นางยิ่งต้องระมัดระวังเป็พิเศษ ไม่อยากให้มีเื่ผิดพลาดแม้แต่น้อยเกิดขึ้นกับมารดาของนาง
“แต่ข้า…”ฟางเหมยลียังคงกังวลนางเป็ห่วงบุตรสาวของนาง
ฟางเซียนเออร์ส่ายหัวไปมานางรวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามือของนางก่อนจะซัดมันเข้าใส่แจกันเก่าที่อยู่ตรงมุมห้อง แตกออกเป็เสี่ยงๆ “ท่านแม่ ท่านไม่ต้องเป็ห่วง ข้าดูแลตัวเองได้”
ฟางเหมยลีตกตะลึง มองบุตรสาวของนางด้วยความแปลกใจ “ั้แ่เมื่อไหร่กัน”นางพึมพำออกมา และมองบุตรสาวของนางด้วยความลึกซึ้ง
เอาละนางจะโกหกท่านแม่ของนางว่าอย่างไรดีละทีนี้ ฟางเซียนเออร์กรอกสายตาไปมา “ข้าฝันในฝันข้าได้ยกจอกเหล้าคารวะท่านอาจารย์ฝากตัวเป็ศิษย์ ั้แ่นั้นเมื่อข้าหลับท่านอาจารย์ก็จะมาถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้กับข้า ”นางพูดไปปาดเหงื่อไปด้วย
ฟางเหมยลีฟังที่บุตรสาวของนางบอก นางไม่รู้ว่าท่านอาจารย์ที่บุตรสาวเอ่ยถึงนั้นเป็ใคร นางนึงถึงแค่ว่าอาจจะเป็เทพเซียนที่อยู่บน์ก็ได้ เมื่อนึกได้แบบนั้นใบหน้าของนางก็ซีดเผือก ด้วยความใ
เมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดขาวของมารดา ฟางเซียนเออร์ก็อุทานในใจ “แย่แล้ว” แล้วรีบพูดว่า “ท่านอาจารย์เอ็นดูข้า และบอกว่าท่านแม่ไม่ต้องกังวนท่านจะคอยช่วยเหลือครอบครัวของเราเ้าค่ะ” เมื่อพูดจบนางก็แอบปาดเหงื่ออีกรอบ
ฟางเหมยลีถอนหายใจด้วยความโลกอกแล้วจึงพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นแม่ฝากบอกท่านด้วยว่าขอบคุณท่านมาก”
“เ้าค่ะ”ฟางเซียนเออร์ก้มหน้าก้มตาทานข้าวอย่างตั้งใจ และพยายามเปลี่ยนเื่ “ดังนั้นท่านแม่ไม่ต้องเป็กังวล”
“เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว ถ้าเ้าว่าอย่างนั้น”นางพยักหน้าให้กับบุตรสาวของนาง
หลังจากทานข้าวเสร็จแล้วนางก็ออกไปเดินย่อยที่หลังบ้าน นางเดินสำราจที่ดิน ของนางคร่าวๆ ฟางเซียนเออร์ก้มลงแล้วยื่นมือไปกำดินขึ้นมาก่อนจะบี้มัน นางยิ้มอย่างพึงพอใจ ดินดีเหมาะแก่การเพราะปลูกเมื่อหน้าหนาวผ่านพ้นไปนางต้องมาคิดอีกทีว่าจะทำอย่างไรกับที่ดินที่เหลือดี
เมื่อเดินมาถึงเนินเขาเล็กๆ นางพบว่ามีแหล่งน้ำที่ไหลจากเนินเขาลงไปทางหมู่บ้าน หนานชินของนางแหล่งน้ำตัดผ่านที่ดินของนางแล้วไหลลงไปทางหมู่บ้าน นางไม่ได้ขึ้นไปบนูเาแต่กลับนั่งลงบนก้อนหินบริเวณริมแม่น้ำ
บริเวณนี้เงียบสงบเหมาะกับการโคจรลมปราณของนางมาก นางจึงนั่งขัดสมาธิแล้วเริ่มเดินลมปราณไปทั่วร่างตอนนี้นางมีลมปราณ5ปีอยู่ในร่างกายของนางด้วยความเร็วนี้นางจะสามารถมีลมปราณ100ปีในข้างหน้านี้
นางลืมตาหลังจากผ่านไป 1 ชั่วยามแล้วเสื้อของนางเต็มไปด้วยเหงื่อร่างกายร้อนผ่าว ลมปราณ 5 ปีเพิ่มขึ้นมา 2 ปี นางยิ้มด้วยความพึ่งพอใจ
นางรีบเดินกลับบ้านทันทีเมื่อมองท้องฟ้าที่เริ่มจะมืดลงเรื่อยๆ “ท่านแม่ข้ากลับมาแล้ว ”นางส่งเสียงบอกท่านแม่ของนาง
ฟางเหมยลีเป็กังวนเมื่อเห็นบุตรสาวของนางไม่กลับมาเสียที แต่เมื่อได้ยินเสียงนางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เ้าหายไปไหนมา เ้าทำให้แม่เป็ห่วง”ฟางเหมยลีเอ็ดลูกสาวนาง
“ท่านแม่ข้าไปฝึกมา ท่านอาจารย์บอกต้องฝึกกำลังภายในทุกวันห้ามขาด”
เมื่อได้ยินแบบนั้นฟางเหมยลีก็ไม่ถามอะไรอีก “มาๆ แม่ต้มน้ำอาบไว้ให้เ้า ไปอาบน้ำได้แล้ว ดูเหงื่อเต็มตัวเ้าซิ”นางว่าก่อนจะดันหลังบุตรสาวของนาง
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละเ้าค่ะ”
เช้าวันรุ่งขึ้นนางตื่นขึ้นมาั้แ่ยามเหม่า (เริ่มนันั้แ่ 05:00-07:00 น.) นางตื่นมาล้างหน้าก่อนจะไปวิ่งออกกำลังกายที่ด้านหลังวิ่งจนไปสุดเนินเขาแล้วจึงวิ่งกลับมาที่หลังบ้าน วิ่งแค่ 1 รอบนางก็หอบหายใจจนเหนื่อย หลังจากที่พักได้ 1 เค่อ นางก็วิ่งไปที่เนินเขาอีกรอบ
ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนพื้นหญ้าเขียวชอุ่มอย่างหมดแรง เมื่อหายเหนื่อยแล้วนางก็ซิทอัพอีก 20 ที แล้วดันพื้นอีก 20 ที แล้วทิ้งตัวลงนอนบนพื้นด้วยความเหนื่อยล้า
นางเดินไปที่ริมน้ำแล้วล้างหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อของนาง เมื่อมองดูฟ้าที่ใกล้จะสว่างแล้วนางก็กลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วนางก็เห็นท่านแม่ของนางยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“ท่านแม่ เราไปบ้านท่านลุงกันเถอะเ้าค่ะ”ฟางเหมยลีที่ตื่นมาแล้วไม่เห็นบุตรสาวนางก็กังวลแต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าลูกสาวของนางคงจะออกไปฝึกวิชาอยู่นางจึงเริ่มคลายความกังวลลง
นางพยักหน้า “ไป บ้านของท่านหัวหน้าหมู่บ้านกัน” นางและท่านแม่เดินทางไปหาผู้ใหญ่บ้าน เมื่อมาถึงนางก็เคาะประตูสองสามที “ผู้ใหญ่บ้าน ข้าฟางเหมยลีเ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินเสียงคนมาะโเรียกที่หน้าประตูแต่เช้าจางหรงผิงก็มาเปิดประตูให้นาง “เ้ามาหาใคร” จางหรงผิงถามแล้วมองดูพวกนาง
“ข้ามาหาผู้ใหญ่บ้านนะ อยู่หรือไม่”ฟางเหมยลีตอบ
“รอข้าประเดี๋ยวข้าจะไปตามท่านพ่อให้”ว่าจบนางก็เดินจากไป สักพักก็เห็นผู้ใหญ่บ้านเดินมา
“สบายดีไหมเ้าค่ะ ท่านลุง”ฟางเซียนเออร์ทักทายผู้ใหญ่บ้าน
"ดีดี ข้าสบายดีพวกเ้ามีอะไรให้ข้าช่วย"ผู้ใหญ่บ้านรีบเข้าประเด็นทันที แล้วเชิญพวกนางเข้าไปในบ้าน
ภรรยาของจางหลีไห่เดินออกมาจากห้องครัวพอดี จึงกล่าวทักทายพวกนางด้วยรอยยิ้ม ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านน่าจะมีอายุมากกว่าท่านแม่ของนาง
“สวัสดีเ้าค่ะ ท่านป้า”นางตอบรับด้วยรอยยิ้ม
จางจิ่วเม่ยจึงเรียก จางหรงผิงและบุตรชายของนางมาก่อนจะแนะนำพวกนางให้ได้รู้จักกัน
“นี่จางหรงผิงสะใภ้ของข้า แล้วนี้ก็จางฉวน บุตรชายของข้าเอง”จางหรงผิงยิ้มให้กับพวกนาง
“เอาละ ๆ เ้ามีอะไรให้ข้าช่วย”หลังจากที่พวกนางนั่งลงท่านหัวหน้าหมู่บ้านก็ถามพวกนางทันที
ภรรยาผู้ใหญ่บ้านเห็นพวกเข้าเริ่มคุยธุระกันก็เข้าครัวไปทำกับข้าวต่อ
“ที่ข้ามาวันนี้ ก็อยากจะรบกวนผูู้ใหญ่บ้านช่วยหาช่างมีฝีมือมาช่วยข้าซ่อมแซมบ้านสักหน่อยนะเ้าค่ะ แล้วช่างประตูหน้าต่างด้วย”
“ได้ๆ ข้าจะจัดการให้ ข้ารู้จักช่างที่อยู่ในหมู่บ้านพอดี ครอบครัวนี้มีฝีมือดี เอาการเอางาน คล่องแคล้วว่องไวเดี๋ยวข้าจะไปตามให้พวกเขาไปเจอที่บ้านของพวกเ้าก็แล้วกัน”
ฟางเหมยลีกล่าวขอบคุณแล้วจึงมอบเงิน 15 เหวิน หรือ 15 อีแปะให้กับผู้ใหญ่บ้าน เมื่อผู้ใหญ่บ้านเห็นเข้าก็โบกมือไปมาแล้วกล่าวว่า “ล้วนเป็คนในหมู่บ้าน ข้ามีหน้าที่ดูแลลูกบ้านให้ดี”ผู้ใหญ่บ้านปฏิเสธไม่รับเงินของนาง
“ถ้าท่านไม่รับไว้ คราวหน้าข้ากับท่านแม่ก็ไม่กล้ามารบกวนท่านลุกอีกแล้วนะเ้าคะ”ฟางเซียนเออร์พูดพร้อมกับดวงตาที่ใสสื่อของนาง ทำให้หัวหน้าหมู่ต้องรับน้ำใจของพวกนางเอาไว้
“เอาละๆ ข้าจะรับไว้ เดี๋ยวข้าไปตามช่างก่อนพวกเ้ากลับไปรอที่บ้านกันก่อน”พูดแล้วผู้ใหญ่บ้านก็รีบออกไปทันที รับเงินเขามาก็ต้องเร่งทำงานซะหน่อย ผู้ใหญ่บ้านมองว่าครอบครัวฟางนั้นมีความตั้งใจที่ดี และรู้จักตอบแทนน้ำใจ เขาจึงต้องช่วยเหลือพวกนางอย่างเต็มที่
“ไปกันเถอะท่านแม่”หลังจากบอกลาภรรยาผู้ใหญ่บ้านแล้วพวกนางก็กลับไปรอที่บ้าน
หลังจากนั้นไม่นานนักผู้ใหญ่บ้านก็พาช่างมาสามคน แล้วเรียกพวกนางอยู่ข้างนอก
“ฟางเหมยลี ข้าพาช่างมาให้พวกเ้าแล้ว”ผู้ใหญ่บ้านร้องเรียกพวกนาง
“เ้าค่ะๆ”ฟางเหมยลีเดินไปเปิดประตูรั้วแล้วเชิญพวกเขานั่งลงที่โต๊ะหินบริเวณหน้าบ้าน
“นี่ช่างหวังมู่ แล้วก็บุตร ชายของเขา หวังเจียว และหวังเจี้ยน”ผู้ใหญ่บ้านแนะนำพวกเขา
“ข้าฟางเหมยลี และนี่บุตรสาวของข้าฟางเซียนเออร์"
“ท่านคิดค่าแรงวันละเท่าไหร่หรือเ้าคะ”ฟางเหมยลีถามหัวหน้าหวังมู่
“ค่าแรงข้า 1 วัน 20 เหวิน และลูกชายของข้าเป็ผู้ช่วยค่าแรงคนละ 15 เหวิน”
===อย่าลืมกดติดตามและให้กำลังใจไรต์ด้วยนะคะ===