ตอนที่9 ความหวังของพี่ใหญ่
เมื่อฟู่เยี่ยนพูดแบบนี้ออกมาทั้งสามคนต่างพากันตกตะลึง โดยเฉพาะฟู่ซิน เขาไม่เพียงแต่ซาบซึ้งใจเท่านั้น แต่ยังรู้สึกตื่นเต้นอีกด้วยเพราะการได้สวมเครื่องแบบทหารถือเป็ความฝันของเด็กผู้ชายเกือบทุกคน
ฟู่ต้าหย่งรู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่งที่ลูกสาวของเขามีใจเป็ห่วงคนในครอบครัวขนาดนี้
หลี่หงอี้ชำเลืองมองฟู่ซินเด็กคนนี้มีรูปร่างสูงใหญ่ ดูเปี่ยมไปด้วยพลัง อีกทั้งยังเก็บความรู้สึกเก่ง
ได้ยินมาว่าสมัยเรียนมีผลการเรียนดีมากหากทหารมีการศึกษาดี นับว่าพอจะเป็ทหารที่มีอนาคตไกลได้
หลี่หงอี้มุมานะพยายามไต่เต้าจากเด็กบ้านนอกธรรมดาขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บังคับกองพันเขาย่อมมองคนได้อย่างเฉียบแหลม
“พี่ต้าหย่งฉันยินดีรับปากเื่พาเสี่ยวจินเข้ากองทัพ แต่เื่โสมูเานี้ ถึงอย่างไรก็ต้องให้เงินครอบครัวผู้นำเก่าของฉันเป็คนซื่อตรงมาก แม้ว่าพวกเขาจะไม่ยอมรับ แต่ฉันก็จะหาวิธีให้โอกาสนี้แก่เสี่ยวจิน”หลี่หงอี้ตบแผงอกเป็การให้คำมั่น
เมื่อเห็นหลี่หงอี้รับปากแล้วฟู่เยี่ยนพยักหน้าเห็นด้วย ฟู่ต้าหย่งเองก็ไม่คัดค้าน ส่วนฟู่ซินเหมือนจะตกอยู่ในห้วงภวังค์ของตนเองไปแล้ว
หลังจากตัดสินใจเื่โสมูเาแล้วพวกเขาก็เดินขึ้นเขาไปต่อ เพราะภารกิจหลักของพวกเขาในวันนี้คือการตัดต้นไม้มาซ่อมประตูฉะนั้นพวกเขาจะกลับไปมือเปล่าไม่ได้
จนกระทั่งเดินไปถึงป่าสนฟู่ซินก็ยังคงอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเอง เขาไม่คาดคิดเลยว่าน้องสาวจะยอมแลกโสมูเาอันล้ำค่ากับอนาคตของเขา
ฟู่เยี่ยนเห็นท่าทางของพี่ชายตนเองก็รู้ได้ทันทีว่าในใจของพี่ชายคงเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย
“พี่ พี่คิดมากทำไมกัน? รอพี่เป็ทหารและได้รับเงินค่าจ้างเมื่อไรพี่ก็ซื้อที่ผูกผมสีแดงมาให้ฉัน วันนั้นฉันเห็นลูกสาวของผู้ใหญ่บ้านผูกผมด้วยผ้าผูกสีแดงมันสวยมาก แล้วพี่ก็ต้องซื้อขนมให้ฉันกินด้วย ! ”
คำพูดของฟู่เยี่ยนสร้างความขบขันให้แก่ฟู่ซินได้สำเร็จ
ฟู่ซินยิ้มและลูบผมของน้องสาวน้องสาวของเขายังคงเป็เด็กอยู่เสมอ “ได้ พี่จะซื้อให้เสี่ยวฮั่วแน่นอน ! ”
เขายังแอบสาบานในใจอย่างเงียบๆ ว่าเขาจะต้องโดดเด่นในหน้าที่การงาน และเป็ที่พึ่งพาให้แก่น้องสาวของเขาให้ได้
“เสี่ยวจินรีบมาช่วยพ่อตัดไม้เร็วเข้า” ฟู่ต้าหย่งะโมาจากทางด้านนั้น
“อ้อ ผมกำลังจะไปแล้ว”
เมื่อเห็นพี่ชายไม่คิดมากแล้วฟู่เยี่ยนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเช่นกัน
พวกเขาทั้งสามคนช่วยกันตัดไม้และรีบเก็บฟืน
และระหว่างทางลงูเาพวกเขายังจับไก่ฟ้าได้สองสามตัวตรงจุดที่จับกระต่ายได้
หลังจากจับไก่ฟ้ามัดแล้วพวกเขาก็จับมันใส่ลงไปในกระบุง และปูหญ้าทับไว้้าหนา ๆ จากนั้นก็เก็บผักป่ามาวางโปะไว้แล้วใส่ฟืนลงไปอีกสองสามท่อน เนื่องจากูเาเป็สมบัติส่วนรวม หากให้ผู้อื่นเห็นว่าพวกเขาจับสัตว์ป่ามาได้ก็คงไม่วายต้องมีคนอื่นมาขอแบ่งจะได้ขจัดปัญหายุ่งยากส่วนนั้นออกไป
ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้วหวังซู่เหมยทำอาหารเย็นรออยู่ที่บ้าน ฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวเลิกเรียนกลับมาบ้านแล้วเช่นกัน
ส่วนเื่โสมูเาไว้รอให้วันพรุ่งนี้หลี่หงอี้โทรไปหาลูกชายของผู้นำเก่าก่อน จากนั้นค่อยคุยเื่ราคากัน
วันนี้ราวกับเวลาผ่านไปหนึ่งปีฟู่เยี่ยนรู้สึกเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด……
และเมื่อทุกคนในครอบครัวเห็นกระต่ายและไก่ฟ้าหลายตัวที่กองอยู่ตรงหน้าพวกเขาต่างก็ปิดปากของตนเอง เพราะกลัวจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง
ฟู่เซินถึงขั้นทุบอกกระทืบเท้า เกลียดตนเองที่ไม่ยอมดื้อด้านอดทนโดนแม่ตีแล้วขอตามพ่อขึ้นเขาไปด้วย
ฟู่เยี่ยนที่เห็นแบบนั้นก็แอบหัวเราะเธอสบตากับผู้เป็พ่อ พลางคิดในใจว่าเื่เซอร์ไพรส์ยังมาไม่ถึง
หลังกินอาหารเย็นแล้วเขาเรียกทุกคนเข้าไปในห้องและเปิดเปลือกโสมูเาอย่างระมัดระวัง ในขณะนั้น ทุกคนก็ใมากจนพูดไม่ออก
ฟู่เซินอยากจะยื่นมือไปััมันแต่หวังซู่เหมยรีบตีมือเขาทันที
“เดี๋ยวมันก็ช้ำหมดหรอก! ”
ทุกคนมองหน้ากันและหัวเราะเบาๆ ความสุขหลั่งไหลเข้ามาเติมเต็มหัวใจของสมาชิกครอบครัวฟู่ในขณะนี้
หลังจากห่อโสมอย่างระมัดระวังและนำไปเก็บเรียบร้อยฟู่ต้าหย่งก็กระแอมในลำคอและค่อย ๆ พูดตามที่ฟู่เยี่ยนบอกกับหลี่หงอี้ไปก่อนหน้านี้
วันนี้ทุกคนเจอเื่เซอร์ไพรส์มาไม่หยุดหย่อนพอเขาพูดเื่นี้ออกมา ทำให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุขมากยิ่งขึ้น
เพราะถึงอย่างไรโสมูเาก็เป็สิ่งที่ดูได้แต่ไม่อาจกินได้ถึงแม้มันจะมีราคาแพงมาก แต่สุขภาพร่างกายของคนในครอบครัวนั้นแข็งแรงดี และถ้าหากจะให้นำไปแลกเงินก็ไม่รู้ว่าจะนำไปขายที่ไหนฉะนั้นนำมาแลกกับอนาคตอันแสนงดงามของเสี่ยวจินยังคุ้มค่ากว่าแลกเป็เงินเสียอีก
ที่จริงตอนหลี่หงอี้เอ่ยปากขอตอนอยู่บนูเาฟู่ต้าหย่งคิดแล้วก็มองออกถึงข้อดีข้อเสียของคำขอนี้ได้ทันที
เพียงแต่เขาคิดว่าลูกสาวเป็คนพบมันดังนั้นเขาควรให้ลูกสาวตัดสินใจเอง
เขาคิดว่าต่อให้เสี่ยวฮั่วไม่ยอมก็ไม่เป็ไรเพราะเขาจะเก็บไว้เป็สินสมรสของเธอในอนาคต
แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าพอลูกสาวของเขาเอ่ยปากเพียงเท่านี้เธอก็มอบความประหลาดใจครั้งใหญ่ให้เขาได้แล้ว
ในเวลานี้ฟู่ต้าหย่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่หลังจากลองไตร่ตรองดูแล้ว เขาก็ถามขึ้นว่า
“เสี่ยวมู่เสี่ยวฉุ่ย พวกลูกอยากไปเป็ทหารไหม ? ” หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็จ้องไปที่ปฏิกิริยาของลูกทั้งสองคนอย่างใกล้ชิด
ฟู่เซินยังคงปรารถนาที่จะรับราชการทหารมาโดยตลอดแต่เขาเคารพพี่ชายของเขาเสมอ
นอกจากนี้นี่ยังเป็การตัดสินใจของฟู่เยี่ยนฟู่เยี่ยนเป็คนเจอโสม เขาย่อมไม่อาจมีข้อโต้แย้งได้ และในฐานะน้องชาย เขาจะแย่งของจากพี่ชายตัวเองได้อย่างไร?
“พ่อครับผมก็อยากใส่ชุดทหารเหมือนกัน แต่ผมจะไปหรือไม่ไปไม่สำคัญ พี่เขาเหมาะที่จะเป็ทหารมากกว่า”
“อีกอย่างอีกไม่กี่ปีผมก็จะได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ถึงตอนนั้นผมก็จะเป็นักศึกษา และพี่ใหญ่จะต้องอิจฉาผมแน่นอน”ฟู่เซินกินองุ่นป่าด้วยสีหน้าโอ้อวด
ฟู่เยี่ยนหัวเราะพี่รองของเธอดูทึ่มขนาดนี้ ไม่คิดเลยว่าเขาจะรู้จักพูดกับเขาด้วย
ทางด้านฟู่เหมี่ยวนั้นเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่มีความคิดเื่นั้นเลย เธอส่ายหัวจนตัวสั่น เพราะเธอี้เีเป็ทุนเดิมอยู่แล้วหากต้องให้ตื่นแต่เช้ามาฝึกทุกวันคงยากจะรับไหว
ฟู่ต้าหย่งจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เขาเริ่มหันไปกระตุ้นฟู่ซินว่า“เสี่ยวจินลูกจะประสบความสำเร็จไปถึงขั้นนั้นหรือไม่ อยู่ที่ความพยายามของลูกแล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไรลูกไม่อาจลืมได้ว่าคนที่คว้าโอกาสนี้มาให้ลูกก็คือน้องสาวของลูกเอง”
“ใช่แล้วเสี่ยวจินลูกต้องรู้ว่าหากน้องสาวของลูกไม่เจอโสมูเา ลูกก็คงไม่มีโอกาสนี้ แล้วลูกสองคนก็เหมือนกันอย่าบอกเื่นี้ให้ใครรู้เป็อันขาด จนกว่าพี่ใหญ่ของพวกลูกจะขึ้นรถไฟไป เข้าใจไหม? ” หวังซู่เหมยเอ่ยเตือน
“แม่ของลูกพูดถูกพวกลูกต้องระวังปากไว้ให้ดี อย่าทำลายเื่ดี ๆ ของพี่ใหญ่เด็ดขาด”
“พ่อกับแม่วางใจได้ผมรู้แล้ว” ฟู่ซินพยักหน้ารับ
“พ่อกับแม่ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นหรอกพี่ใหญ่ดีกับหนูที่สุดแล้ว อีกอย่างจะบอกว่าหนูเป็คนค้นพบโสมูเาก็ไม่ถูกซะทีเดียวเพราะหากพ่อไม่รู้จักต้นโสม หนูก็คงนึกว่ามันเป็แค่หญ้าต้นหนึ่งเท่านั้น” คำพูดของฟู่เยี่ยนเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน
ยุคสมัยนี้หากมีโอกาสได้ออกไปเติบโตด้านนอก บางทีโอกาสนี้อาจกลายเป็โอกาสที่เปลี่ยนชะตาชีวิตไปเลยก็ว่าได้
ฟู่ต้าหย่งยังแอบกลัวว่าโชคลาภเงินทองเหล่านี้จะทำให้นิสัยของลูกๆ เปลี่ยนไป แต่โชคยังดีที่ลูก ๆ ของเขายังเป็เด็กดีเหมือนเดิม
…………
หวังซู่เหมยยิ้มไม่หุบตลอดทั้งคืนเธอไม่คิดว่าครอบครัวจะโชคดีขนาดนี้ !
เธอยังคงมีความสุขอยู่กับเื่โสมูเาและเื่ที่ลูกชายของเธอกำลังจะเข้าร่วมกองทัพทั้งที่ลูก ๆ ทุกคนกลับไปที่ห้องของตัวเองแล้ว แต่เธอก็ยังคงนั่งยิ้มอยู่คนเดียว
ฟู่ต้าหย่งเห็นภรรยาของเขานั่งยิ้มราวกับคนโง่เขาจึงวางกาน้ำชาลงบนโต๊ะ
“นี่แม่เรายังต้องถอนขนกระต่ายกับไก่ฟ้าอยู่นะ จะได้นำไปให้ครอบครัวของหงอี้ตอนมืด ๆ แล้วตอนดึกเราค่อยตุ๋นไว้ซักตัว พรุ่งนี้จะได้ให้พวกเด็กๆ ได้กินกัน” ฟู่ต้าหย่งเรียกสติภรรยา
หวังซู่เหมยถึงได้ตื่นจากภวังค์ของตนเอง“จริงด้วย เดี๋ยวที่เหลือฉันจะนำมาทาเกลือแล้วทำเป็ไก่ตากแห้งกับกระต่ายตากแห้ง จะได้เก็บไว้กินได้นานๆ ”
“รอทำเสร็จแล้วก็แบ่งไปให้บ้านพ่อตากับแม่ยายด้วย”
“ได้ ฉันจะออกไปเรียกพวกเขามาช่วย”หวังซู่เหมยพูดพลางเดินออกไป
ตกกลางคืนฟู่ต้าหย่งและหวังซู่เหมยเรียกให้พวกฟู่ซินมาช่วยกันทำถอนขนกระต่ายและไก่ฟ้า จากนั้นก็นำขนและเครื่องในของพวกมันไปฝังไว้ใต้ต้นซานจาเพื่อกำจัดซากและร่องรอย
จากนั้นก็เรียกให้ฟู่เซินอาศัย่ตกดึกตอนที่ไม่มีใครสนใจนำกระต่ายและไก่ฟ้าไปให้หลี่หงอี้
ส่วนที่บ้านของพวกเขาตุ๋นกระต่ายและไก่ฟ้าไว้อย่างละตัวที่เหลือถูกหวังซู่เหมยใส่เกลือนำไปแขวนไว้ที่ห้องเล็ก ๆ ภายในสวนหลังบ้าน พอแห้งก็จะกลายเป็ไก่ตากแห้งและกระต่ายตากแห้ง
……………
กลางดึกคืนนั้นเองฟู่เยี่ยนนอนอยู่บนเตียงด้วยความตื่นเต้น เธอไม่ได้ตื่นเต้นเพราะพบโสมูเา แต่เป็เพราะเธอค้นพบว่าความสามารถของดวงตาพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นเมื่อครู่นี้เธอสามารถมองทะลุลงไปใต้ดินที่ความลึก 1เมตร ทั้งยังมองเห็นพวกเครื่องในที่แม่เพิ่งฝังไว้ใต้ต้นซานจาอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
ฟู่เยี่ยนเหมือนจะค้นพบกฎเกณฑ์ของมันแล้วหากเธอได้เห็นสิ่งใหม่ ๆ ที่เธอไม่เคยเห็นมันมาก่อน ความสามารถของดวงตาก็จะดีขึ้นไปอีกเช่น การที่เธอเห็นแสงสีเขียวจากโสมต้นนั้น
ฟู่เยี่ยนอดนึกถึง่บ่ายไม่ได้ในตอนที่เธอและพ่อรับปากว่าจะขายโสมให้แก่อาหลี่แล้ว ดูเหมือนจุดคนอุปถัมภ์ของอาหลี่จะเปล่งประกายออกมานอกจากโชคสีแดงที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีโชคสีม่วงเพิ่มขึ้นด้วย
หากคว้าโอกาสนี้ไว้แล้วหน้าที่การงานของเขาจะก้าวหน้าไปอีกขั้นได้หรือไม่นั้นต้องดูที่ความสามารถของหลี่หงอี้เองแล้ว
ฟู่เยี่ยนรอจนกระทั่งฟู่เหมี่ยวหลับสนิทแล้วเธอถึงได้แวบหายตัวเข้าไปในมิติเพื่อตรวจดูเมล็ดองุ่นที่โยนใส่ในมิติไปเมื่อตอนสาย
องุ่นป่าที่ถูกโยนลงดินอย่างสุ่มๆ ได้แตกยอดแล้ว คาดว่าพรุ่งนี้คงทำค้างขึ้นให้พวกมันได้แล้ว
ฟู่เยี่ยนเพาะเมล็ดโสมอย่างระมัดระวังทีละหลุมจากนั้นเธอได้นำน้ำในบ่อมาค่อย ๆ บรรจงรดใส่ลงไปทีละหลุม
เธอยังเหลือเมล็ดโสมไว้อีก2 เมล็ดเพื่อไว้ปลูกที่หลังบ้าน ไม่อย่างนั้นหากในอนาคตนำโสมออกมาก็คงยากที่จะหาคำอธิบายได้
หลังจากรดน้ำเมล็ดโสมอย่างระมัดระวังเธอก็ออกมาจากมิติ
ฟู่เยี่ยนถึงได้นอนหลับไปอย่างมีความสุขแต่ในเวลาเดียวกันนั้น หนิวชุ่ยฮวาที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันกลับนอนไม่หลับ เพราะวันพรุ่งนี้ฟู่เหล่าชวนจะกลับมาแล้วและเธอไม่อาจปิดบังความจริงเื่ที่เธอผลักฟู่เยี่ยนได้