ตอนที่ 8
เมื่อ เจินเจียอี ทำทุกอย่างเสร็จแล้ว จึงได้เข้ามาในห้อง เพื่อที่จะพูดคุยกับสามี และตอนนี้ลูกสาวก็ได้หลับไปแล้ว ทั้งสามคนนอนด้วยกัน เพราะมีแค่ห้องเดียวที่อาศัยอยู่ แม้จะแคบ แต่ก็อยู่ด้วยกันได้
"ลูกหลับแล้วหรือคะ หลับง่ายจังเลย ยังไม่ได้ทายาให้เลยค่ะ" แม้จะดีขึ้นมากแล้ว แต่รอยตียังเป็แนวแดงอยู่ยังไม่ได้หายไป
"ลูกเป็แผลหรือ เกิดอะไรขึ้น บอกพี่มาเร็วเข้า" เขาเป็ห่วงลูกสาวขึ้นมาในทันที เพราะลูกเขาไม่ใช่เด็กที่ซน จนเกิดการาเ็ได้
"คือวันนี้แม่เลี้ยงพี่ให้ลูกสาวเราไปทำงานบ้านให้ แล้วไม่ได้ดังใจเลยมาตี เจินเจิน พี่เห็นที่แขนหรือเปล่า แต่ยังไม่หมดนะคะ มีที่ด้านหลังอีกสองแนว ใจร้ายมากเลย ใช้เด็กห้าขวบทำงานบ้าน จะให้เร็วดังใจ" พูดแล้วยังโมโหไม่หายที่มาทำร้าย เจินเจิน น้อยจนเจ็บ
"ทำไมแม่ถึงทำอย่างนั้นกัน" ไม่เข้าใจว่าจะทำอย่างนั้นไปทำไม
"นี่พี่ไม่รู้อะไร ต่อหน้าพี่แม่เลี้ยงพี่ก็ทำเป็ดีกับทุกคน แต่พอพี่ไม่อยู่ก็ใช้งานเยี่ยงทาส" เจินเจียอี คนก่อนเป็คนที่หัวอ่อน ไม่มีปากมีเสียง ใช้ให้ทำอะไรก็ทำ เพราะไม่อยากให้ทุกคนไม่สบายใจ แต่เธอจะไม่ยอมให้เป็อย่างนั้นเด็ดขาด ลองมาหาเื่เธอดูก็แล้วกัน จะไม่ยอมให้แม้แต่น้อยถ้ามันไม่ยุติธรรม พูดให้สามีฟังเสร็จ จึงได้เปิดเสื้อเพื่อให้สามีดูรอยตี ที่แม่เลี้ยงตีลูกไว้ อย่างไม่ยั้งมือแม้แต่น้อย
"พี่ดูเอาเองก็แล้วกัน ว่าแม่เลี้ยงพี่ใจร้ายกับลูกเราแค่ไหน ตีโดยไม่ยั้งมือเลย ดีนะที่น้องไปช่วยไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นไม่รู้จะมีรอยไม้ที่ตีอีกเท่าไร"
พูดด้วยความโมโห เมื่อคิดถึงเื่ที่เกิดขึ้น
"คงจะเจ็บหน้าดูเลย พี่สงสารลูกจังเลย ไม่รู้โดนตีมากี่ครั้งแล้ว" เขามองดูลูกที่หลับอยู่อย่างสงสารเป็เด็กที่มีความอดทนมาก
"ก็คงเจ็บอยู่หรอกค่ะ เพราะว่ามีไข้ น้องให้กินยาลดไข้ไป ถึงได้ดีขึ้น แล้วก็ทายาให้ด้วย ไม่อย่างนั้นคืนนี้ไข้คงจะขึ้นแน่นอน" พูดให้สามีฟังพร้อมทั้งทายาให้ลูกไปด้วย
"แล้วพี่เป็อย่างไรบ้างคะ มีไข้อีกหรือเปล่า ถ้ามีไข้รีบบอกเลยนะคะ จะได้กินยาเพิ่ม"
"ตอนนี้ยังไม่มีนะ แล้วพี่ขอถามได้ไหม ว่าน้องเอายาและอาหารมาจากไหน แล้วกระเป๋านั่นอีกมันมาจากไหน พี่ไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลย" เขาถามในสิ่งที่อยากจะรู้ั้แ่ที่เขาฟื้นตื่นขึ้น มีแต่สิ่งที่เขาไม่คุ้นเคย แล้วเมียของเขาก็แปลกไปมากอีกด้วย ปกติแทบจะไม่พูดอะไร เอาแต่เก็บไว้ในใจคนเดียว จนบางครั้งเขาก็ไม่รู้เื่อะไรเลย เพราะเมียเขาไม่เคยที่จะบอก
"คืออย่างนี่ค่ะ จะเล่าให้ฟัง ตอนที่น้องไม่สบายน้องเหมือนจะฝันอะไรสักอย่างว่าไปใช้ชีวิตอีกที่หนึ่ง ที่มีความเจริญเป็อย่างมาก ต่างจากที่นี่ น้องเป็หมอทหาร ที่ต้องดูแลรักษาคนป่วย ทั้งทหาร และชาวบ้านที่ยากจนและไม่สามารถที่จะไปหาหมอในเมืองได้ น้องจึงได้ใช้ชีวิตอยู่กับชาวบ้านบ้าง ของที่อยู่ในกระเป๋าคือของที่น้องจะเตรียมไว้เมื่อต้องออกเดินทางไปรักษาชาวบ้านที่ยากจน จะได้มีของกินไม่ต้องรบกวนชาวบ้าน ส่วนยาและอุปกรณ์ต่างๆ เป็สิ่งที่จำเป็ในการรักษา น้องก็ไม่รู้ว่ามันเป็เื่จริง หรือความฝันกันแน่ แต่ตอนที่น้องฟื้นกลับมาเป้ที่น้องใช้อยู่เป็ประจำก็ตามมาด้วย พร้อมทั้งของที่อยู่ข้างในทั้งหมด น้องลองเอาออกมากินมาใช้แล้ว แต่เมื่อดูด้านในปรากฏว่าทุกอย่างยังมีเหมือนเดิม เหมือนไม่ได้เอาออกมาเลยค่ะ"
เจินเจียอี เล่าเื่อย่างยาวให้สามีได้ฟัง แม้มันจะไม่ได้เล่าทั้งหมดก็ตามทีว่าเมียของเขาได้ตายไปแล้ว และคนที่มาอยู่ก็ไม่ใช่เมียเขาอีกต่อไป
"ขอบคุณ์ ที่พาน้องกลับมาแล้วยังมอบสิ่งของที่เป็ประโยชน์มาให้ด้วย" สามีพูดพร้อมทั้งดึง เจียอี เข้าไปกอดเอาไว้อย่างหวงแหน เพราะเขากลัวที่จะเสียเธอไป เพราะเขาไม่มีเงินจะรักษา ได้แต่หาสมุนไพรที่พอหาได้มาช่วยบรรเทาไปได้เท่านั้น
"น้องก็ดีใจเหมือนกันที่ได้กลับมาอยู่ที่นี่เหมือนกันค่ะ"
"ถึงแม้ความฝันของน้องมันจะแปลกมากจนไม่น่าเชื่อ แต่พี่ก็เห็นกลับตาแล้วว่าน้องเก่งมาก สามารถรักษาแผลของพี่ได้ และรักษาได้ดีมากทีเดียว พี่ยังคิดว่าพี่คงจะต้องเป็แผลอย่างไม่รู้จะหายหรือเปล่าด้วยซ้ำ หรืออาจจะต้องตายเพราะคงไม่มีทางรักษาได้" เขาคิดอย่างนั้นจริงๆ ว่าคงจะตายแน่นอน
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะน้องเต็มใจ แต่ว่าที่น้องเป็ห่วงก็คือตอนนี้เรามีความลับอย่างนี้ สักวันต้องมีคนสงสัยว่าเราเอาอาหารมาจากที่ไหน เพราะตอนนี้แม่เลี้ยงพี่ไม่ให้พวกเราไปกินอาหารที่บ้านแล้ว เพราะวันนี้น้องไม่ยอมไปทำงานที่บ้านให้" เจินเจียอีบอกสามี
"พี่อุตส่าห์ ขยันยอมทำทุกอย่างให้ทุกคนสบายกัน แต่ทำไมถึงต้องใจร้ายกับพวกเราด้วยนะ"
"มันก็ไม่ได้หมดทุกคนหรอกค่ะ พี่ยังมีพ่อและน้องชายที่เป็ห่วงพี่อยู่ ส่วนคนอื่นพี่อย่าได้ไปใส่ใจเลย เพราะเขาไม่มีค่าให้เราต้องไปเสียใจกับการกระทำของเขา แต่ว่าเราคงจะอยู่ที่บ้านนี้ไม่ได้แล้ว น้องไม่อยากจะเป็เหมือนเดิม ที่ต้องคอยรับใช้แม่เลี้ยงพี่ แต่ได้กินเพียงเศษอาหารเท่านั้น ในเมื่อตอนนี้น้องมีอาหารที่จะเลี้ยงครอบครัวเราได้แล้ว พี่คิดว่าอย่างไรบ้างคะ"
สามีที่ได้ฟังก็ทำท่าคิดหนัก ยังคงเป็ห่วงพ่อและน้องชายอยู่ แต่เขาก็เป็ห่วงครอบครัวเขาเหมือนกัน เพราะแม่เลี้ยงเขาทำกับทุกคนได้แย่ขึ้นทุกวัน แม้แต่ลูกสาวเขาที่ยังเด็กก็ยังไม่เว้น แต่เขาก็ต้องคิดให้รอบคอบ ถึงผลดีผลเสีย แต่ตอนนี้แม้แต่ข้าวก็ยังไม่ให้กิน ทั้งที่เขาทำงานอย่างหนักเพื่อที่ทุกคนจะได้มีกิน แต่กลับไม่ให้พวกเขากิน
"พี่คงจะเป็ห่วงพ่อกับน้องใช่หรือเปล่าคะ อย่าได้ห่วงไปเลย ทั้งสองคนรักและเป็ห่วงพี่มาก พวกเขาจะเข้าใจ แล้วพวกเราไม่ได้ทิ้งพวกเขาเสียหน่อยนี่คะ"
ซีห่าว ที่คิดตามที่เมียเขาพูดก็มีเหตุผล อย่างไรเขาก็ไม่ได้ทิ้งทั้งสองคนเสียเมื่อไรกัน ถึงจะอยู่ที่บ้านนี้ข้าวก็ไม่ได้กิน แถมยังเอาอาหารออกมาได้ลำบากอีก และทำงานมาเท่าไรก็ไม่เคยได้เก็บเงิน แต่พอจะใช้แม้แต่ยามจำเป็ยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เมื่อตัดสินใจได้จึงได้ถามเมียออกไป
"แล้วเราจะย้ายออกไปได้ยังไง เพราะแม่เลี้ยงของพี่คงไม่ยอมให้แรงงานขาดไปได้หรอกนะ" เขารู้จักนิสัยของแม่เลี้ยงดีว่าต้องคนทำงานอย่างเขา และคงจะรวมทั้งเมียและลูกเขาด้วย
"พี่ลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้พี่าเ็หนัก แล้วก็ทำงานไม่ได้ไปอีกนาน เพราะไม่สามารถเดินได้ แม่เลี้ยงพี่คงไม่ยอมให้นอนรอกินข้าวไปเฉยๆ หรอกค่ะ แล้วน้องก็บอกกับแม่เลี้ยงพี่เหมือนกันว่าจะไม่ไปทำงานบ้านให้แล้ว ให้พวกเขาทำกันเอง อย่างนี้แม่เลี้ยงพี่คงตัดสินใจง่ายขึ้นที่จะปล่อยพวกเราออกไปได้ง่ายๆ" เจินเจียอี อธิบายให้สามีฟังถึงสิ่งที่มันจะทำให้สิ่งที่้าเป็ไปได้
เขาคิดตามอย่างที่ เจินเจียอี พูดมันก็จริงคนที่เห็นแก่ตัวอย่างแม่เลี้ยงของเขาคงไม่ยอมเสียเปรียบอย่างแน่นอน แล้วถ้าทุกคนไม่ทำงานแต่ยังกินข้าวอยู่ คงได้ทะเลาะกันทุกวันแน่นอน ถ้าอย่างนั้นคงต้องคุยกับพ่อเขาให้เข้าใจ จะได้ไม่ต้องมาเคืองใจกันทีหลังเพราะอย่างไรเขาก็ยังรักพ่อเขาเหมือนเดิม
( ขอความเมตตา ช่วยติดตามด้วยนะคะ )