Chapter
1
อาสาฝึกหัดมือใหม่
ปัง!!...ปัง!!..ปัง!!
“ ไอ้อิ๊ง..ตื่นๆๆๆ.ตื่นสิวะ ” เสียงเคาะประตูห้องถี่ๆบ่งบอกถึงลักษณะนิสัย ที่ไร้มารยาท ขาดการอบรม ของเ้าของมือนั้นพร้อมกับเสียงะโเรียกถี่ๆตามมาอีกรัวๆ
“ ไอ้อิ๊ง..ตื่นๆๆๆ”
“ มีอารายเหรอพี่อุน ” ฉันถามกลับไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเอามือจับผ้าห่มขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้างไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้น จะไม่ให้หงุดหงิดได้อย่างไรในเมื่อฉันเพิ่งเอนตัวนอนเมื่อกี้ แล้วการเคาะประตูห้องมันเหมือนจะถล่มประตูมากกว่า
“ แกไม่ได้ฟังรายงานวิทยุจากศูนย์หรือไง ที่xxx.เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำ มีคนติดอยู่ภายใน เขา้าเครื่องตัดถ่างแกมาช่วยพี่ยกเครื่องตัดถ่างขึ้นรถที ”
ฉันรีบะโลุกลงจากเตียงโดยอัตโนมัติคว้าชุดหมีกู้ภัยมาสวมพร้อมกับะโตอบพี่อุนไปด้วย
“ ตื่นแล้วๆ รอเดี๋ยวๆ ”
มองนาฬิกาที่หัวเตียงบอกเวลาตีสอง ฉันเพิ่งกลับมาจากงานเลี้ยงฉลอง รับน้องปีหนึ่งเลยนอนหลับลึกจนไม่ได้ยินเสียงเรียกวิทยุจากศูนย์ของหน่วยกู้ภัย ที่ฉัน พ่อและพี่ชายสังกัดอยู่
ครอบครัวของเราช่วยเหลือสังคมในยามว่าง โดยการเป็จิตอาสากู้ภัยสังกัดมูลนิธิ เพชรมรกต สำหรับฉันยังอยู่ใน่ฝึกงาน มีรหัสขึ้นวิทยุประจำตัวว่า มรกต013 พี่ชายคือมรกต 316
ผู้ที่ยังไม่ผ่านการทดสอบ การเป็จิตอาสาทั้งหลายจะมีรหัสศูนย์นำหน้า
เครื่องตัดถ่างกู้ภัยอันนี้คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดถ่าง เพื่อคนเจ็บที่ติดอยู่ภายในรถ หรือที่แคบๆ
“ ไอ้อิ๊งแกออกแรงยกหน่อยสิวะ”
“ นี่พี่อุน ฉันเป็ผู้หญิงนะ แล้วทำไมลูกข่ายคนอื่น ถึงไม่มาช่วยยกล่ะไปไหนกันหมด ”
ฉันเถียงกลับไปอย่างหัวเสีย หนักก็หนัก เหนื่อยก็เหนื่อยยังมาหาว่าฉันออมแรงอีก ฉันก็อยากช่วยคนเหมือนกันนะ แต่แรงฉันก็มีแค่นี้แหละ
“ เออๆ เขาไปงานเปิดมูลนิธิเพชรน้ำหนึ่งน่ะสิ ไม่ต้องพูดมากเอ้า...หนึ่ง...สอง...สาม..อึ๊บ ”
ไปกันเสียให้หมดรวมทั้งพ่อของฉันด้วย ทำไม่ไม่แบ่งกันไปบ้าง เวลาเกิดเหตุแบบนี้ บางครั้งคนไม่พอการช่วยเหลือคนเจ็บก็ยิ่งดึงเวลาเข้าไปอีก
เมื่อช่วยกันยกเครื่องตัดถ่างขึ้นรถได้พี่อุนก็เหยียบรถราวกับเหาะ ให้มันได้แบบนี้ทุกทีสิน่า
“ จะรีบไปตายหรือไง ต้องบอกกันจนปากฉีกเลยใช่ไหม ”
ฉันบ่นพร้อมกับเหล่ตามองเลขไมล์ที่ขึ้นร้อยห้าสิบและมันยังคงกระดิกไปเรื่อยๆจนกว่าจะสุดความเร็วของรถที่มี
“ แกจะเป็แม่ฉันหรือไง ฉันก็จะรีบไปช่วยคนเจ็บน่ะสิ ” ปากพูด ตาค้อนแต่เท้าไม่ได้เบาคันเร่งเลย
“ ตัวเราก็ต้องปลอดภัยก่อน ประเมินความเสี่ยงน่ะเป็ไหม ขับรถเร็วขนาดนี้ถ้าเกิดอุบัติเหตุเองอาจมีคนสมน้ำหน้า โดยเฉพาะคนที่พี่ไม่ชอบขี้หน้านะ เอาความเร็วที่เราสามารถบังคับรถได้ก็พอนะพี่อุจจาระ ”
“ ไอ้อิ๊ง!!ถ้าแกไม่ใช่น้องฉันนะ..ฮื่มมม ”
พี่อุนเบาคันเร่งลงอยู่ในระดับปกติ หันมากัดฟัน และขึงตาใส่ฉันแต่ไม่สามารถทำอะไรฉันได้ ก็ลงทำดูสิ พี่ก็พี่เถอะ ฉันสู้ขาดใจ ถ้าแรงสู้ไม่ได้ฉันก็จะใช้อาวุธล่ะ
“ เตือนเพราะหวังดีหรอกน่า...ไม่อยากให้ใครมาหัวเราะเยาะเราทีหลังถึงเขาจะไปถึงก่อนยังไงก็ต้องรอเราอยู่ดี เพราะเครื่องตัดถ่างอยู่ที่เรา ”
เครื่องตัดถ่างของจุด อยู่ที่บ้านของฉันเองเพราะสะดวกในการดูแลรักษาและง่ายต่อการเอาออกเหตุในแต่ละครั้ง
(หวอออออๆๆๆๆ)เสียงเปิดไฟไซเรนขอทางจากรถกู้ภัยคันหนึ่ง
(ต๊อดดดดๆ)เสียงบีบแตรส่งสัญญาณขอทางให้รถของพี่อุนหลบไป
ฟิ้ววววว....
รถที่วิ่งผ่านเราไปด้วยความเร็วปานแสงมันคือรถกู้ภัยของไซปรัส มันจะรีบไปช่วยเหลือคน หรือจะรีบไปตายอย่างว่า แต่คนแบบนี้ถ้าจะตายยาก
เหลือบสายตามองหน้าปัดความเร็วของรถที่ฉันกำลังนั่งตอนนี้ มันกำลังเร็วขึ้นเรื่อยๆเพราะแรงของอารมณ์โกรธของพี่ชายตัวดี ของขึ้นอีกแล้วพี่ชายฉัน
“ หยุดเร่งความเร็วเดี๋ยวนี้นะพี่อุน ”ฉันจับมือพี่อุนที่กำลังจับพวงมาลัยรถยึดไว้แล้วมองเขาด้วยสายตาพิฆาต จริงจัง
“ แกไม่เห็นหรือไงว่าไอ้ฝรั่งขี้นกไซปรัส มันบีบแตรเย้ยเราป่านนี้มันคงนินทาว่าเราช้าเหมือนเต่า ”
“ แต่ช้าอย่างเต่า ก็ยังดีกว่าเร็วแบบกระต่ายไม่ใช่หรือไงเพราะเต่าคือผู้ที่เข้าเส้นชัย ส่วนกระต่ายก็มัวแต่ชะล่าใจ อย่าไปใส่ใจเลยเราอย่าเอาเื่ช่วยคนเจ็บมาต่อรอง หรือมาปนกับเื่ส่วนตัว ให้ทุกอย่างเสียไปหมดสิ เรา้าช่วยเหลือคนไม่ใช่เหรอ ”
เราอาสากู้ภัยทุกคนส่วนใหญ่จิตใจจะอยู่กับคนเจ็บจะโกรธหรือเกลียดกันอย่างไร ก็ต้องเอาไว้ทีหลัง ความปลอดภัยของเพื่อนมนุษย์ย่อมมาก่อนเสมอ อุดมการณ์ของเราจะไปในแนวทางเดียวกัน ( จริงเหรอ )
ฉันให้เหตุผลซึ่งทำให้พี่อุนพยักหน้าน้อยๆอย่างจำใจ ความเร็วของรถเริ่มอยู่ในระดับปกติอีกครั้ง รวมไปถึงอารมณ์ของพี่อุนด้วย
ไซปรัสมักชอบทำอะไรตามใจตัวเองเสมอเพราะเขาเป็ลูกชายคนเดียวจึงถูกตามใจมาั้แ่เด็กที่พี่อุนเรียกเขาว่าฝรั่งขี้นก เพราะว่าพ่อของไซปรัส เป็ลูกครึ่ง อันนี้พี่อุนเคยพูดให้ฟัง
ดังนั้นไซปรัสจึงมีหน้าตากระเดียดไปทางลูกครึ่งลูกเสี้ยวทั้งหลายหน้าตาตะวันตกบวกความคมเข้มไปทางตะวันออก ไม่ว่าจะเป็รูปร่างที่สมชาย สูงกว่าพี่อุนหน้าตาหล่ออย่างร้ายกาจ ทำให้พี่อุนของฉันไม่ชอบหน้าเขาถ้างั้นพี่ชายฉันก็เป็คนขี้อิจฉาน่ะสิ
เมื่อเราไปถึงที่เกิดเหตุก็มีลูกข่ายที่มาถึงก่อน มาช่วยกันยกเครื่องตัดถ่างลงไปจากหลังรถ ฉันคว้าหมวกแก๊ปมาสวมทับผมที่รวบไว้ด้วยหนังยางอีกทีเพื่อไม่ให้ผมลงมาเกะกะเวลาทำงาน ที่ขาดไม่ได้คือกระบองไฟ นกหวีด และไฟฉายเพื่อใช้สำหรับเป่า และโบกให้รถที่วิ่งผ่านไปมาเห็นส่วนชุดที่ฉันใส่มีแถบสะท้อนแสงให้มองเห็นชัดอยู่แล้ว
เมื่ออุปกรณ์พร้อมฉันเดินลงจากรถ ไปตรงรถของจุดเกิดเหตุ สภาพรถที่มองเห็นหน้ารถบุบเข้าไปมากเพราะชนกับเสาไฟฟ้า คนเจ็บถูกหนีบจากคอนโซลรถด้านหน้าหน้าผากมีรอยแตก เืเลอะบริเวณอกเสื้อสีขาวจนมองไม่เห็นสีที่แท้จริงเขาร้องโอดโอยน่าสงสาร ขาอาจจะหัก หรือเละตอนนี้ยังมองไม่เห็นฉันยังใหม่ต่อเหตุการณ์ ประสบการณ์ก็ยังมีน้อยมาก อยากช่วยเขามากกว่านี้แต่ทำได้เพียงส่องไฟให้เท่านั้น
เวลาผ่านไปร่วมสามสิบนาทียังไม่สามารถช่วยเหลือคนที่ได้รับาเ็ออกมาได้ ฉันจึงเดินออกมาจากจุดเกิดเหตุเพื่อมาช่วยทำหน้าที่โบกรถน่าจะดีกว่า
“เดินหาเศษตังค์หรือไง ”
น้ำเสียงกระด้างที่แสดงถึงความเ็าทำให้ฉันยืนชะงัก เงยหน้าสบตาเขาในระยะใกล้ ก็รู้ว่าเขาคือคู่ปรับของพี่อุน…ไซปรัส
ฉันยกมุมปากด้านซ้ายกวนๆให้อย่างถือดีและตอบกลับไปด้วยคำพูดที่ทันกัน
“ เดินหาเศษสวะอ้อ..แล้วก็เจอแล้ว ”
ดวงตาของไซปรัสวาวโรจน์เมื่อเจอคำพูดที่สวนกลับไปของฉัน
“ เธอว่าฉันเป็เศษสวะอยากลองดีกับฉันหรือไง ”
“อ๋อ..ขู่หญิง...เก่งกับหมา กล้ากับเด็ก..คิดว่าฉันกลัวหรือไง”
ฉันขึงตาใส่เขาถกแขนเสื้อเตรียมพร้อมจะมีเื่
“ฮึ...ตัวเล็กยังกะลูกหมา แค่ผลักก็ล้ม ยังมาทำปากดี ”
“ ไอ้...”
“ อ๊ะๆๆ อย่าด่าฉันนะไม่งั้นฉันจะจูบเธอโชว์ตรงนี้แหละ ”
ฉันจ้องหน้าเขาด้วยความโกรธกำมือตัวเองแน่นอย่างระงับอารมณ์ เรามาช่วยเหลือคนเจ็บ เราอย่ามีเื่นะพุธหายใจเข้า โธหายใจออก นึกถึงคำพูดของพ่อ “เวลาโกรธใคร นับหนึ่งให้ถึงร้อยนะลูก พอถึงร้อยก็หายโกรธพอดี”
“แกทำอะไรน้องฉันไอ้ไซปรัส!!”
พี่อุนจับแขนฉันดึงออกมาจากตรงหน้าของไซปรัส และทำท่าจะเข้าไปเอาเื่ จนฉันต้องยึดแขนพี่ชายเอาไว้
“ พี่อุน อย่านะ!!”
“ ไอ้ของเสียนี่เองน้องแกน่ารักดีว่ะ ระวังให้ดีแล้วกัน ฉันจะเอาคืน ”
ไซปรัสเหยียดยิ้มเย็นมองพี่อุนด้วยสายตาเ็า ก่อนหมุนตัวกลับไปที่กลุ่มของตัวเอง ฉันรู้ว่าพี่อุนโกรธเพราะฉันเห็นเขากัดฟันตัวเองจนข้างแก้มเป็สันนูนขึ้น แต่พยายามระงับอารมณ์ฉันรู้สึกว่าระหว่างพี่อุนกับไซปรัสเหมือนมีอะไรต่อกัน ที่ฉันไม่เคยรู้เพราะไม่เคยสนใจ แต่อะไรที่ไซปรัสบอกว่าจะเอาคืน....
เมื่อช่วยเหลือคนที่ได้รับาเ็ออกมาจากรถและให้ทางรถของโรงพยาบาล จัดการกับคนเจ็บต่อไป เราก็ถึงเวลายกเลิกภารกิจ
พี่อุนนั่งเงียบมาตลอดทางเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ฉันไม่อยากถามเพราะรู้สึกง่วงเต็มที จนก่อนจะขึ้นห้อง ก็ถูกพี่อุนเรียกไว้ก่อน
“ อิ๊ง...ถ้าไอ้ไซปรัสมันมาเกาะแกะกับแกอีกแกรับปากกับพี่ได้ไหมว่าจะหลบ และไม่ยุ่งกับมัน ”
สีหน้าที่ดูกังวลครุ่นคิดของพี่อุนทำให้ฉันพยักหน้ารับทันที เพราะรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าเขาไปแล้วเหมือนกัน
“ พี่อยากเตือนแกว่าไอ้ไซปรัสมันร้ายมาก เ้าชู้ และไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนจริงแกต้องไม่หลงเสน่ห์มันนะรู้ไหม ”
ก็เห็นพูดแบบนี้ทุกที พูดแล้วมองตัวเองบ้างหรือเปล่านะ นั่นน่ะมันนิสัยพี่อุนชัดๆ
“ แต่เขาหล่อสุดๆเลยนะพี่มองทีงี้ใจละลายไปเลย” ฉันแกล้งยั่วพี่ชายเล่น แต่เห็นเขาหน้าเขาตื่นๆก็เลยสงสาร
“ แหม...คนที่จะมาเป็แฟนฉันต้องเป็เดือนคณะ หรือไม่ก็เดือนมหาลัยเท่านั้นจ๊ะอีกอย่างผู้ชายคนนั้นต้องผ่านการสกรีนจากพี่ชายที่รักซะก่อนเพราะผีก็ย่อมเห็นผีอยู่แล้ว ฮ่ะๆๆๆ ”ฉันเงยหน้าหัวเราะที่แกล้งพี่ชายได้ พลางหมุนตัวเดินเข้าห้องตัวเองซะเลย
“ เฮ้ย!!ไอ้อิ๊งพี่จริงจังนะเว้ย แกทำเป็เื่ตลกไปได้ เื่อื่นได้ แต่เื่นี้พี่ขอ ” ฉันส่ายหัวที่ได้ยินเสียงของพี่อุนะโไล่หลังย้ำมาอีก