บทที่ 27
เหลือทน
หอพักชาย ห้อง 302
ประตูถูกถีบอย่างรุนแรงจนมันเปิดออก จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงบ่น
“บ้าเอ๊ย พวกมันมาแย่งที่ของฉันในร้านอินเทอร์เน็ตไปแล้ว อย่าให้ฉันเจอหน้าพวกมันอีกในอนาคตเชียวนะ ไม่งั้นพวกมันไม่เหลือแน่!”
หวังเฉาเข้ามาด้านในห้อง ชัดเจนเลยว่าอารมณ์เขาไม่ดีมากๆ
“พวกนั้นมันดูถูกเรา แต่ดูเหมือนว่ามันจะอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกับเราด้วยนะ ถ้ายังไงไว้ไปหาตัวพวกมันทีหลังแล้วสั่งสอนมันกันดีกว่า!”
หลิวหู เพื่อนร่วมห้องอีกคนเดินตามเข้ามาติดๆ
“เอาตามนั้น ถ้าไม่ติดว่ากลัวจะมีปัญหากับเ้าของร้านล่ะก็ ป่านนี้ฉันแทงพวกมันไปั้แ่เช้าแล้ว มันจะได้ไม่มาท้าทายพวกเราอีก”
กู่เจีย เพื่อนร่วมห้องคนสุดท้ายเดินเข้ามาด้วยหน้าบูดบึ้ง
ทั้งสามคนนี้เป็เพื่อนร่วมห้องของอู๋ตี้ เป็พวกเดนสังคมอย่างแท้จริง พวกนี้นั้นี้เีและก้าวร้าว ชอบไปร้านอินเทอร์เน็ตทุกวันเพื่อเล่นเกม แถมยังดูไม่เหมือนนักศึกษาอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น พวกนี้ดูเหมือนจะกำลังไม่พอใจมากๆ การที่พวกเขามีเื่ทะเลาะกับคนอื่นมันกลายเป็ภาพปกติที่ได้เห็นไปแล้ว พวกนี้จำเป็ต้องหาอะไรทำระหว่างที่ยังว่าง การที่ได้ฟังคนพวกนี้คุยกันนั้นทำให้เขารู้ได้ชัดเจนเลยว่าคงไปโดนยั่วยุโดยคนอื่นมา และมันเป็เื่ธรรมชาติถ้าพวกเขาจะไม่พอใจ
อู๋ตี้นั้นแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกนี้จะกลับหอมา เขาใมากๆ
ปกติแล้วทั้ง 3 คนนี้จะกลับมานอนที่ห้องก็ตอนเช้า พอกลางวันก็จะออกไปทำตัวระรานชาวบ้านชาวช่องไปทั่วและตกเย็นก็จะเข้าไปสิ่งอยู่ในร้านอินเทอร์เน็ตเพื่อเล่นเกมทั้งคืน
แต่วันนี้ดูเหมือนว่าพวกนี้จะอยู่ที่ร้านไม่ได้ทั้งคืน อาจจะเป็เพราะที่ร้านอินเทอร์เน็ตนั้นคนเยอะ หรือไม่ก็ใครบางคนไปแย่งที่นั่งของเ้าพวกนี้ก็เป็ได้
และด้วยความไม่ปกตินี้ เมื่อพวกนี้กลับเข้าห้องมาตอนนี้ มันก็ทำให้อู๋ตี้กลายเป็คนโชคร้ายในทันที
อู๋ตี้นั้นเหมือนอากาศอัดกล่องประจำห้อง 302 แห่งนี้ เมื่อพวกเขาไม่มีอะไรทำกัน อู๋ตี้จะแปรสภาพจากอากาศกลายเป็กระสอบทรายทันที
แน่นอนว่าเมื่อเห็นอู๋ตี้อยู่ในห้องเช่นนี้ สีหน้าของหวังเฉานั้นก็แสดงออกถึงรอยยิ้มที่ไม่ประสงค์ดีทันที จากนั้นพวกเขาก็ค่อยๆเดินไปหาอู๋ตี้
“ไอ้เ้าอ้วนนี่ ดูแกจะมีอิสระดีนี่ที่ได้อยู่ในหอระหว่างที่พวกพี่ๆของแกไม่อยู่ มีความสุขมากสินะ? แต่วันนี้แกคงจะไม่มีความสุขแล้วล่ะ ในเมื่อทุกๆคนไม่มีความสุข แกก็ต้องไม่มีความสุขด้วย!”
มองไปยังหวังเฉาที่ประกาศเจตนารมณ์สุดร้ายกาจออกมาอย่างชัดเจน อู๋ตี้ก็รู้สึกเสียใจสุดๆขึ้นมาทันทีเลย
ชิท! รู้อย่างนี้แลกยาเพิ่มสมรรถภาพมาก็ดี! หรือไม่ก็รีบออกไปหาบ้านเช่าก่อน ไอ้พวก 3 คนนี้มันไม่ใช่มนุษย์แล้ว เวลาพวกนี้โกรธอะไรมาทีไรก็มักจะเอาอารมณ์โกรธนั้นมาลงที่เขาตลอดเลย
แต่ตอนนี้เหมือนว่าจะช้าไปแล้วหากจะเสียใจ ภายใต้การนำของหวังเฉา หลิวหูและกู่เจียก็มาห้อมล้อมเขาไว้ แน่นอนว่าทุกคนเปี่ยมไปด้วยการปองร้ายเขาทั้งนั้น
อู๋ตี้นั้นเลิ่กลั่กไม่น้อย ตลอด 3 ปีที่ผ่านมานั้น เขาถูกคนเหล่านี้แกล้งมาโดยตลอด โดยเฉพาะในสถานการณ์แบบนี้ สถานการณ์ที่พวกเขาอารมณ์ไม่ดี อู๋ตี้ก็จะโดนแกล้งหนักกว่าเดิมอีก
*ผลั่ก!*
หวังเฉาซัดเข้าไปอย่างรุนแรงที่ท้องของอู๋ตี้
ด้วยความแข็งแรงของอีกฝ่ายและความเ็ปมันทำให้ทั่วทั้งร่างของอู๋ตี้นั้นก้มโค้งลงก่อนจะคุกเข่าลงไปนั่งกับพื้นพร้อมกับกุมหน้าท้องไปด้วย
“ฮ่าๆๆๆ หมูก็ยังเป็หมูล่ะวะ แต่แกคิดจริงๆเหรอว่าการไม่พูดอะไรจะช่วยแกให้รอดจากสถานการณ์แบบนี้ได้น่ะ!”
หวังเฉาดูถูกอู๋ตี้พร้อมกับแสยะยิ้มขาที่ยกกระแทกท้องอู๋ตี้นั้นค่อยๆวางลงอีกครั้ง
อู๋ตี้นั้นรู้สึกเพียงแค่หัวของเขามันหนัก และทั่วทั้งร่างกายก็ขยับไม่ไหวเลย ท้ายสุดแล้วเขาก็หน้าทิ่มลงไปกับพื้น
“ฮ่าๆๆ พอนอนหน้าคว่ำไปแบบนี้แล้วแกยิ่งเหมือนหมูตายยากเข้าไปอีก!”
“ใช่แล้ว หมูตายต้องถูกกำจัดนะ ฮ่าๆๆ!”
หลิวหูและกู่เจียนั้นต่างพากันหัวเราะ พวกเขาพากันยกเท้าแล้วเหยียบลงไปบนร่างของอู๋ตี้ พวกเขาเหยียบซ้ำๆไปเรื่อย
การกระทำเช่นนี้ทำให้มันถือเป็การไม่ให้เกียรติในแบบที่เขาทนไม่ไหวแล้ว ซึ่งมันไม่ต่างอะไรกับให้แก้ผ้าเลย
“ฮ่าๆๆ หมูอย่างแกน่ะ มีที่อยู่ที่เดียวก็คือใต้เท้ามนุษย์อย่างพวกเรานั่นแหละ! เอาสิ ร้องขอชีวิตสิ!”
หวังเฉาหัวเราะเสียงดังและใช้เท้าลูบไปมาบนหัวของอู๋ตี้
อู๋ตี้นั้นกัดฟันแน่น ที่ตาของเขามีน้ำตาไหลออกมา ดูเหมือนว่าเขาพยายามจะข่มความโกรธไว้นานแล้ว แต่ภายในเขานั้นความโกรธเ่าั้กำลังแตกออกมา
ทำไมกัน? ทั้งๆที่ฉันไม่เคยขัดหรือยั่วยุพวกเขาเลยแท้ๆ ทำไมฉันต้องโดนแกล้ง?
ทำไมกัน? ทั้งๆที่ตลอด 3 ปีมานี้ก็ทำตัวเป็คนใจดีมาโดยตลอด ทั้งอดทน ทั้งปรับตัวเข้าหา แต่ก็ยังโดนปฏิบัติด้วยความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ทำไมกัน? การทำดีกับคนอื่นถึงต้องถูกตอบแทนด้วยการโดนแกล้ง? นี่เขาต้องเป็ฝ่ายอดทนกับการโดนกระทำแบบนี้ต่อไปงั้นเหรอ?
การอดทนมาโดยตลอดนั้นเป็เครื่องย้ำเตือนใจเขาว่า การที่เขาใจดีนั้นก็ยิ่งทำให้คนที่แกล้งเขาดูจะทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก ดังนั้นแล้วเขาต้องอดทนอีกเหรอ? ถึงเวลาที่ต้องร้ายแล้วหรือเปล่า?
ใช่แล้ว เลิกใจดีและกลายเป็ปีศาจร้ายซะ ไม่งั้นเขาก็คงจะถูกแกล้งอยู่แบบนี้เรื่อยๆ!
ในตอนนั้นเอง แววตาของอู๋ตี้ก็เปลี่ยนไป
ยาเฟ่ยเทียน!
เสียงที่เงียบสงบเอ่ยขึ้นในใจ จากนั้นแสงสีขาวก็ปรากฏขึ้นบนหลังของเขาในทันที
“เห้ย!? นั่นอะไรน่ะ นั่น!”
ดวงตาของพวกหวังเฉานั้นโดนแสงสว่างจ้าเข้าทำร้ายไปชั่วขณะ ซึ่งมันทำให้พวกเขาต้องหลบตาลง
เมื่อพวกเขาลืมตาขึ้นมาใหม่ เขาก็ต้องใเมื่อด้านหลังของอู๋ตี้นั้น มีปีกที่สร้างขึ้นจากแสงกำลังงอกขึ้นมา
เฮือก!?
ปีกคู่นั้นสยายออก และเพียงแค่มันขยับเบาๆเท่านั้น ร่างของอู๋ตี้ก็ลอยขึ้นมาทันที
“นี่ฉันกำลังฝันไปใช่ไหมเนี่ย! นั่นเทวทูตงั้นเหรอ!!” หลิวหูที่ลืมตาแล้วะโออกมาเสียงดัง
ใช่แล้ว อู๋ตี้ที่มีปีกนั้นเหมือนกับทูต์ที่ลงมาจุติบนโลกไม่มีผิด หากแต่เป็ทูต์ตัวอ้วนน่ะนะ
แม้แต่อู๋ตี้เองก็ยังใเมื่อหันไปพบปีกสีขาวที่อยู่ด้านหลัง
ในตอนนี้เขารู้สึกได้ถึงความร้อนที่มาจากหลังทั้งสองฝั่ง มันเหมือนกับเขามีมืองอกออกมาเพิ่ม เพราะปีกเ่าั้สามารถควบคุมได้ง่ายด้วยความคิด
บินได้แล้ว! เขาบินได้จริงๆ!
ใบหน้าของเขานั้นในตอนแรกก็ดูใแหละ จากนั้นเขาก็ค่อยๆปรับตัว สายตาของเขาดูดุร้ายขึ้นเมื่อมองไปยังหวังเฉา
ทั้ง 3 คนนี้ ตลอดเวลาที่เป็เพื่อนร่วมห้องกันนั้นไม่เคยใจดีกับเขาเลย
ในขณะที่อู๋ตี้นั้น ตลอดเวลาที่รู้จักกันเขาก็พยายามเข้าหาพวกนี้ด้วยความจริงใจตลอดโดยหวังว่าสักวันจะได้เป็เพื่อนกัน
แต่ดูเหมือนเขาจะคิดผิด และมันเป็ความผิดที่มหันต์เลยด้วย
เขาเริ่มที่จะจัดการหอแห่งนี้ และพวกของหวังเฉาจะเป็กลุ่มแรกที่จะโดนจัดการ เพราะถ้าหากเขาไม่ทำซะั้แ่ตอนนี้ ในอนาคตอาจจะกลายเป็ปัญหาอีกก็ได้
ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น อู๋ตี้มักจะคอยจดโน๊ตให้พวกเขาตลอดเมื่อต้องเรียนออนไลน์
แถมยังช่วยซื้อข้าวซื้อน้ำมาให้รวมไปถึงซื้อหลายสิ่งหลายอย่างจนนับไม่ถ้วน
แต่ในเมื่อคนพวกนี้ทำตัวเป็งูพิษ ดังนั้นก็ไม่จำเป็ต้องให้ความอบอุ่นอีกต่อไป
หากคุณทนไม่ไหว เช่นนั้นก็ไม่ต้องทนอีกต่อไป
ฟู่…
เพียงพริบตาเดียวที่ปีกแสงทั้งสองข้างบนหลังนั้นกระพือ มันก็ทิ้งไว้เพียงเงาของอู๋ตี้ไว้เท่านั้น
วินาทีต่อมา เขาก็ไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลังหวังเฉาและพรรคพวกแล้ว
และเพราะว่าหวังเฉา หลิวหูและกู่เจียนั้นยังคงใอยู่ มันเลยทำให้พวกเขาไม่ได้ตอบสนองอะไร
“อ๊ากกกกก”
เสียงร้องที่ฟังดูหวาดกลัวสุดๆดังขึ้น จากนั้นพวกเขาก็เห็นเพียงกู่เจียหายไปต่อหน้าต่อตา มันเป็ฝีมือของอู๋ตี้แน่ๆ
หวังเฉาและหลิวหูนั้นหันกลับมามองซึ่งกันและกันด้วยท่าทีที่หวาดกลัวทั้งคู่
“ก-เกิดบ้าอะไรขึ้นที่นี่?” หวังเฉาถามเสียงสั่น
“ฉันก็ไม่รู้!” ในขณะที่หลิวหูนั้นสั่นไปทั้งตัวแล้ว
“มันต้องเป็ฝีมือของอู๋ตี้แน่---”
“อ๊ากกกกกก”
ก่อนที่หวังเฉาจะได้พูดจบ เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นมาอีก คราวนี้เขาก็รีบหันไปตามเสียงทันที
แต่กระนั้นหวังเฉากลับไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ชัดเจนนัก เพราะเมื่อเขาหันกลับมาทางเดิม หลิวหูที่ควรจะอยู่ตรงหน้าเขาก็หายไปแล้ว
ความกลัวเริ่มแพร่กระจายไปในใจของเขา ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบคอของเขาไว้แน่น ซึ่งนั่นทำให้เขาหายใจไม่สะดวกนัก
“ไม่นะ---!”
หวังเฉาร้องออกมาเสียงดังจากนั้นเขาก็วิ่งหนีอย่างบ้าคลั่งไปยังประตู
เขารู้เพียงแค่ว่าหากเขาไม่หนี เขาเองก็จะเป็รายต่อไปที่จะหายไป
แต่เขาจะหนีได้เหรอ?
“อ๊ากกกกกกกกกกก”
เมื่อหวังเฉาถึงประตู มันก็มีเสียงร้องดังขึ้นมาอีก จากนั้นทั่วทั้งห้อง 302 ก็กลับเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
ห้องอื่นๆภายในหอนั้นเมื่อได้ยินเสียงต่างก็พากันออกมาดู นั่นก็เพราะว่าห้อง 302 ในตอนนี้นั้นไม่มีใครอยู่ทั้งสิ้น มีเพียงประตูที่เปิดแง้มไว้เท่านั้น
เมื่อมองเข้าไปพวกเขาก็พบว่าหน้าต่างที่สูง 2 เมตรและกว้าง 1 เมตรนั้นถูกเปิดทิ้งไว้ พร้อมกับผ้าม่านที่พลิ้วไปตามแรงลม
เวลา 1 ทุ่มของวันนี้ก็มีข่าวออกอากาศ
“เมื่อตอน 6 โมงครึ่งที่ผ่านมา ที่บริเวณต้นโบราณที่สูงใหญ่ของมหาวิทยาลัยตงหลิง ณ เมืองตงหลิง มีคนไปพบนักศึกษา 3 คนถูกจับห้อยหัวไว้บนกิ่งที่สูงถึง 20 เมตรเหนือพื้นดิน ขณะที่ไปเจอนั้นทั้ง 3 อยู่ในอาการที่กลัวสุดขีด ตอนนี้ถูกนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว...”
อู๋ตี้นั้นอยู่ที่บริษัทขายบ้าน เขายิ้มกรุ่มกริ่มขณะดูข่าวในทีวี จากนั้นเขาจึงหันไปหาชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์
“ผู้จัดการครับ ผมอยากจะมาเช่าบ้านน่ะครับ”