บทที่ 12
ความรู้สึกของเอวาลีน
ปัง!!!
เสียงสายลมกระแทกอากาศดังสนั่นหวั่นไหว แต่ถึงอย่างนั้นเอวาก็ไม่ได้ตอบโต้หรือปัดป้องแม้แต่น้อย กลับกันเป็ฝ่ายของครีโม่ที่บังคับตัวเองให้หยุดมือก่อนที่จะได้ััเข้ากับร่างกายของเอวา จึงทำให้เกิดการะเิของสายลมขึ้นมา
เอวาไม่ได้ตอบโต้การโจมตีที่ถึงตายเลยแม้แต่น้อย เธอเพียงจ้องมองการลงมือด้วยสายตาที่เฉยชาก่อนจะแสร้งแสดงแปรเปลี่ยนเป็แววตาของคนที่หวาดกลัวถึงขีดสุด
เห็นแบบนั้นหว่างคิ้วของครีโม่ร่นเข้าหากัน ในหัวเต็มไปด้วยความคิดหลากหลายเพราะการที่เขาหยุดมือ ไม่ใช่ว่าเขาสงสาร แต่ครีโม่ไม่เอาตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูลโบมอน มาเสี่ยงเพียงเพราะลงมือสังหารพี่สาวแท้ๆแน่นอน ซึ่งเอวาก็รู้เื่นี้ดี เธอถึงไม่ตอบโต้เพราะรู้ว่ายังไงครีโม่ก็ทำได้แค่ขู่แต่ไม่กล้าลงมือ
‘หากมีพลัง ไม่ว่าอย่างไรจะต้องแสดงปฏิกิริยา ถ้าไม่ตั้งรับก็ต้องหลบหนีทางใดทางหนึ่ง แต่เอวาลีนไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองแม้แต่น้อย นางดูไม่เหมือนคนมีพลังหรือมีประสบการณ์ต่อสู้เลย’ คิดแบบนั้น ครีโม่หันมองไปยังท่าทางของน้องสาวด้วยความสงสัย
‘หรือว่าเยนิก้า้าหาเื่นาง...ไม่ใช่ ความเกรี้ยวกราดที่เยนิก้าแสดงออกมาเป็ของจริง ไม่ใช่ละครตบตา...เอวาลีน นางกำลังซ่อนความลับใดไว้กันแน่!!??’
แต่เมื่อไม่สามารถหาคำตอบได้ ครีโม่จึงพูดออกด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ท่านแม่ วันนี้พวกเราคงต้องกลับมือเปล่าแล้วละ”
ได้ยินเช่นนั้น ลีน่าก็ไม่ได้มีท่าทีเป็อื่นใด เธอรู้สึกกลัวด้วยซ้ำ กลัวว่าครีโม่จะสังหารเอวาลีนจริงๆ เพราะหาก้าให้เอวาลีนตาย มีหลากหลายวิธีไม่จำเป็ต้องให้มือของบุตรชายต้องมาแปดเปื้อน และถูกตราหน้าว่าเป็คนโเี้ที่ฆ่าพี่สาวด้วยมือ
ส่วนเยนิก้า เธอยิ่งไม่สามารถขัดพี่ชายได้ แม้ว่าเธอจะโกรธแค้นมากก็ได้แต่เก็บไว้ในใจ
ระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังจะเดินออกจากห้องของเอวาลีน น้ำเสียงของหญิงสาวดังไล่หลังออกไป “ไม่ต้องมารบกวนอีกนะ ฉันไม่แอบฝึกร่างกายแน่นอน ไม่ต้องห่วง”
ทั้งสามคนทำได้แต่เก็บความโกรธและความสงสัยไว้ในใจ พร้อมกับเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เป็ความจริงที่ว่าอีกฝ่ายไม่สามารถลงมือทำอะไรเกินเหตุกับ เอวาลีนได้ หากพวกเขาสามารถลงมือจัดการกับนางได้จริงๆ คงไม่เสียเวลาใช้แผนร้าย ให้คนนอกมาทำร้ายและคงไม่ปล่อยเอวาลีนมีชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้ ด้วยเหตุผลนี้ เอวาจึงค่อนข้างมั่นใจว่าครีโม่ จะไม่กล้าลงมือกับเธอได้จริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นต่อให้ครีโม่เป็พวกขาดสติไม่ยั้งคิด ปล่อยหมัดนั้นออกมาละก็ สำหรับเอวาในตอนนี้ก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะตั้งรับหรือหลบเลี่ยงได้จึงกลายเป็การเดิมพันเสี่ยงพอสมควร
“แรงะเิที่เกิดขึ้น สิ่งนั้นเรียกว่าออร่าสินะ” ดวงตาของเอวาเปล่งประกาย หาก้าอยู่รอดในทวีปเวอร์แทมแบร์ก จำเป็ต้องเรียนรู้และฝึกฝนสิ่งเหล่านี้
‘โลกใบนี้อันตรายกว่าที่คิด หากพลั้งพลาดไปผู้อ่อนแอจะถูกกลืนกินโดยผู้แข็งแกร่งทันที’
ถึงแม้ว่าครั้งนี้เยนิก้าจะไม่สามารถเอาเื่เอวาลีนได้ ทว่าเธอก็ไม่ได้คิดจะหยุดเพียงเท่านี้ แค้นที่ถูกตบจะต้องเอาคืนให้ได้อย่างแน่นอน ในวันรุ่งขึ้น เยนิก้าใช้เงินจำนวนมากเพื่อสร้างข่าวลือ ไปทุกถนน ทุกหนแห่ง เยนิก้าปล่อยข่าวลือ ให้คนจำนวนมากพูดถึงเื่ที่เอวาลีนถูกข่มขื่นและกำลังตั้งท้อง แต่ที่เลวร้ายกว่านั้น คือไม่อาจระบุตัวของผู้เป็พ่อเด็กได้ เนื่องจากในค่ำคืนนั้นเอเวอลีนได้ถูกข่มขืนจากชายฉกรรจ์ถึงสี่คน เื่ราวของเืชั่วที่กำลังจะคลอดในตระกูลโบมอน ถูกพูดถึงกันอย่างหนาหู
ข่าวลือแพร่กระจายออกไปได้เพียงแค่ไม่กี่วัน ในเช้าของวันต่อมา ประตูห้องของเอวาลีนก็ถูกเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต ครั้งนี้เป็ลอยด์ ลีน่าและเยนิก้า ไม่เท่านั้นพวกเขายังพาหมอมาอีกสามคนเพื่อตรวจดูให้แน่ใจว่าข่าวลือนั้นเป็จริงแค่ไหน
เอวายินยอมให้หมอตรวจครรภ์แต่โดยดี เธอไม่ได้รู้สึกสนใจกับดักที่อีกฝ่ายวางเอาไว้แม้แต่น้อย เธอไม่ได้ถูกข่มขืนแล้วจะท้องได้อย่างไร?? แต่ถึงอย่างนั้นเอวาก็ภาวนาให้ลีน่ามีความคิดที่จะป้ายสี และทุกอย่างจะได้เป็อย่างที่เอวาคิดเอาไว้
หลังจากหมอคนแรกตรวจดูอาการ ก็ลงความเห็นว่าเอวาลีนกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ หมอคนที่สองตรวจดูอาการ ความเห็นก็ไม่ต่างไปจากหมอคนแรก หมอคนสุดท้ายเองก็เช่นกัน ทั้งสามลงความเห็นว่า เวลานี้เอวาลีนกำลังตั้งครรภ์ได้สองเดือน ไม่ต้องเดาก็รู้ได้เลย แผนร้ายนี้เป็ของ สองแม่ลูกอย่างแน่นอน และหมอทั้งสามคนก็เป็คนที่พวกนางจ้างมา ด้วยแผนการนี้ ต่อให้ไม่ท้อง ก็สามารถทำให้ท้องได้ แต่ถึงอย่างนั้นเอวาก็ไม่ได้สะทกสะท้านเลย เธอพยักหน้าขึ้นลงให้กับลอยด์และกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“นั้นสินะท่านพ่อ ลูกกำลังท้องอยู่นี่เอง ถึงว่า่นี้เหตุใดถึงเปรี้ยวปากแปลกๆ”
ได้ยินเช่นนั้นลอยด์เกรี้ยวกราดเป็ฝืนเป็ไฟ เขาสั่งให้กักบริเวณเอวาไม่ให้ก้าวเท้าออกไปที่ให้ชาวบ้านต้องหัวเราะเยาะ และเตรียมหารือบทลงโทษกับเอวาลีน
แม้ว่าตอนนี้ เอวาจะรู้ต้นสายปลายเหตุความเกลียดชัง ที่มาจากความทรงจำของเอวาลีน และเธอเองก็เริ่มที่จะเข้าใจหัวอกของอีกฝ่ายขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะเหตุใด ตอนที่เธอยังไม่ได้มาที่ทวีปเวอร์เทมแบร์กถึงได้ยินเสียงร่ำร้อง ความโศกเศร้าและคำพูดเหล่านี้ซ้ำๆอยู่ในหัว
"บนเส้นทางเดินมากมายหลายทิศทาง ผู้คนรอบตัวล้วนเดินสวนทาง"
"ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะก้าวเดินเคียงข้าง ข้าโดดเดี่ยวอย่างไร้หนทาง"
"สายตาที่แตกสลาย แผ่นดินมืดดับไร้แสงไฟ ข้า้าเป็อิสระจากความทุกข์"
"ลมหนาวเคลื่อนผ่าน เป็อีกปีที่ถูกทอดทิ้ง ข้าอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว แปรเปลี่ยนเป็ความเกลียดชัง"
"จิตใจที่ใส่กระจางเจือปนด้วยความแค้น ข้าเกลียดทุกคน ข้าเกลียดโลกใบนี้ ข้าเกลียด..."