“บาบาร่าเป็แม่มดฝ่ายขาว ซึ่งฝ่ายขาวส่วนใหญ่ก็จะเป็พวกรักสงบ และจะเก่งเื่การรักษา หมู่บ้านแม่มดขาวเลยจะเป็เหมือนที่พักพิงของทุกๆเผ่าพันธุ์ที่ได้รับาเ็หรือไม่มีที่ไปในตอนนั้นน ด้วยพรสวรรค์และจิตใจอันบริสุทธิ์ทำให้นางคือผู้ถูกเลือกให้ใช้มนตราโลหิตได้ แต่เพื่อความปลอดภัยเื่นี้จึงรู้แค่ในหมู่แม่มดขาว และห้ามเปิดเผยถึงพลังนี้ให้เผ่าพันธุ์อื่นได้รู้ กลัวว่าจะนำความเดือดร้อนมาให้เพราะมนตราโลหิตนอกจากจะทำลายล้างสิ่งต่างๆได้ อีกทางหนึ่งก็เป็เหมือนยาวิเศษที่สามารถรักษาสิ่งมีชีวิตทุกอย่างบนโลกให้กลับมาเป็ปกติได้เช่นกัน เวลาผ่านไปบาบาร่าใช้ชีวิตอย่างปกติและไม่เคยยุ่งกับพลังนี้เลย จนวันหนึ่งในศึกคืนจันทร์สีเืระหว่างหมาป่ากับแวมไพร์ ในคืนจันทร์สีเืหมาป่าจะแข็งแกร่งเต็มกำลัง ส่วนแวมไพร์จะอ่อนแอลง ทำให้ศึกนี้มีแวมไพร์โดนจัดการไปจำนวนมาก แล้วก็มีแวมไพร์ตนหนึ่งวิ่งหนีกระเสือกกระสนมาสลบในหมู่บ้านแม่มดขาว บาบาร่ามาเจอเข้าจึงพาไปรักษา ด้วยพิษาแจากคมเขี้ยวหมาป่าทำให้อาการสาหัสแผลไม่สามรถรักษาตัวเองได้ยิ่งเป็คืนจันทร์สีเืยิ่งอ่อนพลังแม้จะเป็แวมไพร์เืบริสุทธิ์ก็คงไม่รอดพ้นคืนนี้ไปได้ บาบาร่าจึงแอบใช้มนตราโลหิตรักษาแวมไพร์ตนนี้ ไม่นานสภาพร่างกายแวมไพร์ตนนี้ก็กลับฟื้นคืนสภาพปกติในเวลาอันรวดเร็ว ทันทีที่ตื่นขึ้นแวมไพร์ตนนั้นก็พบกับบาบาร่าที่เฝ้าอยู่ข้างๆ ็เค้าตกหลุมรักบาบาร่าในทันที ในระหว่างรักษาตัวทั้งคู่ได้ทำความรู้จักกัน ใช้เวลาอยู่ด้วยกันในหมู่บ้านอันสงบสุขี ทุกอย่างดูราบรื่นไปหมด เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความสุข จนเมื่อหายดีแวมไพร์หนุ่มจึงขอกลับไปยังบ้านและให้คำมั่นสัญญาว่าจะกลับมารับบาบาร่าไปอยู่ด้วย เพราะการจะมีคู่ครองจึงต้องทำตามพิธีของตระกูล
เมื่อเค้ากลับไปเล่าเื่ราวทั้งหมดให้พ่อฟัง ฝ่ายพ่อ(ดาร์คลอร์ด)จึงรับรู้ถึงการมีอยู่ของพลังของบาบาร่า จึงส่งคนมาเพื่อจับตัวบาบาร่าไปโดยอ้างกับลูกว่าเป็การมาสู่ขอเพื่อทำพิธีแต่งงาน ฝั่งหมู่บ้านแม่มดฝ่ายขาวเมื่อเห็นกองทัพของดาร์คลอร์ดจึงได้รู้ว่าแวมไพร์ที่ช่วยรักษาเป็เชื้อสายวินเซนต์ซึ่งเป็ตระกูลดาร์คลอร์ดตระกูลเก่าแก่ที่เรียกได้ว่าเป็ผู้นำสูงสุดของเหล่าแวมไพร์
หมู่บ้านแม่มดขาวขัดขืนการส่งตัวบาบาร่า ทุกคนช่วยกันปกป้องนางเพราะรู้ว่าถ้าโดนแย่งพลังไปได้ต้องส่งผลเสียร้ายแรง หรือไม่บาบาร่าต้องโดนกำจัดแน่ๆ แต่ด้วยกองทัพปีศาจมหาศาล หมู่บ้านแม่มดขาวพ่ายแพ้ราบคาบ โดนทำลายไม่เหลือชิ้นดี แม่มดคนใดต่อต้านก็ต้องถุกกำจัดทิ้งทั้งหมด แม้แต่พ่อแม่ของบาบาร่าก็ปกป้องนางจนนาทีสุดท้าย
ฝ่ายบาบาร่านางสูญเสียครอบครัวอันเป็ที่รัก บ้านเกิดโดนทำลายหมดสิ้น ผู้คนล้มตาย นางโทษตัวเองที่เป็ต้นเหตุนำภัยร้ายมาสู่หมู่บ้านตัวเอง นางคิดว่าโดนคนรักหักหลัง นางเสียใจจนควบคุมตัวเองและความโกรธนั้นไว้ไม่ได้ จึงใช้พลังมนตราโลหิตจัดการคนของดาร์คคลอร์ดทั้งหมด และมุ่งหน้าไปสู่ปราสาทของดาร์กลอร์ด......
(มนตราโลหิตหากใช้ในทางที่ดี รักษา จะส่งผลดีต่อทั้งตัวเองและผุู้อื่น แต่หากใช้ในการทำลายล้าง ฆ่าฟัน โกรธ อาฆาต เคียดแค้น จะทำให้ถูกพลังนั้นกลืนกินจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้)
ฝ่ายดาร์กลอร์ดเห็นดังนั้น จึงเตรียมรับมือโดยรวบรวมเหล่าแม่มดสายอื่นเพื่อร่วมกันกำจัดนางโดยใส่ร้ายว่าบาบาร่าเป็ภัยคุกคามควบคุมพลังไม่ได้และเป็คนทำลายล้างหมู่บ้านแม่มดขาว เมื่อนางมาถึงปราสาทเห็นคนรักที่หักหลังจึงปลี่ตรงเข้าไปจัดการ แต่กลับเสียท่าเพราะนั่นคือกับดัก นางเข้ามาอยู่ในวงล้อมที่กักขังการใช้เวทมนต์ ทำให้นางใช้พลังไม่ได้ แม่มดที่อยู่ในที่นั่นพยายามตรึงนางไว้แล้วดึงพลังเวทมนตร์นางออก แต่แม่มดที่พยายามดึงพลังนั่นก็กลับโดนพลังนั้นเล่นงานตัวเอง แม่มดที่เหลือจึงทำได้แค่ใช้มนต์ดำถอดิญญาบาบาร่าออกจากร่าง ่ระหว่างที่นางโดนถอดิญญานางกรีดร้องด้วยความทรมาน ดวงตาเคียดแค้นมองชายที่ตนเคยรักจนตัวเองสิ้นใจ ร่างของนางถูกฝังในที่ๆคิดว่าไม่มีใครสามารถหาเจอ ดวงจิตโดนขังไว้ในดาร์กโฮล หัวใจเก็บไว้ในปราสาทของดาร์คลอร์ด ส่วนพลังของนางก็หายสาบสูญไปั้แ่นั้น เหล่าแม่มดและตระกูลวินเซนต์คิดว่าจัดการพลังนี้ไปได้แล้ว จนกระทั่งเ้าเผลอใช้มันเมื่อสามร้อยปีก่อน ”
ตัดภาพมาที่อลิเซีย ที่ฟังไปน้ำตาไหลไป อลิเซียรับรู้ได้ถึงความเ็ปนั้น อาจเป็เพราะเคยเจอกับบาบาร่าในฝันมาแล้ว
“ทำไมพวกนั้นถึงใจร้ายกับนางได้ขนาดนี้ ชายผู้นั้นที่หักหลังนางช่างชาติชั่ว แล้วทำไมถึงเลือกที่จะถอดจิตแยกร่าง แทนที่จะฆ่าทิ้งเหมือนที่ทำกับแม่มดคนอื่นล่ะท่านมาเรีย”
“ในตอนแรกดาร์กลอร์ดคิดว่าจะแย่งพลังนั้นมาใช้เองได้ แต่พอเหนือการควบคุม จึงให้ตรึงนางไว้ก่อน โดยคิดว่าถ้ายังไม่ทำลายนางพลังนั้นจะยังคงอยู่กับนางไปตลอด จะได้ไม่อันตรายต่อตัวเอง”
“งั้นเราก็มีโจทย์เดียวกัน ถ้าเราหาร่างนางเจอแล้วปลุกนางขึ้นมา เราคงจัดการพวกาุโนั้นได้หมดแน่”อลิเซียพูดด้วยท่าทีหึกเหิม
“อย่างที่ข้าบอก ไม่มีใครรู้ที่อยู่ของร่างนาง และปลุกจิตจากดาร์กโฮลไม่ง่ายเหมือนปลุกเ้า อีกอย่างถ้าทำได้นางอาจจะฆ่าเ้าก็ได้เพื่อเอาพลังคืน”
“ก็จริงอยู่ แต่ข้าว่าข้าจัดการนางได้ ส่วนเื่ที่อยู่ของร่าง เราไปถามจากแม่มดที่ทำพิธีตอนนั้นไม่ได้เหรออ?”
“ตายกันหมดแล้วล่ะ ด้วยความโลภเข้าครอบงำ พวกนั้นเลยลองดื่มเืนางโดยคิดว่าจะได้พลังด้วย แต่กลับตัวะเิตายกันหมด ความวิเศษของพลังนั่นคือถ้าไม่ได้รับความยินยอมจากเ้าของ จากยารักษาจะกลายเป็ยาพิษทันที ”
“งั้นข้าคงต้องฝึกควบคุมมันให้ดี ข้าคิดว่าข้าสามารถใช้เืนี่ตามหาร่างนางได้”
“อันที่จริงข้าไม่อยากให้เ้าใช้มันเลยด้วยซ้ำ”มาเรียพูดด้วยสีหน้าที่เป็กังวล
“ไว้ใจเถอะข้าจะไม่ให้มันกลืนกินข้าได้แน่นอน”อลิเซียกุมมือมาเรียเพื่อคลายความกังวล
“ค่อกๆๆๆ ฟี้ๆๆๆๆ”เสียงกรนของมาคัส
“นั่นไง ฟังอะไรนานๆไม่เคยได้ หลับไปซะเเล้วเ้าหมา”มาเรียพูดพลางกระทุ้งไม้เท้า แล้วมาร์คัสก็กระเด็นหล่นพื้น
“โอ๊ย!! เจ็บชะมัด ใครผลักฉัน”มาร์คัสพพูดอย่างหัวเสีย แล้วมองซ้ายขวาหาคนที่ทำร้ายตัวเอง
“55555”มาเรียและอลิเซีย หัวเราะพร้อมกัน
“งั้นเตรียมตัวเถอะ เราจะกลับบ้านของเรากัน”อลิเซียพูดพร้อมกับลุกขึ้นเดินไปเก็บข้าวของเพื่อเตรียมกลับบ้าน ในระหว่างที่เก็บของอยู่อลิเซียก็หวนนึกถึงอดีต