เช้าวันต่อมาโจแบกรูวไว้บนหลังและออกไปล่าสัตว์เพื่อมาทำอาหาร เขาไม่อยากเสี่ยงปล่อยให้เธออยู่ลำพัง ตอนนี้เธอไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ดังนั้นเขาจะต้องพาเธอไปด้วย
หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จโจก็แบกรูวออกเดินทางอีกครั้ง เขาพยายามตามหาหมู่บ้านเผ่าพันธุ์เดียวกับรูว โจรู้ว่ายังมีหมู่บ้านอื่นๆอีกแต่เขาไม่รู้ว่าหมู่บ้านเหล่านั้นอยู่ที่ไหน
ผ่านไปสามวันโจก็รู้สึกว่าเดินทางมาไกลพอสมควร เขามองไปยังเด็กสาวที่แบกอยู่บนหลัง ใบหน้าของรูวในตอนนี้ซีดเซียวมาก โจขมวดคิ้วและตัดสินใจที่จะพักรักษาเด็กสาว เขาไม่สามารถเดินทางต่อได้หากรูวยังมีสภาพแบบนี้ไม่งั้นมันจะเป็นอันตรายต่อเธอ
โจพบถ้ำแห่งหนึ่ง เขาจัดการสร้างที่นอนให้กับเธอและหาหินกับไม้มาปิดหน้าถ้ำเพื่อไม่ให้ลมหนาวตอนกลางคืนพัดเข้ามา
โจถอดเสื้อของตัวเองแล้วนำมาห่มให้กับรูว เขากังวลใจมากกลัวว่ารูวจะเป็นอะไรไป หากเกิดอะไรขึ้นกับเธอเขาจะไม่ให้อภัยตัวเอง
ห้าเดือนเพื่อพักรักษานั้นนานมาก แต่ต่อให้เป็นสิบปีเขาก็จะอยู่ปกป้องเธอ เพราะชีวิตของเขาถูกเธอช่วยไว้
ทุกๆวันโจจะออกไปล่าสัตว์และผักป่าเพื่อนำมาทำอาหาร ก่อนออกจากถ้ำเขาไม่ลืมที่จะปิดปากถ้ำอย่างแน่นหนา เขาไม่อยากทิ้งเธอไว้คนเดียวแต่ถ้าต้องนำเธอไปด้วยทุกวัน อาการของรูวจะยิ่งแย่มากขึ้น ดังนั้นเขาจะต้องรีบไปรีบกลับ
วันที่เจ็ดนับจากที่เข้ามาอยู่ในถ้ำ อาการของรูวตอนนี้ดีขึ้นเล็กน้อย จากใบหน้าที่ซีดเผือดกลับมามีเลือดฝาดเล็กน้อย นี่เป็นสัญญาณที่ดีดังนั้นโจจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เวลาส่วนใหญ่ของรูวจะเป็นการนอนพัก เธอไม่สามารถคงสภาพให้ตื่นอยู่ตลอดเวลาได้ เธอจะตื่นขึ้นมากินข้าวแล้วก็นอน
ในเวลาว่างๆเช่นนี้สิ่งที่โจทำได้คือฝึกฝน แม้ตัวเขาจะเก่งกาจในระดับนายพลแล้วแต่เขาเชื่อว่ายังสามารถเก่งมากขึ้นกว่านี้ได้อีก
หน้าถ้ำร่างของโจนั่งอยู่บนต้นไม้ เขาหลับตาและสัมผัสถึงพลังงานในอากาศจากนั้นค่อยๆซึบซับมันเข้ามา เขาพยายามสร้างวิธีการใช้พลังขึ้นมาใหม่
ต้องรู้ไว้ก่อนว่าแต่ละคนนั้นจะมีวิธีการใช้พลังในแบบของตัวเอง ไม่ว่าใครก็ตามจะต้องฝึกฝนด้วยตัวเองและคิดค้นการใช้พลัง
สิ่งที่โจเคยสอนให้กับพวกมายด์เป็นเพียงพื้นฐานการใช้พลังเท่านั้น มันเป็นเหมือนแนวทางไม่ใช่การใช้ออกของพลัง อย่างเช่นการใช้มันเพื่อโจมตีหรือป้องกันนั้นจะต้องคิดค้นขึ้นมาเอง
ในฐานะที่เขาเป็นผู้ใช้พลังธาตุไฟ สิ่งที่เขาต้องการคือพลังที่สามารถโจมตีเป็นวงกว้าง เนื่องจากประสบการณ์เฉียดตายที่ผ่านมาทำให้เขารู้ว่าตัวเองนั้นคงไม่รอดแน่ถ้าไม่มีวิธีการใช้พลังแบบวงกว้าง ดังนั้นเขาจึงต้องคิดค้นมันขึ้นมา
สองมือของโจหันฝ่ามือเข้าหากันบริเวณกลางอก เขาค่อยๆสะสมพลังงานไว้ที่กึ่งกลางระหว่างฝ่ามือทั้งสอง ลูกบอลเพลิงค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น เมื่อมันมีขนาดใหญ่ในระดับหนึ่งเขาก็ชูฝ่ามือหนึ่งขึ้นฟ้าจนในที่สุดมันก็มีขนาดเท่าลูกบอลลูน มันเปรียบเสมือนดาวฤกษ์ขนาดย่อม
โจขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะสลายลูกบอลไฟ
“ช้าไป”
การสะสมพลังเพื่อให้ได้ขนาดเท่าลูกบอลลูนนั้นต้องใช้เวลาประมาณสิบวินาที สำหรับเขาแล้วมันช้ามากยิ่งเป็นในสถานการณ์คับขันหากสามารถใช้มันออกได้ในเสี้ยววิจะต้องดีกว่าอย่างแน่นอน
ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่โจฝึก เขาจึงไม่กังวลเท่าไหร่ เพราะเขาเริ่มจับจุดบางอย่างได้จากนั้นก็ค่อยๆทำซ้ำอีกครั้ง
ในครั้งนี้เขาเรียกลูกบอลไฟออกมาได้ในเวลา 9 วินาที เร็วกว่าครั้งที่แล้ว 1 วินาทีทว่ามันก็ยังไม่ดีพอ
สิ่งที่โจต้องการคือให้ได้ต่ำกว่า 1 วินาที!!
ยิ่งฝึกให้เรียกลูกบอลไฟให้เร็วก็ยิ่งยากขึ้น เขาฝึกอยู่สักพักก็ไม่สามารถทำให้มันต่ำกว่า 8 วินาทีได้ ตอนนี้ใบหน้าของโจเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเนื่องจากใช้พลังงานเกินตัว ดังนั้นเขาจึงต้องซึบซับพลังงานรอบๆเข้ามาเติมเต็ม
ใช้เวลาอยู่ประมาณ หนึ่งชั่วโมงพลังงานในร่างกายก็กลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง จากนั้นเขาก็เริ่มฝึกต่อ
พอตกค่ำหากมองจากด้านบนจะมองเห็นแสงไฟวูบวาบตลอดเวลา นี่เป็นแสงไฟจากการฝึกฝนของโจ ตลอดเวลาทั้งหมดนอกจากไปทำอาหารมื้อกลางวันและมื้อเย็นแล้วเขาก็ใช้เวลาฝึกฝนส่วนใหญ่
ทั้งวันของวันนี้เขาสามารถเรียกลูกบอลไฟได้ในเวลา 7.5 วินาที โจรู้ดีว่าการที่จะเรียกลูกบอลไฟขนาดเท่าบอลลูนนั้นต้องใช้เวลาในการสะสมพลัง แต่เขาคิดอีกอย่างว่าหากสามารถสะสมพลังได้เร็วพอมันก็จะยิ่งเรียกลูกบอลไฟได้เร็วขึ้น
เมื่อไม่สามารถเรียกลูกบอลไฟให้เร็วไปมากกว่านี้เขาจึงหันไปฝึกการควบคุมพลังงานแทน เขาเชื่อว่าหากสำเร็จในการควบคุมพลังงานจะช่วยให้เขาเรียกลูกบอลไฟได้เร็วมากยิ่งขึ้น
แต่วันนี้ดึกแล้วเขาจึงกลับเข้าไปในถ้ำและวางแผนว่าจะฝึกควบคุมพลังงานในวันพรุ่งนี้ เมื่อกลับเข้ามาเขาก็เห็นรูวนอนอยู่ใต้เสื้อของเขา ตลอดเวลาหลายวันมานี้โจไม่ทันได้สังเกตุเธอสักเท่าไรเพราะต้องพะวงหลายๆสิ่ง แต่ครั้งนี้เขาสังเกตุเธอและพบว่าในเวลานอนเธอเป็นเหมือนลูกแมวน้อยที่ดูบอบบางและน่าถนุถนอม
โจอาจจะเคยเจอเพศหญิงจากเผ่าพันธุ์อื่นๆแต่ไม่มีใครเทียบความน่าเอ็นดูแบบรูวได้ เมรีอาจจะสวยน่ารักแต่เป็นไปในแบบเยือกเย็นและอ่อนโยน ส่วนรูวจะเป็นแบบอ่อนแอและดูน่าปกป้อง
เมื่อชื่นชมความน่ารักของรูวเสร็จเขาก็พิงกับผนังถ้ำและหลับตาลง
……
……
ในสหพันธ์ พวกมายด์ได้มารวมตัวกันและพูดคุยเรื่องที่โจหายตัวไป
“ออกไปตามหาหัวหน้ากันเถอะ” ใครบางคนในกลุ่มพูดขึ้น
“ใช่แล้วออกไปตามหาหัวหน้า” มีหลายเสียงที่เห็นด้วย
สำหรับพวกเขาแล้วโจเปรียบเสมือนทั้งอาจารย์และหัวหน้า หากไม่มีโจพวกเขาก็สำนึกได้ว่าไม่มีทางมายืนอยู่จุดนี้ได้ หลังจากที่พวกเขาได้มาเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธ์พวกเขาก็ค่อยๆแข็งแกร่งขึ้น ทรัพยากรในสหพันธ์มีมากมายพวกเขาเพียงรับงานไปทำพอเสร็จงานก็จะได้รับเงินและหินพลังงานเป็นการตอบแทน บางคนทำภารกิจยากๆสำเร็จและได้หินพลังงานระดับกลางเป็นการตอบแทนก็มี
มายด์มองดูพวกเขาเสนอความคิดเห็นให้ออกไปตามหาโจ แม้ว่าโจจะเลือกไม่สนใจเธอทว่าเธอจะไม่มีวันถอดใจ เหมือนดั่งคำที่ว่าความรักทำให้คนตาบอด
“ที่ชายแดนอันตรายมาก ด้วยพลังของพวกเราในตอนนี้ยังไม่สามารถเอาตัวรอดจากที่นั่นได้” มายด์ขมวดคิ้วและกล่าวขึ้นมา แม้ว่าเธอจะอยากไปตามหาโจมากแค่ไหนแต่เธอก็ต้องมองภาพรวม ในฐานะที่เป็นหัวหน้าและได้รับความน่าเชื่อถือรองจากโจ พวกเขาจึงเลือกที่จะเชื่อฟังเธอ