“ท่านลุงคะมันไม่มีหลักฐานเลยนะคะว่าท่านลอร์ดสามีของดิฉันได้แต่งงานกับแม่ของนังเด็กนั่นอย่างเป็ทางการไม่มีใครในบริตาเนียเคยเห็นผู้หญิงคนนั้นเพราะมันเป็ไอริชแล้วก็ตายในไอร์แลนด์ก่อนที่ไซแรนจะพาลูกของมันมาอยู่ที่นี่อย่างไรก็ตามมันไม่มีอะไรจะเอามาใช้พิสูจน์ความจริงในเื่นี้ได้หรอกค่ะอย่างดีก็เป็เพียงแค่คำพูดของท่านลอร์ดเท่านั้นว่าเด็กคนนี้เป็ลูกของเขา”
“แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะชื่ออะไร”ท่านบิชอปถาม “หลานรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาบ้าง”
“ดิฉันรู้แต่เพียงว่ามันชื่อแมตีร์ คอนเนลล์ เท่านั้น ไซแรนเล่าว่าผู้หญิงคนนี้มีเชื้อสายราชวงศ์แต่ดิฉันไม่เคยเชื่อเลยแม้แต่น้อยอย่างดีมันก็เป็แค่โสเภณีชาวพื้นเมืองที่ท่านลอร์ดหามาบำเรอความสุขให้ตัวเองตอนที่อยู่ไอร์แลนด์เท่านั้นใครๆ เขาก็ร่ำลือกันออกจะตายไปค่ะท่านลุงว่าเมื่อตอนหนุ่มๆสามีของดิฉันเป็คนรักสนุกออกจะตายไป และลูกในท้องของนังโสเภณีนั่นมันอาจจะไม่ใช่ลูกของเขาก็ได้นะคะท่านลุงบางที แม ตีร์ คอนเนลล์ เกิดตายลงไซแรนก็เลยรับลูกของมันมาช่วยเลี้ยงก็ได้นี่คะท่านลุงก็รู้ว่าเขาเป็คนใจอ่อนขนาดไหนแล้วเราจะยอมให้ลงเดอนูตกไปอยู่ในมือของนังเด็กสารเลวที่ไม่มีใครรู้ว่า พ่อที่แท้จริงของมันเป็ใครในขณะที่ดิฉันอุ้มท้องทายาทที่แท้จริงอยู่ได้ยังไงกันคะ”
“แล้วตอนนนั้นไซแรนเซ้นท์ โรแนน เขาไปไอร์แลนด์ทำไมล่ะ” ท่านบิชอปถามอย่างสงสัย
“ท่านแม่ของไซแรนน่ะเป็ชาวไอริชนะคะท่านลุง ภายหลังจากท่านพ่อของเขาตายลง ท่านแม่ก็แต่งงานใหม่กับเพื่อนชายเก่าแก่ที่เติบโตมาด้วยกันในไอร์แลนด์หลายปีก่อนท่านเกิดล้มป่วยลงพ่อเลี้ยงท่านลอร์ดจึงได้ส่งคนมาตามเพื่อให้ท่านได้เห็นหน้าแม่ในวาระสุดท้ายและตอนที่อยู่ที่นั่นแหละค่ะ ที่เขาเล่าว่าได้พบและแต่งงานกับผู้หญิงชื่อแม ตีร์คอนเนลล์ แต่ท่านลอร์ดก็ไม่เคยแสดงหลักฐานการแต่งงานให้ดิฉันเห็นเลยนะคะท่านลุงถึงแม้ดิฉันจะพยายามค้นหาด้วยตัวเองแต่ก็ไม่พบอยู่ดีขอให้ท่านลุงเชื่อเถอะค่ะว่าดิฉันได้พยายามค้นหาหลักฐานนั่นทั่วทุกหนแห่งแล้ว”
บิชอปฝืนยิ้มให้หลานสาวไม่สงสัยเลยว่าหลานสาวสุดที่รักของเขาจะต้องใช้ความพยายามค้นหาหลักฐานการแต่งงานครั้งแรกของสามีเพื่อที่จะเอามันมาทำลายเสีย
“เมื่อผู้หญิงชาวไอริชคนนั้นคลอดลูกแล้วสุขภาพของมันก็อ่อนแอลง”บล๊านซ์เล่าต่อ “ไซแรนได้เดินทางล่วงหน้ากลับมายังบริตาเนียทิ้งมันไว้ที่นั่นเพื่อว่าเมื่อสุขภาพของมันดีขึ้นแล้วจะได้เดินทางตามมาอยู่ที่นี่เนื่องจากตอนนั้นเขาเดินทางไปอยู่ไอร์แลนด์กว่าปีจึงรู้สึกว่ามันเป็หน้าที่ที่จะต้องกลับมาดูแลทรัพย์สินที่นี่บ้างแต่ท่านแม่ของเขาก็เสียชีวิตลงภายหลังจากที่ลูกสาวเกิดได้ไม่นานพอเขาเดินทางกลับไอร์แลนด์อีกครั้งเพื่อรับมันกับลูก ก็ปรากฏว่ามันตายแล้วเขาก็เลยรับแมรินกลับมาเพียงคนเดียวทั้งหมดนี่เป็เื่ที่เขาเล่าให้ดิฉันฟังเองนะคะท่านลุงแต่ดิฉันคิดว่าที่เขาพูดอย่างนี้ก็เพื่อปกป้องนังเด็กคนนั้นมากกว่าเพราะดิฉันไม่เคยเห็นเอกสารที่แสดงว่าสองคนนี่แต่งงานกันเลยนะคะ...มันไม่มีอะไรเลย”บล๊านซ์เน้นเสียงในตอนท้าย
“หลานแน่ใจแล้วหรือบล๊านซ์”ถ้าหล่อนแน่ใจเช่นที่กล่าวมาทั้งหมดมันก็มีทางที่หล่อนจะสามารถกำจัดลูกเลี้ยงให้ออกไปพ้นทางได้
“แน่สิคะท่านลุง”เป็คำตอบที่หนักแน่น
“แล้วเ้าั์ใหญ่ชาวไอริชที่เป็คนดูแลเด็กอยู่นั่นล่ะหลานรักมันไม่ใช่คนรับใช้ของแม่แมรินหรอกหรือ บางทีมันอาจจะรู้ความจริงบางอย่างก็ได้นะหลานเคยลองพูดกับมันดูบ้างหรือเปล่า”
“ท่านลุงหมายถึงเ้าเด็กด้าน่ะหรือคะมันไม่รู้อะไรที่จะเป็ประโยชน์สำหรับเราหรอกค่ะ มันโง่ออกจะตายไปถ้าท่านลุงช่วยย่อมไม่มีอะไรมาขวางทางของดิฉันได้หรอก”
บิชอปแห่ง เซ้นท์บริอุค ยิ้มให้หลานสาวสุดที่รักอย่างเมตตาอดคิดไม่ได้ว่าหล่อนช่างสวยน่ารักเสียเหลือเกินบล๊านซ์มักจะมีสัญชาตญาณพิเศษในเื่การแต่งเนื้อตัวเสมอสีน้ำเงินของเสื้อผ้าที่หล่อนสวมใส่อยู่ในวันนี้เน้นความงามของเรือนผมและสีของดวงตาให้เด่นชัดขึ้นตัวกระโปรงแบบสุ่มไก่นั้นสีเข้มกว่าตัวเสื้อท่อนบนซึ่งปักเป็ลวดลายดอกไม้ฝีมือละเอียดตรงคอและรอบแขนด้วยเส้นไหมสีทองและประดับด้วยริบบิ้นไหมสีกุหลาบเฉดต่างๆ ระย้าอยู่สองข้างใบหูเหนือศีรษะคือที่คาดผมทองคำประดับด้วยพลอยน้ำงามหลากสีหล่อนช่างเป็ผู้หญิงที่มีความสวยอย่างน่ามหัศจรรย์จริงๆ เขาครุ่นคิดอยู่ในใจอย่างชื่นชมบอกกับตัวเองว่าหล่อนควรจะได้รับแต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตนี้เท่านั้น
“บล๊านซ์ถ้าหลานแน่ใจในทุกสิ่งที่กล่าวมาแล้วละก้อ...” เขาพูดยิ้มๆ “ลุงก็จะได้เตรียมการเพื่อแก้ปัญหาเล็กน้อยนี้ให้ หลานน่ะไม่เหมือนกับสามีที่แสนสะเพร่านั่นหรอก เพราะหลานมีหลักฐานเอกสารที่ได้รับการรับรองจากทางโบสถ์และจะใช้เป็เครื่องยืนยันในคำพูดของหลานได้อย่างเต็มที่แมริน เซ้นท์ โรแนน จะถูกประกาศว่าเป็ลูกนอกกฎหมายและจะไม่มีทางได้รับมรดกของพ่ออีกต่อไป ที่ดินทั้งหมดของ ไซแรน เซ้นท์ โรแนนก็จะตกเป็ของลูกในท้องของหลานแต่เพียงคนเดียวส่วนหลานจะเป็ผู้จัดการมรดกไปจนกว่า ถ้าลูกในท้องเป็ผู้หญิงจะแต่งงานออกเรือนไปและถ้ามันเป็ลูกผู้ชายก็จนกว่ามันจะมีอายุบรรลุนิติภาวะเท่านี้พอใจแล้วหรือยังล่ะ”
หล่อนผลุดลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินมาโอบแขนลงรอบคอเขาเช่นที่เคยทำเสมอเมื่อครั้งยังอยู่ในวัยเด็กด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าที่หล่อนได้ลดกายลงนั่งบนตักขยับก้นอย่างยั่วยวนพร้อมกับฉอเลาะว่า
“โอ ท่านลุงขา”น้ำเสียงนั้นแ่เบานัก เมื่อหล่อนช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าที่อวบอูม “ท่านลุงช่างดีต่อดิฉันเสมอมาจริงๆ”
รอยยิ้มอย่างปราโมทย์ปรากฏขึ้นลมหายใจดูจะติดขัดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ และเมื่อลมหายใจลึกเข้าไปในปอดกลิ่นน้ำหอมที่หล่อนพรมไว้บนร่างก็ระเหยเข้าสู่ฆานประสาทมันเป็กลิ่นหอมของดอกลิลลี่แห่งหุบเขาที่ชื่นใจนัก
“บล๊านซ์หลานรัก”เขาตบหลังมือหลานเบาๆ “ก็ทำไมลุงจะดีต่อหลานไม่ได้เล่าลุงเฝ้าชื่นชมหลานมาโดยตลอด ซึ่งหลานก็รู้อยู่แก่ใจแล้วไม่ใช่หรือ”
บล๊านซ์ เซ้นท์โรแนน เอนร่างพิงอยู่กับท่านบิชอปปลายลิ้นสีชมพูไล้เลียริมฝีปากเขาอยู่อย่างยั่วยวน และแล้วหล่อนก็จูบเขาทรวงอกเต่งตึงแนบชิดอยู่กับแผงอกนั้น
“ขอให้ทุกสิ่งระหว่างเรามันเป็เช่นที่เคยเป็มาก็แล้วกันค่ะท่านลุง เป็เหมือนเช่นก่อนที่ดิฉันจะเดินทางมาอยู่กลางลางเดอนูนี่นะคะ” หล่อนกระซิบกระซาบอยู่กับริมฝีปากของเขา “ขอท่านลุงได้โปรดเมตตาร่วมรักกับดิฉันเถอะค่ะ”
ลมหายใจของเขาดูจะติดขัดขึ้นมาทันทีแทบจะไม่สามารถบังคับจิตใจของตนเองได้ เมื่อยกมือขึ้นคลึงเคล้าทรวงอกของหลานสาวพร้อมกับเปล่งเสียงครางออกมาเบาๆอย่างไม่อาจปิดบังความปรารถนาอันล้ำลึกในใจของตนเองไว้ได้
“ตอนนี้หลานเองก็กำลังมีเด็กอยู่มันอาจจะเป็อันตรายทั้งหลานและลูกในท้องได้นะ บล๊านซ์หลานรัก” เขาทักท้วง แต่น้ำเสียงนั้นทั้งแ่เบาและแหบเครือเสียเหลือเกิน
“ท่านลุงเ้าขา”เสียงกระซิบนั้นแ่อยู่ข้างหู “เวลานี้ท้องดิฉันยังเล็กมากนะคะจะไม่มีอันตรายใดๆ หรอกค่ะ และหลานก็ร้อนรุ่มเหลือเกินแล้วท่านลุงคิดดูสิคะว่าหลานต้องแต่งงานกับคนเจ็บ คนที่น่าเบื่อหน่ายคนที่ไม่เคยแสดงความเป็ชายชาตรีกับดิฉันอย่างที่ท่านลุงเคยทำมาก่อนเลยนะคะที่จริงแล้วเขาไม่น่าจะมีเมียเสียด้วยซ้ำ” หล่อนทำเสียงกระเง้ากระงอดปลายลิ้นเลียช่องหูเขาอยู่อย่างจะเร้าไฟตัณหาให้ลุกโพลงขึ้น
“ลุงว่าหลานน่ะโชคดีมากแล้วละที่ได้แต่งงานกับเขาไม่อย่างนั้นป่านนี้หลานก็คงจะต้องเข้าไปอยู่ในคอนแวนต์แทนที่จะมานั่งอยู่บนกองเงินกองทองอย่างนี้แล้ว”ท่านบิชอปพูดเป็เชิงเตือน ความเป็ผู้ชายของเขากำลังตื่นตัวขึ้น
“แต่เขาไม่มีเสน่ห์อย่างท่านลุงหรอกค่ะ”หล่อนตวัดค้อนพร้อมกับเสริมว่า “หลังจากที่ดิฉันดูแลทุกสิ่งในปราสาทเรียบร้อยแล้วดิฉันจะไปพบคุณลุงที่บ้านพักนะคะ” หล่อนยิ้มใส่ตาเขาไรฟันเรียบขาวราวไข่มุกปรากฏขึ้นอีกครั้ง “ท่านลุงขาท่านลุงจะช่วยให้ดิฉันสบายใจขึ้นด้วยใช่ไหมคะ”
หัวใจท่านบิชอปเต้นระทึกด้วยความตื่นเต้นภายใต้เสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องแต่งยามอยู่ในโบสถ์แห่งนี้นั้นเขามีความรู้สึกว่าตัณหาราคะอันเกิดจากความปรารถนาในกามรสนั้นเพิ่มพูนขึ้นทุกเวลานาทีที่ผ่านไปเขาเป็ผู้เปิดบริสุทธิ์เมื่อหล่อนมีอายุได้เพียง 12 ปีและขณะนี้ยามที่หล่อนเสียดสีร่างกายอยู่กับเนื้อตัวของเขานั้นมันทำให้เขาหวนรำลึกไปถึงความหลังหลายครั้งที่ผ่านมา หล่อนเคยให้ความสุขแก่เขาอย่างเหลือล้ำและในตอนนี้เองที่เขาเพิ่งได้ประจักษ์ว่า เขารู้สึกเสียดายหล่อนอย่างเหลือเกินนับแต่วันที่หล่อนแต่งงานกับไซแรน เซ้นท์ โรแนน แม้ว่าเขาจะไม่เคยขาดคู่เชยแต่ก็ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่จะให้ความสุขในกามรสแก่เขาได้เท่าบล๊านซ์หลานสาวสุดที่รักผู้นี้
เขายกมือขึ้นลูบไล้นวลแก้มกล่าวกับหล่อนด้วยสุ้มเสียงของนักบุญว่า
“ประตูบ้านลุงจะเปิดต้อนรับหลานเสมอหลานรัก หลานควรจะมาสารภาพบาปที่บ้านของลุงตอนค่ำวันนี้นะ”
“และหลานเองก็ยินดีจะต้อนรับการชำระบาปทุกประการที่ท่านลุงจะแนะนำด้วยค่ะ”หล่อนตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องส่วนตัวนั้น
ขณะที่หล่อนเดินไปรอยยิ้มแห่งชัยชนะก็ฉาบอยู่บนใบหน้าเนื่องด้วยเวลานี้หล่อนมั่นใจในความสำเร็จของตัวเองอย่างเต็มที่แล้วหล่อนได้เรียนรู้ั้แ่วัยเยาว์มาแล้วว่าร่างกายของผู้หญิงคืออาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุดสำหรับาทางเพศอีกไม่นาน แมริน นังเด็กไพร่คนนั้นก็จะต้องถูกขับไสไล่ส่งออกไปและลูกของบล๊านซ์ก็จะได้เป็เ้าของที่ดินแห่ง เซ้นท์ โรแนนทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
หล่อนขอบคุณพระเ้าที่มีท่านลุงผู้เปี่ยมไปด้วยราคะจริตเช่นนี้ไม่เช่นนั้นทั้งหล่อนและลูกจะต้องถูกบังคับให้ยอมรับความเป็ใหญ่ของนังเด็กคนนั้น
เพราะฉะนั้นบล๊านซ์ตัดสินใจแล้วว่าหล่อนจะต้องกำจัดเด็กหญิงออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เมื่อแผนการที่ตระเตรียมเป็ที่ล่วงรู้ของคนทั่วไปแล้วพวกเขาอาจจะนินทาลับหลังบ้างแต่ลิ้นนั้นจะกระดิกน้อยลงถ้าไม่มีแมรินมาอยู่เตือนใจให้ทุกคนคิดถึงสิ่งที่บล๊านซ์ได้กระทำลงไป
อีกประการหนึ่งจะมีใครเล่ายอมสนับสนุนให้มันมาเล่นงานภรรยาหม้ายผู้แต่งงานกับพ่อของมันอย่างถูกต้องตามกฎหมายเลดี้ แห่งเซ้นท์ โรแนนไม่จำเป็จะต้องแคร์ในสิ่งที่ผู้คนเขาคิดกันเสมอไปตราบใดที่หล่อนกับลูกได้รับชัยชนะ
บล๊านซ์ เซ้นท์โรแนน ยิ้มกว้างอย่างสาสมใจเพียงแต่ว่ารอยยิ้มนั้นมิได้เลยขึ้นไปจนถึงดวงตาคู่สีฟ้าเข้มเท่านั้น