ฮูหยินใหญ่วัย 4 หนาว

    ตอนที่27 ตำลึงทองก้อนโต๊โตยอดแรกจากการขายซากชิ้นส่วนหมีป่าดำ...!!!!

         เป็นช่วงเวลาที่ทุกๆคนมีความสุขกับการกินข้าวกลางวันกันเป็นอย่างมากสำหรับมื้อนี้ จะเป็นอีกมื้อที่ทุกๆคนปฎิเสธไม่ได้เลยว่ามันดีมากๆจริงๆ มีเนื้อสัตว์ใส่มากมายในจาน ในถ้วย กินกันเรียกได้ว่าเกินอิ่มอีกด้วย..!!!

         ต่อให้ในหมู่บ้านจะมีคนเก่งกาจล่าสัตว์มากเพียงใด แต่อย่าลืมว่าภายในป่าลึกๆนั้นมีอันตรายรอบด้านที่มองเห็น และมองไม่เห็น ทั้งสัตว์มีพิษ สัตว์ใหญ่ ฯลฯ การเข้าไปภายในป่าไม่มีผู้ใดที่จะรู้สึกโล่งใจ และปลอดภัยกันเลยเหมือนกับการเอาครึ่งชีวิตไปทิ้งไว้ในป่ากันแล้ว ถ้ากลับออกมาปลอดภัยก็ดีไป อย่างมากสุดก็แค่บาดเจ็บนิดๆหน่อยกลับมาก็ยังดี ดีกว่าไม่ได้กลับมาเลย

         แต่ชีวิตชาวบ้านที่อยู่นอกเมือง อาศัยตามป่า ตามภูเขาชีวิตของพวกชาวบ้านยังจะต้องอาศัยผืนป่าเป็นแหล่งหากิน หาใช้ หารายได้อย่างที่หลีกเลี่ยงกันไม่ได้เลยจริงๆ 

         จึงไม่แปลกใจเลยจริงๆว่าหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามนั้น ติดอันดับต้นๆของการมีชื่อเก่งกาจในการล่าสัตว์ที่ไม่เคยมีผู้ใดเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในป่าเลยสักครั้งเดียว 

         แต่นั่นก็เป็นเพราะว่าหมู่บ้านเลี่ยงฮวง ของท่านตายวี่ยวี่น้อยนั้นมีกฎและระเบียบอย่างเคร่งครัดมากๆในการที่จะเดินทางเข้าป่าล่าสัตว์ในแต่ละครั้ง และไหนจะการฝึกฝนอย่างหนักให้กับสมาชิกในหมู่บ้านแต่ละคน แต่ละรุ่นอีกด้วย

         “น้องเล็ก กินข้าวกลางวันเสร็จแล้วจะพาพวกพี่สาวไปเล่นที่ไหนต่อหรือไม่ล่ะ????”พี่สาวเจินจู

         “ไปๆสิพี่สาว…”ยวี่ยวี่น้อย ไม่มีปฎิเสธแต่อย่างใด เพราะนางยังอยากจะสำรวจไปรอบๆให้คุ้นเคยกับชีวิตใหม่ในยุคโบราณแห่งนี้อยู่นั่นเอง

         “เอิ๊กกกกก….เอิ๊กกกกกกกกก….”เสียงเรอ

         “กินอิ่มแล้วล่ะ…”ยวี่ยวี่น้อย ที่เรอออกมา 2-3 รอบอย่างสบายใจ ค่อยลูบพุงน้อยๆของนางเอง

         “ไปกันเลยไหมน้องเล็ก…???”พี่สาวเจินจู

         “ไปสิพี่สาว…”ยวี่ยวี่น้อย

         “น้องเล็ก พวกเจ้านั่งให้อาหารย่อยอีกสักหน่อยเถอะนะ”พี่ใหญ่จ้วนสือ

         “ใช่ๆน้องสาว”พวกท่านพี่คนอื่นๆ

         “ก็ได้ท่านพี่”ยวี่ยวี่น้อย

         “หง่ำ…หง่ำ…..”

         “...............!!!”พวกท่านพี่ ต่างพากันมองทางน้องสาวที่ไม่รู้ว่าพวกเขาหวังดี หรือว่าหวังร้ายกับน้องสาวกันแน่ ที่บอกให้นั่งย่อยอาหารกลางวันก่อนเดี๋ยวจะเกิดอาการจุกเสียดท้องเอาได้ ถ้ารีบออกไปวิ่งเล่นกันข้างนอกน่ะ 

         แต่พอมาดูตอนนี้นึกอยากจะให้น้องสาวทั้งสองของพวกเขาลุกออกไปจากโต๊ะอาหารดีกว่า…!!!

         “น้องเล็ก น้องเจินจู พี่รองว่าพวกเจ้าไปหาที่วิ่งเล่นได้แล้วล่ะ..!!!”พี่รองหวงจิน

         “เอ๋…..???”แม่นางน้อยซุนทั้งสองนาง

         “ก็เมื่อตะกี้นี้พวกท่านพี่ยังบอกให้ยวี่ยวี่กับพวกพี่สาวนั่งพักย่อยข้าวกลางวันอยู่เลยนี่หน่า ไหงเปลี่ยนใจกันเร็วนักเล่าเจ้าคะ…??? ยวี่ยวี่นั่งพักยังไม่ถึงส่วนของครึ่งเค่อเลยนะเจ้าคะ”ยวี่ยวี่น้อย

         “ใช่ๆ เนอะน้องเล็กพอจะลุกขึ้นพวกท่านพี่ก็ให้นั่ง นี่นั่งเพียงแป๊บเดียวจะให้ลุกอีกแล้ว”พี่สาวเจินจู

         “พวกท่านพี่นี่เปลี่ยนใจรวดเร็วมากเลยนะเจ้าคะ ทำแบบนี้บ่อยๆไม่ดีเลยนะเจ้าคะรู้หรือไม่ว่าเพราะอะไร???”ยวี่ยวี่น้อย

         “ไม่รู้น้องเล็ก…??? เพราะอะไรเหรอ..???”พวกท่านพี่

         “มันก็จะเป็นนิสัยที่ไม่ดีถ้าทำแบบนี้บ่อยๆจะกลายเป็นหนุ่มน้อยหน้ามนคนใจโลเล เปลี่ยนใจง่าย หลายใจ ไม่ดีเลยนะเจ้าคะ”ยวี่ยวี่น้อย

         “.................!!!”พวกท่านพี่ 

         “ใช่ๆ…ไม่ดีเลยเจ้าค่ะ” “หงึก…หงึก….”พี่สาวทั้งสามนาง

         “เป็นลูกผู้ชายพวกท่านพี่จะต้องแน่วแน่ เด็ดเดี่ยว ตัดสินใจรวดเร็ว”ยวี่ยวี่น้อย

         “พวกท่านพี่จะต้องจดจำคำสอน คำตักเตือนของน้องเล็กไว้นะเจ้าคะ และนำไปปรับปรุงตัวของพวกท่านเอง ไปกันเถอะน้องเล็ก”พี่สาวเจินจู

         “...............!!!”พวกท่านพี่

         “ได้ๆพี่สาวไปกันเลยนะ”ยวี่ยวี่น้อย

         แม่นางน้อยทั้งสี่ต่างพากันเดินจูงมือคนละคู่เดินจากไป ส่วนพวกท่านพี่หนุ่มน้อยทั้งหลายได้แต่มองตามหลังไปอย่างท้อแท้ใจจริงๆเลย และอดที่จะพูดตามหลังพวกแม่นางน้อยไม่ได้ว่า…

         “ให้มันได้อย่างนี้สิ ทำไมนะข้ากับพวกเจ้าถึงไม่เคยพูดเถียงชนะพวกนางได้เลยน่ะ ทำไมกัน..???!!!”ท่านพี่ซุนหวงถง

         “ก็นั่นน่ะสิ..!!”พวกท่านพี่

         “จริงๆแล้วแค่ไม่อยากจะให้พวกนางต้องแน่นท้อง จุกท้องเวลากินข้าวอิ่มใหม่ๆเท่านั้นเอง แต่ไหงกลับกลายเป็นข้ากับพวกเจ้าเป็นหนุ่มหลายใจ …??? ใจโลเล…. จิตใจไม่มั่นคงอะไรนี่ไปเสียแล้วเล่าเนี่ย!!!”ท่านพี่ซุนถงถง

         “ข้าว่านะเจ้าหวงจินน่ะ พูดไม่ตรงเองน่ะคราวหน้าไม่ว่าผู้ใดจะเป็นตัวแทนเอ่ยพูดห้ามอะไรพวกนางแล้วล่ะก็จะจะต้องใช้คำพูดที่รัดกุมมากกว่านี้น่ะ!!!”ท่านพี่หม่าจูเป่า

         “อือ…..ก็จริงนะ”พวกท่านพี่

         “แต่พวกเจ้าก็อย่าลืมกันนะว่า ให้พูดอย่างไรก็ต้องขึ้นอยู่กับอารมณ์ของพวกนางอีกด้วยนะ ถึงจะพูดให้ตรงและรัดกุมอย่างไรก็ไม่มีผลอันใดหรอก!!!”ท่านพี่หม่าสุ่ยจิง

         “.............!!!”พวกท่านพี่ ต่างก็รับรู้ถึงปัญหานี้กันหมดทุกๆคนนั่นแหละ และแน่นอนว่าผู้ใดจะไปรู้กันเล่าว่าพวกนางจะอารมณ์เป็นแบบไหนกันบ้างน่ะ!!!

         “มันยากมากนะขอรับ ที่จะรับรู้เรื่องอารมณ์ของพวกนางน่ะ!!! ยากที่สุดเลยล่ะ”พี่ใหญ่จ้วนสือ

         “ใช่…!!!” “หงึก…หงึก…”พวกท่านพี่คนอื่นๆ

         “เฮ้ออออออออ……..”สุดท้ายแล้วพวกท่านพี่ก็พากันทอดถอนหายใจให้กับตัวเองกันอย่างยาวๆเลย เป็นปัญหาที่คิดไม่ตกสักทีหนึ่งสำหรับการเลี้ยงน้องสาว และการใช้คำพูดกับน้องสาวแต่ละครั้ง

      

         ทางด้านกลุ่มตัวแทนนำของไปขายในตัวเมือง

         ท่านลุงซุน ท่านอาใหญ่ไป่ลู่จิว ที่เป็นผู้นำขบวนบุรุษทั้งสามหมู่บ้านเลี่ยงฯ นำชิ้นส่วนหมีป่า และเห็ดหลินจือ 6 ดอกมาขายในตัวเมือง ก็ได้เดินทางมาถึงเสียที

         “ในที่สุดก็มาถึงตัวเมืองเสียทีหนึ่งนะ รีบๆนำของไปขายแล้วจะได้รีบกลับเข้าหมู่บ้านกันเลย”ท่านอาใหญ่ไป่ลู่จิว

         “ใช่ๆ ข้าคิดถึงหลานยวี่ยวี่น้อย กับหลานเจินจูจะแย่แล้ว”ท่านลุงซุน

         “งั้นจะไปที่ใดก่อนเล่า ร้านขายยาสมุนไพร..??? หรือจะร้านขายเนื้อสัตว์ก่อน???”ท่านอาใหญ่ไป่ลู่จิว

         “อือ….ข้าว่านะไปกันที่ร้านประจำกันก่อนเลยนะ เอาชิ้นส่วนของหมีป่าไปขายก่อน”ท่านลุงซุน

         “ได้ๆ….”กลุ่มบุรุษหนุ่มตัวแทนสามหมู่บ้านเลี่ยงฯ รับคำสั่งผู้นำ

         “ส่วนเห็ดหลินจือทั้ง 6 ดอกนี่ข้าว่ากระจายขายร้านละ 2 ดอกดีไหมเล่า..???”ท่านอาใหญ่ไป่ลู่จิว

         “อือ…ข้าว่าก็ดีเหมือนกันนะกันเอาไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย เพราะข้าเองก็ไม่แน่ใจนักว่าเห็ดหลินจือทั้ง 6 ดอกพวกนี้มันมีอายุกี่ปีกันแน่”ท่านลุงซุน

         “งั้นก็แยกย้ายกันไปเลยแล้วมาเจอกันตรงจุดเดิม”ท่านอาใหญ่ไปลู่จิว

         “แล้วเจอกัน…”กลุ่มบุรุษหนุ่มตัวแทนสามหมู่บ้านเลี่ยงฯ 

         ร้านขายเกี่ยวกับสัตว์ ชิ้นส่วนสัตว์ทุกๆส่วน

         “สวัสดีขอรับ ไม่ทราบว่าจะมาซื้อหรือมาขายขอรับ???”เด็กในร้าน

         “มาขายชิ้นส่วนของหมีป่าน่ะ…”กลุ่มบุรุษหนุ่มตัวแทนสามหมู่บ้านเลี่ยงฯ

         “ห๊าาาาาาาาา…ชิ้นส่วนหมีป่าหรือขอรับ!!!??? รอสักครู่ขอรับ!!!”เด็กในร้านหน้าตาตื่นกันเลยทีเดียว เมื่อได้ยินบุรุษจากหมู่บ้านเลี่ยงฯ บอกว่ามีชิ้นส่วนหมีป่ามาขายให้

         “หลงจู๊ขอรับ….เถ้าแก่…ขอรับมีชาวบ้านำซากชิ้นส่วนหมีป่ามาขายให้ร้านท่านขอรับ!!!”เด็กในร้าน

         “ไหนๆ ไปเชิญพวกเขาไปที่ห้องรับรองเร็วเข้า!!!”เถ้าแก่ร้านที่อยู่ร้านพอดิบพอดีเลย

         “ได้ขอรับ!!”เด็กในร้าน

         “แหม!! ข้านี่ช่างโชคดีอะไรอย่างนี้นะเข้ามาในร้านได้พอดีกับที่มีคนนำของดีมาให้เชียว แต่เท่าที่ฟังเด็กในร้านพูดเสียดายเหมือนกันนะที่ไม่ได้เป็นตัวเลยน่ะ”เถ้าแก่ร้านแซ่หยวน

         “แต่ก็ยังดีที่มีชิ้นส่วนอื่นๆของหมีป่ามาขายนะขอรับเถ้าแก่ เพราะตอนนี้ชาวบ้านอย่างไรแล้วก็ต้องเก็บเนื้อของหมีเอาไว้กินเอง”หลงจู๊ของร้าน

         “ก็นั่นน่ะสินะ ชาวบ้านที่อยู่ด้านนอกเมืองก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรกันมากมายเหมือนตระกูลอยู่อาศัยอยู่ภายในตัวเมืองอย่างข้ากับพวกเจ้านี่นะ”เถ้าแก่ร้านแซ่หยวน

         “ใช่ขอรับเถ้าแก่ พวกชาวบ้านออกไปล่าสัตว์ใช่ว่าจะล่าได้กลับมากันทุกคนเสียเมื่อไหร่ แต่กลุ่มนี้โชคดีและมีฝีมือนักที่สามารถล่าหมีป่ามาได้นะขอรับเถ้าแก่”หลงจู๊ร้าน

         “ใช่ๆ…โอ๊ะนั่นมันบุรุษหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามใช่ไหมเล่า???”เถ้าแก่ร้านแซ่หยวนจำหน้าได้บางคน

         “จริงด้วยขอรับ มีบางคนเคยมาที่ร้านของท่านขอรับเถ้าแก่”หลงจู๊

         “สวัสดีขอรับเถ้าแก่หยวน”กลุ่มบุรุษหนุ่มตัวแทนสามหมู่บ้านเลี่ยงฯ 

         “สวัสดี ได้ข่าวว่าวันนี้มีชิ้นส่วนของหมีป่ามาให้ที่ร้านข้าใช่ไหมเล่า ไหนๆมาดูหน่อยว่ามีอะไรมาให้ข้าบ้างเร็วเข้า!!!”เถ้าแก่ร้านแซ่หยวน

         “ได้ขอรับ นี่ขอรับเถ้าแก่ มีอุ้มมือ อุ้งเท้าหมี มีดวงตาหมี หนังหมี ฯลฯ”กลุ่มบุรุษหนุ่มตัวแทนสามหมู่บ้านเลี่ยงฯ

         พอยกหนังหมีออกมาให้เถ้าแก่แซ่หยวนดูเท่านั้นแหละ เถ้าแก่อ้าปากค้างอย่างตื่นเต้นมากๆ ถลาไปคลำหนังหมีอย่างชอบอกชอบใจเป็นอย่างมาก

         “โอ้….ตัวใหญ่มากเจ้าหมีป่าตัวนี้เนี่ยพวกเจ้าฝีมือเยี่ยมจริงๆที่ล่ามันได้เยี่ยม เยี่ยมากเลยนะ หนังไม่มีที่ติเลย”เถ้าแก่ร้านแซ่หยวน

         “จริงด้วยขอรับเถ้าแก่ หนังหมีผืนนี้สวยมากจริงๆ และผืนใหญ่มากๆ”หลงจู๊ของร้าน

         “หลงจู๊เดี๋ยวเจ้าเตรียมไปบอกให้พวกเด็กๆ ไปบอกตระกูลใหญ่ๆที่ตัวเมืองเลยนะว่าที่ร้านของข้ามีหนังหมีผืนงาม และใหญ่มากๆ ที่จะเปิดประมูลขาย!!!”เถ้าแก่แซ่หยวน

         “ได้ขอรับเถ้าแก่!!!”หลงจู๊ร้าน

         “เหมือนเดิมตามกฎกติกาของร้านของข้า รายได้จากการประมูลขายหนังหมีผืนนี้ข้า 30 พวกเจ้า 70”เถ้าแก่ร้านแซ่หยวน

         “ได้ขอรับเถ้าแก่หยวน..!!!”กลุ่มบุรุษหนุ่มตัวแทนสามหมู่บ้านเลี่ยงฯ

          ตัวแทนของหมู่บ้านเลี่ยงฯ ต่างพากันตื่นเต้นกันมากๆเลยเพราะว่า การที่นำของมาขายแล้วได้เข้าประมูลอีกด้วยนั่นหมายถึงว่าของสิ่งนั้นจะมีราคาสูงมากกว่าที่คิดเอาไว้นั่นเอง ถึงแม้ว่าจะต้องจ่ายค่ารายได้ประมูลให้ทางร้านเถ้าแก่หยวนก็ตามที แต่ก็เป็นจำนวนตำลึงเงินที่สูงมากๆอยู่ดีนั่นแหละ เพราะบอกได้เลยว่าไม่ว่าของชิ้นใดเข้าประมูลราคาจะไม่ต่ำกว่าตำลึงทองนั่นเอง!!! ไม่ใช่ตำลึงเงิน!!!

         “ต้องเสียเวลาพวกเจ้าสักหน่อยนะรอบนี้”เถ้าแก่ร้านแซ่หยวน

         “ไม่เลยขอรับเถ้าแก่หยวน”กลุ่มบุรุษหนุ่มตัวแทนสามหมู่บ้านเลี่ยงฯ 

         เพียงไม่นานตัวแทนจากตระกูลใหญ่ๆก็กรูกันเข้ามาในโถงใหญ่ของร้านเถ้าแก่หยวนที่มีไว้สำหรับการนำของเข้าประมูล ไม่ว่าจะเป็นสัตว์มีชีวิต สัตว์ที่ตายแล้ว หรือชิ้นส่วนของสัตว์ต่างๆนั่นเอง

         “อ๊ะ….นี่ทั้งหมด 100 ตำลึงทองนะของพวกเจ้า”เถ้าแก่ร้านแซ่หยวน

         “ขอบคุณมากขอรับเถ้าแก่หยวน!!!”กลุ่มบุรุษหนุ่มตัวแทนสามหมู่บ้านเลี่ยงฯ

         “ถ้ามีของดีๆแบบนี้อีกอย่าลืมมาที่ร้านของข้าอีกนะ”เถ้าแก่ร้านหยวน 

          “แน่นอนเลยขอรับเถ้าแก่หยวน…ถ้าอย่างนั้นแล้วพวกข้าต้องขอตัวกลับก่อนเลยนะขอรับ!!”กลุ่มบุรุษหนุ่มตัวแทนสามหมู่บ้านเลี่ยงฯ

         “ได้ๆ…”เถ้าแก่ร้านสัตว์แซ่หยวน

         กลุ่มบุรุษหนุ่มตัวแทนสามหมู่บ้านเลี่ยงฯ ที่พากันใจเต้นรัวๆ เพราะตื่นเต้นจากการจับเงินตำลึงทองไม่หาย พากันรีบจ้ำฝีเท้าเดินออกมาอย่างรวดเร็ว เพื่อไปรอกับพรรคพวกที่เหลืออยู่ ณ ที่จุดรอนัดหมายกันด้วยความกังวลใจมากๆด้วยที่จะต้องพากันถือเงินตำลึงจำนวนมากมายขนาดนี้ 

         เพราะว่าไม่เคยขายอะไรได้เงินเป็นตำลึงทองมากขนาดนี้มาก่อนเลย นี่ขนาดว่าหักให้กับทางร้านเถ้าแก่หยวนไปแล้วก็ยังมียอดเงินเหลือตั้ง 100 ตำลึงทองเลยทีเดียว จากการประมูลได้มา 130 ตำลึงทอง!!!!

    ****************

         นี่เพียงแค่ขายซากชิ้นส่วนของหมีป่าเท่านั้นเองนะ ยังได้เงินมาตั้ง 100 ตำลึงทอง!!! ไม่รู้ว่าเห็ดหลินจือที่พวกท่านลุง ท่านอาแยกพากันไปขายที่ร้านขายยาสมุนไพรจะได้เท่าไหร่กัน ??? เพราะมันขึ้นอยู่กับอายุของเห็ดหลินจืดด้วยที่จะได้ราคาแพง หรือแพงมว๊ากกกกกกก……!!!!!!

     

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินใหญ่วัย 4 หนาว ที่คุณอ่าน