“เมื่อเข้าใจตรงกันแล้ว ก็เริ่มจับฉลากได้! ”
เมื่ออาจารย์ลีน่ากล่าวจบก็มีนักเรียนทหารบางส่วนที่มีท่าทางไม่เข้าใจ ราวกับว่าสมองของพวกเขายังไม่ทันได้ประมวลผลของข้อมูลที่เธอพูดออกมาจนหมด แต่เมื่อเวลาผ่านไปท่าทางของพวกเขาที่มึนงงก็เปลี่ยนเป็นกังวล และยิ่งกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออาจารย์ลีน่าได้เรียกชื่อของพวกเขาไปจับฉลาก
“นักเรียนภานุ! ”
เมื่อถูกอาจารย์ลีน่าเรียกชื่อภานุก็ได้เดินออกไปข้างหน้าของเธอในทันที ตัวเขาไร้ท่าทีกังวลใดๆ แม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่เขานั้นควรจะเป็นนักเรียนทหารที่กังวลมากที่สุดเนื่องจากมีโอกาสพ่ายแพ้อีกแค่รอบเดียว
ภานุล้วงมือเข้าไปในกล่องและจับฉลากกระดาษใบหนึ่งออกมา ก่อนที่จะค่อยๆ คลี่มันออกและมองดูชื่อที่เขียนไว้บนกระดาษแผ่นนั้น แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้ดูนั้นกระดาษบนมือของเขาก็ถูกอาจารย์ลีน่าชิงหยิบไปก่อน แน่นอนว่าภานุนั้นไม่กล้าจะทักท้วง เพราะหากกระทำเช่นนั้นมันจะไม่เท่ากับตายหรอกหรือ
อาจารย์ลีน่ามองไปที่กระดาษที่แย่งมาด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ เธอมองภานุสลับไปมากับกระดาษก่อนที่จะกลืนน้ำลายและกล่าวออกมาให้ผู้คนได้รับฟัง
“นักเรียนภานุได้แจ็คพอตอีกแล้ว…”
เมื่ออาจารย์ลีน่าพูดถึงแจ็คพอต และท่าทางการแสดงออกทางสีหน้าของเธอนั้นทำให้ภานุรู้สึกว่าตัวเองนั้นได้รับโชคร้ายอีกครั้งแล้ว อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้กังวลว่าตนเองนั้นจะต้องเผชิญหน้ากับใคร หากคนผู้นั้นยังเป็นนักเรียนทหารในโรงเรียนแห่งนี้เขาคิดว่าเขาสามารถเอาชนะพวกนั้นได้ทั้งหมด
เมื่ออาจารย์เห็นสีหน้าท่าทางของภานุไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเธอก็ยิ้มขึ้นมาและคิดในใจว่าหัวกะทินุนั้นที่มีท่าทีเช่นนี้เพราะยังไม่รู้ว่าคู่ต่อสู้ของเขาเป็นใคร หากรู้ละก็จะต้องช็อกอย่างแน่นอน
อาจารย์ลีน่ายังไม่กล่าวรายชื่อในกระดาษออกมาแต่กลับหันหน้ากระดาษที่เขียนชื่อด้วยหมึกสีแดงออกไปให้เหล่านักเรียนทหารทุกคนได้เห็นยกเว้นแต่ภานุเท่านั้นที่ไม่ได้เห็น
“ไอ้ตัวเหม็นโชคร้ายโดยแท้…”
เจ้าอ้วนหวังที่อยู่ใจกลางฝูงชนถอนหายใจและกล่าวขึ้นในขณะที่มองไปที่รายชื่อบนกระดาษที่อาจารย์ลีน่าถืออยู่ ในขณะเดียวกันนักเรียนทหารแต่ละคนล้วนแล้วแต่มองมาที่ภานุด้วยสายตาเวทนา นั่นยิ่งทำให้ภานุรู้ว่าคู่ต่อสู้ของเขาต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“ยินดีด้วยนักเรียนภานุเธอได้คู่ต่อสู้เป็น นักเรียนทหารอันดับหนึ่งของโรงเรียนนี้อีกแล้ว! ”
“ว่าไงนะครับ? ”
ภานุรู้สึกเหมือนกับตนเองหูฝาดไปดังนั้นจึงกล่าวย้ำถามอีกรอบเพื่อความแน่ใจ
“คู่ของเธอคือเร็ม! ”
เมื่อได้ยินชื่อของเร็มสีหน้าของภานุก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย อย่างไรก็ตามปฏิกิริยาของชายหนุ่มนั้นดูธรรมดาอย่างมากจนแม้แต่อาจารย์ลีน่าเองก็ยังไม่เข้าใจ ชายหนุ่มเองก็ไม่อยากจะเชื่อนักเรียนทหารมีมากกว่าหนึ่งพันคน แต่เขากลับจับฉลากได้นักเรียนอันดับหนึ่งเป็นคู่ต่อสู้ถึงสองรอบติดต่อกัน นี่ไม่เรียกว่าดวงสมพงษ์กันแล้วควรจะเรียกว่าอะไร
ภานุรีบเดินลงมาจากเวทีเพื่อที่จะให้คนอื่นนั้นได้จับฉลากต่อ เนื่องจากกระบวนการทั้งหมดนั้นต้องกระชับและรวดเร็ว ในขณะเดียวกันห่างออกไปจากพื้นที่บริเวณที่ภานุอยู่ไม่ไกลนัก เร็มทำหน้ายิ้มจนแก้มปริ หน้ายิ้มของมันยิ่งมองยิ่งสยองโดยเฉพาะนักเรียนทหารที่ยืนอยู่แถวๆ นั้นต่างพากันรีบถอยห่างจากเร็มด้วยท่าทางหวาดกลัวและหวาดระแวง
“ประเสริฐจริงๆ ดูเหมือนเทพเจ้าจะยังเข้าข้างข้าคนนี้เสมอ! ฮ่าๆๆๆๆ”
…..
หลังจากที่นักเรียนทหารทั้งหมดได้จับฉลากกันเสร็จทั้งหมดแล้ว อาจารย์ลีน่าก็ได้ให้ทุกคนได้มีเวลาอิสระส่วนตัวสิบห้านาที โดยเวลาอิสระนี้ทุกคนล้วนแล้วแต่สามารถทำอะไรก็ได้ แต่ส่วนมากแล้วก็เลือกที่จะอบอุ่นร่างกายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ แม้แต่ภานุเองก็เลือกที่จะทำเช่นเดียวกัน โดยเขาได้รวมกลุ่มกับเจ้าอ้วนหวังและสองพี่น้องฝาแฝดอันกับซัน
ในระหว่างการพักนั้นที่ประตูสนามฝึกก็ปรากฏขบวนนักเรียนทหารหญิงมากมายที่นำด้วยครูสาววัยกลางคนรู้ร่างผอมคนหนึ่ง อย่างไรก็ตามท่าทางของเธอนั้นเปี่ยมไปด้วยออร่าที่สูงศักดิ์ จากสายตาของภานุนั้นท่าทางของเธอดูสูงศักดิ์พอๆ กับชาลอตต์ที่เขาชื่นชม
“อาจารย์เอ็มม่า! ”
อาจารย์ลีน่าปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของอาจารย์ที่เดินนำขบวนนักเรียนหญิงมาด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่นางจะยิ้มอย่างเป็นมิตรกับอีกฝ่าย เหล่านักเรียนชายที่ได้เห็นรอยยิ้มของอาจารย์ลีน่าต่างก็ใจละลาย และมองอย่างเหม่อลอย นับว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมากที่อาจารย์ลีน่าจะยิ้มสักครั้ง
“ลีน่าดูเธอจะสบายดี และมีความสุขกับที่นี่ดีนะ! ”
อาจารย์เอ็มม่ากล่าวขึ้นก่อนที่จะลูบใบหน้าของอาจารย์ลีน่า ดูจากอายุของทั้งสองคนและคำเรียกที่อาจารย์ลี่น่าเรียกอีกฝ่ายแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยอาจารย์เอ็มม่านั้นเคยเป็นอาจารย์ที่สอนอาจารย์ลีน่ามาก่อน ฃ
“รุ่นพี่ลีน่า! ”
เหล่านักเรียนหญิงนั้นดูเหมือนจะรู้จักกับอาจารย์ลีน่าบางส่วนดังนั้นจึงมีหลายคนส่งเสียงทักทายอาจารย์ลีน่า ซึ่งอาจารย์ลีน่าก็ได้ยิ้มตอบรับคำทักทายของทุกคน นักเรียนชายทุกคนที่เฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาและคิดว่าการกระทำของอาจารย์ลีน่าที่เย็นชาแต่กับพวกเขานั้นมันเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน
อย่างที่อาจารย์ลีน่าได้กล่าวตั้งแต่ตอนแรก ในวันนี้นักเรียนทหารหญิงจากโรงเรียนหัวกะทิมาชมการต่อสู้ตัวต่อตัวของเหล่านักเรียนทหารชาย
หากขึ้นชื่อว่าเป็นการต่อสู้แล้วแน่นอนว่าไม่ว่าใครก็ล้วนแล้วแต่ตื่นเต้นเมื่อได้รับชมมันติดขอบเวที เหล่าหญิงสาวเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
เมื่อนักเรียนทหารชายเห็นว่ามีหญิงสาวมากมายกำลังมองพวกเขาอยู่มีพวกบ้าบางส่วนที่กำลังอบอุ่นร่างกายอยู่ได้ถอยเสื้อออกมาเพื่ออวดหุ่นอันเต็มไปด้วยมัดกล้ามของพวกเขา พวกที่วิ่งรอบสนามเพื่อเตรียมพร้อมเองก็ไม่น้อยหน้าพวกมันถอดเสื้อและโยนออกไปข้างสนาม การกระทำของพวกมันนั้นทำให้ภานุที่มองดูอยู่ถึงกับต้องกุมขมับ
เวลาสิบห้านาทีที่อาจารย์ลีน่าให้ไว้นั้นผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ เสียงนกหวีดของอาจารย์ลีน่าดังขึ้นเรียกให้เหล่านักเรียนทหารชายนั้นมาเข้าแถวรวมตัวกันที่สนามประลองที่จัดเตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว นักเรียนทหารชายถูกจัดให้อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเหล่านักเรียนหญิง ภานุนั้นจะต้องขึ้นประลองในคู่ที่สามดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่มีทางเลือกที่จะต้องยืนอยู่ด้านหน้า และตกเป็นเป้าสายตาของเหล่านักเรียนสาว ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเกร็งบ้างในบางครั้ง
ทันทีที่อาจารย์ลีน่าแผ่รัศมีความเย็นชาออกมาไม่ว่าจะเป็นนักเรียนชายหรือนักเรียนหญิงต่างก็ไม่มีใครสักคนที่กล้าส่งเสียงออกมา
“คู่ประลองแรก ซัน ปะทะ ไค! ”
หนึ่งในพี่น้องฝากแฝดที่เป็นสหายสนิทของภานุนั้นต้องขึ้นประลองเป็นคู่แรก อย่างไรก็ตามภานุนั้นไม่ได้กังวลเกี่ยวกับตัวของซันเลยแม้แต่น้อยด้วยพรสวรรค์ของเขาแล้วสามารถเอาชนะชายหนุ่มที่ชื่อว่าไคได้อย่างแน่นอนอยู่แล้ว
ซันนั้นมีรูปร่างที่ใหญ่และกำยำอยู่แล้ว ทันทีที่ปรากฏขึ้นบนเวทีสีหน้าของไคก็เปลี่ยนเป็นหวาดกลัวทันที ไคนั้นเป็นชายหนุ่มร่างเล็กซึ่งมีขนาดตัวพอๆ กับภานุเลยก็ว่าได้ แต่พื้นฐานด้านกำลังกายของเขานั้นเหนือกว่าภานุในตอนที่พรสวรรค์ของเขายังไม่ถูกปลุกขึ้น
เมื่อสัญญาณเริ่มต่อสู้ได้ดังขึ้น ไคก็ทุ่มสุดชีวิตเพื่อที่จะเอาชนะซันให้ได้เพราะเขานั้นได้พ่ายแพ้ไปแล้วครั้งหนึ่งดังนั้นรอบนี้เขาจะแพ้อีกไม่ได้เป็นอันขาด อย่างไรก็ตามขีดจำกัดของเขานั้นตัวเขาไม่อาจจะก้าวข้ามมันไปได้ แม้จะฝืนมากแค่ไหนแต่ทันทีที่ถูกหมัดของซันเข้าไปเต็มๆ สองมัดติดๆ กันเขาก็ต้องล้มลงอยู่ดี และในที่สุดเขาก็ต้องหมดสติไปด้วยลูกเตะของซัน
“เฮ้! ”
เสียงเชียร์ได้ดังขึ้นมีนักเรียนหญิงหลายคนที่มีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามซันนั้นยังคงไว้ซึ่งท่าทีสงบอย่างที่เคยทำมา แม้แต่ภานุที่รู้จักกับมันมานานยังสงสัยเลยว่าสองพี่น้องฝาแฝดนี้นั้นชอบผู้หญิงหรือเปล่า
เมื่อคู่ประลองแรกได้รู้ผลแล้วอาจารย์ลีน่าก็จัดการประกาศเริ่มการต่อสู้คู่ที่สองทันที ซึ่งคู่ที่สองนั้นเป็นการต่อสู้ระหว่างนักเรียนห้องอื่นที่ภานุไม่รู้จัก ฝีมือของทั้งสองนั้นเห็นได้ชัดว่าสูสีกันมาก กว่าจะรู้ผลเลือดก็เปรอะเปื้อนไปทั้งพื้นสนามแล้ว ภาพความโหดร้ายที่เกิดขึ้นนั้นค่อนข้างจะทำให้
และแล้วในที่สุดก็ถึงตาของภานุที่ต้องขึ้นเวทีประลอง เมื่ออาจารย์ลีน่าได้แจ้งถึงคู่ที่สามนักเรียนทหารชายทั้งหมดที่พูดคุยกันเมื่อสักครู่ต่างยินดีพากันเงียบปากอย่างพร้อมเพรียงท่าทีของนักเรียนชายนั้นทำให้นักเรียนหญิงที่มาชมการประลองวันนี้ต่างพากันสนใจเช่นเดียวกัน ก่อนที่ทุกคนจะพากันจับจ้องไปที่คู่ประลองรอบต่อไป
ภานุเดินขึ้นมาบนเวทีประลองในขณะที่มองไปที่เลือดที่ไหลกระจายอยู่ทั่วบริเวณเวทีประลองด้วยท่าทางสงบ ไม่มีใครอยู่แล้วที่รู้สึกดีเมื่อได้เห็นเลือดแม้แต่ภานุเองก็ไม่มีข้อยกเว้น เมื่อภานุก้าวมาถึงบริเวณใจกลางเวทีประลอง เร็มก็ได้ก้าวมาถึงเช่นเดียวกัน แววตาของมันเปลี่ยนไปเป็นแววตาอำมหิตทันทีเมื่อมันมองมาที่ภานุ มันรอเวลานี้มาตลอดเมื่อมันได้ก้าวขึ้นเวทีมันก็รู้สึกเหมือนกับเลือดเนื้อของตนเองได้สูบฉีดอย่างเต็มที่
“คู่ประลองคู่ที่สาม นักเรียนภานุ ปะทะ นักเรียนอันดับหนึ่งเร็ม! ”
เสียงประกาศของอาจารย์ลีน่าดังขึ้น อาจารย์ลีน่าตั้งใจเน้นคำว่านักเรียนอันดับหนึ่งเพื่อให้นักเรียนทหารหญิงได้ทราบทั่วกัน และแน่นอนว่ามันค่อนข้างจะได้ผลดีเลยทีเดียว นักเรียนหญิงทุกคนต่างก็ตื่นเต้นกับการต่อสู้คู่นี้ มีหลายคนที่มองมาที่ภานุด้วยท่าทางเวทนา
เมื่อเร็มรู้สึกว่าตนเองได้โดดเด่นท่ามกลางหมู่สาวเพราะเสียงประกาศมันก็ยืดอกอย่างมั่นใจ ก่อนที่จะมองไปที่ภานุและกล่าวด้วยเต็มเสียงเพื่อตั้งใจให้นักเรียนหญิงทุกคนได้ยิน
“เมื่อวานแกหนีรอด แต่วันนี้แกหนีไม่รอดแน่! ”
“หนี? ”
ภานุยิ้มขึ้นเมื่อได้ยินวาจาโอ้อวดของเร็ม อย่างไรก็ตามชายหนุ่มไม่ได้ตั้งใจจะตอบโต้ใดๆ เขาไม่สนใจว่าสายตาของคนอื่นจะมองเขาเป็นเช่นไรตอนนี้ ขอแค่เมื่อเริ่มการต่อสู้ยังไงผลแพ้ชนะก็เป็นสิ่งที่ตัดสินทุกอย่างอยู่ดีว่าใครอ่อนแอกว่าใคร
“เอ๋? ”
ท่ามกลางกลุ่มนักเรียนหญิงจากโรงเรียนทหารหัวกะทินั้น หญิงงามคนหนึ่งที่มีใบหน้าน่ารักและโดดเด่นกว่าหญิงงามด้วยกันรอบๆ ตัวเธอได้ร้องออกมาอย่างประหลาดใจ ในขณะที่จ้องมองไปที่ใบหน้าของภานุที่ยืนอยู่ใจกลางเวที
“เป็นอะไรไปเหรอชาลอตต์? ”
หญิงงามอีกคนหนึ่งกล่าวถามเพื่อนของเธอด้วยท่าทางเป็นห่วง หญิงงามคนนี้แม้จะมีความงามไม่เท่ากับชาลอตต์แต่เธอกับนับว่าสวยกว่าหญิงงามคนอื่นๆ ในรุ่นเดียวกันเช่นกัน เธอมีชื่อเรียกว่าคริสติน่า
“ฉันหาเขาเจอแล้ว! ”
ชาลอตต์กล่าวออกมาด้วยเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย ในขณะเดียวกันคริสติน่าก็มองเพื่อนของเธอด้วยท่าทางงุนงงก่อนที่จะนึกบางอย่างออกและกล่าวถามออกมาว่า
“เธอหมายถึงวีรบุรุษที่ช่วยเธอจากอันตรายที่เธอเล่าให้ฉันฟังเหรอ? ”
ชาลอตต์พยักหน้าเป็นเชิงตอบว่าใช่