือนกระจกขนาดใหญ่ ที่สร้างจากเหล็กดัดสีขาวและกระจกใส มันดูโอ่อ่าและสง่างาม ภายในเรือนกระจกเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจีและดอกไม้เมืองหนาวที่หายาก แสงอาทิตย์ส่องผ่านหลังคากระจกเข้ามา ทำให้ภายในเรือนกระจกดูสว่างไสวและอบอุ่น
ถัดจากเรือนกระจก มี บ่อน้ำพุเล็กๆ ที่มีรูปปั้นนางฟ้ากำลังรินน้ำจากเหยือก น้ำใสสะอาดไหลรินลงมาเป็ชั้นๆ ส่งเสียงซู่ซ่าเบาๆ ที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย รอบๆ บ่อน้ำพุมีม้านั่งหินอ่อนสีขาววางอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา
ภาพนั้นไม่ได้หยุดนิ่ง แต่เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ราวกับเอเดนกำลังมองผ่านสายตาของใครบางคน เขาเห็นผีเสื้อตัวเล็กๆ บินวนเวียนอยู่รอบดอกไม้ เห็นหยดน้ำค้างเกาะพราวบนใบหญ้า และเห็นแสงแดดที่ค่อยๆ เปลี่ยนทิศทางไปตามเวลา
แล้วสายตาในภาพก็เคลื่อนไปที่ เส้นทางเดินเล็กๆ ที่ปูด้วยหินกรวด เส้นทางนั้นทอดตัวคดเคี้ยวไปตามพุ่มไม้และแปลงดอกไม้ นำทางไปสู่ บ้านหลังเล็กๆ สไตล์ยุโรป ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ ตัวบ้านมีผนังสีครีม หลังคาสีน้ำตาลเข้ม และมีระเบียงไม้เล็กๆ ที่ประดับด้วยกระถางดอกไม้หลากสีสัน มันดูอบอุ่นและเงียบสงบ ราวกับเป็สถานที่พักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ
เอเดนรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปในภาพนั้น เขาััได้ถึงความสงบ ความสุข และความงดงามที่แผ่ออกมาจากสถานที่แห่งนี้ มันเป็สถานที่ที่เต็มไปด้วยความรักและความทรงจำที่ดีงาม
แล้วภาพก็ซูมเข้าไปใกล้ที่ ระเบียงบ้าน ที่นั่นมี ผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หวาย เธอกำลังเล่นกีตาร์โปร่งตัวเดิมที่เอเดนกำลังซ่อมอยู่!
ใบหน้าของเธอไม่ได้ปรากฏให้เห็นชัดเจนนัก เพราะเธอหันหลังให้เล็กน้อย แต่เอเดนััได้ถึงรอยยิ้มที่สดใสที่กำลังปรากฏอยู่บนใบหน้าของเธอ ผมสีแดงส้มยาวสลวยของเธอปลิวไสวไปตามสายลมเบาๆ แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาต้องตัวเธอ ทำให้เธอดูเหมือนนางฟ้าที่กำลังบรรเลงเพลงอยู่ท่ามกลางสวน์
เสียงเพลงกีตาร์ที่ไพเราะและเสียงฮัมเพลงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันชัดเจนและก้องกังวานกว่าครั้งไหนๆ ราวกับว่าเอเดนกำลังยืนอยู่ตรงนั้น ยืนอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้แห่งนั้น กำลังฟังเธอร้องเพลงอยู่ตรงหน้า
“ลา ลา ลา ลา ลา... ลา ลา ลา ลา ลา...”
บทเพลงนั้นเต็มไปด้วยความสุข ความรัก และความหวังที่ไม่มีที่สิ้นสุด มันเป็บทเพลงที่บริสุทธิ์และงดงามจนทำให้หัวใจของเอเดนรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
เอเดนรู้สึกเหมือนมีน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตา เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่ภาพตรงหน้ามันช่างงดงามและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้ง มันเป็ความรู้สึกที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้ััอีกครั้งหลังจากที่ปิดกั้นตัวเองมานาน
ภาพนั้นอยู่ตรงหน้าเอเดนเพียงไม่กี่นาที ก่อนที่แสงจากคริสตัลจะค่อยๆ หรี่ลง และภาพก็จางหายไปในความมืดมิด เหลือเพียงคริสตัลเสียงที่เรืองรองอยู่บนโต๊ะทำงาน
เอเดนยังคงนั่งนิ่ง ตัวแข็งทื่อ เขามองไปยังจุดที่ภาพเคยปรากฏขึ้นด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งความอัศจรรย์ ความสับสน และความปรารถนาอย่างแรงกล้า
“นี่ไม่ใช่แค่ก้อนหินธรรมดา...” เอเดนพึมพำเสียงแ่
“นี่คือความทรงจำ... ความทรงจำของเธอ”
เขาเชื่ออย่างหมดใจแล้วว่าคริสตัลเสียงนี้คือสิ่งที่พิเศษ มันไม่ใช่แค่หินที่เรืองแสงได้ แต่มันคือประตูที่เชื่อมโยงเขากับใครบางคน ใครบางคนที่มีความสุข มีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยความรัก
ผู้หญิงคนนั้น... คือเ้าของเสียงฮัมเพลงที่ไพเราะ
เอเดนหยิบคริสตัลเสียงขึ้นมาถือไว้ในมือ เขาััได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากมัน ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่เคยกัดกินหัวใจของเขามานานหลายปีเริ่มจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความหวังและความมุ่งมั่น
เขาจะต้องค้นหาว่าสถานที่แห่งนั้นคือที่ไหน เขาจะต้องค้นหาว่าผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร และเขาจะต้องค้นหาว่า “บทเพลงสุดท้ายของหัวใจ” นี้มีความหมายว่าอะไรกันแน่
Alice คนชอบทะเล